เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE 3 - 2 : อำพันจักรสวรรค์

GE 3 - 2 : อำพันจักรสวรรค์

GE 3 - 2 : อำพันจักรสวรรค์


GE 3 - 2 : อำพันจักรสวรรค์

 

อย่างไรก็ตามชางลั่วเฉินดูเหมือนไม่ค่อยพอใจกับร่างกายนี่สักเท่าไหร่ “ แม้ว่าข้าจะใช้เวลาแค่ 30 นาทีเพื่อสร้าง ‘ บ่อลมปราณ ’ แต่ขนาดของมันเทียบได้กับขนาดของไข่ไก่เท่านั้นมันมีขนาดที่เล็กเกินกว่าที่จะใส่ลมปราณทั้งหมดที่มีได้ ” เขากำลังบ่นพึมพัมกับตัวเอง

 

         ในที่สุดเขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าขนาด‘ บ่อลมปราณ ’ ของเขาในตอนนี้มันเล็กมากจนไม่สามารถที่จะใช้งานในสถานการณ์จริงได้

 

         ‘ บ่อลมปราณ ’ เป็นแหล่งกักเก็บพลังลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย

 

         ชางลั่วเฉินได้คิดค้นการเปิดเส้นลมปราณในรูปแบบของตัวเองเพื่อให้พลังลมปราณสามารถไหลไปทั่วร่างกายของเขาได้

 

         เพื่อให้เข้าถึงแก่นแท้ของนักรบการโคจรลมปราณคือสิ่งแรกที่ใช้ในการฝึกฝนการไหลเวียนของเส้นลมปราณ

 

         สิ่งที่สองคือการขัดเกลากระดูกดำและทลายเส้นลมปราณ

 

         ชางลั่วเฉินนำโอสถชำระล้างไขกระดูกออกมา เขาสูดดมกลิ่นของโอสถเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นของจริงจากนั้นเขาก็ได้เทยาทั้งหมดเข้าไปในปาก

         รสชาติของโอสถชำระล้างไขกระดูกจะรู้สึกเย็นทันทีที่สัมผัสแต่เมื่อมันผ่านเข้าไปยังลำคอของเขา....ความเย็นเหล่านั้นกลับอยู่ไม่กี่วินาทีและจากนั้นมันแปรเปลี่ยนเป็นไฟร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาภายในร่างกายของเขา

 

         มันรู้สึกเหมือนไฟกำลังไหม้อยู่ในตัวเขาตลอดเวลา

 

         ชางลั่วเฉินสามารถรู้สึกได้ว่าในตอนนี้เส้นลมปราณกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของเขา

 

         “ เวลานี้แหละ!” ชางลั่วเฉินตะโกน

 

         “ ขั้นแรกของ ‘ คัมภีร์หมิงเก้าชั้นฟ้า ’”

 

         สำหรับผู้ฝึกยุทธวิธีการฝึกฝนที่ต่างกันย่อมสามารถเปิดเส้นลมปราณที่ต่างกัน

 

         ยิ่งเป็นการฝึกฝนขั้นสูงมากเท่าไหร่ เส้นลมปราณก็จะยิ่งซับซ้อนมาขึ้นเท่านั้น

 

         เส้นลมปราณจะมีทั้งหมด 36 เส้นตาม “ คัมภีร์หมิงเก้าชั้นฟ้า ” ได้กล่าวไว้

 

         ปัจจุบันชางลั่วเฉินไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเส้นลมปราณทั้งหมดในเวลานี้ สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คือสร้างเส้นลมปราณมาหนึ่งเส้นทางจากทั้งหมด 36 เส้นทางเพื่อให้สามารถบรรลุเคล็ดวิชาขัดเกลากระดูกดำและทลายเส้นลมปราณได้สำเร็จ

 

         ในฐานะที่เป็นนักรบที่เก่งกาจในอดีต ชางลั่วเฉินรู้สึกไม่พอใจที่สร้างเส้นทางแค่หนึ่งเส้นทางจากทั้งหมด 36 เส้นทาง

 

         “ จักรพรรดินีและองค์ชายแปดบอกข้าไว้ว่า ข้าต้องใช้เวลามากกว่าสามเดือนในการขัดเกลากระดูกดำและทลายเส้นลมปราณแต่ข้ากำลังจะพิสูจน์ให้เห็นว่าข้าจะทำให้เสร็จภายในคืนนี้เพื่อเป็นนักรบที่เก่งกาจที่สุด”

 

         ด้วยประสบการณ์การฝึกฝนวรยุทธของชางลั่วเฉินในอดีต เส้นลมปราณครึ่งหนึ่งได้ถูกสร้างอย่างรวดเร็ว......

 

         อย่างไรก็ตามความเจ็บปวดมหาศาลได้ถาโถมเข้ามายังร่างของเขา เขารู้สึกเหมือนเส้นลมปราณของเขากำลังจะถูกกระชากออกมาในตอนนี้เขารู้สึกหวาดกลัวไปพร้อมๆกับร่างกายที่สั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นเพราะร่างกายที่อ่อนแอของเขาร่างกายนี้ไม่สามารถแบกรับพลังอันยิ่งใหญ่ในอดีตของเขาได้

 

         ถ้ามันเกิดขึ้นกับคนทั่วๆไป พวกเขาคงทนไม่ไหวเป็นแน่

 

         แต่ทว่าด้วยความมุ่งมั่นของชางลั่วเฉินที่ช่วยเขาก้าวข้ามความเจ็บปวดถึงแม้จะมีหยาดเหงื่อออกมามากมายแต่...เขาก็ไม่ยอมแพ้

 

         “ ขอ...... แค่..... อีก....นิด .....เดียว ” เขาพึมพำออกมา

 

         ชางลั่วเฉินใกล้จะสำเร็จในการสร้างเส้นลมปราณเส้นแรกแล้วเขาต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้

         ตูม !!!

 

         และในที่สุดเขาก็ทำมันสำเร็จ เขาได้เส้นลมปราณเส้นแรกมาแล้ว

 

         มันคือจิตใจที่ไม่ย่อท้อของนักรบที่ทำให้เขาผ่านมาได้ ชางลั่วเฉินจึงสามารถเปิดเส้นลมปราณเส้นแรกได้และ.....เขาได้ใช้พลังปราณเกือบทั้งหมดโคจรไหลผ่านเส้นลมปราณเส้นนั้น

 

          ตูม!!!

 

         เสียงดังกึกก้องที่ดังมาจากร่างกายของชางลั่วเฉิน มันดังมากเพียงพอที่จะทำให้คนๆหนึ่งหูหนวกได้เลย

 

         ในที่สุดความเจ็บปวดทั้งหมดก็จางหายไปสิ่งที่ชางลั่วเฉินสัมผัสได้ตอนนี้คือเลือดของเขาได้หมุนเวียนรอบๆเส้นลมปราณซึ่งเขาไม่เคยรู้สึกสดชื่นมากขนาดนี้มาก่อน

 

         “ ฮ่าฮ่า! ข้าทำได้แล้ว ข้าเป็นนักรบในร่างปัจจุบันได้แล้วหลังจากที่ข้าบรรลุเคล็ดวิชาขัดเกลากระดูกดำและทลายเส้นลมปราณได้สำเร็จ” เขาตะโกนออกมาอย่างภาคภูมิใจ

 

         เพื่อให้ถึงระดับที่ชางลั่วเฉินอยู่ตอนนี้ องค์ชายแปดใช้โอสถชำระล้างไขกระดูกจำนวน 4 ขวดและใช้เวลาอีกครึ่งปีเพื่อบรรลุสิ่งที่ชางลั่วเฉินทำสำเร็จเมื่อสักครู่

 

         แต่กลับกันชางลั่วเฉินใช้โอสถชำระล้างไขกระดูกจำนวน 1 ขวดและใช้เวลาแค่เพียงแค่หนึ่งคืน

 

         เขาก็สามารถบรรลุการขัดเกลากระดูกดำและทลายเส้นลมปราณได้แล้วและหมายความว่าตอนนี้ชางลั่วเฉินได้บรรลุอำพันจักรสวรรค์ขั้นแรกเริ่ม

 

         ระดับขั้นพลังของวรยุทธสามารถแบ่งออกเป็น อำพันจักรสวรรค์ ก้าวทมิฬจักรสวรรค์ ก้าวโลกาจักรสวรรค์และสุดท้ายดาราจักรสวรรค์ 

 

         ในทุกๆขั้นของพลังก็สามารถแบ่งออกได้อีก 7 ขั้นย่อย ขั้นแรกเริ่ม ขั้นฝึกหัดขั้นสามัญ ขั้นหยั่งรู้ ขั้นนักปราชญ์ ขั้นนักรบเทวะ และสุดท้ายขั้นปราชญ์เทวะ

 

         4 ระดับขั้นพลังใหญ่และ 7 ระดับขั้นพลังย่อย

 

         ระดับพลังที่ชางลั่วเฉินบรรลุในคืนนี้คืออำพันจักรสวรรค์ขั้นแรกเริ่ม

 

         หลังจากที่สร้างเส้นลมปราณและการโคจรลมปราณเขาสู่ระดับขั้นพลังที่สูงกว่า พละกำลังที่อยู่ในร่างกายก็จะค่อยๆแข็งแกร่ง ทุกๆครั้งที่สามารถบรรลุพลังระดับที่สูงกว่าเดิมพละกำลังก็จะเพื่มขึ้นอย่างมหาศาล

 

         องค์ชายแปดมีระดับอำพันจักรสวรรค์ขั้นสามัญ เขาสามารถยกหินหนัก 3000 จินสูงถึง 10 ฟุตด้วยมือข้างเดียวหมัดของเขาอาจจะมีความแข็งแกร่งเหมือนแรงพุ่งชนของกระทิงที่กำลังบ้าคลั่ง

 

         นักรบส่วนใหญ่ที่อยู่ในระดับอำพันจักรสวรรค์ขั้นสามัญจะสามารถเรียนรู้ทักษะที่ชื่อว่า "เคล็ดวิชากระทิงคลั่ง"

 

         ถ้าสามารถบรรลุอำพันจักรสวรรค์ขั้นหยั่งรู้หมายความว่าพวกเขาจะทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีก 4 เท่าตัวของระดับพลังก่อนหน้านี้

 

         ดังนั้นนักรบที่บรรลุอำพันจักรสวรรค์ขั้นหยั่งรู้กับนักรบที่บรรลุอำพันจักรสวรรค์ขั้นสามัญจะเสมือนกับผู้ใหญ่เล่นกับเด็กแม้ว่านักรบที่บรรลุอำพันจักรสวรรค์ขั้นหยั่งรู้จะสู้กับนักรบที่บรรลุอำพันจักรสวรรค์ขั้นสามัญจำนวน 10 คน นักรบที่บรรลุระดับพลังอำพันจักรสวรรค์ขั้นหยั่งรู้ก็จะสามารถชนะได้อย่างสบายๆ

 

         ขั้นพลังย่อยที่เหลือขั้นนักปราชญ์ ขั้นนักรบเทวะ ขั้นปราชญ์เทวะมีความน่าสะพรึงกลัวอย่างมาก นักรบที่อยู่ในระดับพลังที่กล่าวมาจะสามารถครอบครองพลังที่ไม่มีใครคาดคิดได้

 

         ขั้นพลังเหล่านั้นดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องเพ้อฝันสำหรับชางลั่วเฉิน เขารู้ว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากของชีวิตเขา เขาเชื่อว่า “ ถ้าอยากไปให้เร็วให้ไปคนเดียว ถ้าอยากไปให้ไกลให้ไปด้วยกันอย่างเป็นขั้นเป็นตอน” ถ้าชางลั่วเฉินต้องการเป็นนักรบที่สมบูรณ์แบบเขาก็ต้องบรรลุระดับพลังอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

 

         องค์ชายแปดได้ฝึกฝนวรยุทธเป็นเวลาแปดปีและขั้นพลังที่เขาอยู่ตอนนี้คือ อำพันจักรสวรรค์ขั้นสามัญ......

 

         “ องค์ชายแปดใช้เวลา 6 เดือนในการขัดเกลากระดูกดำและทลายเส้นลมปราณในขณะที่เขาใช้เวลาเพียงหนึ่งคืน” ชางลั่วเฉินรู้สึกภูมิใจกับตัวเองมากที่เขามีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

 

         “ องค์ชายแปดใช้เวลา 8 ปีในการบรรลุขั้นพลังอำพันจักรสวรรค์ขั้นสามัญแต่ข้าจะทำให้ได้ภายใน 3 เดือน มันเป็นไปได้ด้วยประสบการณ์ในอดีตของข้าและข้ายังรู้ว่าต้องทำอย่างไร  ” เขาคิดและวางเป้าหมายสำหรับตัวเขาเองในอีก 3 เดือนข้างหน้า

 

         การประเมินสิ้นปีของราชวงค์จะเกิดขึ้นในอีก 3 เดือนเพื่อเป็นการตรวจสอบระดับพลังว่าได้มีการพัฒนาการไปขนาดไหน นักรบทุกๆคนในราชวงค์รวมไปถึงองค์ชาย องค์หญิงและญาติพี่น้อง จำเป็นต้องเข้าร่วมงานนี้ไม่มีข้อยกเว้น

 

          ชางลั่วเฉินเข้าใจแล้วว่ามันเป็นวิธีเดียวที่จะได้รับความเคารพจากผู้อื่นรวมถึงทรัพยากรสำหรับฝึกฝนวรยุทธและเพื่อให้ได้สถานะบางอย่างในราชวงค์ เขาจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์ให้คนในครอบครัวเห็นว่าเขามีความสามารถที่จะเป็นนักรบได้ เขาต้องการแสดงให้เห็นว่าเขาในตอนนี้ไม่ได้เป็นคนขี้ขลาดเหมือนที่ทุกคนเคยรู้จัก

 

         สามเดือน!

 

         อีกสามเดือนข้างหน้าชางลั่วเฉินมุ่งมั่นที่จะบรรลุอำพันจักรสวรรค์ขั้นสามัญให้ได้ลึกๆในใจของเขาเขาได้ให้คำสัญญากับตัวเองแล้วว่าเขาจะไม่มีวันยอมแพ้จนกว่าเขาจะทวงคืนศักดิ์ศรีให้ท่านแม่ของเขา !

 

ท่านแม่ที่ดูแลเขามาตลอดตั้งแต่ที่เขาเกิดมาและนางต้องทนทุกข์ทรมานอยู่หลายปีที่มีลูกชายเป็นขยะไร้ค่าอย่างเขา !

 

ติดตามตอนต่อไป.............

        

 

จบบทที่ GE 3 - 2 : อำพันจักรสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว