- หน้าแรก
- เดิมพันหมดหน้าตัก ขอแค่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน
- ตอนที่ 473 "ฉันชินกับมันมาตั้งหลายปี
ตอนที่ 473 "ฉันชินกับมันมาตั้งหลายปี
ตอนที่ 473 "ฉันชินกับมันมาตั้งหลายปี
ตอนที่ 473 "ฉันชินกับมันมาตั้งหลายปี
ใครจะไปคิดล่ะว่าของชิ้นเล็กๆ แค่นี้จะซ่อนแผนการร้ายเอาไว้ได้"
"ฉันต้องผ่าตัดเล็กเพื่อเอาของสิ่งนี้ออกมา แล้วส่งไปให้ตระกูลอิงตรวจสอบ" หมอสวี่กล่าวอย่างเด็ดขาด
เว่ยซานไม่ได้ออกไปไหนระหว่างการผ่าตัด เธอกำลังบันทึกวิดีโอเอาไว้
หากของชิ้นนี้มีปัญหาจริงๆ แล้วมีคนปฏิเสธไม่ยอมรับ โคลนตมที่สาดใส่ตัวอิงซิงเจวี๋ยก็คงล้างไม่ออกไม่ใช่หรือไง
มันเป็นการผ่าตัดเล็กจริงๆ และฝีมือของคุณหมอก็ยอดเยี่ยมมาก ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที เธอก็เอาอุปกรณ์ดักฟังและบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋วออกมาได้ แล้วนำมันใส่ลงในกล่องทันที
คุณหมอไม่ได้เย็บแผลให้อิงซิงเจวี๋ย แต่หยิบกระปุกยาเล็กๆ ที่บรรจุสารกึ่งโปร่งใสคล้ายขี้ผึ้งจากด้านข้างมาทาลงบนหลังคอของเขา เพียงชั่วพริบตา บาดแผลก็สมานตัวทันที
"นี่คือยาอะไรคะ ดูดีกว่าของเหลวในตู้รักษาตั้งเยอะ" เว่ยซานไม่เคยเห็นยาที่ให้ผลลัพธ์ดีขนาดนี้มาก่อน ทุกครั้งที่เธอลงไปนอนในตู้รักษา มันคือความทรมานสำหรับเธอ ทหารเดี่ยวอย่างพวกเธอเกลียดกลิ่นของเหลวนั่นที่สุด
"กระปุกนี้ฉันให้เธอก็แล้วกัน" คุณหมอยื่นกระปุกยาให้เว่ยซาน
"กระปุกเล็กแค่นี้ ฉันว่าทามือเดียวก็คงหมดแล้วมั้งคะ" เว่ยซานมองดูแล้วเอ่ยขึ้น
"ยานี้ล้ำค่ามากนะ ขนาดตระกูลอิงยังจัดหามาให้แค่ซิงเจวี๋ยใช้คนเดียว แถมปีหนึ่งยังมีแค่ 10 กระปุกเท่านั้น" คุณหมออธิบาย
เว่ยซานเก็บยาขี้ผึ้งลงไป จากนั้นก็ฉวยโอกาสพลิกตัวอิงซิงเจวี๋ย เธอจ่อกล้องเข้าไปใกล้ๆ เพื่อถ่ายใบหน้าของเขาให้มั่นใจว่าวิดีโอนี้บันทึกภาพอิงซิงเจวี๋ยตอนเข้ารับการผ่าตัดไว้อย่างชัดเจน ก่อนจะผละออกอย่างพึงพอใจ
"ฉันต้องเอาของสิ่งนี้ไปมอบให้คนของตระกูลอิง" คุณหมอหันมาบอกเว่ยซาน "รบกวนเธออยู่รอจนกว่าซิงเจวี๋ยจะฟื้นได้ไหม"
เว่ยซานตอบรับอย่างสบายๆ "ได้ค่ะ" ช่วยคนทั้งทีก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด
หลังจากคุณหมอออกไป เว่ยซานก็เปิดคอมพิวเตอร์ออปติคัลของตัวเอง เวลาทำอะไรเธอมีนิสัยอยู่อย่างหนึ่ง คือมักจะเปิดกล้องบันทึกวิดีโอเอาไว้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น
เธอกดเลื่อนดูและแตะเปิดคลิปวิดีโอความยาวไม่ถึง 10 วินาที ซึ่งเป็นคลิปที่เว่ยซานเคยบันทึกไว้ก่อนหน้านี้โดยการหันกล้องใส่กระจกบานเล็ก
เว่ยซานถ่ายทำได้อย่างมีชั้นเชิง โดยจับภาพผู้ติดเชื้อแค่ช่วงใต้ตาลงมา และภาพของอิงซิงเจวี๋ยที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นเท่านั้น
ด้วยวิธีนี้ จึงไม่ได้เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของผู้ติดเชื้อ แต่ก็ยังทิ้งหลักฐานไว้ให้อิงซิงเจวี๋ยได้
เมื่อมีวิดีโอนี้ บวกกับความเป็นไปได้ที่ว่าอุปกรณ์ดักฟังและบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋วอาจมีปัญหา แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะลบล้างข้อสงสัยในตัวอิงซิงเจวี๋ยได้
เว่ยซานนั่งอยู่ด้านข้างเพียงลำพัง บรรยากาศรอบตัวของเธอค่อยๆ เปลี่ยนไป ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ทันสังเกตเห็น
ในตอนนั้นเอง อิงซิงเจวี๋ยที่นอนอยู่บนเตียงก็ลืมตาขึ้น ความรู้สึกมันคล้ายกับตอนที่อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ เพียงแต่ไม่มีกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง เขายกมือขึ้นบังใบหน้าและค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง โดยที่ยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันนัก
"ตื่นแล้วเหรอ" เว่ยซานได้ยินความเคลื่อนไหวจึงลุกขึ้นยืนข้างเตียง
อิงซิงเจวี๋ยลดมือลงและเงยหน้ามองเว่ยซาน เขายังไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่ได้อยู่ในสนามแข่งขันแต่กลับมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขา วินาทีต่อมา เขาก็ชิงลงมือโจมตีก่อน โดยใช้สัมผัสการรับรู้โจมตีใส่คนตรงหน้า
"นายบ้าไปแล้วหรือไง" เว่ยซานเกลียดการถูกโจมตีทางจิตประสาทโดยไม่มีเหตุผลที่สุด เธอจึงเอื้อมมือไปบีบคออิงซิงเจวี๋ย แล้วกดเขาลงบนเตียงอย่างแรง
เธอไม่ได้ออมแรงเลยสักนิด การเคลื่อนไหวของเธอรุนแรงมาก
อิงซิงเจวี๋ยชะงักไปเมื่อเห็นความดุดันในแววตาของเว่ยซาน เขายื่นนิ้วเรียวยาวสะอาดสะอ้านออกมาแตะลงบนข้อมือของเธอเบาๆ โดยไม่มีเจตนาจะดิ้นรนให้หลุดพ้น "เธอ... การแข่งขันจบลงแล้วเหรอ"
"เปล่า ฉันออกจากการแข่งขันมาแล้วต่างหาก" เว่ยซานปล่อยมือจากคอของเขาแล้วถอยหลังไปสองสามก้าว "ขอโทษที แต่ฉันเคยบอกนายแล้วไง ว่าอย่าใช้พลังการรับรู้โจมตีฉันง่ายๆ แบบนั้น"
หากเป็นเมื่อก่อน ถ้าเว่ยซานบอกว่าเธอถูกคัดออก สิ่งแรกที่อิงซิงเจวี๋ยจะวิเคราะห์ก็คือเหตุผล แต่ตอนนี้เขากลับคิดอยู่แค่เรื่องเดียว
อิงซิงเจวี๋ยใช้มือยันตัวลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง เขายืนเท้าเปล่าอยู่บนพื้นและจ้องมองเว่ยซานอย่างเงียบๆ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็เอ่ยถาม "เธอได้ส่องกระจกดูตัวเองบ้างหรือเปล่า"
เว่ยซาน: "อยู่ดีๆ ฉันจะไปส่องกระจกทำไม"
อิงซิงเจวี๋ยคุ้นเคยกับห้องทดลองเคลื่อนที่ของคุณหมอเป็นอย่างดี เขาก้าวไปข้างหน้า ดึงตัวเว่ยซาน แล้วไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานหนึ่ง
เว่ยซานมองตัวเองในกระจกแล้วก็ต้องชะงักงัน: คนในกระจกยังมีจิตสังหารหลงเหลืออยู่ในแววตา จินตนาการได้เลยว่าตอนที่เธอลงมือกับอิงซิงเจวี๋ยเมื่อครู่ แววตาของเธอจะเป็นอย่างไร
เห็นได้ชัดว่าเธอแค่หงุดหงิดรำคาญใจเท่านั้น
ตอนที่ 243 ความเข้าใจผิด
ความดุร้ายในแววตาของคนในกระจกทำให้เว่ยซานรู้สึกแปลกๆ เธอไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงนี้เอาเสียเลย
เว่ยซานจงใจเก็บสีหน้าของตัวเองและเบือนหน้าหนี ทว่าสายตากลับอดไม่ได้ที่จะไปตกลงบนหมวกของอิงซิงเจวี๋ยที่อยู่ด้านหลังเธอในกระจก
ตอนที่เธอช่วยเขาสวมหมวกก่อนหน้านี้ เพื่อไม่ให้มันหลุด เว่ยซานจึงจงใจมัดมันเอาไว้อย่างแน่นหนา เมื่อครู่นี้คุณหมอรีบร้อนตรวจร่างกายให้อิงซิงเจวี๋ยจนไม่ได้สังเกตว่าเขาสวมหมวกอยู่ โดยจิตใต้สำนึกคงคิดว่าเป็นหมวกผ่าตัด
ระหว่างที่ยืนอยู่หน้ากระจก ความสนใจของซิงเจวี๋ยพุ่งเป้าไปที่เว่ยซานทั้งหมด เขาจึงไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ ของตัวเองเลย และยังคงสวมมันมาจนถึงตอนนี้
จนกระทั่งตอนนี้ เมื่อมองตามสายตาของเว่ยซานไป เขาถึงได้เห็นหมวกที่ตัวเองสวมอยู่ในกระจก
อิงซิงเจวี๋ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นถอดหมวกออก
เว่ยซานจะดึงเขาออกห่างจากกระจกตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว
คนในกระจก แม้ริมฝีปากจะซีดเซียว แต่ก็ไม่อาจปิดบังความหล่อเหลาอันหมดจดได้ ปอยผมปรกหน้าผากดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ท่าทางของเขายังคงดูสงบนิ่งและเยือกเย็น หากไม่นับรวมเปียยาวสองเส้นที่ดูขัดหูขัดตานั่น
"..."
ชั่วขณะนั้น พื้นที่ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
เว่ยซานตั้งใจจะกู้สถานการณ์ จึงอ้าปากเอ่ยขึ้นมาว่า "ความจริงมันก็ดูดีออกนะ"
แต่พอพูดจบ เธอก็เริ่มรู้สึกเสียใจและพยายามจะอธิบายต่อ
"อืม" อิงซิงเจวี๋ยหันกลับมา "คุณหมอมาแล้ว"
เว่ยซาน: ...สมกับเป็นผู้บัญชาการจริงๆ เยือกเย็นพอตัวเลย
ทั้งสองเดินตามกันออกไป และก็เป็นอย่างที่คิด คุณหมอกลับมาแล้วจริงๆ
เมื่อเห็นว่าอิงซิงเจวี๋ยฟื้นแล้ว คุณหมอก็เตรียมจะคุยกับเขาเรื่องอุปกรณ์ดักฟังและบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋ว แต่พอเห็นผมเปียสองเส้นของเขา เธอก็ถึงกับชะงักค้างไปอยู่กับที่
ประจวบเหมาะกับที่ทั้งสองเพิ่งเดินผละมาจากหน้ากระจกพอดี คุณหมอจึงถามขึ้นอย่างลังเล "นี่มัน...อะไรกันเนี่ย" พวกเขาแค่ออกไปข้างนอกแป๊บเดียว ทำไมถึงได้ถักเปียกลับมาได้ล่ะ
ทว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกลับเมินเฉยต่อเรื่องผมเปียโดยสิ้นเชิง เขานั่งลงบนเตียงผู้ป่วยอีกครั้งแล้วพูดแทรกขึ้น "หมอสวี่ครับ ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ"
สายตาของคุณหมอมองสลับไปมาระหว่างคนทั้งสอง เมื่อได้ยินอิงซิงเจวี๋ยถาม เธอจึงอธิบาย "นักเรียนเว่ยพาเธอมาที่นี่ เธอบอกว่าเธอเป็นลมอยู่ในห้อง ฉันตรวจร่างกายเธอแล้วพบว่าอาการของเธอเหมือนกับตอนที่อยู่บนดาวหนานผ้าซีเลย แต่ครั้งนี้เธอหมดสติไป ฉันก็เลยสงสัยว่าอาจจะมีอะไรบางอย่างทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนน่ะ"