เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE 4 – 2 : ความลี้ลับของมิติกาลเวลา

GE 4 – 2 : ความลี้ลับของมิติกาลเวลา

GE 4 – 2 : ความลี้ลับของมิติกาลเวลา


GE 4 – 2 : ความลี้ลับของมิติกาลเวลา

 

         ชางลั่วเฉินเอื้อมมือไปหยิบภาพวาดที่ถูกม้วนอยู่และพบว่ามันหนักอย่างไม่น่าเชื่อเหมือนกับว่ามันติดแน่นอยู่กับแท่นหิน ภาพวาดไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆทั้งสิ้นไม่ว่าชางลั่วเฉินจะออกแรงขนาดไหนก็ตาม

 

 

         ในตอนนี้ชางลั่วเฉินไม่สามารถทำอะไรกับภาพวาดได้และเมื่อเขาไม่สามารถหยิบหรือเปิดภาพวาดที่ถูกม้วนได้ดังนั้นเขาจึงเบนความสนใจไปยังตำราสีเงินที่อยู่ข้างๆแทน

 

 

         “วังวนมิติ ” คือชื่อของมันถูกเขียนบนหน้าปกตำรา

 

 

         แต่รอบนี้ชางลั่วเฉินได้เตรียมพร้อมอย่างดี เขาโคจรลมปราณในร่างกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากนั้นเขาก็เปิดหน้าแรกของตำราออกมา

 

 

         “มันเปิดง่ายกว่าที่คิด ?” เขาสามารถพลิกหน้าตำราได้อย่างง่ายดาย

 

 

         ชางลั่วเฉินส่ายหัวให้กับตัวเองเพราะว่าเขาคิดว่าตำราน่าจะเหมือนกับภาพวาดที่เขาไม่สามารถหยิบออกมาจากที่มันอยู่ได้เมื่อเขาเห็นเช่นนั้นเขาจึงหยุดใช้พลังลมปราณ

 

 

เขาหยิบตำรา "วังวนมิติ" ถืออยู่ในมือและอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

 

         หน้าแรกของ "วังวนมิติ" ไม่ได้เขียนเคล็ดลับเกี่ยวกับการฝึกฝนแต่เขียนบันทึกของนักพรตซูมี๋ผู้ที่ครอบครองอัญมณีประจักษ์เวลาคนสุดท้ายในยุทธจักร

 

 

         หลังจากที่อ่านบันทึกของนักพรตซูมี๋ ชางลั่วเฉินก็เข้าใจหมดทุกอย่าง

 

         ตามบันทึกของนักพรตซูมี๋เครื่องรางปวงเทพของชางลั่วเฉินเป็นเครื่องรางปวงเทพแห่งประจักษ์เวลา

 

         แม้ว่ามีผู้คนจำนวนหลายล้านคนบนโลกนี้แต่ทว่าไม่มีใครที่ได้รับเครื่องรางปวงเทพแห่งประจักษ์เวลาเลยเว้นแต่เพียงสองคนเท่านั้นที่ได้ครอบครองมันและในปัจจุบันเขาเป็นคนที่สาม….

 

         นักพรตซูมี๋เป็นคนที่สองที่ได้รับเครื่องรางปวงเทพแห่งประจักษ์เวลาทว่าตามบันทึกตำรา "วังวนมิติ"  เขาตายมาเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้วตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ

 

         สถานที่ชางลั่วเฉินอยู่ในตอนนี้คือมิติหวนกลับของอัญมณีประจักษ์เวลา.

 

         เวลาที่ไหลผ่านในมิติหวนกลับแตกต่างกับช่วงเวลาที่ไหลในโลกภายนอกโดยทฤษฎีแล้วเวลาในมิติหวนกลับ 3 วันเท่ากับเวลาในโลกปกติ 1 วัน

 

         ชางลั่วเฉินรู้สึกดีใจอย่างมาก เขากำลังคิดอย่างตื่นเต้นว่า “การฝึกฝนในมิติหวนกลับ 3 วัน เท่ากับ 1 วันในโลกปกติ มันหมายความว่าข้ามีเวลามากกว่าคนอื่น 3 เท่า !!!”

 

         เมื่อชางลั่วเฉินต้องการพลิกไปยังหน้าสองแต่ทว่าเขาไม่สามารถเปิดได้ไม่ว่าเขาจะพยายามทำอย่างไรก็ตาม

 

         “ข้าไม่สามารถเปิดได้!!!”

 

         ชางลั่วเฉินอยากจะทิ้งตำราลงบนพื้นแต่ทันใดนั้นเองเขาก็ได้สังเกตุเห็นตัวอักษรเล็กๆอยู่ที่บรรทัดสุดท้ายของหน้าแรก

 

         “เมื่อเจ้าบรรลุพลังอำพันจักรสวรรค์ขั้นหยั่งรู้จึงจะสามารถเปิดมันได้ เจ้าจงถ่ายลมปราณลงบนภาพวาดแล้วเจ้าจะเปิดหน้าที่สองได้.....”

 

         ชางลั่วเฉินมองไปยังภาพวาดอีกครั้งและคิดว่า “เคล็ดลับวิธีการฝึกฝนน่าจะถูกบันทึกในนั้นอย่างแน่นอนและนี่อาจจะเกี่ยวข้องกับวิธีการฝึกพลังประจักษ์เวลา”

 

         “ข้าจะฝึกให้หนักกว่านี้และพยายามบรรลุพลังขั้นหยั่งรู้ให้เร็วที่สุดเพราะว่าข้าต้องการรู้ความลับของภาพวาดนั่น”

 

         ขั้นหยั่งรู้คือขั้นพลังย่อยที่ 4 ส่วนขั้นที่สูงกว่ามันคือขั้นนักปราชญ์ ขั้นนักรบเทวะและขั้นปราชญ์เทวะ

 

         ชางลั่วเฉินรู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อยดังนั้นเขาจึงออกจากมิติหวนกลับของอัญมณีประจักษ์เวลา

 

         เขาถืออัญมณีประจักษ์เวลาไว้ในมือด้วยความสามารถของมิติเขามีความมั่นใจอย่างมากว่าเขาจะสามารถบรรลุอำพันจักรสวรรค์ขั้นสามัญภายในสามเดือนได้

 

         ชางลั่วเฉิน สนมหลิงและข้ารับใช้หยุนนั่งกินข้าวเช้าด้วยกัน..

 

         บนโตะอาหารมีแค่ข้าว ขนมปังอบไอน้ำและไม่มีอะไรที่เป็นเนื้อสัตว์เลย

 

         นักรบต้องใช้พลังงานมากกว่าคนทั่วไปฉะนั้นอาหารประจำวันจึงสำคัญเป็นอย่างมาก

 

         องค์ชายและองค์หญิงที่ได้รับเครื่องรางปวงเทพได้หยุดกินอาหารรูปแบบปกติและเลือกที่จะกินยาเม็ดอสูรโลหิตเป็นยาที่กลั่นมาจากเลือดของสัตว์อสูรร้ายในทวีปแห่งนี้

 

         ยาเม็ดอสูรโลหิตหนึ่งเม็ดสามารถทดแทนพลังงานที่ใช้ได้ทั้งวัน แม้ว่าจะทำการฝึกฝนทักษะหมัดและทักษะกระบี่ทั้งวัน ผู้กินจะไม่รู้สึกหิวแม้แต่น้อย

 

         นอกจากนั้นยาเม็ดอสูรโลหิตยังมีความสามารถในการพัฒนาหมุนเวียนเลือดเพื่อเสริมสร้างร่างกายของผู้ฝึกวรยุทธและเพิ่มความแข็งแกร่ง

 

         ถึงแม้ว่าชางลั่วเฉินกินอาหาร 8 มื้อต่อวันแต่ถ้ากินแต่ข้าวกับขนมปังอบไอน้ำ มันก็คงไม่เพียงพอกับพลังงานต่อวันที่เขาควรได้รับ

 

         “เฉินเอ๋อ ตอนนี้เจ้าก็ได้รับเครื่องรางปวงเทพแล้ว เจ้าไม่ควรจะกินอาหารจำพวกนี้รับนี่ไปยาเม็ดอสูรโลหิตจำนวน 10 เม็ดเดี๋ยวข้าจะหาวิธีหามาเพิ่มถ้าเจ้าต้องการ” นางสนมหลิงนำขวดหยกออกมาและนำไปให้ชางลั่วเฉิน

 

         ชางลั่วเฉินไม่คาดคิดว่านางสนมหลิงจะมียาเม็ดอสูรโลหิต10 เม็ด เขาจึงถามด้วยความสงสัย “ท่านแม่ ยาเม็ดอสูรโลหิตหนึ่งเม็ดมีราคา 5 เหรียญเงิน 10 เม็ดมีค่า 50 เหรียญเงิน ท่านไปหาเงินจำนวนมากขนาดนี้จากไหน?”

 

         นางสนมหลิงยิ้มและกล่าวว่า “ข้ามีลู่ทางหาเงินให้เจ้าเสมอ!”

 

         ข้ารับใช้หยุนผู้ที่ยื่นอยู่ข้างหลังนางสนมหลิงได้กล่าวขึ้นมา “นายหญิงแลกปิ่นปักผมทองที่ท่านรักกับยาเม็ดอสูรโลหิตจำนวน 10 เม็ดที่ตลาดโอสถ!”

 

         นางสนมหลิงหันไปมองข้ารับใช้หยุนอย่างตำหนิที่นางปากสว่างและนางก็กล่าวขึ้นมา “เฉินเอ๋อ เจ้าอย่าคิดมากเลยถ้ามันทำให้เจ้าได้เป็นผู้ฝึกยุทธที่แข็งแกร่ง ข้าก็จะยอมทำทุกวิธีทางเพื่อสนับสนุนเจ้าแม้ว่าข้าจะต้องขายสิ่งล้ำค่าทั้งหมดที่ข้ามี  ”

 

         ชางลั่วเฉินซึ้งใจเป็นอย่างมาก เขากำขวดหยกอย่างแน่นและเม้มริมฝีปากตัวเองเพราะเขาต้องการบอกสนมหลิงว่าเขาเป็นนักรบแล้ว

 

         ไม่ เขาไม่สามารถบอกนางตอนนี้ได้

 

         เขาใช้เวลาหนึ่งวันเพื่อเปิดบ่อลมปราณและบรรลุการขัดเกลากระดูกดำพร้อมกับการทลายเส้นลมปราณทำให้เขามีความก้าวหน้าที่เร็วมากซึ่งถ้าหากข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปองค์ชายและจักรพรรดินีต้องหาทางใส่ร้ายเขาอย่างแน่นอน

 

         สถานะในปัจจุบันของเขาอ่อนแอและต้องการเพิ่มพลังในร่างกายของเขาให้มากกว่านี้

 

ติดตามตอนต่อไป............

จบบทที่ GE 4 – 2 : ความลี้ลับของมิติกาลเวลา

คัดลอกลิงก์แล้ว