เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 463 "คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะเร็วกว่าโรงเรียนทหารจักรวรรดิเสียอีก"

ตอนที่ 463 "คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะเร็วกว่าโรงเรียนทหารจักรวรรดิเสียอีก"

ตอนที่ 463 "คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะเร็วกว่าโรงเรียนทหารจักรวรรดิเสียอีก"


ตอนที่ 463 "คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะเร็วกว่าโรงเรียนทหารจักรวรรดิเสียอีก"

จินเคอเงยหน้ามองหน้าจอแสงที่เห็นได้ชัดเจนแม้ในเวลากลางวันแสกๆ เขารู้อยู่แก่ใจว่าทุกคนในการแข่งขันครั้งนี้ล้วนเป็นคู่ต่อสู้ที่ตึงมือ

ในบรรดาสองโรงเรียนทหารที่แต่เดิมมีอันดับตามหลังพวกเขา โรงเรียนหนึ่งอยู่ในถิ่นของตัวเอง ส่วนอีกโรงเรียนหนึ่งก็มีระดับของทหารเดี่ยวในทีมกำลังหลักพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ตอนนี้ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโรงเรียนทหารต๋าหมัวเค่อลี่ซือคือการได้เข้าสู่สนามแข่งขันเป็นทีมแรก

...

"เธอคิดว่าโรงเรียนทหารไหนจะได้ที่หนึ่งในครั้งนี้ล่ะ" อิงเยว่หรงเอ่ยถามขณะเดินมาจากที่ไหนสักแห่งแล้วมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ อิงซิงเจวี๋ย

แม้ว่าเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังโดยรอบจะคอยกันไม่ให้พวกเว่ยซานพูดคุยกับอิงซิงเจวี๋ย แต่พวกเขาก็ไม่กล้าขวางอิงเยว่หรง ทำได้เพียงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบันทึกบทสนทนาเอาไว้รายงานผู้บังคับบัญชาในภายหลัง

สายตาของอิงซิงเจวี๋ยกวาดมองหน้าจอแสงที่ถูกแบ่งเป็นช่องนับสิบในจุดถ่ายทอดสด โดย 5 จอที่ใหญ่ที่สุดกำลังฉายภาพสมาชิกทีมกำลังหลักของโรงเรียนทหารต่างๆ ในที่สุดสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่หน้าจอแสงซึ่งมีธงทหารสีเหลืองทราย "ซิงเจวี๋ยไม่ทราบครับ"

อิงเยว่หรงขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินเขาพูดว่าไม่รู้ ในฐานะผู้บัญชาการระดับซูเปอร์ 3S ประโยคที่อิงซิงเจวี๋ยมักจะพูดบ่อยที่สุดคือประโยคบอกเล่า แม้ว่าเขาจะไม่สามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยเขาก็มักจะคาดเดาได้แม่นยำถึง 80 เปอร์เซ็นต์

ไม่รู้อย่างนั้นเหรอ?

"เธอไม่คิดว่าโรงเรียนทหารจักรวรรดิจะได้ที่หนึ่งสินะ" อิงเยว่หรงเงยหน้ามองหน้าจอแสงยักษ์ "โรงเรียนทหารหนานผ้าซือ หรือว่า... โรงเรียนทหารต๋าหมัวเค่อลี่ซือล่ะ"

"อาจจะเป็นโรงเรียนทหารหนานผ้าซือครับ" อิงซิงเจวี๋ยกล่าวอย่างสงบนิ่ง

อิงเยว่หรงตกตะลึง เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อหันไปสบตากับอิงซิงเจวี๋ย หางตาของเธอก็ตวัดมองเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

ครู่ต่อมา อิงเยว่หรงก็เอามือไพล่หลัง ยืนมองหน้าจอแสงไปพร้อมกับเขา "งั้นก็มาดูกันว่าโรงเรียนทหารไหนจะได้ที่หนึ่ง"

บางทีอาจเป็นเพราะโรงเรียนทหารจักรวรรดิสูญเสียอันดับหนึ่งไปหลายครั้งแล้วทั้งที่มีอิงซิงเจวี๋ยเป็นผู้นำ ตอนนี้อิงเยว่หรงถึงได้สามารถพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้อย่างใจเย็นและยอมรับความจริงอย่างน่าประหลาด

มันช่างแตกต่างจากสิ่งที่เธอเคยพูดเอาไว้ตอนที่มานั่งแท่นนักพากย์ในช่วงแรกๆ ของการแข่งขันอย่างสิ้นเชิง

นัยน์ตาสีดำขลับและลึกล้ำของอิงซิงเจวี๋ยจ้องมองใครบางคนบนหน้าจอแสงจอหนึ่งโดยไม่พูดอะไร

เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังที่อยู่ใกล้ๆ ไม่สามารถวิเคราะห์การสื่อสารที่แฝงความนัยระหว่างผู้บัญชาการทั้งสองได้ และทำได้เพียงบันทึกสิ่งที่พวกเขาพูดเอาไว้อย่างเรียบง่าย

มันก็เป็นเพียงแค่การพูดคุยกันว่าโรงเรียนทหารไหนจะคว้าแชมป์ไปได้เท่านั้นเอง

ภายในสนามแข่งขัน

"พักกันตรงนี้ก่อน ทุกคนทำแผลให้กันและกันด้วย" จินเคอยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดพักในลานโล่ง "เซวียนซาน นายไปลาดตระเวนดูสถานการณ์รอบๆ หน่อย"

ฮั่วเซวียนซานพยักหน้า เข้าไปในหุ่นรบของตัวเองโดยตรง กางปีกออก แล้วบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ที่นี่ไม่มีกิ่งหลิวที่พลิ้วไหวอย่างบ้าคลั่งไปตามสายลม หรือการโจมตีจากลิงหัวล้านที่ปราดเปรียว มีเพียงพื้นดินที่ราบเรียบไร้ซึ่งก้อนกรวดเล็กๆ แม้แต่ก้อนเดียว

จินเคอโค้งตัวลงแตะพื้น มือของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นโคลนสีเหลือง เขายืดตัวขึ้นและเอ่ยเตือนทุกคน "เคลื่อนที่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่นี่อาจจะมีพายุฝุ่น"

แตกต่างจากพายุทรายในสนามแข่งขันทะเลทรายที่ทรายซึ่งถูกลมพัดพามาสามารถปัดออกได้ ฝุ่นพวกนี้เป็นเพียงโคลนสีเหลืองละเอียด ซึ่งสามารถสูดดมเข้าไปในระบบทางเดินหายใจได้ง่าย

คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องยุ่งยากอีกเรื่องหนึ่งแน่ๆ

จินเคอยกมือขึ้นบังแสงแดดและกวาดสายตามองไปรอบๆ คร่าวๆ พื้นดินที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาถูกปกคลุมด้วยฝุ่นโคลนสีเหลืองบางๆ บ่งบอกว่าที่นี่มักจะมีลมประหลาดพัดพาฝุ่นออกไป มันจึงไม่สะสมจนหนาเตอะ แต่ก็จะมีฝุ่นชั้นใหม่ถูกพัดกลับมาเสมอ

"เบามือหน่อยสิ!" อิงเฉิงเหอยื่นมือไปปัดมือของเลี่ยวหรูหนิงออก "ถอยไป ฉันทำเอง"

เว่ยซานนั่งอยู่ตรงนั้น วางมือพักไว้บนต้นขาโดยหงายมือออก ทั้งสองคนกำลังเถียงกันว่าใครจะเป็นคนทายาให้เธอ "ถ้าพวกนายมัวแต่ชักช้า แผลฉันคงสมานกันพอดี"

ทันทีที่เธอพูดจบ เลี่ยวหรูหนิงกับอิงเฉิงเหอก็เงยหน้าขึ้นมาถลึงตาใส่เว่ยซานพร้อมกัน

คุณชายเลี่ยวหัวเราะหึๆ "งั้นก็โชว์แผลที่สมานแล้วให้ดูเดี๋ยวนี้เลยสิ"

เว่ยซาน: "..."

ไม่นานนัก ฮั่วเซวียนซานก็กลับมาจากการลาดตระเวน "สภาพแวดล้อมรอบๆ เหมือนกันหมดเลย เป็นพื้นที่เปิดโล่งไม่มีที่กำบัง ตอนนี้ฉันยังไม่เห็นสัตว์ดาวเลยสักตัว วันนี้พวกเราอาจจะหาทางออกไม่ได้"

หลังจากทุกคนพักผ่อนเสร็จ ทีมโรงเรียนทหารต๋าหมัวเค่อลี่ซือก็เดินทางต่อ และก็เป็นอย่างที่ฮั่วเซวียนซานบอกจริงๆ สิ่งที่พวกเขาเห็นแทบจะเหมือนกันไปหมด ไร้ซึ่งที่กำบังใดๆ คนทั้งกลุ่มเดินหน้าต่อไปจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มมืดลง

"ทุกคนตั้งค่ายพักแรมตรงนี้แหละ" จินเคอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังมืดมิด พวกเขายังหาที่กำบังไม่ได้เลย หากกางเต็นท์ตรงนี้ เขาคาดว่าทันทีที่มีลมแรงพัดมา เต็นท์คงพังครืนลงมาหมด เผลอๆ ตื่นมาอีกทีทุกคนอาจจะถูกสายลมพัดปลิวไปแล้วก็ได้

"ทำไมพวกเราไม่เอาเต็นท์ทั้งหมดมาต่อกันเป็นหอพักรวมขนาดใหญ่ไปเลยล่ะ" เว่ยซานหยิบเปลือกต้นหลิวที่เธอลอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ออกมาจากกระเป๋าสัมภาระรบ "เจ้านี่น่าจะเอามาใช้เป็นเชือกผูกยึดได้ดีเลยนะ"

จินเคอ: "...รวมพลช่างเครื่องทุกคน"

ผู้ชมในจุดถ่ายทอดสดนั่งอยู่บนที่นั่ง มองดูบรรดาช่างเครื่องของโรงเรียนทหารต๋าหมัวเค่อลี่ซือทำการเย็บปักถักร้อยอย่างมีศิลปะได้อย่างชัดเจน และลึกๆ ในใจ พวกเขากลับรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว

ตอนที่ 238 ก้าวข้ามขีดจำกัด

การจะสร้างหอพักรวมขนาดใหญ่ อย่างแรกพวกเขาต้องเย็บเต็นท์ทั้งหมดเข้าด้วยกันก่อน ของอย่างเข็มกับด้าย อย่าว่าแต่โรงเรียนทหารต๋าหมัวเค่อลี่ซือจะไม่มีเลย แม้แต่ในศูนย์แลกเปลี่ยนก็ยังไม่มีให้เห็น

ดังนั้น เว่ยซานจึงแยกกิ่งหลิวออกมา 2-3 กิ่ง แล้วค่อยๆ ดึงให้เป็น 'เส้นด้าย' ขนาด 5 มิลลิเมตรเพื่อแจกจ่าย ส่วนเรื่องเข็ม บรรดาช่างเครื่องทำได้เพียงฝนมันขึ้นมาตรงนั้นเลย โชคดีที่พวกเขาทุกคนมีเครื่องมือครบมือ การทำเข็มจึงเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อมีเข็มและด้าย ผู้ชมบนสตาร์เน็ตทุกคนก็ได้ประจักษ์ถึงฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจของคนนับร้อยที่กำลังนั่งเย็บปักถักร้อยอย่างมีศิลปะ หากนี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย อย่างน้อยมันก็ต้องเป็นครั้งแรกแน่ๆ

พวกเขานั่งเรียงรายกันบนพื้น โดยมีผืนผ้าใบเต็นท์ที่จะต้องเย็บพาดอยู่บนตัก ท่าทางการจับเข็มของแต่ละคนดูแปลกประหลาดและหลากหลาย แต่พวกเขาหาได้ใส่ใจไม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเย็บเต็นท์พวกนี้เข้าด้วยกัน

ทว่าในฐานะช่างเครื่องที่ชื่นชอบการแข่งขันประชันฝีมือทางเทคนิค พวกเขาจะยอมปล่อยโอกาสในการโชว์ออฟไปง่ายๆ ได้อย่างไร

พวกเขาทุกคนต่างตั้งปณิธานไว้ในใจว่าจะต้องเย็บชิ้นส่วนเต็นท์ของตัวเองให้เปล่งประกายเจิดจรัสอยู่ท่ามกลางเต็นท์ทั้งหมด และโดดเด่นเหนือใครให้จงได้!

บรรดาช่างเครื่องของโรงเรียนทหารต๋าหมัวเค่อลี่ซือต่างก็เย็บปักกันอย่างว่องไว บางคนถึงขั้นเรียนรู้เทคนิคและท่าทางการเย็บด้วยตัวเอง นั่งขัดสมาธิ เย็บไปได้สักพักก็เอาเข็มมาเกาหัว หรือไม่ก็พยายามใช้ฟันกัดด้ายเปลือกต้นหลิวให้ขาด

จบบทที่ ตอนที่ 463 "คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะเร็วกว่าโรงเรียนทหารจักรวรรดิเสียอีก"

คัดลอกลิงก์แล้ว