- หน้าแรก
- แหกคุกนรกหมายเลขศูนย์หวนคืนสู่เมืองหลวงอีกครั้ง
- บทที่ 170 - ตัวตนถูกเปิดเผย!
บทที่ 170 - ตัวตนถูกเปิดเผย!
บทที่ 170 - ตัวตนถูกเปิดเผย!
"แกหมายความว่ายังไง"
หลายคนตะคอกถามเสียงเย็น
"ช่างโอหังนัก บังอาจเกินไปแล้ว"
"แกรู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร ถึงได้กล้าพูดจาสามหาวแบบนี้"
หลายคนตวาดลั่น
"ข้าไม่รู้หรอกว่าพวกแกเป็นใคร"
"แต่การที่พวกแกโผล่หัวออกมาตอนนี้ ถ้าไม่ตาบอดก็คงจะโง่บัดซบ"
ต้วนหลิงเซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"แกหมายความว่ายังไง ข้าล่ะอยากจะรู้นักว่าแกไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้กล้าพูดจาแบบนี้"
หลายคนโกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดง
"หึ ตอนที่ไอ้โง่ต้วนเชียนเริ่นนั่นอาละวาดทำร้ายคนอื่น พวกแกมัวแต่กลับไปจัดงานศพให้แม่หรือไง หรือว่าตาบอดแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นกันล่ะ"
"ทีตอนนี้เสือกกระโดดออกมา จะมาทำตัวโอ้อวดวางก้ามอะไรตอนนี้"
ต้วนหลิงเซียวมีสีหน้าเย็นชาถึงขีดสุด
เมื่อกี้ไม่เห็นมีหมาตัวไหนกล้าเห่า ทีตอนนี้กลับเห่าหอนกันใหญ่ ก็แค่คิดว่าต้วนเชียนเริ่นเหนือกว่าเขาเท่านั้นแหละ
ตลกสิ้นดี
ก็แค่พวกนกสองหัว
นกสองหัวที่โผล่หัวออกมาตอนนี้
ในสายตาของต้วนหลิงเซียว ก็มีแต่ทางตายทางเดียวเท่านั้น
"หึ แกอยู่ระดับไหน แล้วต้วนเชียนเริ่นอยู่ระดับไหน"
"แกจะเอาตัวเองไปเทียบกับเขาได้ยังไง"
มหาปรมาจารย์ยุทธ์ผู้เป็นหัวหน้าตะคอกเสียงเย็น
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
"ตอนแม่แกคลอดแกออกมา โดนน้ำเยี่ยวหมูสาดใส่หัวหรือไง"
ต้วนหลิงเซียวขมวดคิ้ว
"แกหมายความว่ายังไงวะ"
ชายผู้นั้นกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ก็เพราะปากแกมันมีแต่กลิ่นเหม็นคาวเยี่ยวหมูไงล่ะ"
ต้วนหลิงเซียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"บัดซบเอ๊ย"
"ข้าจะฆ่าแก"
ชายผู้นั้นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ใบหน้ามืดทะมึนถึงขีดสุด
เขาปล่อยหมัดพุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของต้วนหลิงเซียวทันที
การลงมืออย่างกะทันหันนี้มีความรวดเร็วมาก
ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับวิญญาณยุทธ์ก็อาจจะหลบไม่ทัน
ปรมาจารย์ยุทธ์และมหาปรมาจารย์ยุทธ์อีกหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างยืนมองด้วยสายตาเย็นชา
ในสายตาของพวกเขา จุดจบได้ถูกกำหนดไว้แล้ว
ในระยะประชิดขนาดนี้ จุดจบของต้วนหลิงเซียวมีเพียงความตายอย่างแน่นอน
ทว่า
ต้วนหลิงเซียวกลับมีสีหน้าเรียบเฉย
กร๊อบ
แขนของมหาปรมาจารย์ยุทธ์ผู้นั้นระเบิดแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที
ละอองเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว กลิ่นคาวเลือดคลุ้งเตะจมูก
หมัดของต้วนหลิงเซียวนั้นรวดเร็วกว่า ดุดันกว่า และมีพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวกว่า
และหมัดนี้ ไม่เพียงแต่จะบดขยี้แขนของมหาปรมาจารย์ยุทธ์ผู้นี้จนแหลกละเอียดเท่านั้น
แต่มันยังระเบิดหัวไหล่และหน้าอกซีกขวาของเขาจนแหว่งหายไป
สร้างบาดแผลฉกรรจ์ที่น่าสยดสยอง
ต่อให้เป็นศัลยแพทย์ที่เก่งกาจที่สุดก็ไม่อาจยื้อชีวิตเขาไว้ได้อีกแล้ว
เพราะอวัยวะภายในซีกขวาทั้งหมดของเขา ถูกหมัดนี้บดขยี้จนกลายเป็นเพียงเศษเนื้อและเศษกระดูกไปหมดแล้ว
"เป็นไปได้ยังไง"
"มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้สิ"
ปรมาจารย์ยุทธ์และมหาปรมาจารย์ยุทธ์ที่เหลือต่างเบิกตากว้าง
แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
หมัดเดียวฆ่ามหาปรมาจารย์ยุทธ์ได้
แถมสภาพศพยังน่าอนาถขนาดนี้
มันเหนือความคาดหมายของพวกเขาไปไกลลิบ
ไอ้หมอนี่มันเป็นใครกันแน่ ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าวะ
"บุกเข้าไปพร้อมกันเลย"
มหาปรมาจารย์ยุทธ์อีกคนตะโกนลั่น
ปรมาจารย์ยุทธ์อีกสามคนที่อยู่ข้างๆ ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว
ทั้งสี่คนพุ่งเข้าโจมตีจากทิศทางที่ต่างกัน เพื่อปิดล้อมและสังหารต้วนหลิงเซียว
"ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย"
ต้วนหลิงเซียวปล่อยหมัดออกไปราวกับมังกรผงาด รัวหมัดออกไปสี่ครั้งติด
ปัง ปัง ปัง ปัง
เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นแทบจะพร้อมกันสี่ครั้ง
ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสี่คนที่พุ่งเข้ามา ก็ถูกชกจนหน้าอกทะลุเป็นรูโหว่
ลงไปทัวร์นรกพร้อมกันทั้งหมด
พวกเขาล้วนพบกับจุดจบเดียวกับมหาปรมาจารย์ยุทธ์คนก่อนหน้านี้
"ให้ตายเถอะ"
ผู้คนรอบด้านต่างอ้าปากค้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
แม่ร่วง
นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว
น่ากลัวยิ่งกว่าเรื่องผีในเดอะช็อคซะอีก
น่ากลัวยิ่งกว่าตื่นมากลางดึกแล้วเจอยายนอนอยู่ข้างๆ ซะอีก
น่ากลัวยิ่งกว่าผู้ชายแมนๆ ฝันว่ากำลังขี้แต่ดันขี้หดกลับเข้าไปในตูดซะอีก
เอ๊ะ ไม่สิ อันหลังน่ากลัวกว่าเยอะ
ทุกคนต่างตกตะลึง
ภาพที่เห็นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ทำเอาทุกคนได้แต่สบถคำหยาบออกมาเพื่อระบายความตื่นตระหนกในใจ
"เขาเป็นใครกัน"
"ฝีมือร้ายกาจขนาดนี้ ไม่มีทางที่จะเป็นคนไร้ชื่อเสียงแน่"
มีคนตะโกนถามเสียงหลง
"เชี่ยเอ๊ย ข้าพอนึกออกแล้ว"
"หลิงเทียนแห่งเจียงหนาน ต้องเป็นเขาแน่ๆ"
"ช่วงที่ผ่านมานี้ คนที่ลงมือฆ่าคนตรงไปตรงมาแถมยังอายุรุ่นราวคราวนี้ ก็ไม่มีใครอื่นอีกแล้วนอกจากเขา"
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีคนร้องตะโกนขึ้นมา
"หลิงเทียนงั้นหรือ"
"เขาคือคนที่แซ่หลิงคนนั้นน่ะหรือ"
"หลิงเทียนแห่งเจียงหนานที่สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายไปทั่วทั้งมณฑลตงหนานคนนั้นน่ะหรือ"
ผู้คนจำนวนมากร้องอุทานด้วยความตกใจ
ที่นี่อยู่ใกล้กับบริเวณที่อุกกาบาตจากนอกโลกตกลงมา ส่วนใหญ่ล้วนเป็นยอดฝีมือในแวดวงวิทยายุทธ์
รวมไปถึงคนของตระกูลใหญ่ผู้มีอิทธิพลและมีฐานะทางสังคม
ดังนั้นช่องทางการรับข่าวสารของพวกเขาจึงกว้างขวางและรวดเร็วมาก
แม้ทางฝั่งมณฑลตงหนานจะจงใจปิดบังข่าว
แต่เวลาผ่านไปหลายวัน ประกอบกับวีรกรรมที่ต้วนหลิงเซียวได้ก่อไว้นั้นมันสะเทือนเลื่อนลั่นเกินไป
จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วทั้งเมือง
ข่าวลือเหล่านี้ย่อมต้องแพร่สะพัดมาถึงหูของขั้วอำนาจใหญ่ในมณฑลหูเทียนและมณฑลอื่นๆ อย่างแน่นอน
หกตระกูลใหญ่และสามแก๊งอิทธิพลในเมืองเจียงหนานถูกกวาดล้าง
คุณหนูตระกูลเหอแห่งเกาะฮ่องกงถูกบีบคอจนตาย
โหวบูรพาทักษิณลูกบุญธรรมของเยี่ยจิ้นเฉิงถูกฆ่า
ประธานสมาคมวิทยายุทธ์แห่งมณฑลตงหนานถูกฆ่า
น้องชายแท้ๆ ของแม่ทัพชีฉางหลงผู้กุมอำนาจทางการทหารก็ถูกฆ่าตายเช่นกัน
แต่ละเรื่อง
แต่ละเหตุการณ์
ล้วนแต่เป็นเรื่องใหญ่ระดับที่ทำให้คนธรรมดาตกใจจนหัวใจวายตายได้ทั้งสิ้น
แต่ผู้ก่อเหตุและตัวการสำคัญกลับเป็นคนคนเดียวกันทั้งหมด
แล้วแบบนี้จะไม่ให้ทุกคนตกตะลึงได้อย่างไร
ใครจะยังคงความสงบเยือกเย็นอยู่ได้ล่ะ
"เขาเก่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"
หลินจื่อเซี่ยอ้าปากค้าง ดวงตาคู่สวยเปล่งประกาย
ใบหูของเธอแดงซ่านขึ้นมาเล็กน้อย
นั่นก็เป็นเพราะว่าตอนแรกเธอเผลอดูถูกต้วนหลิงเซียวไปเสียสนิทเลยน่ะสิ
เงียบ
เงียบกริบจนน่าขนลุก
ทุกคนต่างนิ่งเงียบกริบ
คิดไม่ถึงเลยว่าต้วนหลิงเซียวจะเดินทางจากมณฑลตงหนานมาถึงมณฑลหูเทียนได้
"ดูเหมือนว่าเขาเองก็มาเพื่อแย่งชิงอุกกาบาตจากนอกโลกก้อนนั้นสินะ"
"แต่คนที่มาวันนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นศัตรูของเขาทั้งนั้นเลยนะ"
"ตอนนี้ตัวตนของเขาถูกเปิดเผยแล้ว คาดว่าคงต้องเผชิญกับวิกฤตที่ตามมาอีกไม่จบไม่สิ้นแน่"
"โดนล้อมรอบด้วยศัตรู หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ เขาคงตกอยู่ในอันตรายแล้วล่ะ"
ผู้คนต่างจับจ้องไปที่ต้วนหลิงเซียวพลางซุบซิบนินทากันเบาๆ
"รนหาที่ตายนัก"
"ข้าไม่สนหรอกว่าแกเป็นใคร หน้าไหนที่กล้าแตะต้องน้องชายของข้า มันต้องตาย"
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดุจพยัคฆ์คำรามลั่นป่าก็ดังกึกก้องขึ้น
เสียงระเบิดดังกึกก้อง คลื่นพลังวิทยายุทธ์อันแข็งแกร่งสั่นสะเทือนจนทำเอาแก้วหูของทุกคนดังอื้ออึง
"น้องพี่"
ชายวัยกลางคนผู้มีกลิ่นอายแข็งแกร่ง สวมชุดจงซานและรองเท้าหนัง ก้าวเท้ายาวๆ เดินเข้ามา
ร่างกายของเขาแผ่กลิ่นอายของผู้ทรงอำนาจออกมา
ด้านหลังของเขายังมีกลุ่มคนเดินตามมาติดๆ
และเมื่อเห็นใบหน้าของเขา หลายคนก็มีสีหน้าเคารพนบนอบขึ้นมาทันที
ต้วนเทียนหยา กรรมการบริหารแห่งกรมวิทยายุทธ์ส่วนกลาง
"พ่อแม่ของต้วนเทียนหยาตายไปตั้งแต่เขายังเด็ก เขาต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้องชายเพียงสองคน แม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่ความผูกพันก็เหมือนพ่อลูกนั่นแหละ"
"พี่ชายคนโตก็เหมือนพ่อ ตอนนี้ต้วนเชียนเริ่นถูกฆ่า เขาคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่"
"ต้วนเชียนเริ่นเป็นแค่เจ้าสำนักขวงซานั่นไม่เท่าไหร่ แต่พี่ชายของเขานี่สิไม่ธรรมดาเลย"
"ไม่อย่างนั้นจะมีใครยอมให้ต้วนเชียนเริ่นทำตัวกร่างไปทั่วในมณฑลหูเทียนได้ล่ะ"
ทุกคนต่างส่ายหน้า
วินาทีที่เห็นต้วนเทียนหยาปรากฏตัว ทุกคนก็รู้ได้ทันทีว่า
เรื่องนี้ไม่อาจจบลงง่ายๆ แน่
"บัดซบ"
"กล้าฆ่าน้องชายของข้า ก็เอาชีวิตของแกมาสังเวยซะ"
ต้วนเทียนหยาตะโกนลั่น ใบหน้าของเขาเย็นชาถึงขีดสุด
"กรรมการต้วน รอก่อน ขอข้าแจมด้วยคน"
"ไอ้สารเลวแซ่หลิงคนนี้มันเคยบังอาจฆ่าคนของหอการค้าตงอิ๋งของข้า วันนี้มันก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตเช่นกัน"
ทันทีที่สิ้นเสียงของต้วนเทียนหยา จู่ๆ ก็มีเสียงตะคอกเย็นชาดังมาจากไม่ไกลนัก
เป็นเสียงของคนตงอิ๋ง
[จบแล้ว]