- หน้าแรก
- เดิมพันหมดหน้าตัก ขอแค่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน
- ตอนที่ 476 ทุกคนยืดตัวตรง สายตาจับจ้องไปยังสิ่งของบนโต๊ะ
ตอนที่ 476 ทุกคนยืดตัวตรง สายตาจับจ้องไปยังสิ่งของบนโต๊ะ
ตอนที่ 476 ทุกคนยืดตัวตรง สายตาจับจ้องไปยังสิ่งของบนโต๊ะ
ตอนที่ 476 ทุกคนยืดตัวตรง สายตาจับจ้องไปยังสิ่งของบนโต๊ะ
"การตั้งค่าที่ถูกเพิ่มเข้ามานี้ทำให้สามารถควบคุมระยะไกลเพื่อให้เขาหมดสติได้โดยตรง สร้างภาพลวงตาว่าเกิดอาการกำเริบขึ้นในข้อมูลการตรวจสอบ"
ก่อนที่คนกลุ่มนี้จะทันได้ตั้งคำถาม ผู้บัญชาการอิงก็เปิดวิดีโอตอนที่อิงซิงเจวี๋ยเข้ารับการผ่าตัดเอาเครื่องนี้ออก รวมถึงวิดีโอที่ผู้เชี่ยวชาญทำการถอดชิ้นส่วนและตรวจสอบมันให้ดู
เพียงเท่านี้ก็มากพอที่จะทำให้พวกเขาเห็นได้ชัดเจนแล้วว่าไม่มีการปลอมแปลงใดๆ
"ผู้บัญชาการอิงหมายความว่ายังไงครับ" สีฮ่าวเทียนเอ่ยถาม
ผู้บัญชาการอิงปิดวิดีโอลง "เหตุการณ์บนดาวหนานผาซีเป็นแผนการร้าย เป็นแผนการที่ถูกออกแบบมาเพื่อใส่ร้ายอิงซิงเจวี๋ยโดยเฉพาะ ฉันต้องการให้พวกคุณยกเลิกการเฝ้าระวังเขาทั้งหมดเดี๋ยวนี้ คะแนนโหวตของทุกคนที่นี่กำลังช่วยให้พวกที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดกำจัดความหวังของสหพันธ์"
"แค่ของสิ่งนี้เนี่ยนะ จะล้างมลทินให้เขาได้งั้นเหรอ" บางคนยังคงไม่เห็นด้วย "ชีวิตนักเรียนทหารของเราที่ตายไปไม่มีค่าเลยหรือไง ถึงจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ แบบนี้"
ผู้บัญชาการอิงตบโต๊ะดังปังและกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว "พวกคุณไม่อยากหาตัวฆาตกรตัวจริงที่ฆ่านักเรียนทหารของตัวเองหรือไง หรือแค่อยากจะหาเรื่องอิงซิงเจวี๋ยกันแน่"
"ผู้บัญชาการอิง อารมณ์ของคุณชักจะแปรปรวนเกินไปแล้วนะ ไม่ว่าจะมองยังไง ปัญหามันก็เกิดจากคนฝั่งคุณเอง แล้วทำไมถึงมาโยนความผิดให้พวกเราล่ะ" ใครบางคนเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังจะทะเลาะกัน ผู้บัญชาการลู่จึงเอ่ยถามขึ้น "ผู้บัญชาการอิง คุณสืบรู้หรือยังว่าใครเป็นคนดัดแปลงเครื่องตรวจสอบข้อมูลขนาดจิ๋วเครื่องนี้"
ผู้บัญชาการอิงเองก็กำลังรอการติดต่อจากดาวเมืองหลวงตี้กั๋วเช่นกัน "มีผู้ต้องสงสัยแล้ว"
มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้สัมผัสมัน นั่นคือ ด็อกเตอร์ และผู้อำนวยการแผนกเครื่องกลแห่งเขตทหารที่หนึ่ง
นับตั้งแต่วินาทีที่เครื่องนี้ถูกตรวจสอบ ผู้บัญชาการอิงก็ได้ติดต่อไปยังคนที่ไว้ใจได้บนดาวเมืองหลวงตี้กั๋ว ให้ไปยังแผนกเครื่องกลแห่งเขตทหารที่หนึ่งเพื่อจับกุมตัวคนคนนั้นไว้ก่อน
ทว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการตอบกลับมา
แต่แล้วทันทีที่เธอพูดจบ ก็มีคนจากดาวเมืองหลวงตี้กั๋วติดต่อมาพอดี
ผู้บัญชาการอิงเปิดหน้าจอให้ทุกคนเห็นโดยตรง "เป็นยังไงบ้าง"
"ผู้บัญชาการครับ ผู้อำนวยการแผนกเครื่องกลฆ่าตัวตายแล้วครับ" ปลายสายเอ่ยพลางก้มหน้าลง
ฆ่าตัวตายงั้นเหรอ เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องสืบสวนให้มากความ ทุกคนก็รู้ได้ทันทีว่าคนคนนี้มีปัญหาจริงๆ
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบ ไม่นานนัก เซี่ยงหมิงฮว่าจากสถาบันการทหารต๋าโมเค่อซือก็เอ่ยขึ้น "ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ยกเลิกการเฝ้าระวังอิงซิงเจวี๋ยได้แล้ว หวังว่าผู้บัญชาการอิงจะหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังพบโดยเร็วนะครับ"
"ตอนนี้คนพวกนี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการทหารตี้กั๋วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมันไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลย" อาจารย์จากสถาบันการทหารซามูเอลเม้มปาก "พวกเราก็แค่ทำตามกฎระเบียบ แถมยังถูกคนจากสถาบันตี้กั๋วของพวกคุณปั่นหัวเอาอย่างไม่มีเหตุผลอีกต่างหาก"
"บางทีพวกคุณอาจจะแค่เล่นละครตบตากันเองก็ได้"
แม้จะรู้ว่ามีคนเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่บางคนก็ยังดึงดันที่จะเอาชนะให้ได้
"งั้นคุณหมายความว่าเว่ยซานจากสถาบันการทหารต๋าโมเค่อซือสมรู้ร่วมคิดให้การเท็จกับพวกเรางั้นสิ" ผู้บัญชาการอิงจ้องมองคนที่พูด "ทำไมคุณไม่ลองถามเธอดูเองล่ะ"
"ฉันเห็นมากับตาตัวเองเลยค่ะ" เว่ยซานยกมือขึ้นเสนอตัว
เมื่อเว่ยซานถูกลากเข้ามาพัวพันด้วย บรรดาอาจารย์จากสถาบันการทหารต๋าโมเค่อซือก็ย่อมต้องออกโรงสนับสนุนเธออย่างแน่นอน
"ระดับการรับรู้ของอิงซิงเจวี๋ยคือซูเปอร์เอส คนธรรมดาไม่มีทางเข้าใกล้เขาได้เลย การที่จะทำให้เขาหมดสติได้ ก็เป็นไปได้แค่ว่าเครื่องจักรจิ๋วนี้ถูกดัดแปลงเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับเหตุการณ์บนดาวหนานผาซีครั้งก่อน คุณกับฉันต่างก็รู้ดีว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำและมุ่งเป้าไปที่เขาอย่างชัดเจน ในเมื่อตอนนี้พบหลักฐานแล้ว ทุกคนก็ควรจะยอมรับมันซะ และอย่าได้ใส่ร้ายป้ายสีนักเรียนอายุน้อยเพียงเพราะความเห็นแก่ตัวเลย"
อาจารย์จากสถาบันการทหารหนานผาซีพยักหน้าเห็นด้วย "จริงด้วย ถ้าใครยังไม่เชื่อ ก็เอาเครื่องจักรจิ๋วนี้ไปตรวจสอบใหม่อีกรอบได้เลย"
อีกฝ่ายทำได้เพียงเปลี่ยนท่าที "ถ้าอย่างนั้นครั้งนี้เราคงต้องขอบคุณเว่ยซานที่ทำให้อิงซิงเจวี๋ยล้างมลทินให้ตัวเองได้ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะต้องเผชิญกับการถูกใส่ร้ายอีกรอบแน่"
ทันใดนั้นก็มีคนยกมือขึ้นถาม "แล้วทำไมเว่ยซานถึงไปที่ห้องของอิงซิงเจวี๋ยล่ะ"
สายตาของทุกคนในห้องประชุมต่างก็จับจ้องไปที่เว่ยซานซึ่งกำลังนั่งอยู่บนพื้น
เธอปัดหัวเข่าแล้วลุกขึ้นยืน "ฉันถูกคัดออกและกำลังเตรียมตัวจะพักผ่อน จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าเพื่อนร่วมชั้นอิงยังอยู่ข้างนอกสนามแข่งขัน ฉันรู้สึกเห็นอกเห็นใจก็เลยอดไม่ได้ที่จะแวะไปปลอบใจเขา เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนร่วมชั้นน่ะค่ะ"
ผู้บัญชาการอิงปรายตามมองเว่ยซาน: ความสัมพันธ์อันดีอะไรกัน โกหกหน้าตายต่อหน้าผู้ใหญ่ชัดๆ
"อย่างนั้นเหรอ" ผู้บัญชาการลู่เอ่ยเรียบๆ "ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามุมกล้องของวิดีโอนั่นมันเหมือนแอบถ่ายมาจากนอกหน้าต่างเลยล่ะ ฉันจำได้ว่าห้องของอิงซิงเจวี๋ยไม่ได้อยู่ชั้นหนึ่งนี่ เธอขึ้นไปบนนั้นได้ยังไง เว่ยซาน"
เว่ยซาน: "ผู้บัญชาการลู่ คุณอาจจะไม่เข้าใจวิธีแสดงมิตรภาพของพวกเราคนหนุ่มสาว ฉันปีนหน้าต่างก็เพื่อจะเซอร์ไพรส์เพื่อนร่วมชั้นอิงเท่านั้นเองค่ะ"
ผู้บัญชาการลู่ที่ถูกประชดว่าแก่: "..." หึ
ภายในห้องประชุม นับตั้งแต่ที่เว่ยซานพูดจบ บรรยากาศก็ดูแปลกประหลาดไปเล็กน้อย
เพราะยังไงซะ ในความประทับใจของทุกคน เว่ยซานไม่น่าจะปีนหน้าต่างเพื่อไปแสดงมิตรภาพหรอก น่าจะไปทำร้ายคนมากกว่า
เซี่ยอวี่ม่านกระแอมไอ ดึงหัวข้อสนทนากลับมา "ในเมื่อเพื่อนร่วมชั้นอิงถูกใส่ร้าย สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญยังคงเป็นการค้นหาเจตนาของผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ต่างหาก"
"ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง" ผู้บัญชาการอิงวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะประชุม "เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังมีหน้าที่จับตาดูอิงซิงเจวี๋ย และในขณะเดียวกันก็มีหน้าที่คุ้มกันเขาด้วย แต่เมื่อบ่ายวันนี้พวกเขากลับหายตัวไปกันหมด"
ห้องประชุมเซ็งแซ่ไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้มีอะไรน่าสงสัย
"ผู้บัญชาการอิง คุณสืบพบสาเหตุหรือยัง" ผู้บัญชาการลู่ถาม
"เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังได้รับคำสั่งสับเปลี่ยนเวรล่วงหน้าจึงออกไป" ผู้บัญชาการอิงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะดันมันไปตรงกลางโต๊ะ "คำสั่งที่พวกคุณเป็นคนออกยังไงล่ะ"
"คำสั่งเหรอ" ใครบางคนร้องตะโกนขึ้นมา "เป็นไปไม่ได้ พวกเราทุกคนกำลังดูการแข่งขันอยู่ที่ห้องส่งถ่ายทอดสดกันหมด"
เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังแบ่งออกเป็นสามกะ ตั้งแต่วันแรกพวกเขาก็คุ้นเคยกันดีและรู้หน้าที่ในระหว่างการส่งมอบงาน แต่เมื่อวันนี้พวกเขาได้รับคำสั่งที่ประทับตราของห้าสถาบันการทหารใหญ่ พวกเขาจึงออกไปก่อนเวลาโดยไม่ได้ส่งมอบงานให้ใครเลย
ตราประทับนั้นอยู่ในการดูแลของอาจารย์ผู้นำทีมของห้าสถาบันการทหารใหญ่มาโดยตลอด
เซี่ยงหมิงฮว่าหยิบตราประทับของตนออกมาจากถุงมิติ "ผมพกตราประทับนี้ติดตัวไว้ตลอด ไม่เคยเอาออกมาเลย"
"ผมก็เหมือนกัน"
"ผมไม่เคยเห็นคำสั่งนี้เลยด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการประทับตรา"
สายตาของผู้บัญชาการอิงหลุบมองไปที่ใบคำสั่ง "ตราประทับถูกตรวจสอบแล้ว มันเป็นของจริง"
ในที่สุด บรรดาอาจารย์ผู้ฝึกสอนก็ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของการถูกปรักปรำจนอธิบายอะไรไม่ได้เสียที