- หน้าแรก
- เดิมพันหมดหน้าตัก ขอแค่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน
- ตอนที่ 452 "เมื่อกี้อิงซิงเจวี๋ยส่งข้อความมาหาฉัน
ตอนที่ 452 "เมื่อกี้อิงซิงเจวี๋ยส่งข้อความมาหาฉัน
ตอนที่ 452 "เมื่อกี้อิงซิงเจวี๋ยส่งข้อความมาหาฉัน
ตอนที่ 452 "เมื่อกี้อิงซิงเจวี๋ยส่งข้อความมาหาฉัน
บอกว่าเขาไม่พบความเป็นไปได้ที่จิลวูดจะวิวัฒนาการ และขอให้พวกเราเริ่มตรวจสอบจากฝั่งกองทัพอิสระ" เว่ยซานยกมือขึ้นเปิดคอมพิวเตอร์ออปติคัลเพื่อให้จินเคอดูข้อความ
"ตามทฤษฎีแล้ว การวิวัฒนาการมักจะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนระดับท็อป จิลวูดดูแปลกไปหน่อยจริงๆ" จินเคอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "บางทีอาจเป็นปัญหาเรื่องการวิวัฒนาการที่ทำให้เธอรู้สึกแย่กับจิลวูด ผู้มีพลังระดับซูเปอร์เอสจะอ่อนไหวมากกว่าคนอื่น"
"นายลืมอะไรไปอย่างหนึ่งนะ" เว่ยซานเตือนเขา "หมอกสีดำในเลือดของฉันไง"
"เธอพูดจาไร้สาระอะไรเนี่ย" จินเคอพูดแทรกขึ้นมาอย่างไม่ยอมฟัง "รีบไปนอนได้แล้ว"
"นายไม่ใช่เหรอที่ยืนกรานให้ฉัน..." เว่ยซานเดินตามหลังไปเพื่อจะพูดกับเขาโดยไม่รู้ตัว แต่จินเคอกลับเดินดุ่มๆ ออกไปแล้วกระแทกประตูปิดเสียงดังปัง จนเกือบจะชนจมูกเธอ
เว่ยซานนั่งลง ผ่านไปสักพัก เธอก็ตอบกลับอิงซิงเจวี๋ยไปว่าเธอเข้าใจแล้ว
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาของการฝึก ทหารเดี่ยวไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากปีนกำแพงหรือต่อสู้ด้วยหุ่นรบ ฮั่วฉู่ไม่เคยเข้ามาให้คำแนะนำเลย การต่อสู้ด้วยหุ่นรบถูกสุ่มจับคู่ติดต่อกันเป็นเวลาสามวัน และทหารเดี่ยวส่วนใหญ่ก็ได้ร่วมมือกับคนจากต่างสถาบันการทหาร ยกเว้นการแข่งขันของเว่ยซานในวันแรกที่เพื่อนร่วมทีมต้องมาสู้กันเอง ส่วนคนอื่นๆ ถือว่าให้ความร่วมมือกันได้ดีพอสมควร
ในวันที่สามของการต่อสู้ด้วยหุ่นรบ เว่ยซานต้องเผชิญหน้ากับจิลวูดอีกครั้ง เธอยังคงจบการแข่งขันอย่างรวดเร็ว แถมคราวนี้ถึงขั้นตัดหัวหุ่นรบของอีกฝ่ายจนขาดกระเด็น
เว่ยซานกำดาบซวีหมีแน่น รู้สึกมึนงงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าจิตใต้สำนึกของเธอรู้สึกรำคาญจิลวูดอย่างถึงที่สุด
"เว่ยซาน เธอกำลังจะแพ้อยู่แล้ว ทำไมเธอถึงลงมือโหดเหี้ยมขนาดนี้" เซียวอีไลก้าวออกมาข้างหน้า เขาไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของเว่ยซานเป็นอย่างมาก
"ฝีมือเธอด้อยกว่าเอง จะไปโทษใครได้ล่ะ" ฮั่วเซวียนซานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ สวนกลับทันควัน
สมาชิกตระกูลฮั่วที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงครูฝึกฮั่วฉู่: "..." สถาบันการทหารต๋าโมเค่อซือเป็นเบ้าหลอมแบบไหนกันเนี่ย ฮั่วเซวียนซานคนก่อนหน้านี้เป็นถึงคุณชายผู้ถ่อมตนจากตระกูลสูงศักดิ์ชัดๆ แล้วตอนนี้เขากลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน
"แต่ไหนแต่ไรมา การฝึกซ้อมร่วมกันก็ไม่ได้สนเรื่องการบาดเจ็บหรือล้มตายอยู่แล้ว จิลวูดยังไม่ตายซะหน่อย และต่อให้เธอตาย มันก็เป็นแค่เพราะวันนี้ฝีมือของเธอยังไม่ดีพอก็เท่านั้น" เหลียวหรูหนิงเบียดตัวเข้ามาพูด
เซียวอีไลถูกทั้งสองคนตอกกลับจนพูดไม่ออก เขาย่อมรู้กฎเกณฑ์ดี แต่เว่ยซานไม่เคยโหดร้ายขนาดนี้มาก่อน การที่เห็นเธอลงมืออย่างหนักหน่วงกับจิลวูดถึงสองครั้ง ทำให้ภาพลักษณ์ที่เขามีต่อเธอพังทลายลง นั่นเป็นเหตุผลที่เขาอดไม่ได้ที่จะก้าวออกมา
เว่ยซานโผล่ออกมาจากห้องนักบินของหุ่นรบและพูดอย่างไม่แยแสว่า "แข่งเสร็จไว ก็ได้กินข้าวไวไง"
เซียวอีไล: "...ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เธอรู้จักแต่เรื่องกินหรือไง"
"พี่อีไล ฉันได้ยินนะ" เว่ยซานชี้ไปที่หูของตัวเอง
เห็นได้ชัดว่าน้ำเสียงและคำพูดไม่ได้แตกต่างไปจากเมื่อก่อนเลย แต่เซียวอีไลก็หุบปากฉับ ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขารู้สึกว่าเว่ยซานในตอนนี้ดูดุร้ายเป็นพิเศษ
"เอาล่ะ เดี๋ยวค่อยให้ช่างสร้างหุ่นรบของพวกนายทำการซ่อมบำรุงทีหลัง ตอนนี้รวมแถวก่อน" ฮั่วฉู่ตะโกนสั่ง
หลังจากที่ทุกคนยืนเรียงแถวกันเรียบร้อยแล้ว ฮั่วฉู่ก็พูดขึ้นอีกครั้ง "การฝึกของพวกนายสิ้นสุดลงแค่นี้"
ทุกคนต่างพากันประหลาดใจ การฝึกเพิ่งผ่านไปแค่ 6 วันจากระยะเวลา 10 วัน ยังเหลือเวลาอีกตั้ง 4 วัน
"สำหรับเวลา 4 วันที่เหลือ ฉันและกลุ่มอาจารย์จะทำการแข่งขันแบบกลุ่มกับพวกนาย การจัดทีมก็จะเป็นแบบสุ่มเช่นกัน" ฮั่วฉู่กล่าว "เอาล่ะ เลิกแถวได้"
แม้จะเลิกแถวแล้ว แต่ช่างสร้างหุ่นรบก็ยังคงอยู่เพื่อซ่อมแซมหุ่นรบของเหล่าทหารเดี่ยวต่อไป
จิลวูดถูกพยุงให้ไปนั่งพักด้านข้าง เธอยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากเหตุการณ์เมื่อครู่ เธอนั่งพิงพนักเก้าอี้และก้มหน้าลงพลางเอื้อมมือไปจับที่ลำคอของตัวเอง
ข้างกายเธอมีสมาชิกจากสถาบันการทหารซามูเอลยืนอยู่ เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังปลอบใจจิลวูด
"น้ำ" ฮั่วเซวียนซานโยนขวดน้ำให้เว่ยซานจากระยะไกล ก่อนจะเดินมานั่งลงข้างๆ เธอ
เว่ยซานหมุนเปิดฝาขวดอย่างไม่ใส่ใจนักแล้วดื่มน้ำ
ในทีมสถาบันการทหารต๋าโมเค่อซือ ยกเว้นอิงเฉิงเหอที่กำลังตรวจสอบหุ่นรบอยู่ คนอื่นๆ ล้วนตนนั่งพิงกำแพง เว่ยซานล้วงเอาน้ำยาสารอาหารหลอดหนึ่งออกจากกระเป๋าแล้วเทเข้าปาก ถือซะว่านี่เป็นการรองท้องไปก่อน
"ยังเหลือเวลาฝึกอีกตั้ง 4 วัน แถมครูฝึกยังไม่เคยชี้แนะอะไรเราเลย แต่กลับปล่อยให้เราไปสู้กับอาจารย์โดยตรงเนี่ยนะ ไม่ด่วนสรุปไปหน่อยเหรอ" เหลียวหรูหนิงพูดพลางเอามือเท้าคาง
"การฝึกครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการแก้ไขสัญชาตญาณการต่อสู้ของทหารเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการบ่มเพาะการทำงานเป็นทีมต่างหาก" จินเคอเงยหน้าขึ้นพูด จากการเฝ้าสังเกตการณ์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขามองกลยุทธ์นี้ทะลุปรุโปร่งแล้ว
การฝึกการทำงานเป็นทีมนี้ไม่ได้ทำร่วมกับเพื่อนร่วมทีมจากสถาบันการทหารของตัวเอง แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะสร้างความเข้าใจและเข้าขากับทหารเดี่ยวจากสถาบันอื่นให้ได้ในระดับหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ครั้งนี้จินเคอไม่ได้ถามถึงสถานการณ์ของเว่ยซาน แต่กลับหารือเรื่องประเด็นสำคัญสำหรับการต่อสู้กับเหล่าอาจารย์ที่กำลังจะมาถึงกับพวกเขาแทน
ในห้องพยาบาล จิ่งถีเพิ่งได้รับรายงานผลการทดสอบน้ำยาสารอาหารฉบับสมบูรณ์ เอกสารสองสามหน้าแรกคือการทดสอบองค์ประกอบธาตุของน้ำยาสารอาหาร
เห็นได้ชัดว่าส่วนประกอบของน้ำยาสารอาหารขวดนี้ไม่ได้ขาดหายไปไหน มันได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของน้ำยาสารอาหารทุกประการ
ในเมื่อไม่มีสารอาหารใดขาดหายไป แล้วเว่ยซานจะขาดสารอาหารหลังจากดื่มมันเข้าไปได้อย่างไร
จิ่งถีหันไปเปิดกล่องเก็บของ ซึ่งข้างในยังมีน้ำยาสารอาหารเหลืออยู่อีกครึ่งหลอด เขาวางมือทาบลงบนกล่อง บางที... เครื่องมือที่นี่อาจจะไม่สามารถตรวจจับมันได้
ตอนที่ 231: เธอไม่มีเจตจำนงในการต่อสู้
วันที่เจ็ด
การแข่งขันแบบกลุ่มระหว่างนักเรียนทหารกับเหล่าอาจารย์ผู้ฝึกสอน
แน่นอนว่าฝั่งอาจารย์นำทีมโดยฮั่วฉู่ และพวกเขาจะต้องแข่งขันกับทีมทหารเดี่ยวที่ถูกสุ่มเลือกมาทั้ง 5 ทีม
ทหารเดี่ยวเหล่านี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยต่อสู้กับอาจารย์มาก่อน และบางครั้งเหล่าอาจารย์ก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบเสียด้วยซ้ำ ทว่าการเผชิญหน้าแบบกลุ่มเช่นนี้ถือเป็นครั้งแรก
ทีมแรกประกอบด้วยเว่ยซาน จี้ชูอวี่ และซีอู๋ถง ซึ่งเป็นทหารเดี่ยวหุ่นรบประเภทกลางทั้งหมด
ทีมประเภทนี้ถือว่าดีกว่าทีมที่มีหุ่นรบประเภทเดียวล้วนๆ ในรูปแบบอื่นเล็กน้อย อย่างน้อยจุดอ่อนก็ไม่ชัดเจนจนเกินไปนัก เนื่องจากพวกเขาสามารถรับมือได้ทั้งการโจมตีระยะไกลและการต่อสู้ระยะประชิด
ฮั่วฉู่หันไปเลือกอาจารย์สายหุ่นรบประเภทหนัก 2 คนให้ก้าวออกมา
เนื่องจากเหล่าอาจารย์กำลังจะลงสนาม ช่างสร้างหุ่นรบและผู้บัญชาการจึงไม่ต้องฝึกซ้อมและสามารถเข้ามารับชมได้
การแข่งขันผ่านไปครึ่งทางแล้ว และความแข็งแกร่งของทหารเดี่ยวทุกคนก็พัฒนาขึ้นในระดับที่แตกต่างกันไป ตามหลักแล้ว การเผชิญหน้ากับอาจารย์อีกครั้งไม่น่าจะตึงมือเท่าเมื่อก่อน แต่หลังจากเริ่มการแข่งขัน เว่ยซานและคนอื่นๆ กลับค่อยๆ ตกเป็นรอง
"ทั้งสามคนไม่คุ้นเคยกับการร่วมมือกัน แถมพวกเขายังเป็นทหารเดี่ยวหุ่นรบประเภทกลางทั้งหมด การประสานงานจึงไม่สะดวกเหมือนเมื่อก่อน" จินเคอนั่งยองๆ อยู่ใกล้ๆ คอยบันทึกและวิเคราะห์ไปพร้อมกัน "ครูฝึกไม่ได้โดดเด่นอะไรในทีม แต่เขากลับเป็นคนคุมจังหวะของอีกสองคน"
ระยะเวลาในการร่วมมือกันนั้นสั้นเกินไป เพียงแค่เสียสมาธิไปชั่วครู่ ช่องโหว่ก็จะปรากฏให้เห็นทันที