- หน้าแรก
- วิถีข้าราชการแสนสงบของอดีตตัวร้าย
- บทที่ 17 แม้แต่ทนายก็โดนรวบด้วยเหรอ? โหดเกินไปไหม?
บทที่ 17 แม้แต่ทนายก็โดนรวบด้วยเหรอ? โหดเกินไปไหม?
บทที่ 17 แม้แต่ทนายก็โดนรวบด้วยเหรอ? โหดเกินไปไหม?
บทที่ 17 แม้แต่ทนายก็โดนรวบด้วยเหรอ? โหดเกินไปไหม?
ในขณะนี้ สายตาทุกคู่ในห้องต่างจับจ้องไปที่โจวเฉิง โดยเฉพาะท่าทีตอนที่เขาถือหลักฐานและต่อว่าหวังหลุนอย่างดุดันนั้น ดูราวกับพระเอกหลุดออกมาจากจอภาพยนตร์ไม่มีผิด
การกระทำดังกล่าวสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้ในทันที
ไม่เพียงแค่ประชาชนทั่วไปที่มาติดต่อธุระบนสถานีตำรวจเท่านั้น แต่บรรดาเพื่อนร่วมงานหญิงของโจวเฉิงหลายคนก็ยังถูกดึงดูดไปด้วย
ก็ช่วยไม่ได้นี่นา
โจวเฉิงเกิดในครอบครัวเศรษฐีและได้รับการอบรมสั่งสอนแบบชนชั้นสูงมาตั้งแต่เกิด
ราศีของเขาถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งโตก็ยิ่งหล่อเหลาเอาการ เรียกได้ว่าในบรรดาคนทั้งหมดที่อยู่ตรงนี้ ไม่มีใครโดดเด่นสง่างามไปกว่าโจวเฉิงอีกแล้ว
ก็อย่างว่า เดิมทีเขาเป็นถึงตัวร้ายในละครสั้น ถ้าหน้าตาไม่ดีก็คงจะแปลกพิลึก
ทว่าความหล่อเหลานี้กลับกลายมาเป็นปัญหาสำหรับโจวเฉิงเสียแล้ว
เขารู้ดีว่าโลกใบนี้ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และเขาไม่อยากถูกรายล้อมไปด้วยพวกแม่พระผู้แสนดีที่วันๆ เอาแต่คลั่งรักหรอกนะ
"เหล่าเฉิน เป็นอะไรไป สนใจเสี่ยวโจวของเรางั้นสิ"
"ไปให้พ้นเลย ไม่เห็นหรือไงว่าเสี่ยวจ้าวคอยประกบเสี่ยวโจวไม่ห่างเลย"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ก็แค่พวกเราอายุเริ่มเยอะแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันต้องเดินหน้าจีบเสี่ยวโจวแน่ๆ"
เพื่อนร่วมงานหญิงสองคนหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
"ที่รัก มีเรื่องอะไรกัน ฉันเพิ่งไปเข้าห้องน้ำมา เรื่องทำบัตรประชาชนใบใหม่เสร็จหรือยัง" ชายคนหนึ่งเดินแทรกกลุ่มไทยมุงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวคนหนึ่งแล้วเอ่ยถาม
"ใกล้แล้วล่ะ แต่ยังไม่ถึงคิวฉัน" หญิงสาวโบกมือปัดขณะตอบคำถาม
ตอนนี้เธอกำลังอินกับละครฉากใหญ่ตรงหน้าจนไม่สนใจสิ่งอื่นใด
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย เอ๊ะ นั่นมันทนายความไม่ใช่เหรอ ตอนที่ฉันไปเข้าห้องน้ำเมื่อกี้ยังเห็นเขามาประกันตัวผู้หญิงคนหนึ่งอยู่เลย อ้อ ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาสวยใช้ได้เลยนะ แล้วเธอไปไหนแล้วล่ะ"
ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย คำพูดนี้ทำให้หญิงสาวที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ดึงสายตากลับมา แล้วตวัดตามองฝ่ายชายด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
"หน้าตาสวยใช้ได้งั้นเหรอ ยัยนั่นเพิ่งโดนจับไปแล้ว พ่อแม่ของหล่อนก็โดนรวบไปเหมือนกัน หล่อนมันสิบแปดมงกุฎ ส่วนพ่อแม่ก็เป็นพวกหนีคดี ถ้าคุณชอบหล่อนนัก ก็ตามเข้าไปอยู่ในคุกด้วยกันเลยสิ" หญิงสาวกระแทกเสียงใส่อย่างหงุดหงิด
คำพูดนี้ทำเอาชายหนุ่มถึงกับสะดุ้ง
ความอยากรู้อยากเห็นของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาจนถึงขีดสุด
"สรุปแล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่"
"จะเกิดอะไรขึ้นได้อีกล่ะ ก็คุณตำรวจสุดหล่อคนนี้เพิ่งงัดหลักฐานออกมาจับคนพวกนั้นยกครัวเลยน่ะสิ แล้วดูเหมือนว่าตอนนี้ แม้แต่ทนายความที่พวกนั้นจ้างมาก็กำลังจะโดนจับไปด้วย"
"ซี๊ดด แม้แต่ทนายก็ยังจะโดนรวบด้วยเหรอ โหดเกินไปหรือเปล่าเนี่ย"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ให้ตายเถอะ นี่เขาจะโหดถึงขั้นหมาเดินผ่านก็ยังต้องโดนเตะด้วยไหมเนี่ย
"ของปลอม นี่มันของปลอมทั้งนั้น วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอคุณ และก็ไม่เคยมีใครแจ้งความเอาผิดผมมาก่อนด้วย แล้วมันจะบังเอิญขนาดที่คุณงัดหลักฐานความผิดของผมออกมาได้พอดีในวันนี้เลยเหรอ"
"เพราะฉะนั้นเห็นได้ชัดเลยว่านี่มันของปลอม หลักฐานพวกนี้คุณจงใจปลอมแปลงขึ้นมาแน่ๆ"
เมื่อได้ยินคำพูดของโจวเฉิง หัวใจของหวังหลุนที่เต้นรัวอยู่แล้วก็ยิ่งรู้สึกประหม่าและลุกลนอย่างหนัก
ปกติแล้วเขาเป็นฝ่ายแก้ต่างให้ลูกความ เขาจึงมักจะรักษาความเยือกเย็นไว้ได้เสมอ
แต่พอเรื่องบัดซบนี้มาตกอยู่ที่หัวตัวเอง เขากลับไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้เลย
เพราะเขารู้อยู่แก่ใจดีว่า เขาเคยทำเรื่องพวกนั้นจริงๆ
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเป็นมืออาชีพ เป็นทนายความที่มีประสบการณ์ช่ำชองมากว่ายี่สิบปี
ดังนั้นแม้จะตื่นตระหนกแค่ไหน เขาก็ยังสามารถโต้แย้งออกมาได้
เขาโต้กลับโจวเฉิงอย่างดุเดือด
เขาชี้ชัดไปเลยว่าหลักฐานที่โจวเฉิงนำมาแสดงนั้นเป็นของปลอมทั้งหมด
หลังจากพูดจบ ความมั่นใจของเขาก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง
น้ำเสียงของเขาเริ่มแข็งกร้าวยิ่งขึ้น
"คุณตำรวจ คุณน่าจะรู้ดีนะว่าโทษของการปลอมแปลงหลักฐานและปรักปรำผู้อื่นมันหนักหนาแค่ไหน" หวังหลุนถลึงตาใส่โจวเฉิงพลางกัดฟันกรอด
เขาแค่มารับงานเล็กๆ จัดการเรื่องประกันตัวคนแท้ๆ
ไม่คิดเลยว่ามันจะบานปลายไปพัวพันกับเรื่องอื่นอีกมากมายขนาดนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่มันลากเขาเข้าไปซวยด้วยนี่สิ
ความซวยนี้ทำให้เขารู้สึกคับแค้นใจจนอธิบายไม่ถูก
"ผมจะบอกอะไรให้นะ ถ้าหลักฐานในมือคุณไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผมทำผิดกฎหมายจริงๆ ล่ะก็ ผมจะฟ้องคุณแน่"
หวังหลุนพูดต่อ พยายามใช้เสียงดังข่มเพื่อดึงความน่าเกรงขามของตัวเองกลับมา
จากนั้น เขาก็ไม่ลืมที่จะหันไปตะโกนบอกประชาชนที่มายืนมุงดูอยู่รอบๆ
"พี่น้องประชาชน ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมครับ ผมก็แค่ออกหน้าพูดแทนลูกความไปนิดหน่อย ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกความของผมทำผิดกฎหมาย แต่ตอนนี้เขากลับมาผูกใจเจ็บผมเสียแล้ว"
"ตอนนี้เขาถึงขั้นกล้าปลอมแปลงหลักฐานมาใส่ร้ายผม ถ้าวันนี้ผมโดนพวกเขาจับกุมและคุมตัวไป พวกเขาจะต้องแต่งเติมหลักฐานปลอมนั่นให้ดูแนบเนียนขึ้นอีกแน่ๆ"
"นี่มันฉ้อฉลเกินไปแล้ว ขนาดผมเป็นทนายความยังหนีไม่พ้น นับประสาอะไรกับประชาชนตาดำๆ อย่างพวกคุณ"
"เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนช่วยผมด้วยนะครับ เอาโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายคลิปเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ แล้วอย่าลืมเอาไปโพสต์ลงเน็ตด้วยนะครับ"
สมกับเป็นทนายความที่มักจะปล่อยข่าวลือ ใส่ร้ายป้ายสีบนโลกออนไลน์ และใช้หน้าม้าอินเทอร์เน็ตสร้างกระแสสังคม กลยุทธ์ของเขาถือว่าแพรวพราวและรับมือได้ยากจริงๆ
ถ้าหลักฐานในมือของโจวเฉิงมีน้ำหนักไม่พอจริงๆ เขาคงถูกทนายความคนนี้ปั่นกระแสจนตายสนิทแน่
"ใช่แล้ว ตำรวจจะมาปรักปรำคนอื่นมั่วๆ ไม่ได้นะ วันนี้พวกเราจะจับตาดูอยู่ตรงนี้แหละ ถ้าหลักฐานในมือคุณมีไม่พอ ก็ปล่อยเขาไปซะ"
ชายคนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำตะโกนสนับสนุนขึ้นมา
ส่วนคนอื่นๆ ที่อยากจะผสมโรงด้วยก็ต้องยั้งปากเอาไว้ก่อน
เพราะพวกเขาได้เห็นกระบวนการทั้งหมดตอนที่โจวเฉิงจับกุมครอบครัวของหลี่ซูหยวนแล้ว ลึกๆ ในใจพวกเขาจึงเชื่อว่าพ่อหนุ่มโจวเฉิงคนนี้คงไม่จัดฉากสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมาหรอก
เมื่อได้ยินเสียงตะโกน โจวเฉิงก็ปรายตามองชายคนนั้นเล็กน้อย
เขาส่งยิ้มบางๆ ให้ชายคนดังกล่าว
ก่อนจะหันกลับมามองที่เดิม
ผู้อำนวยการหลี่มองดูสถานการณ์ตรงหน้าแล้วรู้สึกเหมือนหัวจะปวดจนระเบิด
เขาเพิ่งจะรู้สึกยินดีที่โจวเฉิงจับผู้ต้องหาหนีคดีได้อีกสองคนแถมยังมีสิบแปดมงกุฎอีกหนึ่ง สร้างชื่อเสียงให้สถานีตำรวจอีกครั้งแท้ๆ
ไม่คิดเลยว่าโจวเฉิงจะกัดไม่ปล่อยแม้กระทั่งทนายความ
เธอมันก็แค่เด็กฝึกงาน จะไปเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมของเขาได้ยังไงกัน
"โจวเฉิง..." ผู้อำนวยการหลี่กำลังครุ่นคิดหาวิธีช่วยหาทางลงให้โจวเฉิง
แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร โจวเฉิงก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
"ผู้อำนวยการหลี่ครับ ลองตรวจสอบหลักฐานพวกนี้ดูก่อน ในนี้มีทั้งประวัติการแชต บันทึกเสียงการโทร บันทึกการโอนเงิน และอื่นๆ ครบถ้วนเลยครับ"
โจวเฉิงยื่นแฟ้มเอกสารในมือให้กับผู้อำนวยการหลี่
"เราแค่ต้องควบคุมตัวเขาไว้ก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ นำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกทีได้ครับ" โจวเฉิงกล่าวอย่างมั่นใจ
ผู้อำนวยการหลี่รับเอกสารมาจากโจวเฉิง เปิดออกดูและตรวจสอบอย่างละเอียด ภายในนั้นมีภาพจับหน้าจอการสนทนาที่ถูกพิมพ์ออกมา และยังมีแฟลชไดรฟ์อีกหนึ่งอัน
บันทึกเสียงการสนทนาที่โจวเฉิงพูดถึงล้วนถูกเก็บไว้ในแฟลชไดรฟ์อันนี้
"ก็อย่างที่เขาพูดเองนั่นแหละครับ วันนี้เป็นวันแรกที่เราพบกัน เพราะฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะสามารถเตรียมหลักฐานพวกนี้ไว้ล่วงหน้าเพื่อมากลั่นแกล้งเขา" โจวเฉิงอธิบายเสริม
ผู้อำนวยการหลี่ที่กำลังก้มดูหลักฐานพยักหน้ารับ มันก็มีเหตุผลจริงๆ นั่นแหละ
ยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานที่โจวเฉิงหามาได้ยังครอบคลุมและรัดกุมจนเกินไปเสียด้วยซ้ำ
หวังหลุนเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ
ในวินาทีนั้นเอง โจวเฉิงก็เดินอาดๆ ตรงเข้าไปหาเขาทันที
"คุณจะทำอะไร สร้างหลักฐานเท็จยังไม่พอ คุณยังคิดจะจับกุมผมด้วยความรุนแรงอีกงั้นเหรอ นี่มันใช้อำนาจเพื่อแก้แค้นส่วนตัวชัดๆ"
หวังหลุนตกใจท่าทีของโจวเฉิงจนต้องก้าวถอยหลังไปสองก้าว
แต่โจวเฉิงก็ยังไม่หยุดเดิน
เขาเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของหวังหลุนเอาไว้
จากนั้นก็กระชากเสื้อสูทของหวังหลุนออก และกระชากแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวจนขาด เผยให้เห็นท่อนแขนของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
"ทนายความหวัง คุณบอกว่าหลักฐานของผมเป็นของปลอม ผมจงใจสร้างมันขึ้นมา และไม่สามารถใช้ควบคุมตัวคุณได้ใช่ไหม"
"ถ้าอย่างนั้นผมขอถามหน่อยเถอะ รอยเข็มฉีดยาบนแขนของคุณนี่มันคืออะไรกัน"
"แบบนี้พอจะใช้เป็นเหตุผลในการควบคุมตัวคุณได้หรือยังล่ะ"