- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หมอดูเทวดา
- บทที่ 327 ปกติแล้วคนที่ทำงานประเภทนี้มักจะเป็นหญิงวัยห้าสิบกว่า ไม่ใช่เด็กสาวอายุน้อย
บทที่ 327 ปกติแล้วคนที่ทำงานประเภทนี้มักจะเป็นหญิงวัยห้าสิบกว่า ไม่ใช่เด็กสาวอายุน้อย
บทที่ 327 ปกติแล้วคนที่ทำงานประเภทนี้มักจะเป็นหญิงวัยห้าสิบกว่า ไม่ใช่เด็กสาวอายุน้อย
บทที่ 327 ปกติแล้วคนที่ทำงานประเภทนี้มักจะเป็นหญิงวัยห้าสิบกว่า ไม่ใช่เด็กสาวอายุน้อย
เมื่อสังคมพัฒนาและก้าวหน้า ผู้คนก็เรียนรู้สิ่งต่างๆ ผ่านโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตมากขึ้น พวกเขาไม่ได้ถูกหลอกง่ายเหมือนเมื่อก่อน พวกต้มตุ๋นจำนวนมากจึงไม่สามารถหากินทางนี้ได้อีกต่อไป และคนที่จะเข้ามาทำอาชีพนี้ก็น้อยลงเรื่อยๆ ในละแวกบ้านของหลินจินเอ๋อ มีร่างทรงเหลืออยู่เพียงคนเดียวแถมยังมีวิชาแค่หางอึ่ง ปกติแล้วนางจะถูกเรียกตัวไปก็ต่อเมื่อมีเด็กนอนไม่หลับในตอนกลางคืน นางเพียงแค่สวดพึมพำไม่กี่คำ ก็ได้เงินมายี่สิบสามสิบหยวนต่อครั้ง
หลินจินเอ๋อเติบโตมากับการเห็นเรื่องพวกนี้จนชินตา ดังนั้นเธอจึงยังคงมีความเชื่อเรื่องการทำนายดวงชะตาอยู่บ้าง เธอคิดว่าลองดูดวงสักหน่อยก็ไม่เสียหาย หากมีเคราะห์ภัยจริงๆ การรู้ล่วงหน้าก็อาจช่วยให้หลีกเลี่ยงได้
หลินชิงอินลากเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งลง โดยมีหลินจินเอ๋อนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เฉินจื่อนั่วรู้สึกปวดหัวตุบๆ แต่เธอก็พูดอะไรไม่ออกในเวลานี้ คนหนึ่งคือเพื่อนร่วมห้องที่เพิ่งรู้จักกัน ส่วนอีกคนก็คือแม่แท้ๆ ของเธอเอง คนที่ถูกประกบอยู่ตรงกลางอย่างเธอจะพูดอะไรได้ล่ะ? จึงทำได้เพียงเก็บความอึดอัดไว้ในใจ
เวลาหลินชิงอินดูดวงให้กับคนแปลกหน้า เธอมักจะเริ่มต้นด้วยการบรรยายสภาพครอบครัวของอีกฝ่ายเพื่อสร้างความเชื่อใจก่อนจะเข้าสู่การทำนาย
"คุณมีพี่ชายหนึ่งคนและพี่สาวสองคน ทำให้คุณเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว ตอนเด็กๆ คุณไม่ได้พบกับความยากลำบากอะไรนัก ชีวิตรักในวัยสาวค่อนข้างลุ่มๆ ดอนๆ แต่โชคดีที่คุณได้พบกับคนที่ใช่ตอนอายุสามสิบ นำไปสู่ชีวิตคู่ที่มีความสุข" หลินชิงอินยิ้มบางๆ "เดือนหน้าเป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ยี่สิบของคุณใช่ไหมคะ?"
หลินจินเอ๋อถึงกับอ้าปากค้าง "คุณพระช่วย! คุณดูแม่นเกินไปแล้ว! ตอนสาวๆ น้าเคยคบคนมาสามคน แต่พอคุยกันเรื่องแต่งงานทีไร ก็มีอันต้องล่มไปเพราะเหตุไม่คาดฝันทุกที ยืดเยื้อตั้งแต่อายุยี่สิบสี่จนถึงสามสิบ กลายเป็นสาวทึนทึกไปเลย ต่อมาตอนที่น้าถอดใจเรื่องแต่งงานแล้ว ก็ได้มาเจอกับพ่อของจื่อนั่ว พวกเราคบหากันแค่ครึ่งปีก็ตกลงปลงใจแต่งงานกันเลย"
หลินจินเอ๋อเดาะลิ้นและสรุปว่า "ถ้าน้าจะบอกนะ เรื่องความรักไม่ควรปล่อยให้ยืดเยื้อเกินไป ยิ่งคบนานก็ยิ่งมีโอกาสไม่ได้แต่งงาน สู้ตีเหล็กตอนกำลังร้อนไม่ได้หรอก"
แม่ของชิงอินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา "นั่นเป็นเพราะคุณได้เจอคนดีน่ะสิคะ สำหรับบางคน ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานๆ ถึงจะมองเห็นข้อเสีย การแต่งงานเร็วเกินไปอาจทำให้มานั่งเสียใจทีหลังได้นะ"
"คุณพูดก็มีเหตุผลนะคะ" หลินจินเอ๋อกล่าว "น้ากับแฟนคนแรกเลิกกันก็เพราะข้อเสียของเขาเผยออกมาจนหมดเปลือก ถ้ามารู้เอาตอนหลังแต่งงานก็คงช้ำใจแย่ สมัยนั้นการหย่าร้างไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ขืนต้องทนอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตคงสะอิดสะเอียนตาย โชคดีที่รู้ตัวก่อนแต่งก็เลยเลิกกันไป"
"ส่วนฉันแต่งงานกับรักแรกค่ะ ครอบครัวแม่สามีใจจืดใจดำมาก แต่ฉันคบกับเขามานานแล้ว ก็เลยรู้สึกตัดใจไม่ลง จึงจำใจฝืนทนแต่งงานกับเขาไป" เมื่อนึกถึงชีวิตในช่วงแรก แม่ของชิงอินก็ถอนหายใจด้วยความรำลึกความหลัง "โชคดีที่สามีฉันเป็นคนดี ไม่อย่างนั้นฉันคงหย่าไปตั้งนานแล้ว"
"มีสามีดีประเสริฐกว่าสิ่งใดทั้งหมด" หลินจินเอ๋อหัวเราะ "ผู้ชายของน้าก็เป็นคนดีเหมือนกัน ดูสิ เผลอแป๊บเดียวเวลายี่สิบปีก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก"
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนคุยกันออกทะเลไปไกลเพียงแค่ไม่กี่ประโยค เฉินจื่อนั่วที่กำลังปูเตียงอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมาพูดแทรกขึ้นว่า "แม่คะ เดือนหน้าเป็นวันครบรอบแต่งงานของแม่จริงๆ เหรอคะ?"
"ก็ใช่น่ะสิ วันที่สิบหกกันยายน" หลินจินเอ๋อตอบด้วยท่าทีขัดเขินเล็กน้อย "เพียงแต่แถวบ้านเราเขาไม่ค่อยฉลองเรื่องพวกนี้กัน แม่ก็เลยไม่เคยบอกลูกไง"
ตอนแรกเฉินจื่อนั่วไม่ได้ใส่ใจเรื่องการทำนายดวงของหลินชิงอินมากนัก แต่เมื่อเธอตระหนักได้ว่าชิงอินพูดเรื่องที่แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่รู้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เธอก็หยุดปูเตียงทันที ลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ แม่ แล้วจ้องมองหลินชิงอินด้วยความกระตือรือร้น
เมื่อเห็นว่าสองแม่ลูกเชื่อใจแล้ว หลินชิงอินก็เข้าประเด็นในที่สุด "ฉันเห็นความหมองคล้ำบริเวณหว่างคิ้วของคุณ อีกไม่นานคุณอาจจะประสบกับเคราะห์ร้ายนะคะ"
หากหลินชิงอินพูดแบบนี้ตั้งแต่แรกพบ เฉินจื่อนั่วและแม่ของเธอคงต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่ แต่ตอนนี้ทั้งคู่กลับรู้สึกหวาดหวั่นและเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกันว่า "เคราะห์ร้ายแบบไหนกันคะ?"
หลินชิงอินถามขึ้นว่า "เร็วๆ นี้คุณวางแผนจะเดินทางไปแถบชายฝั่งทางตอนใต้บ้างไหมคะ?"
"ใช่ๆๆ!" หลินจินเอ๋อรีบตอบ "พี่สาวของน้าอาศัยอยู่ที่เมืองไห่ซื่อ เธอชวนให้น้าไปเที่ยวหาอยู่สองสามวัน ปกติน้าปลีกตัวไปไม่ได้ คราวนี้ได้โอกาสมาส่งลูกสาวเข้าเรียน น้าก็เลยจองตั๋วไปไห่ซื่อไว้ พรุ่งนี้กับมะรืนนี้น้ากะว่าจะเดินเที่ยวในเมืองหลวงสักหน่อย แล้วช่วงเช้าของอีกวันค่อยขึ้นเครื่องบินไป"
เมื่อพูดจบ หลินจินเอ๋อก็ถามด้วยความกังวลว่า "เครื่องบินจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? นี่เป็นครั้งแรกที่น้าจะได้ขึ้นเครื่องบิน น้ารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีมาตลอดเลย"
หลินชิงอินขอวันเดือนปีเกิดของหลินจินเอ๋อมาคำนวณดู "ไม่เกี่ยวกับเครื่องบินหรอกค่ะ เคราะห์ร้ายของคุณมีความเกี่ยวข้องกับสะพาน"
หลินจินเอ๋อและเฉินจื่อนั่วมองหน้ากันด้วยความงุนงง "เกี่ยวกับสะพานงั้นเหรอ? เราจะตกลงไปในแม่น้ำไหม? สมัยนี้ยังมีสะพานที่สร้างไม่ได้มาตรฐานอยู่อีกเหรอ?"
"ไม่ใช่สะพานข้ามแม่น้ำหรอกค่ะ น่าจะเป็นสะพานบนบก" หลินชิงอินกล่าว "สรุปก็คือ คุณต้องพยายามหลีกเลี่ยงสะพานลอยหรือสะพานยกระดับให้ดี มิฉะนั้นอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้นะคะ"
เมื่อได้ยินว่าอาจมีอันตรายถึงชีวิต สีหน้าของหลินจินเอ๋อก็ถอดสีทันที เธอบิดตัวไปมาด้วยความกระวนกระวาย ขยับก้นนั่งไม่ติดเก้าอี้