- หน้าแรก
- เดิมพันหมดหน้าตัก ขอแค่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน
- ตอนที่ 497 ดาววิลลาร์ดเป็นดาวที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
ตอนที่ 497 ดาววิลลาร์ดเป็นดาวที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
ตอนที่ 497 ดาววิลลาร์ดเป็นดาวที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
ตอนที่ 497 ดาววิลลาร์ดเป็นดาวที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
ซึ่งสะท้อนให้เห็นในทุกแง่มุม ตั้งแต่โครงการขนาดใหญ่อย่างการสร้างสนามแข่งขัน ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เดิมทีสถานที่แห่งนี้เป็นเพียงดาวไร้ชื่อ แต่ต่อมา เมื่อแคปซูลจำลองได้รับความนิยม มันจึงถูกพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบด้วยเทคโนโลยี
ทันทีที่พวกเขาเดินออกจากประตูสนามฝึกซ้อม อากาศยานลำหนึ่งก็บินมารอรับพวกเขาโดยอัตโนมัติ
หลังจากทั้งสิบเอ็ดคนขึ้นเครื่อง จินเคอก็ระบุจุดหมายปลายทาง จากนั้นอากาศยานก็เริ่มมุ่งหน้าไปยังโลกจำลอง
โลกจำลองเป็นอาคารที่กินพื้นที่ถึงหนึ่งในห้าของใจกลางเมือง นับตั้งแต่ก้าวข้ามผ่านประตูเข้าไป พวกเขาก็จะเข้าสู่โลกเสมือนจริง
"โลกเสมือนจริง จงอย่าลุ่มหลง" ฮั่วเซวียนซานยืนอยู่หน้าประตูโลกจำลองและอ่านข้อความบนป้ายขนาดใหญ่ทางเข้า
"ตอนที่โลกจำลองถูกเปิดตัวออกมาใหม่ๆ มีบางคนแยกแยะระหว่างความจริงกับเรื่องแต่งไม่ออก จนเสพติดหนักและถอนตัวไม่ขึ้น หลังจากเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นหลายครั้ง ในที่สุดก็มีการตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมา โดยทุกคนจะมีเวลาสำหรับการเล่นสนุกในแต่ละเดือนอย่างจำกัด" จินเคอชี้ไปที่เครื่องสแกนใบหน้าตรงประตู "ตอนแรกมีคนขโมยบัตรประจำตัวกันด้วย ตอนนี้ก็เลยต้องใช้เจ้านี่แทน"
"ข้างในมันสนุกขนาดนั้นเลยเหรอ" เหลียวหรูหนิงเองก็ไม่เคยมาที่นี่มาก่อน เขาพยายามชะเง้อคอมองเข้าไปข้างใน
"ตระกูลเหลียวของนายยากจนขนาดไม่เคยมาที่นี่เลยหรือไง" เซียวอีไลเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลนเล็กน้อย
เหลียวหรูหนิงหัวเราะหึๆ สองครั้ง "คุณชายอย่างฉันยุ่งอยู่กับการฝึกซ้อมตลอดทั้งปี จะเอาเวลาที่ไหนมาเที่ยวเล่นล่ะ ไม่เหมือนผู้สืบทอดตระกูลอีไลหรอก ที่คงจะได้ออกมาเที่ยวเล่นทุกวันสินะ"
เซียวอีไล: "..." ดูเหมือนจะไม่มีใครคอยควบคุมเขาจริงๆ นั่นแหละ พ่อของเขาก็เอาแต่ยัดเยียดของกินให้โดยไม่สนใจเรื่องการฝึกซ้อม แถมคนอื่นๆ ก็ไม่ยอมเล่นกับเขาด้วย
"ซื้อตั๋วแล้วเข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ" เว่ยซานเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง
ทุกคนเริ่มเข้าแถวซื้อตั๋ว แต่ละคนถือสิ่งที่ดูคล้ายกับรีโมตคอนโทรลไว้ในมือ ซึ่งมีปุ่มสีแดงและสีดำอยู่บนนั้น
"สีแดงคือออก สีดำคือกลับเข้าไปใหม่" หลังจากอิงซิงเจวี๋ยรับของมาแล้ว เขาก็หันมาโชว์รีโมตในมือแล้วบอกกับเว่ยซาน
"ข้างในเราจะเจออะไรเหรอ" เว่ยซานถามเขา
"ตอนนี้มันเป็นโลกแบบรวมศูนย์ สัปดาห์นี้น่าจะเป็นธีมตลาดร้านค้าน่ะ" อิงซิงเจวี๋ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ช่วงแรกๆ มันเป็นแค่โลกส่วนตัวที่ตั้งค่ากันเองได้ แต่มันถูกแบนไปแล้วหลังจากเกิดอุบัติเหตุพวกนั้นขึ้น"
ทั้งสิบเอ็ดคนผลัดกันซื้อตั๋วและเดินเข้าประตูโลกจำลอง ประตูนี้ไม่ใช่ประตูที่มีรูปร่างทางกายภาพ เมื่อมองด้วยตาเปล่า มันดูคล้ายกับคลื่นน้ำโปร่งใสที่กำลังก่อตัวพวยพุ่งเสียมากกว่า
เว่ยซานยืนอยู่หน้าประตูคลื่นน้ำและลองยื่นมือเข้าไปก่อน เธอสัมผัสได้เพียงแรงต้านเล็กน้อย แต่ไม่รู้สึกถึงอะไรเลย จากนั้นเธอจึงก้าวผ่านประตูเข้าไป
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ประตูโลกจำลอง ทัศนวิสัยของเธอก็เปลี่ยนไป ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาสุดลูกหูลูกตา ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้า ทุกคนสวมชุดคลุมยาวแบบโบราณ เมื่อเทียบกันแล้ว เธอดูเหมือนคนที่จู่ๆ ก็บุกรุกเข้าไปในโลกต่างดาวอย่างไรอย่างนั้น
ขณะที่เว่ยซานกำลังคิดเช่นนั้น เธอก็ก้มมองเสื้อผ้าของตัวเองโดยสัญชาตญาณ และพบว่าโลกจำลองแห่งนี้ได้เปลี่ยนชุดให้เธอโดยอัตโนมัติแล้ว
—เสื้อคลุมตัวนอกสีขาวพร้อมซับในสีดำ และมีลวดลายเมฆที่ปักด้วยดิ้นทองอยู่บนไหล่ซ้าย
เธอยื่นมือไปสัมผัสเสื้อผ้าบนตัว ปลายนิ้วของเธอยังคงสัมผัสได้ถึงพื้นผิวที่หยาบเล็กน้อยของลายปักดิ้นทองที่นูนขึ้นมา
เสียงเร่ขายของและเสียงตะโกนเรียกลูกค้ารอบด้าน ประกอบกับกลิ่นหอมของอาหารที่โชยมาจากแผงลอยริมทาง ทั้งหมดนี้ล้วนบอกกับเว่ยซานว่านี่คือโลกแห่งความเป็นจริง ชั่วขณะหนึ่ง เธอถึงกับรู้สึกมึนงง ราวกับว่าตัวเองได้หลุดมาอยู่ในอีกโลกหนึ่งอีกครั้ง
เว่ยซานกำรีโมตคอนโทรลในมือแน่น แล้วออกแรงกดปุ่มออกสีแดง
ภาพตรงหน้าพร่ามัว ทุกสิ่งทุกอย่างมลายหายไป เหลือเพียงอาคารสีขาวโล่งกว้างที่มีผู้คนนับไม่ถ้วนเดินอยู่ข้างใน บนใบหน้าของพวกเขามีทั้งความประหลาดใจและความปิติยินดี
โลกจำลอง... สมคำร่ำลือจริงๆ
เว่ยซานก้มมองรีโมตในมือแล้วกดปุ่มสีดำเพื่อเข้าไปอีกครั้ง โลกตลาดร้านค้าแบบเมื่อครู่ก็ปรากฏขึ้นมาอีกครา
"ทำไมเสื้อผ้าของพวกนายสองคนถึงได้ดูประณีตนักล่ะ"
เมื่อเว่ยซานกลับเข้ามาในโลกจำลอง เธอก็ได้ยินเสียงของเซียวอีไลที่ดังขึ้นอย่างไม่พอใจ เธอหันไปมองก็พบว่าทุกคนเข้ามากันหมดแล้ว และเสื้อผ้าของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป แต่ของเซียวอีไลนั้นดูเว่อร์วังที่สุด เสื้อผ้าของเขามีสีสันฉูดฉาดหลากสี ไม่ต้องพูดถึงการที่เขาต้องเปิดเปลือยไหล่ไปครึ่งซีก แถมผมของเขายังกลายเป็นเปียหนาสองเส้นพันรอบคอ ทว่าหน้าผากกลับล้านเลี่ยน มีเพียงใบหน้าเท่านั้นที่พอดูได้
"เดี๋ยวนี้โลกจำลองเขาแบ่งระดับตามความแข็งแกร่งกันแล้วเหรอ" เซียวอีไลมองเสื้อผ้าของอิงซิงเจวี๋ย แล้วสลับมามองเสื้อคลุมตัวนอกของเว่ยซานพลางเอ่ยอย่างน้อยใจ
เว่ยซานเงยหน้ามองอิงซิงเจวี๋ย ในโลกจำลองแห่งนี้ ทรงผมของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่นกัน ผมยาวของเขาถูกรวบเกล้าไว้ด้วยปิ่นหยกสีเขียว เสื้อผ้าของเขาบังเอิญคล้ายกับของเว่ยซาน เป็นเสื้อคลุมตัวนอกสีขาวและกางเกงสีดำ พร้อมลายประดับดิ้นทองบนไหล่ซ้าย เพียงแต่ลวดลายต่างกันนิดหน่อย
"ใส่เสื้อผ้าให้มันดีๆ หน่อยสิ" คุณชายเหลียวมองเซียวอีไลแล้วเอ่ยอย่างจริงจัง "มันดูฉูดฉาดเกินไปนะ"
เซียวอีไล: "...เปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่ไม่ได้หรอกนะ ทำได้แค่ซื้อใหม่เท่านั้นแหละ"
โลกจำลองแห่งนี้มีความสมจริงเป็นอย่างมาก แถมยังสามารถใช้เหรียญดาวของจริงในการซื้อขายได้ด้วย โดยพื้นฐานแล้วเหล่านักเรียนทหารล้วนเพิ่งเคยเข้ามาเป็นครั้งแรก จึงรู้สึกสนใจกันไม่น้อย
เซียวอีไลอยากจะซื้อเสื้อผ้า จึงลากทุกคนให้ไปเป็นเพื่อนเขา
นอกจากแผงลอยแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีร้านค้าอีกด้วย เซียวอีไลเจอร้านขายเสื้อผ้าร้านหนึ่งและได้สัมผัสกับบริการระดับเหนือชั้นที่สุดในการแข่งขันสหพันธ์ครั้งนี้ นั่นคือ จี้ชูอวี่ อิงซิงเจวี๋ย เว่ยซาน และคนอื่นๆ ต่างก็ช่วยเขาเลือกเสื้อผ้า!
ความอยากช้อปปิ้งของเซียวอีไลพุ่งปรี๊ด เขาเหมาซื้อมาเป็นกองอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนเลยว่าเขาจะได้กลับมาที่นี่อีกไหม หรือจะได้ใช้พวกมันหรือเปล่า
"นายซื้อเสื้อผ้าได้นะ แต่ไม่มีวิธีไหนช่วยหัวล้านๆ ของนายได้หรอก" เหลียวหรูหนิงเอ่ยพลางจ้องมองหน้าผากอันเงางามของเขา
มือของเซียวอีไลที่กำลังสวมเสื้อผ้าชะงักไป แต่ในที่สุดเขาก็เชิดหน้าเอ่ยอย่างหนักแน่นว่า "หัวล้านแล้วไง หัวล้านก็เท่ได้โว้ย!"
หลังจากผู้สืบทอดตระกูลอีไลซื้อเสื้อผ้าเสร็จ ในที่สุดพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังถนนที่เต็มไปด้วยแผงลอย
ถนนไม่ได้กว้างมากนัก กว้างพอให้เดินเรียงหน้ากระดานได้แค่สี่คนเท่านั้น แต่เนื่องจากมีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาทุกหนทุกแห่ง อย่างมากพวกเขาจึงเดินเคียงคู่กันไปได้แค่สองคน
เว่ยซานรั้งท้ายและเดินไปอยู่ในระนาบเดียวกับอิงซิงเจวี๋ยโดยไม่รู้ตัว
เว่ยซานหันไปมองแผงลอยริมทาง อาหารที่วางขายอยู่ตรงนั้นล้วนสมบูรณ์แบบทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติ จนแยกไม่ออกเลยว่าเป็นของจริงหรือของปลอม
"ของพวกนี้กินได้ไหม" เว่ยซานหยุดยืนอยู่หน้าแผงขายขนมอบและเอ่ยถามอิงซิงเจวี๋ยที่อยู่ข้างๆ
"กินได้สิ" อิงซิงเจวี๋ยหยุดเดินเช่นกัน "ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวจากโลกแห่งความเป็นจริงก็คือ มันไม่สามารถให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการจริงๆ ได้เท่านั้นเอง"