- หน้าแรก
- ช่างกลถังแตกกับดาวโรงเรียนสายเปย์ที่อยากมีลูกด้วย
- บทที่ 1: พ่อตาย แม่ป่วย อาชีพขยะ ชีวิตพังพินาศ
บทที่ 1: พ่อตาย แม่ป่วย อาชีพขยะ ชีวิตพังพินาศ
บทที่ 1: พ่อตาย แม่ป่วย อาชีพขยะ ชีวิตพังพินาศ
บทที่ 1: พ่อตาย แม่ป่วย อาชีพขยะ ชีวิตพังพินาศ
"...เฉินฟาง เฮ้ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย ตื่นสิ!"
หนวกหูชะมัด
เฉินฟางเบิกตาโพลงและพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนพื้นห้องเรียน โดยมีนักเรียนอายุราวสิบแปดสิบเก้าปีหลายคนยืนล้อมรอบ
เมื่อเห็นเฉินฟางฟื้นขึ้นมา คนรอบข้างต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่าเมื่อมองออกไปไกลกว่านั้น กลับมีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ
ข้างกายเฉินฟาง มีเด็กสาวร่างเล็กสวมแว่นตาหนาเตอะกำลังพยายามพยุงเขาขึ้นมาอย่างทุลักทุเล พร้อมกับปลอบใจ
"เฉินฟาง นายต้องเข้มแข็งไว้นะ"
"ถึงแม้อาชีพช่างกลจะไม่เหมาะกับนาย แต่อย่างน้อย... อย่างน้อยก็ เอ้อ..."
เด็กสาวครุ่นคิดอยู่นานแต่ก็คิดหาคำพูดปลอบใจไม่ออก ทำให้เธอเงียบไปชั่วขณะ
ความเงียบของเธอทำใหักลุ่มคนที่กำลังรอดูเรื่องสนุกหัวเราะลั่นขึ้นไปอีก
เฉินฟางถูกพยุงให้ไปนั่งที่โต๊ะ เขาตั้งสติ พยายามย่อยข้อมูลมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับระเบิด—
เขาทะลุมิติมาแล้ว ทะลุมิติมาอยู่ในโลกที่เกมและความเป็นจริงผสานเข้าด้วยกัน
ในโลกนี้ ทุกคนจะมีโอกาสเปลี่ยนอาชีพเมื่อถึงวัยบรรลุนิติภาวะ
หากเปลี่ยนเป็นอาชีพสายต่อสู้ ก็จะสามารถออกไปลุยในพื้นที่ป่า หรือสำรวจดันเจี้ยนได้
หากเปลี่ยนเป็นอาชีพสายผลิต ก็ถือว่ามีทักษะเฉพาะทาง ไม่ต้องกังวลเรื่องการทำมาหากิน
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนอาชีพจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมหาศาล
แม้ว่าประเทศหลงที่เจ้าของร่างเดิมอาศัยอยู่จะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่สามารถสนับสนุนการเปลี่ยนอาชีพฟรีให้กับผู้ใหญ่ทุกคนได้
ในการเปลี่ยนอาชีพ แต่ละคนจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมห้าหมื่นหยวนให้กับทางโรงเรียน
ครอบครัวของเจ้าของร่างเดิม... เอาเป็นว่า มันคือพล็อตมาตรฐานสำหรับคนทะลุมิติ พูดได้เต็มปากเลยว่ายากจนข้นแค้น
ในขณะเดียวกัน เขาก็มีแม่ที่ป่วยหนัก ซึ่งต้องซื้อโพชั่นราคาแพงทุกเดือนเพื่อประคองอาการ
เพื่อให้เขามีเงินเปลี่ยนอาชีพและมีโอกาสพลิกชีวิต แม่ของเจ้าของร่างเดิมต้องอดทนต่อความเจ็บปวดและฝืนร่างกายที่ป่วยหนักมาหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดก็เก็บเงินห้าหมื่นหยวนให้เขาได้สำเร็จ
ผลก็คือ เจ้าของร่างเดิมเปลี่ยนอาชีพเป็นช่างกล และสติแตกไปเลย
ไม่ใช่ว่าอาชีพช่างกลนั้นอ่อนแอ
ในทางกลับกัน ช่างกลที่แข็งแกร่งนั้นเป็นตัวตนที่น่าเกรงขาม สามารถต่อกรกับกองทัพนับพันได้สบาย!
ทว่าระดับการผลาญเงินของอาชีพช่างกลก็อยู่ในระดับที่ยากจะหาใครเทียบเช่นกัน—
การสร้างหุ่นรบจักรกลต้องใช้เงิน และการขับเคลื่อนพวกมันก็ต้องใช้เงินเช่นกัน
เมื่อเข้าสู่การต่อสู้ เงินที่ช่างกลระดับสูงผลาญทิ้งไปในเวลาไม่กี่นาที สามารถซื้ออุปกรณ์ระดับท็อปครบเซ็ตให้อาชีพสายต่อสู้ในระดับเดียวกันได้เลย!
ลำพังเจ้าของร่างเดิมก็ยากจนจนแทบจะไม่มีข้าวกินอยู่แล้ว การเปลี่ยนเป็นช่างกลนั้นเรียกได้ว่าเลวร้ายยิ่งกว่าเปลี่ยนเป็นช่างตีเหล็กเสียอีก!
เมื่อเห็นทรัพย์สมบัติทั้งหมดของครอบครัวมลายหายไปในพริบตา เจ้าของร่างเดิมก็เดินเหม่อลอยกลับมาที่ชั้นเรียน หมดสติ และสิ้นใจไปในที่สุด
หลังจากเข้าใจต้นสายปลายเหตุแล้ว เฉินฟางก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
แบบนี้มันเรียกว่าอะไรเนี่ย?
พ่อตาย แม่ป่วย
อาชีพขยะ บ้านแตกสาแหรกขาด?
จุดเริ่มต้นแบบนี้มันทำใจยอมรับยากไปหน่อยแฮะ... หลังจากเพื่อนร่วมชั้นไม่กี่คนที่เขาสนิทด้วยช่วยพยุงเขากลับไปนั่งที่โต๊ะ พวกเขาก็แยกย้ายกลับไปนั่งที่ของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม คนรอบข้างหลายคนยังคงชี้ไม้ชี้มือมาที่เฉินฟาง และคำพูดเยาะเย้ยก็ลอยแว่วมาให้ได้ยิน
"...ดูหมอนั่นสิ ตลกชะมัด เขาคงเป็นคนแรกที่สลบไปเพียงเพราะได้อาชีพที่จนเกินไปสินะ?"
"ใช่มั้ยล่ะ คนส่วนใหญ่ที่ได้อาชีพขยะอย่างมากก็แค่ร้องไห้อยู่สองสามวัน แต่หมอนี่กลับสลบเหมือดไปเลย น่าสมเพชจริงๆ"
ในบรรดาคนเหล่านั้น ชายร่างสูงที่ไว้ผมแสกข้างพูดเสียงดังที่สุด เสียงหัวเราะของเขาไร้ซึ่งความเกรงใจใดๆ
"เฮ้ เฮ้ เฮ้ ให้เกียรติกันหน่อย เฉินฟางของเราไม่ได้ได้อาชีพขยะนะ เขาเป็นถึงช่างกลผู้สูงส่งเชียวนะ!"
"ไม่เหมือนฉันที่เป็นแค่พลหอก ซึ่งเป็นแค่อาชีพแรร์ระดับกลางๆ ในอนาคตถ้าฉันเข้ากิลด์แล้วออกไปสำรวจดันเจี้ยน ฉันคงหาเงินได้แค่เดือนละสามถึงห้าหมื่น... อย่างเก่งก็แค่นั้นแหละ"
"..."
บทสนทนาแบบนี้กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว
เมื่อผู้คนในชั้นเรียนทยอยเปลี่ยนอาชีพกันไปทีละคน ความสัมพันธ์ที่เคยเท่าเทียมกันก็ถูกแบ่งแยกออกเป็นชนชั้นทางสังคมที่แตกต่างกัน
ผู้ที่เปลี่ยนเป็นอาชีพสายต่อสู้ย่อมรู้สึกเหนือกว่าอย่างเป็นธรรมดา
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมชั้นเปลี่ยนเป็นอาชีพสายผลิต หรือเปลี่ยนเป็นอาชีพตัวตลกแบบเฉินฟาง พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยเพื่อเน้นย้ำถึงความเหนือกว่าของตัวเอง
โดยเฉพาะไอ้หนุ่มผมแสกข้างที่ชื่อหลิวหยางคนนั้น เมื่อก่อนก็เป็นแค่คนไร้ตัวตนในห้องแท้ๆ
แต่เพียงเพราะเขาได้เปลี่ยนเป็นอาชีพสายต่อสู้ที่ค่อนข้างหายากอย่างพลหอก จู่ๆ เขาก็ทำตัวหยิ่งผยองขึ้นมา เอาแต่คุยโวว่าอนาคตตัวเองจะรุ่งโรจน์แค่ไหน ไม่ก็คอยดูถูกอาชีพขยะของคนอื่น
คำพูดทั้งหมดนี้ลอยเข้าหูเฉินฟาง ทำให้เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย
บ้าเอ๊ย คลาสสิก คลาสสิกสุดๆ!
ตามหลักการแล้ว ในเมื่อฉันซึ่งเป็นผู้ทะลุมิติแห่งโชคชะตากำลังถูกเยาะเย้ยแบบนี้ สูตรโกงของฉันก็ควรจะปรากฏออกมาได้แล้วสิฟะ?!
เสียงติ๊งอยู่ไหนล่ะ?
รีบๆ ติ๊งให้ฉันสักทีสิวะ!
...ในขณะที่เฉินฟางกำลังร้องตะโกนอยู่ในใจ จู่ๆ ความวุ่นวายก็ปะทุขึ้นในห้องเรียนที่เสียงดังจอแจ!
ทุกคนหันไปมองที่ประตูห้องเรียนโดยพร้อมเพรียงกัน
เฉินฟางเองก็มองตามไปตามสัญชาตญาณ และเห็นเด็กสาวในชุดนักเรียนที่ดูเรียบร้อยพร้อมกับเรือนผมที่ทิ้งตัวสลวยราวกับน้ำตกกำลังเดินเข้ามาในห้องเรียน
เด็กสาวคนนี้มีผิวที่ขาวเนียนและโครงหน้าที่งดงามลงตัวจนไม่สามารถหาที่ติได้เลย
ประกอบกับเรียวขาที่ยาวสลวยจนสัดส่วนดูโดดเด่นเกินจริง ยิ่งทำให้เธอดูสง่างาม ราวกับมีแสงสว่างเปล่งประกายออกมาตามธรรมชาติจนยากที่จะละสายตาไปได้เมื่อได้มอง
อย่างไรก็ตาม เด็กสาวกลับแผ่กลิ่นอายความเย็นชาออกมาอย่างน่าประหลาด ทำให้ผู้คนได้แต่กล้าแอบมองอยู่ห่างๆ และไม่กล้าเข้าใกล้
การปรากฏตัวของเธอทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในทันที
"นั่นเซิ่งถังนี่! เธอไม่ได้อยู่ห้องหงหูหรอกเหรอ? ทำไมถึงมาที่ห้องเราได้ล่ะ?"
"อ๊ากก เซิ่งถังคือนางฟ้าของฉัน เกิดมาฉันยังไม่เคยอยู่ใกล้เธอขนาดนี้มาก่อนเลย วันนี้มันวันเกิดฉันหรือเปล่าเนี่ย?..."
"บ้าจริง ฉันรู้แล้ว!"
จู่ๆ หลิวหยางก็ตื่นเต้นขึ้นมา ใบหน้าฉายแววเย่อหยิ่ง
"ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้กิลด์เซิ่งซื่อกำลังเปิดรับสมัครคน และกำลังออกสัญญาจ้างให้กับนักเรียนที่มีศักยภาพที่กำลังจะเรียนจบ"
"เซิ่งถังเป็นถึงทายาทของกิลด์เซิ่งซื่อ เธออาจจะมาเป็นตัวแทนของกิลด์เพื่อเชิญคนที่มีแววไปเซ็นสัญญาแน่ๆ"
คนหน้าเหลี่ยมที่อยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
"ต้องใช่แน่ๆ ไม่งั้นดาวโรงเรียนจะมาที่ห้องเรียนธรรมดาๆ ของพวกเราทำไมล่ะ?"
"แต่ว่าก็ว่าเถอะ ดาวโรงเรียนจะเอาสัญญามาให้ใครในห้องเรากัน?"
"ก็เห็นๆ กันอยู่ไม่ใช่เหรอ?!"
ชายร่างสูงผอมอีกคนที่กำลังจ้องมองเซิ่งถังเขม็งกลอกตา
"ในห้องเรา มีแค่ลูกพี่หยางคนเดียวที่มีอาชีพสายต่อสู้ระดับแรร์"
"ถ้าคนจากกิลด์เซิ่งซื่อกำลังตามหาใครสักคน คนคนนั้นก็ต้องเป็นลูกพี่หยางแน่นอน!"
"ลูกพี่หยางกำลังจะรุ่งแล้วสิ กิลด์เซิ่งซื่อเป็นกิลด์ใหญ่เลยนะ ฉันได้ยินมาว่าแค่นักสำรวจระดับดาวต่ำสุดในนั้นยังมีเงินเดือนตั้งแปดแสนแน่ะ..."
คำพูดที่เต็มไปด้วยความอิจฉาเหล่านี้ทำให้หลิวหยางมีความสุขจนหุบยิ้มไม่ได้
เมื่อเห็นเซิ่งถังเดินตรงมาหาเขา หลิวหยางก็ปั้นยิ้มที่เขาคิดว่าดูเป็นสุภาพบุรุษที่สุดพร้อมกับลุกขึ้นทักทายเธอ
"สวัสดี เพื่อนนักเรียนเซิ่ง..."
สีหน้าของเซิ่งถังยังคงเย็นชาขณะที่เธอเดินผ่านหลิวหยางไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา
เมื่อถูกเมินเฉยอย่างกะทันหัน รอยยิ้มของหลิวหยางก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้า ตามมาด้วยความรู้สึกอับอายจนหน้าแดงก่ำ
ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทุกคน เซิ่งถังเดินตรงเข้าไปหาเฉินฟาง
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเฉินฟาง โน้มตัวลงไปที่ข้างหูของเขา และกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดจนไม่อาจปฏิเสธได้
"นาย"
"มามีลูกกับฉันสิ"
"???"
ประโยคนี้เบามากจนมีเพียงเฉินฟางคนเดียวที่ได้ยิน
หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ สีหน้าของเฉินฟางก็เต็มไปด้วยความสับสนงุนงง
"หา?"
...เซิ่งถัง เฉินฟางเคยได้ยินชื่อเธอมาบ้าง
ทายาทของกิลด์อันดับหนึ่งแห่งเมืองลั่ว กิลด์เซิ่งซื่อ เธอคือไข่มุกเม็ดงามที่ถูกทะนุถนอมมาอย่างดี
ตั้งแต่เด็ก เธอคือลูกรักของสวรรค์ สอบได้ที่หนึ่งของโรงเรียนในการสอบจำลองทุกครั้งอย่างไม่มีข้อยกเว้น
หลังจากบรรลุนิติภาวะและเปลี่ยนอาชีพ เธอก็ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนเป็นอาชีพที่ทั้งหายากและทรงพลังอย่างสาวกอัคคีโลกันตร์ ซึ่งมีอนาคตที่ไร้ขีดจำกัด
ไม่ว่าจะมองมุมไหน เด็กสาวอย่างเธอและเขาก็มาจากโลกสองใบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ใครจะไปคิดล่ะว่าบทสนทนาแรกระหว่างคนสองคนที่มาจากโลกที่แตกต่างกันขนาดนี้ จะมีเนื้อหาที่ระเบิดตูมตามถึงเพียงนี้!
"นี่คือสัญญา"
เซิ่งถังนั่งลงตรงข้ามเฉินฟางและวางสัญญาที่เขียนด้วยลายมือลงบนโต๊ะระหว่างพวกเขา
ในตอนนี้ ทั้งสองคนได้มาอยู่ที่ห้องประชุมของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งแล้ว
เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากจุดประสงค์ที่เซิ่งถังมาหาเขาถูกเปิดเผยออกไป ทั้งโรงเรียนคงได้ปั่นป่วนจนแทบพลิกแผ่นดินแน่ๆ
เฉินฟางรับสัญญามาและอ่านอย่างละเอียด
เนื้อหาในสัญญานั้นเรียบง่ายมาก สรุปใจความได้ว่ารับจ้างทำลูกแลกเงินก้อนโต
ตราบใดที่เฉินฟางสามารถทำให้เซิ่งถังตั้งท้องและมีลูกได้ เขาก็จะได้รับเงินก้อนโตถึงห้าล้าน
แน่นอนว่าการจะได้เงินก้อนนี้มามันไม่ง่ายขนาดนั้น เขาจำเป็นต้องทำตามเงื่อนไขสองข้อในสัญญาให้สำเร็จด้วย
เงื่อนไขแรกคือ เฉินฟางจะต้องสอบเข้าสถาบันดวงดาว ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบสถาบันการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้ได้
เงื่อนไขที่สองคือ เฉินฟางจะต้องเคลียร์ดันเจี้ยนส่วนตัวของตระกูลเซิ่งได้ด้วยตัวคนเดียว
หากเขาทำไม่ได้ สัญญาจะถือเป็นโมฆะ และเฉินฟางก็จะไม่เสียอะไรเลย
แต่ยิ่งสัญญาดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้เขามากเท่าไหร่ เฉินฟางก็ยิ่งรู้สึกว่า... ของฟรีไม่มีในโลก
ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา มีโฆษณารับจ้างทำลูกแลกเงินก้อนโตตามเสาไฟฟ้าอันไหนบ้างล่ะที่ไม่ใช่พวกต้มตุ๋น?
ตอนนี้ แม้แต่ดาวโรงเรียนที่แสนจะเย็นชาและสูงส่งดุจนางฟ้าก็ยังมาเล่นมุกนี้ มันยากที่เฉินฟางจะไม่สงสัยว่าหลุมพรางแสนหวานนี้ซ่อนอันตรายไว้ลึกแค่ไหน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินฟางก็วางสัญญาลง
"ฉันมีคำถามสองข้อ ขอถามหน่อยได้ไหม?"
เซิ่งถังพยักหน้า
เฉินฟางถาม
"ก่อนอื่นเลย ทำไมเธอถึงตามหา... เอ่อ ทำไมเธอถึงอยากมีลูกกับฉันล่ะ?"
เซิ่งถังตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"เหตุผลที่แน่ชัดยังไม่สะดวกที่จะบอกนายในตอนนี้"
"ถ้านายยินยอมที่จะเซ็นสัญญาและทำตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ให้สำเร็จ ฉันถึงจะบอกเหตุผลได้"
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เซิ่งถังก็พูดเสริม
"วางใจได้ กิลด์เซิ่งซื่อของเรามีชื่อเสียงมากในเมืองลั่ว เราไม่โกงนายหรอก"
"เงื่อนไขในสัญญาก็มีแต่จะเป็นประโยชน์ต่อนายและไม่มีข้อเสียใดๆ เลยด้วย"
"ถ้านายยังกังวลอยู่ ฉันสามารถจ่ายเงินห้าแสนให้นายก่อนเป็นค่ามัดจำก็ได้"
ซี๊ด... เฉินฟางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในใจ
สิ่งที่เธอพูดดูมีเหตุผลมากๆ... ของที่มีค่าที่สุดในตัวเขาก็คงมีแค่ไตสองข้างนี่แหละ ตระกูลเซิ่งคงไม่ได้อยากจะได้ไตของเขาหรอกมั้ง?
ถึงแม้ในมุมมองหนึ่ง มันก็แอบคล้ายอยู่เหมือนกัน...
"ตกลง งั้นคำถามที่สอง"
เฉินฟางพยักหน้า
"ที่บอกว่ามีลูกเนี่ย ขั้นตอนมันจะเหมือนกับที่ฉันคิดไว้หรือเปล่า..."