เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 322 เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงตัว

บทที่ 322 เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงตัว

บทที่ 322 เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงตัว


บทที่ 322 เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงตัว

ทั้งสองคนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพร้อมกัน

"เอาล่ะค่ะ คุณป้ารีบกลับไปปรึกษาเรื่องการยื่นสมัครเรียนมหาวิทยาลัยกับครอบครัวเถอะค่ะ" หลินชิงอินรู้สึกปวดหัวเล็กน้อยขณะเกลี้ยกล่อมให้คุณป้ากลับไป จากนั้นก็ปรายตามองฝูงชนที่นั่งรออยู่ด้านล่าง "คิวต่อไปใครคะ?"

เจียงเหว่ยรีบชะโงกหน้าเข้ามา "ท่านปรมาจารย์ พักสักหน่อยดีไหมครับ? เดี๋ยวสองมหาวิทยาลัยนั้นก็คงโทรมาอีกแน่ๆ"

"มีอะไรให้ต้องตอบอีกล่ะ?" หลินชิงอินกล่าวอย่างไม่ยี่หระ "ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะสมัครเข้าคณะวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยตี้ตู ถ้าเดี๋ยวพวกเขาโทรมา นายก็บอกไปตามนี้เลย"

เจียงเหว่ยเรียนจบจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยตี้ตู และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่สถาบันเดิม หากหลินชิงอินสมัครเรียนที่นี่ เธอก็จะกลายเป็นศิษย์น้องของเขา

"ถ้าอย่างนั้นเราก็อยู่มหาลัยเดียวกันสิ!" เจียงเหว่ยหัวเราะร่วนพลางลูบหัวหลินชิงอิน "ไม่ต้องห่วงนะศิษย์น้อง พอเข้าเรียนแล้ว เดี๋ยวศิษย์พี่คนนี้จะคอยดูแลเธอเอง!"

หลินชิงอินปัดมือเจียงเหว่ยออกแล้วโพล่งถามขึ้นมา "นายชักนำพลังปราณเข้าสู่ร่างกายสำเร็จแล้วใช่ไหม?"

เจียงเหว่ยไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ หลินชิงอินถึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด แต่เขาก็พยักหน้ารับตามตรง "ใช่ครับ เมื่อคืนผมนั่งสมาธิอยู่ที่นี่ทั้งคืน พอฟ้าสางก็ทำสำเร็จพอดี"

มุมปากของหลินชิงอินยกยิ้มขึ้น เธอหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบแล้วเอ่ยอย่างเนิบนาบ "ในเมื่อนายชักนำพลังปราณเข้าสู่ร่างกายสำเร็จแล้ว ฉันจะยอมฝืนใจรับนายเป็นศิษย์ก็แล้วกัน มาสิ เรียกฉันว่าท่านอาจารย์สิ!"

เจียงเหว่ย "..." เขาแค่ล้อเล่นเรียกเธอว่าศิษย์น้อง แต่ตอนนี้กลับถูกลดขั้นลงไปหนึ่งรุ่นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยเนี่ยนะ?

เมื่อเห็นสีหน้าหดหู่ของเจียงเหว่ย หลินชิงอินก็หลุดหัวเราะออกมา "เมื่อกี้ตอนที่บอกว่าฉันเข้ามหาลัยแล้ว นายจะให้ฉันเรียกนายว่าอะไรนะ?"

รอยยิ้มประจบประแจงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงเหว่ย "ผมบอกว่าหลังจากท่านปรมาจารย์เข้ามหาลัยแล้ว ผมก็จะยังเป็นผู้ช่วยของท่าน รับรองว่าจะจัดการทั้งเรื่องงานและเรื่องเรียนของท่านให้เรียบร้อยไร้ที่ติเลยครับ!"

เหล่าคุณลุงคุณป้าที่รอดูเรื่องสนุกพากันเบ้ปากอย่างพร้อมเพรียง "ไอ้คนประจบสอพลอ!"

หลังจากข่าวเรื่องที่หลินชิงอินสอบได้คะแนนสูงสุดของมณฑลในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแพร่สะพัดออกไป ห้องทำนายดวงชะตาก็ไม่เคยมีความสงบสุขอีกเลย แม้แต่คนที่ตั้งใจมาดูดวงก็ยังแอบเสียสมาธิ เอาแต่จ้องมองหลินชิงอินด้วยสายตาเป็นประกาย โดยเฉพาะคนที่มีลูกหลานอยู่ในวัยเรียน ต่างก็อยากจะมาขอรับพลังวิญญาณแห่งเทพเหวินชวี่ และถือโอกาสขอของใช้ส่วนตัวที่เธอเคยใช้กลับไปบูชาที่บ้านด้วย

โชคดีที่หลินชิงอินตรงมาที่ห้องทำนายดวงชะตาทันทีในวันสอบเสร็จ เธอจึงมีอุปกรณ์การเรียนติดตัวมาไม่น้อย และได้หยิบออกแจกจ่ายให้ทีละชิ้น ทว่าภายในห้องทำนายดวงชะตามีคนอยู่กว่าสามสิบคน อุปกรณ์การเรียนเพียงหยิบมือของเธอจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการ หลินชิงอินจึงหยิบเนื้อวัวอบแห้งถุงใหญ่ออกมาจากตู้ด้านหลัง แล้วแบ่งแจกให้ทุกคนคนละถุงเล็กๆ ในที่สุดเธอก็สามารถส่งคุณลุงคุณป้าเหล่านี้กลับไปได้ และห้องทำนายดวงชะตาก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง

เจียงเหว่ยยกนิ้วโป้งให้หลินชิงอินด้วยความเลื่อมใส "ปรมาจารย์ แฟนคลับของท่านนี่คลั่งไคล้เกินไปแล้ว ถึงขนาดเอาเนื้อวัวอบแห้งไปเป็นของวิเศษสำหรับขอพรให้สอบผ่านได้เนี่ย"

หลินชิงอินเองก็รู้สึกปวดหัวเช่นกัน เธอวางถ้วยชาและกาน้ำชาที่อุตส่าห์แย่งกลับคืนมาได้ลงบนโต๊ะ แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เลื่อนนัดทั้งหมดออกไปก่อนนะ ฉันจะพักผ่อนสิบวัน ฉันต้องการวันหยุด!"

ทางด้านป้ายประกาศเกียรติคุณของครูใหญ่หวังที่ยอมจ่ายเงินเพิ่มเป็นพิเศษเพื่อให้ทำเสร็จไว ในที่สุดก็ถูกนำมาแขวนไว้ที่หน้าประตูโรงเรียนในวันนั้น เขาไม่เกรงกลัวต่อความร้อนเลยแม้แต่น้อย ยืนเท้าสะเอวฉีกยิ้มกว้างอย่างบ้าคลั่งอยู่หน้าประตูโรงเรียนนานนับครึ่งชั่วโมง

ครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมปลายชั้นนำทุกแห่งในเมืองฉีต่างรู้สึกอิจฉาตาร้อนเมื่อได้ยินข่าวนี้ โดยเฉพาะครูใหญ่หลี่จากโรงเรียนมัธยมปลายที่ดีที่สุดในเมือง ถึงกับเจ็บใจจนต้องทุบอกและกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ

"เดิมทีหลินชิงอินคนนี้จะมาสมัครเรียนที่โรงเรียนของเราอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับถูกครูใหญ่หวังหลอกล่อไปด้วยเงินหนึ่งแสนหยวน ถ้ารู้ว่าจะมีวันนี้ ฉันคงจะ..."

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ครูใหญ่หลี่ก็ถึงกับพูดไม่ออก โรงเรียนรัฐบาลของพวกเขาไม่มีทางมอบทุนการศึกษาที่สูงลิ่วขนาดนั้นให้นักเรียนได้ หากต้องวัดกันด้วยเรื่องเงิน เขาก็พ่ายแพ้ราบคาบจริงๆ

เมื่อครูใหญ่จากโรงเรียนอื่นๆ ได้ยินข่าว ต่างก็ทอดถอนใจด้วยความอัดอั้น ในกลุ่มแชตวีแชตของพวกเขา พากันพูดคุยไปทั่วตั้งแต่เรื่องคะแนนสอบของหลินชิงอินไปจนถึงเรื่องเส้นผมของครูใหญ่หวัง พวกเขาล้วนเป็นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบห้าสิบปีกันหมดแล้ว และต่างก็เริ่มมีผมบางลงเรื่อยๆ มีเพียงครูใหญ่หวังคนเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนจากคนหัวล้านไข่ดาวที่มันแผล็บ กลายมาเป็นทุ่งหญ้าอันดกดำเขียวขจี เมื่อเห็นเช่นนี้ ทุกคนก็รู้สึกอิจฉาตาร้อนราวกับกลืนมะนาวเปรี้ยวจี๊ด ภายในใจเต็มไปด้วยความริษยา

เดิมที ต่อให้สู้เรื่องเส้นผมไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังสามารถข่มอีกฝ่ายได้ด้วยเรื่องผลการเรียน แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเขาจะปั้นนักเรียนที่สอบได้ที่หนึ่งของมณฑลออกมาได้จริงๆ? แล้วแบบนี้พวกเขาจะไปเรียกร้องหาความยุติธรรมกับใครได้ล่ะ?

แม้หลินชิงอินจะเตรียมตัวพักผ่อนเป็นเวลาสิบวัน แต่ช่วงเวลาสิบวันนี้กลับไม่สงบสุขเอาเสียเลย เจ้าหน้าที่ฝ่ายรับสมัครนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติมาหาที่หน้าประตูทุกวันเพื่อพยายามเกลี้ยกล่อมเธอ เรื่องนี้ทำให้มหาวิทยาลัยตี้ตู ซึ่งเดิมทีคิดว่าชัยชนะอยู่ในกำมือแล้ว ถึงกับนั่งไม่ติด พวกเขาคอยตามประกบเจ้าหน้าที่รับสมัครของมหาวิทยาลัยแห่งชาติอยู่ทุกวัน ด้วยเกรงว่าหากชะล่าใจเพียงนิดเดียว เธออาจจะถูกแย่งชิงตัวไป

นอกจากนี้ บรรดานักข่าวจากสื่อต่างๆ ต่างก็พากันไปสัมภาษณ์ครูใหญ่ สัมภาษณ์ครูประจำชั้น และหลังจากสัมภาษณ์ครูประจำวิชาครบทุกคนแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการสัมภาษณ์ตัวบุคคลต้นเรื่อง

หลินชิงอินเกลียดเรื่องวุ่นวายแบบนี้เป็นที่สุด เธอจึงโยนภาระเรื่องการสัมภาษณ์ให้พ่อแม่รับหน้าที่แทน และปฏิเสธที่จะออกสื่อโดยสิ้นเชิง หลินชิงอินจึงกลายเป็นเป้าหมายในการแย่งชิงการนำเสนอข่าวของสื่อและหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไปโดยปริยาย

จบบทที่ บทที่ 322 เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว