เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 170 - ตัวตนถูกเปิดเผย!

บทที่ 170 - ตัวตนถูกเปิดเผย!

บทที่ 170 - ตัวตนถูกเปิดเผย!


"แกหมายความว่ายังไง"

หลายคนตะคอกถามเสียงเย็น

"ช่างโอหังนัก บังอาจเกินไปแล้ว"

"แกรู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร ถึงได้กล้าพูดจาสามหาวแบบนี้"

หลายคนตวาดลั่น

"ข้าไม่รู้หรอกว่าพวกแกเป็นใคร"

"แต่การที่พวกแกโผล่หัวออกมาตอนนี้ ถ้าไม่ตาบอดก็คงจะโง่บัดซบ"

ต้วนหลิงเซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"แกหมายความว่ายังไง ข้าล่ะอยากจะรู้นักว่าแกไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้กล้าพูดจาแบบนี้"

หลายคนโกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดง

"หึ ตอนที่ไอ้โง่ต้วนเชียนเริ่นนั่นอาละวาดทำร้ายคนอื่น พวกแกมัวแต่กลับไปจัดงานศพให้แม่หรือไง หรือว่าตาบอดแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นกันล่ะ"

"ทีตอนนี้เสือกกระโดดออกมา จะมาทำตัวโอ้อวดวางก้ามอะไรตอนนี้"

ต้วนหลิงเซียวมีสีหน้าเย็นชาถึงขีดสุด

เมื่อกี้ไม่เห็นมีหมาตัวไหนกล้าเห่า ทีตอนนี้กลับเห่าหอนกันใหญ่ ก็แค่คิดว่าต้วนเชียนเริ่นเหนือกว่าเขาเท่านั้นแหละ

ตลกสิ้นดี

ก็แค่พวกนกสองหัว

นกสองหัวที่โผล่หัวออกมาตอนนี้

ในสายตาของต้วนหลิงเซียว ก็มีแต่ทางตายทางเดียวเท่านั้น

"หึ แกอยู่ระดับไหน แล้วต้วนเชียนเริ่นอยู่ระดับไหน"

"แกจะเอาตัวเองไปเทียบกับเขาได้ยังไง"

มหาปรมาจารย์ยุทธ์ผู้เป็นหัวหน้าตะคอกเสียงเย็น

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม

"ตอนแม่แกคลอดแกออกมา โดนน้ำเยี่ยวหมูสาดใส่หัวหรือไง"

ต้วนหลิงเซียวขมวดคิ้ว

"แกหมายความว่ายังไงวะ"

ชายผู้นั้นกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

"ก็เพราะปากแกมันมีแต่กลิ่นเหม็นคาวเยี่ยวหมูไงล่ะ"

ต้วนหลิงเซียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"บัดซบเอ๊ย"

"ข้าจะฆ่าแก"

ชายผู้นั้นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ใบหน้ามืดทะมึนถึงขีดสุด

เขาปล่อยหมัดพุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของต้วนหลิงเซียวทันที

การลงมืออย่างกะทันหันนี้มีความรวดเร็วมาก

ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับวิญญาณยุทธ์ก็อาจจะหลบไม่ทัน

ปรมาจารย์ยุทธ์และมหาปรมาจารย์ยุทธ์อีกหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างยืนมองด้วยสายตาเย็นชา

ในสายตาของพวกเขา จุดจบได้ถูกกำหนดไว้แล้ว

ในระยะประชิดขนาดนี้ จุดจบของต้วนหลิงเซียวมีเพียงความตายอย่างแน่นอน

ทว่า

ต้วนหลิงเซียวกลับมีสีหน้าเรียบเฉย

กร๊อบ

แขนของมหาปรมาจารย์ยุทธ์ผู้นั้นระเบิดแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที

ละอองเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว กลิ่นคาวเลือดคลุ้งเตะจมูก

หมัดของต้วนหลิงเซียวนั้นรวดเร็วกว่า ดุดันกว่า และมีพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวกว่า

และหมัดนี้ ไม่เพียงแต่จะบดขยี้แขนของมหาปรมาจารย์ยุทธ์ผู้นี้จนแหลกละเอียดเท่านั้น

แต่มันยังระเบิดหัวไหล่และหน้าอกซีกขวาของเขาจนแหว่งหายไป

สร้างบาดแผลฉกรรจ์ที่น่าสยดสยอง

ต่อให้เป็นศัลยแพทย์ที่เก่งกาจที่สุดก็ไม่อาจยื้อชีวิตเขาไว้ได้อีกแล้ว

เพราะอวัยวะภายในซีกขวาทั้งหมดของเขา ถูกหมัดนี้บดขยี้จนกลายเป็นเพียงเศษเนื้อและเศษกระดูกไปหมดแล้ว

"เป็นไปได้ยังไง"

"มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้สิ"

ปรมาจารย์ยุทธ์และมหาปรมาจารย์ยุทธ์ที่เหลือต่างเบิกตากว้าง

แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

หมัดเดียวฆ่ามหาปรมาจารย์ยุทธ์ได้

แถมสภาพศพยังน่าอนาถขนาดนี้

มันเหนือความคาดหมายของพวกเขาไปไกลลิบ

ไอ้หมอนี่มันเป็นใครกันแน่ ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าวะ

"บุกเข้าไปพร้อมกันเลย"

มหาปรมาจารย์ยุทธ์อีกคนตะโกนลั่น

ปรมาจารย์ยุทธ์อีกสามคนที่อยู่ข้างๆ ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว

ทั้งสี่คนพุ่งเข้าโจมตีจากทิศทางที่ต่างกัน เพื่อปิดล้อมและสังหารต้วนหลิงเซียว

"ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย"

ต้วนหลิงเซียวปล่อยหมัดออกไปราวกับมังกรผงาด รัวหมัดออกไปสี่ครั้งติด

ปัง ปัง ปัง ปัง

เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นแทบจะพร้อมกันสี่ครั้ง

ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสี่คนที่พุ่งเข้ามา ก็ถูกชกจนหน้าอกทะลุเป็นรูโหว่

ลงไปทัวร์นรกพร้อมกันทั้งหมด

พวกเขาล้วนพบกับจุดจบเดียวกับมหาปรมาจารย์ยุทธ์คนก่อนหน้านี้

"ให้ตายเถอะ"

ผู้คนรอบด้านต่างอ้าปากค้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

แม่ร่วง

นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว

น่ากลัวยิ่งกว่าเรื่องผีในเดอะช็อคซะอีก

น่ากลัวยิ่งกว่าตื่นมากลางดึกแล้วเจอยายนอนอยู่ข้างๆ ซะอีก

น่ากลัวยิ่งกว่าผู้ชายแมนๆ ฝันว่ากำลังขี้แต่ดันขี้หดกลับเข้าไปในตูดซะอีก

เอ๊ะ ไม่สิ อันหลังน่ากลัวกว่าเยอะ

ทุกคนต่างตกตะลึง

ภาพที่เห็นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ทำเอาทุกคนได้แต่สบถคำหยาบออกมาเพื่อระบายความตื่นตระหนกในใจ

"เขาเป็นใครกัน"

"ฝีมือร้ายกาจขนาดนี้ ไม่มีทางที่จะเป็นคนไร้ชื่อเสียงแน่"

มีคนตะโกนถามเสียงหลง

"เชี่ยเอ๊ย ข้าพอนึกออกแล้ว"

"หลิงเทียนแห่งเจียงหนาน ต้องเป็นเขาแน่ๆ"

"ช่วงที่ผ่านมานี้ คนที่ลงมือฆ่าคนตรงไปตรงมาแถมยังอายุรุ่นราวคราวนี้ ก็ไม่มีใครอื่นอีกแล้วนอกจากเขา"

ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีคนร้องตะโกนขึ้นมา

"หลิงเทียนงั้นหรือ"

"เขาคือคนที่แซ่หลิงคนนั้นน่ะหรือ"

"หลิงเทียนแห่งเจียงหนานที่สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายไปทั่วทั้งมณฑลตงหนานคนนั้นน่ะหรือ"

ผู้คนจำนวนมากร้องอุทานด้วยความตกใจ

ที่นี่อยู่ใกล้กับบริเวณที่อุกกาบาตจากนอกโลกตกลงมา ส่วนใหญ่ล้วนเป็นยอดฝีมือในแวดวงวิทยายุทธ์

รวมไปถึงคนของตระกูลใหญ่ผู้มีอิทธิพลและมีฐานะทางสังคม

ดังนั้นช่องทางการรับข่าวสารของพวกเขาจึงกว้างขวางและรวดเร็วมาก

แม้ทางฝั่งมณฑลตงหนานจะจงใจปิดบังข่าว

แต่เวลาผ่านไปหลายวัน ประกอบกับวีรกรรมที่ต้วนหลิงเซียวได้ก่อไว้นั้นมันสะเทือนเลื่อนลั่นเกินไป

จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วทั้งเมือง

ข่าวลือเหล่านี้ย่อมต้องแพร่สะพัดมาถึงหูของขั้วอำนาจใหญ่ในมณฑลหูเทียนและมณฑลอื่นๆ อย่างแน่นอน

หกตระกูลใหญ่และสามแก๊งอิทธิพลในเมืองเจียงหนานถูกกวาดล้าง

คุณหนูตระกูลเหอแห่งเกาะฮ่องกงถูกบีบคอจนตาย

โหวบูรพาทักษิณลูกบุญธรรมของเยี่ยจิ้นเฉิงถูกฆ่า

ประธานสมาคมวิทยายุทธ์แห่งมณฑลตงหนานถูกฆ่า

น้องชายแท้ๆ ของแม่ทัพชีฉางหลงผู้กุมอำนาจทางการทหารก็ถูกฆ่าตายเช่นกัน

แต่ละเรื่อง

แต่ละเหตุการณ์

ล้วนแต่เป็นเรื่องใหญ่ระดับที่ทำให้คนธรรมดาตกใจจนหัวใจวายตายได้ทั้งสิ้น

แต่ผู้ก่อเหตุและตัวการสำคัญกลับเป็นคนคนเดียวกันทั้งหมด

แล้วแบบนี้จะไม่ให้ทุกคนตกตะลึงได้อย่างไร

ใครจะยังคงความสงบเยือกเย็นอยู่ได้ล่ะ

"เขาเก่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"

หลินจื่อเซี่ยอ้าปากค้าง ดวงตาคู่สวยเปล่งประกาย

ใบหูของเธอแดงซ่านขึ้นมาเล็กน้อย

นั่นก็เป็นเพราะว่าตอนแรกเธอเผลอดูถูกต้วนหลิงเซียวไปเสียสนิทเลยน่ะสิ

เงียบ

เงียบกริบจนน่าขนลุก

ทุกคนต่างนิ่งเงียบกริบ

คิดไม่ถึงเลยว่าต้วนหลิงเซียวจะเดินทางจากมณฑลตงหนานมาถึงมณฑลหูเทียนได้

"ดูเหมือนว่าเขาเองก็มาเพื่อแย่งชิงอุกกาบาตจากนอกโลกก้อนนั้นสินะ"

"แต่คนที่มาวันนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นศัตรูของเขาทั้งนั้นเลยนะ"

"ตอนนี้ตัวตนของเขาถูกเปิดเผยแล้ว คาดว่าคงต้องเผชิญกับวิกฤตที่ตามมาอีกไม่จบไม่สิ้นแน่"

"โดนล้อมรอบด้วยศัตรู หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ เขาคงตกอยู่ในอันตรายแล้วล่ะ"

ผู้คนต่างจับจ้องไปที่ต้วนหลิงเซียวพลางซุบซิบนินทากันเบาๆ

"รนหาที่ตายนัก"

"ข้าไม่สนหรอกว่าแกเป็นใคร หน้าไหนที่กล้าแตะต้องน้องชายของข้า มันต้องตาย"

ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดุจพยัคฆ์คำรามลั่นป่าก็ดังกึกก้องขึ้น

เสียงระเบิดดังกึกก้อง คลื่นพลังวิทยายุทธ์อันแข็งแกร่งสั่นสะเทือนจนทำเอาแก้วหูของทุกคนดังอื้ออึง

"น้องพี่"

ชายวัยกลางคนผู้มีกลิ่นอายแข็งแกร่ง สวมชุดจงซานและรองเท้าหนัง ก้าวเท้ายาวๆ เดินเข้ามา

ร่างกายของเขาแผ่กลิ่นอายของผู้ทรงอำนาจออกมา

ด้านหลังของเขายังมีกลุ่มคนเดินตามมาติดๆ

และเมื่อเห็นใบหน้าของเขา หลายคนก็มีสีหน้าเคารพนบนอบขึ้นมาทันที

ต้วนเทียนหยา กรรมการบริหารแห่งกรมวิทยายุทธ์ส่วนกลาง

"พ่อแม่ของต้วนเทียนหยาตายไปตั้งแต่เขายังเด็ก เขาต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้องชายเพียงสองคน แม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่ความผูกพันก็เหมือนพ่อลูกนั่นแหละ"

"พี่ชายคนโตก็เหมือนพ่อ ตอนนี้ต้วนเชียนเริ่นถูกฆ่า เขาคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่"

"ต้วนเชียนเริ่นเป็นแค่เจ้าสำนักขวงซานั่นไม่เท่าไหร่ แต่พี่ชายของเขานี่สิไม่ธรรมดาเลย"

"ไม่อย่างนั้นจะมีใครยอมให้ต้วนเชียนเริ่นทำตัวกร่างไปทั่วในมณฑลหูเทียนได้ล่ะ"

ทุกคนต่างส่ายหน้า

วินาทีที่เห็นต้วนเทียนหยาปรากฏตัว ทุกคนก็รู้ได้ทันทีว่า

เรื่องนี้ไม่อาจจบลงง่ายๆ แน่

"บัดซบ"

"กล้าฆ่าน้องชายของข้า ก็เอาชีวิตของแกมาสังเวยซะ"

ต้วนเทียนหยาตะโกนลั่น ใบหน้าของเขาเย็นชาถึงขีดสุด

"กรรมการต้วน รอก่อน ขอข้าแจมด้วยคน"

"ไอ้สารเลวแซ่หลิงคนนี้มันเคยบังอาจฆ่าคนของหอการค้าตงอิ๋งของข้า วันนี้มันก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตเช่นกัน"

ทันทีที่สิ้นเสียงของต้วนเทียนหยา จู่ๆ ก็มีเสียงตะคอกเย็นชาดังมาจากไม่ไกลนัก

เป็นเสียงของคนตงอิ๋ง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 170 - ตัวตนถูกเปิดเผย!

คัดลอกลิงก์แล้ว