- หน้าแรก
- เดิมพันหมดหน้าตัก ขอแค่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน
- ตอนที่ 493 ห้องกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
ตอนที่ 493 ห้องกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
ตอนที่ 493 ห้องกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
ตอนที่ 493 ห้องกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
อิงซิงเจวี๋ยยืนนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลานานโดยไม่ขยับเขยื้อน สายตาของเขาจับจ้องไปยังความว่างเปล่าภายนอกหน้าต่าง ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ยกมือขึ้นสัมผัส 'จี้ห้อยคอ' ซึ่งดูเหมือนจะยังคงหลงเหลือไออุ่นจากปลายนิ้วของเธอเอาไว้
...
ทันทีที่เว่ยซานก้าวออกจากห้องของอิงซิงเจวี๋ย รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็มลายหายไป เธอไม่ได้กลับห้องโดยตรง แต่กลับไปหาพื้นที่พักผ่อนในลานฝึกซ้อมแล้วยืนหันข้างหน้ากระจก เผยให้เห็นบริเวณหลังคอของตนเอง
ก่อนออกมา เธอได้เตรียมมีดเล่มเล็กและยาที่คุณหมอสวี่เจินให้มาเมื่อคราวก่อนเอาไว้แล้ว
เธอใช้มีดกรีดเปิดผิวหนังบริเวณหลังคอ การลงมีดโดยไม่ใช้ยาชาย่อมต้องเจ็บปวดอย่างแน่นอน ทว่านอกจากใบหน้าที่ซีดเผือดลงเล็กน้อยแล้ว มือของเว่ยซานก็ยังคงนิ่งสนิท เธอฝังเครื่องบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋วลงไปที่หลังคอด้วยตัวเอง และปิดท้ายด้วยการทายา
เว่ยซานเช็ดคราบเลือดที่หลงเหลืออยู่ออกไปจนหมด เธอยืนอยู่หน้ากระจก รอจนกระทั่งบาดแผลสมานตัวเกือบสมบูรณ์จึงหันหลังเดินจากไป
"เว่ยซาน ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ" ติงเหอเหม่ยชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ชุดฝึกซ้อมเปียกปอนแถมยังมีรอยขาดตรงเอว เห็นได้ชัดว่าเธอเพิ่งกลับมาจากการฝึกซ้อม
"แค่เดินผ่านมาน่ะค่ะ"
"นานแล้วนะที่เธอไม่ได้มาที่ลานฝึกซ้อมของทีมโรงเรียนเรา" ติงเหอเหม่ยเอ่ยพลางใช้ผ้าขนหนูที่พาดคอเช็ดหน้า
"ก็เลยแวะมาดูสักหน่อยค่ะ" เว่ยซานเปลี่ยนเรื่อง "รุ่นพี่คะ ให้ฉันตรวจดูหุ่นรบของพี่หน่อยสิคะ ตอนแข่งฉันรู้สึกเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของหุ่นรบพี่มีปัญหาอยู่นิดหน่อย"
ติงเหอเหม่ยตกลงทันทีแล้วดึงตัวเว่ยซานกลับไปทางลานฝึกซ้อม
ทุกวันนี้ หุ่นรบระดับ A กลายเป็นเรื่องกล้วยๆ สำหรับเว่ยซานไปแล้ว เพียงครึ่งชั่วโมง เธอก็ช่วยติงเหอเหม่ยตรวจสอบและปรับแต่งหุ่นรบใหม่ทั้งตัวจนเสร็จสรรพ
ทีมมีช่างเครื่องประจำทีมอยู่แล้ว ดังนั้นหุ่นรบของติงเหอเหม่ยจึงไม่ได้มีปัญหาใหญ่โตอะไรตั้งแต่แรก แต่หลังจากที่เว่ยซานปรับแต่งให้ ติงเหอเหม่ยก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง รู้แค่ว่ามันรู้สึกไหลลื่นขึ้นก็เท่านั้น
"รุ่นพี่คะ ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ คืนนี้ยังมีซ้อมอีก" เว่ยซานเอ่ยลา
เมื่อเธอกลับมาถึงหอพัก ทั้งสี่คนก็ยังคงอยู่ในห้องนั่งเล่น เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังรอคอยอย่างร้อนใจ แต่พอเห็นเว่ยซานกลับมากลับแสร้งทำเป็นไม่สนใจ และคุยสัพเพเหระกันต่อไป
เมื่อเห็นว่าเว่ยซานกำลังจะกลับเข้าห้อง จินเคอก็ทนไม่ไหวและเอ่ยปากขึ้นในที่สุด "เอาของสิ่งนั้นออกไปแล้วใช่ไหม"
เว่ยซานยืนอยู่หน้าประตูห้องนอน มือจับลูกบิดประตูแล้วหันขวับกลับมา "เอาออกแล้ว แล้วก็ใส่กลับเข้าไปใหม่ ต่อจากนี้ไปมันจะถูกใช้เพื่อบันทึกข้อมูลทางกายภาพเท่านั้น"
จินเคอกับฮั่วเซวียนซานค่อนข้างสงบนิ่ง แต่เลี่ยวหรูหนิงกับอิงเฉิงเหอแสดงออกอย่างชัดเจนที่สุด พวกเขาลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เว่ยซานยิ้มออกมาจากใจจริง "ฉันชักจะหิวแล้วสิ เดี๋ยวพวกเราไปหาอะไรกินด้วยกันเถอะ แล้วค่อยไปซ้อมต่อ"
"งั้นพวกเราจะรออยู่ข้างนอกนะ" ฮั่วเซวียนซานกล่าว
...
ตามธรรมเนียมแล้ว หลังจากจบการแข่งขันในแต่ละรอบ จะต้องมีการจับฉลากเลือกสนามแข่งขันรอบต่อไป ทว่าครั้งนี้กลับล่าช้าไปเล็กน้อย เนื่องจากโรงเรียนทหารต่างๆ และคณะผู้จัดงานกำลังตรวจสอบบุคคลที่มีภูมิหลังน่าสงสัยอยู่
"ทั่วทั้งสหพันธรัฐแทบจะกลายเป็นตะแกรงร่อนอยู่แล้ว" เซี่ยงหมิงฮว่าถูกเรียกตัวไปสอบสวนติดต่อกันหลายครั้ง ทันทีที่เดินออกมา เขาก็บ่นกับเซี่ยอวี่ม่าน
"มันสมควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดจริงๆ นั่นแหละ กล้าลงมือโจมตีนักเรียนโรงเรียนทหารกลางวันแสกๆ เหตุการณ์ที่ดาวหนานผ้าซีคราวที่แล้วก็ถือเป็นบทเรียนไปแล้ว" เซี่ยอวี่ม่านขมวดคิ้ว "แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่คิดว่าการตรวจสอบประวัติและสอบปากคำพวกนี้จะได้เรื่องอะไรมากนักหรอก ครูฝึกจากโรงเรียนทหารจักรวรรดิคนนั้นอยู่ที่นั่นมาตั้งหลายสิบปี ถ้าไม่มีหลักฐานจากวิดีโอ ใครจะไปเดาออกล่ะว่าเขามีปัญหา"
วิดีโอที่เว่ยซานถ่ายไว้ไม่ได้เห็นใบหน้าของเขา แต่ใครก็ตามที่คุ้นเคยกับเขา เพียงปรายตามองแวบเดียวก็จำได้แล้วว่าเป็นใคร
เซี่ยงหมิงฮว่าถอนหายใจยาว "กองกำลังอิสระแทรกซึมเข้ามาลึกขนาดนี้เชียวหรือนี่ ตกลงแล้วพวกนั้นต้องการอะไรกันแน่ แย่งชิงอำนาจงั้นเหรอ"
แต่ 20 ปีผ่านไป นอกเหนือจากเหตุการณ์สังหารหมู่บนดวงดาวอันน่าสยดสยองในตอนนั้น กองกำลังหลักของกองกำลังอิสระก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อะไรอีกเลย จะมีก็แต่เหตุการณ์สังหารหมู่แบบไม่เลือกหน้าเกิดขึ้นบ้างเป็นครั้งคราว แต่นั่นก็เกิดขึ้นน้อยมาก
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้เหตุการณ์กลับเกิดขึ้นถี่ขึ้น มีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว
"ได้เวลาแล้วล่ะ บ่ายนี้จะมีการจับฉลากเลือกสนามแข่งแห่งต่อไป" เซี่ยอวี่ม่านกล่าว "ครั้งนี้อิงซิงเจวี๋ยจะเข้าร่วมด้วย ไม่รู้ว่าคะแนนจะถูกดึงกลับมาได้ไหม"
"ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ แค่พวกเขาสามารถแข่งขันจนจบได้อย่างปลอดภัย ฉันก็ขอบคุณฟ้าดินแล้ว" ตอนนี้เซี่ยงหมิงฮว่าหวังเพียงว่านักเรียนกลุ่มนี้จากโรงเรียนทหารต๋าหมัวเค่อลี่ซือจะสามารถผ่านการแข่งขันครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น เขาต้องอกสั่นขวัญแขวนตลอดทั้งวัน กินไม่ได้นอนไม่หลับเลยทีเดียว
"พวกเขาต้องผ่านบททดสอบไปให้ได้" เซี่ยอวี่ม่านเดินออกไปเคียงข้างเขา "หลี่เจ๋อกำลังเดินทางมาจากเขตทหาร ทันทีที่กำหนดสนามแข่งขันในวันนี้ได้ เขาก็จะล่วงหน้าไปก่อนเลย"
"ถ้าเขามา แล้วเขตสิบสามจะมีคนพอเหรอ" เซี่ยงหมิงฮว่ายังไม่ได้รับข่าวนี้
"สถานการณ์ในเขตสิบสามไม่ได้เลวร้ายเท่าเขตห้า การให้หลี่เจ๋อมาก็ถือเป็นการเพิ่มกำลังคน" เซี่ยอวี่ม่านกล่าว "เขาได้รับการเลื่อนขั้นอีกแล้ว เบื้องบนต้องการให้หลี่เจ๋อมาคอยคุ้มกัน โดยที่เขาไม่ต้องรับหน้าที่เป็นหน่วยกู้ภัย"
เซี่ยงหมิงฮว่าพยักหน้าและไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม
ในบรรดาหัวหน้านักพากย์ทั้งสามคนของคณะผู้จัดงาน อวี๋เทียนเหอมาจากโรงเรียนทหารหนานผ้าซี ลู่เจิ้งซินมาจากสถาบันผิงทง และซีฮ่าวเทียนมาจากโรงเรียนทหารซามูเอล ตอนนี้เมื่ออิงเยว่หรงกลับมาจากดาวฮ่วนเย่แล้ว โรงเรียนทหารต๋าหมัวเค่อลี่ซือจึงเป็นเพียงแห่งเดียวที่ไม่มีคนของตัวเองอยู่ในคณะผู้จัดงานเลย
...
ในช่วงบ่าย การจับฉลากเลือกสนามแข่งขันจัดขึ้นที่ลานกว้าง ตัวแทนระดับภูมิภาคที่รับผิดชอบในครั้งนี้คือพ่อของเซียวอี๋ไหล
แตกต่างจากตัวแทนของดาวดวงอื่น ตระกูลอี๋ไหลอวดความมั่งคั่งของตนทันทีที่มาถึง โดยมอบของฝากพื้นเมืองถุงใหญ่ให้กับทุกคนจากห้าโรงเรียนทหารใหญ่—เป็นกระสอบจริงๆ แถมกระเป๋าก็ยังสวยงามประณีต มีขอบเดินดิ้นทองอีกด้วย
พ่อของเซียวอี๋ไหลมาถึงก่อนเวลาเพื่อมอบของขวัญให้กับสมาชิกทีมกำลังหลักของห้าโรงเรียนทหารใหญ่ด้วยตนเอง
เริ่มจากโรงเรียนทหารจักรวรรดิ เขากระตือรือร้นมอบของขวัญให้อิงซิงเจวี๋ยเป็นอย่างมาก ถึงขั้นอยากจะจับมือของอิงซิงเจวี๋ยเพื่อพูดคุยด้วยซ้ำ แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบก็ตาม
พ่อของเซียวอี๋ไหลไม่รู้สึกเคอะเขินเลยแม้แต่น้อย เขายังคงมอบของขวัญให้กับทุกคนอย่างเบิกบานใจ พร้อมกับกล่าวชื่นชมทีละคน—ช่างเป็นนิสัยที่แตกต่างจากเซียวอี๋ไหลซึ่งรู้จักแต่การพูดจาขวานผ่าซากทำร้ายจิตใจคนอื่นโดยสิ้นเชิง
"นักเรียนเว่ย ลุงจำได้ว่าหนูชอบกินขนมอบฝีมือคนตระกูลเรามาก" พ่อของเซียวอี๋ไหลยกกล่องขนาดใหญ่พิเศษส่งให้เว่ยซานแล้วกระซิบเสียงเบา "ทำเสร็จใหม่ๆ ยังร้อนๆ อยู่เลยนะ"
พ่อบ้านที่อยู่ด้านหลัง: "..."
ตกลงว่าไม่ได้ทำมาให้คุณชายอี๋ไหลหรอกหรือเนี่ย แต่ทำมาให้เว่ยซานต่างหากล่ะ ใครกันนะที่บอกว่าคราวที่แล้วเว่ยซานทำของใส่เขา แล้วไหงผ่านมาตั้งหลายวัน 'ของ' ที่ว่าถึงได้กลับมาออกฤทธิ์อีกล่ะเนี่ย
เว่ยซานก้มมองถุงกับกล่องที่สูงครึ่งตัวคนตรงหน้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองพ่อของเซียวอี๋ไหล