เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 486 "ตอนนี้ฉันเห็นชัดเจนแล้ว

ตอนที่ 486 "ตอนนี้ฉันเห็นชัดเจนแล้ว

ตอนที่ 486 "ตอนนี้ฉันเห็นชัดเจนแล้ว


ตอนที่ 486 "ตอนนี้ฉันเห็นชัดเจนแล้ว

คนที่อยู่เบื้องหลังต้องการยืมมือของอิงซิงเจวี๋ยมาฆ่านักเรียนทหาร ในบรรดาห้าสถาบัน มีแค่สถาบันการทหารต๋าโมเค่อซือที่ไม่มีใครตาย แถมสมาชิกทีมโรงเรียนคนนั้นยังรอดมาได้อีก หรือว่านี่จะเป็นกับดักที่พวกเขาวางเอาไว้... ไม่อย่างนั้นทำไมคนของพวกเขาถึงได้เป็นคนไปเจอทุกครั้งเลยล่ะ"

"สิ่งที่คุณพูดมามันก็ไม่สมเหตุสมผลซะทีเดียวนะ ถึงแม้คนที่ไปเจออิงซิงเจวี๋ยทั้งสองครั้งจะเป็นเว่ยซานก็เถอะ แต่ครั้งนี้เธอก็ถูกคัดออกไปพร้อมกับพี่น้องตระกูลซานกงจากสถาบันการทหารหนานผาซีแล้วนี่" ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อาจารย์จากแต่ละสถาบันต่างก็คอยวิเคราะห์สถานการณ์อยู่เช่นกัน แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถสรุปจุดประสงค์ของผู้อยู่เบื้องหลังได้อย่างแน่ชัด

ลู่สือไป๋เปิดดูภาพย้อนหลังจากการถ่ายทอดสด และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เว่ยซานกับพี่น้องตระกูลซานกงถูกคัดออกไปพร้อมกันในแบบที่ทำให้ทุกคนต่างก็คาดไม่ถึง

หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ บรรดาอาจารย์จากสถาบันการทหารผิงทงก็ขอตัวกลับไป ลู่สือไป๋มองไปทางจงเจิ้งเยว่เหรินที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง "ลูกพี่ เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ พวกเราต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ถ้าไม่ใช่ฝีมือของสถาบันอื่นที่แอบวางแผนกันลับๆ ก็ต้องเป็นฝีมือของกองทัพอิสระแล้วล่ะ"

จงเจิ้งเยว่เหรินตอบรับอย่างไม่ใส่ใจนัก สายตาของเขาทอดมองไปยังถนนเบื้องล่างหน้าต่าง แต่ในหัวกลับกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ ความกระหายในชัยชนะที่เคยมีอยู่ในแววตาของจี้ชูอวี่ได้เลือนหายไปแล้ว

ก่อนการแข่งขัน คู่แข่งเพียงคนเดียวที่จงเจิ้งเยว่เหรินให้ความสำคัญอย่างจริงจังคือจี้ชูอวี่ และนั่นก็ยังคงเป็นความจริงในสองรอบแรก สถานะของพวกเขาใกล้เคียงกัน และเขาก็เข้าใจสภาพจิตใจของจี้ชูอวี่เป็นอย่างดี

แต่พอได้เห็นจี้ชูอวี่ในครั้งนี้ เขาดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน

เป็นเพราะ... อิงซิงเจวี๋ยไม่ได้ลงแข่ง เขาเลยหมดความมั่นใจในการจัดอันดับสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ไปแล้วงั้นเหรอ

อาคารหอพักสถาบันการทหารต๋าโมเค่อซือ ห้องพักของทีมกำลังหลัก

"การแข่งขันครั้งนี้มันรู้สึกแปลกๆ แฮะ" เหลียวหรูหนิงยึดโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่นไว้คนเดียว ในปากคาบหลอดดูดยาวพิเศษที่ต่อลงไปในขวดเครื่องดื่มบนโต๊ะกระจก "เว่ยซาน พอไม่มีเธอ ฉันก็นึกว่าพวกเราจะต้องสู้กันหัวซุกหัวซุนแถมบาดเจ็บสาหัสกว่าจะได้อันดับมาซะอีก"

"ฉันก็รอคอยให้พวกนายสู้กันชุลมุนสักวันสักคืนอยู่เหมือนกันนั่นแหละ" เว่ยซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูเซ็งๆ ไม่ต่างกัน

จินเคอเดินออกจากห้อง ดันเท้าข้างหนึ่งของเหลียวหรูหนิงออกไปให้พ้นทางแล้วเบียดตัวลงนั่ง "ตกลงสถานการณ์ของซานกงปัวเหรินกับซานกงหย่งหนานเป็นยังไงบ้าง"

"พวกเขาได้รับข้อความเข้ารหัสลับจากกองทัพอิสระ บอกว่าพวกผู้ติดเชื้อกำลังเคลื่อนไหวอยู่นอกสนามแข่งขัน" เว่ยซานอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ฟัง

คุณชายเหลียวยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจ เขาหยัดตัวลุกขึ้นนั่งและเลิกดูดเครื่องดื่มทันที "เริ่มวางแผนทำร้ายเด็กตั้งแต่สิบปีที่แล้วเนี่ยนะ นี่มันพฤติกรรมวิปริตแบบไหนกัน พวกมันไม่ใช่คนแล้ว!"

"ในแง่หนึ่ง พวกผู้ติดเชื้อก็ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้วจริงๆ" ฮั่วเซวียนซานเอ่ย "อีกอย่าง ก่อนหน้านี้สิบปี พวกมันก็เคยลงมือกับอิงซิงเจวี๋ยมาแล้วไม่ใช่เหรอ"

คนนอกที่ได้ยินยังรู้สึกอึดอัดใจ ไม่ต้องพูดถึงอิงเฉิงเหอเลย เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ "ลูกพี่ลูกน้องฉันไปทำอะไรผิดนักหนา"

"เขาไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก ก็แค่ระดับความสามารถของเขามันสูงเกินไปต่างหาก" จินเคอเอ่ยเสียงหนักแน่น "พวกผู้ติดเชื้อที่อยู่เบื้องหลังคงหวาดกลัวเขา เพียงแต่ในตอนนั้น ผู้นำของตระกูลอิงปกป้องอิงซิงเจวี๋ยไว้ได้เป็นอย่างดี ทำให้ชีวิตของเขาไม่ตกอยู่ในอันตราย ต่อมา การใช้พลังการรับรู้ของอิงซิงเจวี๋ยก็แข็งแกร่งขึ้นจนผู้ติดเชื้อทั่วไปไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้ พวกมันก็เลยเลือกที่จะลงมือในช่วงการแข่งขันแทน"

"เครื่องบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋วมีโปรแกรมตรวจสอบความปลอดภัย คนที่ดัดแปลงมันในตอนนั้นก็เลยแก้ไขมันได้แค่เล็กน้อย ซึ่งก็มากพอที่จะควบคุมให้อิงซิงเจวี๋ยหมดสติไปถึงสามครั้ง" ฮั่วเซวียนซานวิเคราะห์ "พวกผู้ติดเชื้ออาจจะมีแผนการร้ายที่ใหญ่กว่านี้ กองทัพอิสระถึงได้ร้อนรนมากขนาดยอมเปิดเผยตัวตนกับพวกเรา พวกเขาต้องรู้อะไรบางอย่างมาแน่ๆ"

"ถึงพวกเขาจะรู้ เขาก็ไม่บอกพวกเราหรอก" เหลียวหรูหนิงกัดหลอดดูดอีกครั้ง "พี่น้องตระกูลซานกงบอกว่าพวกเขาไม่เห็นชื่อผู้ส่งจากข้อความเข้ารหัสลับ นั่นแปลว่าพวกเขาก็ระวังตัวกันเองอยู่ภายในเหมือนกัน"

จินเคอตกอยู่ในภวังค์ความคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเว่ยซานอย่างกะทันหัน "เครื่องบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋วที่ข้อมือของเธอได้รับการตรวจสอบหรือยัง"

เว่ยซานก้มหน้าลงและยื่นมือออกไปมองที่ข้อมือของตัวเอง "ยังเลย"

ทันใดนั้น ทั้งสี่คนที่อยู่ในห้องนั่งเล่นก็หันขวับมาจ้องเธอเป็นตาเดียว ดวงตาของอิงเฉิงเหอยังคงแดงก่ำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย "ของเธอก็ถูกสร้างโดยคนจากเขตทหารที่หนึ่งคนนั้นเหมือนกันนะ"

"...งั้นฉันควรหาคนมาตรวจดูหน่อยไหม" เว่ยซานลืมเรื่องของตัวเองไปเสียสนิท

พอพูดถึงเรื่องนี้ จินเคอก็นึกขึ้นได้อีกเรื่อง "เกี่ยวกับผลตรวจเลือดคราวก่อน หมอจิ่งเอาผลรายงานให้เธอหรือยัง"

เว่ยซานส่ายหน้า "ฉันยังไม่ได้ไปหาหมอจิ่งเลย เขาก็ไม่ได้ติดต่อมาด้วย ผลตรวจน่าจะยังไม่ออกล่ะมั้ง"

ทันทีที่พูดจบ จู่ๆ เธอก็หันหน้าไปมองนอกหน้าต่าง

ภายนอกมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ทว่าบางครั้งก็มีเมฆดำลอยมาบดบังแสงสว่างที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดนี้ ที่ด้านล่างของอาคาร กิ่งก้านของต้นไม้ทั้งสองข้างทางกำลังสั่นไหวไปตามสายลม

"มีอะไรเหรอ" ฮั่วเซวียนซานสังเกตเห็นสีหน้าของเว่ยซาน จึงลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตัวและเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง

เว่ยซานยกมือขึ้นโบกเบาๆ "มีคนกำลังมา"

เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังการรับรู้อันแข็งแกร่ง และมันก็คุ้นเคยเอามากๆ เธอเคยพบมันมาแล้วครั้งหนึ่งในอาคารจำลองการแข่งขันแห่งหนึ่ง

—ใช่อิงซิงเจวี๋ยหรือเปล่านะ

"ฉันไม่เห็นรู้สึกถึงอะไรเลย" จินเคอขมวดคิ้ว ตามหลักแล้ว ขอบเขตการรับรู้ของผู้บัญชาการย่อมกว้างกว่าวิศวกรหุ่นรบหรือทหารเดี่ยวเสมอ

แต่นี่ก็เป็นเรื่องปกติ เว่ยซานเป็นถึงระดับซูเปอร์เอส ขอบเขตนี้คงก้าวข้ามคำจำกัดความบางอย่างไปแล้ว

ในห้องนั่งเล่น ทั้งห้าคนค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้กัน ยืนหันหลังชนกันอย่างระแวดระวัง

จนกระทั่งมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

ทั้งห้าคน: "???"

คุณชายเหลียวลูบท่อนแขนที่เต็มไปด้วยตุ่มหนังไก่ของตัวเอง "ผีหรือเปล่าเนี่ย!"

เว่ยซานได้ยินจังหวะการเคาะประตูก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นใคร เธอเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ตรงดิ่งไปที่ประตูแล้วกระชากมันเปิดออก ไม่เปิดโอกาสให้อีกสี่คนที่เหลือได้ทันห้าม

เมื่อประตูเปิดออก ก็เป็นไปตามคาด คนคุ้นเคยกำลังยืนอยู่ด้านนอก พร้อมกับคนแปลกหน้าอีกหนึ่งคน เป็นชายวัยกลางคนที่สวมชุดฝึกของต๋าโมเค่อซือ

"คุณลุงครับ มาทำตัวเป็นวัยรุ่นแบบนี้มันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่มั้งครับ" เหลียวหรูหนิงยืนอยู่ด้านหลังเว่ยซาน กวาดสายตามองคนข้างๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเอ่ยปาก

"ลูกพี่ลูกน้อง!" อิงเฉิงเหอตะโกนลั่นทันทีที่เห็นว่าคนที่อยู่ตรงประตูคืออิงซิงเจวี๋ย จากนั้นเขาก็รีบตะครุบปากตัวเองทันที เป็นการเตือนสติตัวเองให้สงบและหนักแน่น ไม่แสดงออกว่าห่วงใยอีกฝ่ายมากจนเกินไป

เว่ยซานเบี่ยงตัวหลบ "เข้ามาสิ"

ในตอนนั้นเอง อิงซิงเจวี๋ยและคนที่อยู่ข้างๆ ก็เดินเข้ามา ทั้งคู่สวมชุดฝึกของสถาบันการทหารต๋าโมเค่อซือ

จบบทที่ ตอนที่ 486 "ตอนนี้ฉันเห็นชัดเจนแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว