- หน้าแรก
- ระบบเศรษฐีนักเขียน พาหวานใจสายลุยท่องโลกกว้าง
- บทที่ 21: พันธมิตรระดับทองคำครั้งแรก
บทที่ 21: พันธมิตรระดับทองคำครั้งแรก
บทที่ 21: พันธมิตรระดับทองคำครั้งแรก
บทที่ 21: พันธมิตรระดับทองคำครั้งแรก
เนื่องจากหลินจื่อหานมีเวลาเหลือเฟือ วันนี้เขาจึงไม่มีแผนที่จะรีบออกไปเที่ยวชมสถานที่ โดยตั้งใจว่าจะพักผ่อนอยู่ในโรงแรมไปทั้งวัน
หลินจื่อหานฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เขารู้สึกว่ายิ่งมองห้องนี้ก็ยิ่งถูกใจ
แม้ว่าผนังไม้จะดูบางไปสักหน่อย แต่มวลบรรยากาศที่ได้รับกลับเป็นสิ่งที่โรงแรมอื่นไม่สามารถให้ได้
คนที่ชอบก็จะกลายเป็นแฟนคลับของสไตล์นี้ไปเลย ส่วนคนที่ไม่ชอบก็คงรู้สึกเหมือนมาค้างบ้านคุณยายที่ต่างจังหวัด
ครู่ต่อมา หลังจากอวี๋ซีเสวียนจัดของในห้องเสร็จ เธอก็เดินมาหาหลินจื่อหาน
"บัตเลอร์บอกว่ามีถนนบาร์อยู่ตรงตีนเขา ตอนกลางคืนเสียงจะดังนิดหน่อย ก็เลยเอาที่อุดหูมาให้ฉันตั้งหลายคู่แน่ะ" อวี๋ซีเสวียนกล่าว
"โอ้?" นัยน์ตาของหลินจื่อหานเป็นประกาย "เหมือนกับที่ถนนเหรินหมินในต้าหลี่หรือเปล่าครับ?"
"ใช่ค่ะ" อวี๋ซีเสวียนพยักหน้า
"งั้นคืนนี้เราลองไปดูกันไหมครับ" หลินจื่อหานเอ่ย
ตอนอยู่ต้าหลี่ เพราะโรงแรมอยู่ค่อนข้างไกลจากเมืองโบราณ ตอนไปถนนบาร์เขาเลยยังเที่ยวไม่จุใจ ครั้งนี้เขาจึงตั้งใจจะใช้เวลาอยู่ที่นั่นให้นานหน่อย
กลุ่มวัยรุ่นที่รักอิสระมาตามหาเสรีภาพและดนตรีที่พวกเขาหลงใหลที่นี่ สำหรับหลินจื่อหานแล้วมันดูน่าสนใจมากทีเดียว
โดยเฉพาะบนท้องถนนยามค่ำคืน ในมือถือเบียร์ พลางร้องเพลงโปรดไปด้วย
"ได้สิคะ งั้นเราไปด้วยกัน"
ทั้งสองออกจากห้องและตรงไปยังห้องอาหารของโรงแรมเพื่อทานข้าว
ในฐานะโรงแรมหรู อมันไม่ได้มีแค่ค่าห้องพักที่แพงหูฉี่ แต่ห้องอาหารก็ราคาแรงไม่แพ้กัน โดยมีการกำหนดขั้นต่ำในการใช้จ่ายไว้ที่สามร้อยหยวนต่อคน
ทว่าหลินจื่อหานไม่ได้ใส่ใจเรื่องราคามากนัก เขาแค่อยากกินอะไรก็สั่งอันนั้น
เอาเถอะ มื้อนี้อวี๋ซีเสวียนเป็นคนจ่ายนี่นา
กินข้าวเสร็จ ทั้งสองตั้งใจจะเดินเล่นรอบๆ บริเวณโรงแรมเพื่อทำความคุ้นเคยกับสถานที่ แต่พนักงานคนหนึ่งเข้ามาบอกว่าโรงภาพยนตร์ของโรงแรมตอนนี้ว่างอยู่ และสามารถเปิดหนังให้พวกเขาดูได้
"คุณอยากไปดูไหมครับ?" หลินจื่อหานถาม
"เอาสิคะ"
ทั้งสองจึงเดินตามพนักงานไปยังโรงภาพยนตร์
"ว้าว สมกับเป็นโรงภาพยนตร์ของโรงแรมหรูจริงๆ โซฟาตัวใหญ่พวกนี้น่าจะนั่งสบายมากแน่ๆ" หลินจื่อหานคิดในใจ
"ลูกค้าอยากรับชมภาพยนตร์เรื่องไหนดีครับ เราสามารถเปิดเรื่องที่กำลังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ตอนนี้ได้ทั้งหมดเลย" พนักงานเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
หลินจื่อหานหันไปมองอวี๋ซีเสวียน "ดูหนังตลกดีไหมครับ?"
อวี๋ซีเสวียนพยักหน้าเห็นด้วย แต่ในใจกลับแอบคิดว่า เวลาดูหนังกับผู้หญิง มันควรจะเป็นหนังรักโรแมนติกหรือไม่ก็หนังผีไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงเลือกหนังตลกล่ะ?
ถ้าหลินจื่อหานรู้ความคิดของเธอ เขาคงจะบอกแค่ว่าหนังรักมันทำให้เขาปวดใจ ส่วนหนังผีเขาก็กลัวเหมือนกัน
พนักงานไปจัดการเปิดภาพยนตร์เรื่อง มูนแมน ซึ่งเป็นภาพยนตร์ตลกไซไฟที่นำแสดงโดยเสิ่นเถิงให้ทั้งสองคนดู
หลังจากพนักงานเดินออกไป ไม่นานพวกเขาก็กลับมาพร้อมกับป๊อปคอร์น เฟรนช์ฟรายส์ และโค้กสองแก้ว แถมยังนำผ้าห่มมาให้อีกสองผืนเพราะเกรงว่าทั้งสองคนจะรู้สึกว่าแอร์ในโรงภาพยนตร์หนาวเกินไป
"บริการแบบนี้ สมกับเป็นโรงแรมหรูที่เปิดมานานจริงๆ" หลินจื่อหานคิดในใจ บริการที่ใส่ใจทุกรายละเอียดขนาดนี้คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปจริงๆ
ภาพยนตร์เริ่มฉายในเวลาไม่นาน ตอนนี้ในโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่มีเพียงหลินจื่อหานและอวี๋ซีเสวียนนั่งอยู่ตรงกลาง โซฟาตัวอื่นๆ ล้วนว่างเปล่า หากนี่เป็นหนังผี บรรยากาศที่กว้างขวางและอ้างว้างแบบนี้คงทำให้ทั้งสองคนกลัวแทบตายเป็นแน่
หลินจื่อหานมักจะดูภาพยนตร์ของเสิ่นเถิงอยู่บ่อยๆ ท้ายที่สุดแล้ว เขาคือนักแสดงที่ทำให้คนดูหัวเราะได้เพียงแค่เห็นหน้า
หลินจื่อหานล้วงมือลงไปในถังเพื่อหยิบป๊อปคอร์น แต่กลับสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบ เขาบังเอิญไปแตะโดนมือของอวี๋ซีเสวียนเข้า
เธอรีบชักมือกลับราวกับกระต่ายตื่นตูม
"ขอโทษครับ" หลินจื่อหานกระซิบ
แม้ในโรงภาพยนตร์จะมีแค่พวกเขาสองคน แต่เขาก็ยังคงติดนิสัยโน้มตัวเข้าไปใกล้และลดเสียงลงอยู่ดี
"ไม่เป็นไรค่ะ" อวี๋ซีเสวียนตอบเสียงเบา ตอนที่หลินจื่อหานพูดเมื่อครู่ เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจแผ่วเบาที่รดรินอยู่ข้างหู มันชวนให้รู้สึกจั๊กจี้จนใบหน้าร้อนผ่าว แถมเธอยังได้กลิ่นหอมสดชื่นจางๆ อีกด้วย
นี่เป็นเพียงเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เพราะเมื่อหลินจื่อหานสัมผัสมือของอวี๋ซีเสวียนเป็นครั้งที่สอง เธอก็ไม่ได้ดึงมือกลับอีกต่อไป
ดูหนังจบ หลินจื่อหานก็รู้สึกว่าสนุกไม่เลว แม้จะไม่ได้มีความเป็นไซไฟมากนัก แต่มันตลกมาก เขาอยากจะเรียกมันว่าเป็นเรื่องราวความรักระหว่างเสิ่นเถิงกับจิงโจ้เสียมากกว่า
ทั้งสองคนเดินออกจากโรงภาพยนตร์ เดินเล่นรอบๆ บริเวณโรงแรมสักพัก แล้วจึงแยกย้ายกลับห้องของตัวเอง
หลินจื่อหานต้องไปปั่นนิยาย ส่วนอวี๋ซีเสวียนก็ต้องไปเขียนรีวิวให้กับโรงแรมแห่งนี้
อวี๋ซีเสวียนกลับมาที่ห้องและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างอ้อยอิ่ง ทว่าเมื่อเปิดเครื่องแล้ว เธอกลับไม่ได้ถ่ายวิดีโอ แต่เลือกที่จะเปิดเว็บไซต์นิยายฉีเตี่ยนขึ้นมาแทน
สิ่งเดียวที่ถูกปักหมุดไว้ก็คือนิยายเรื่อง "ท่านจอมมาร โปรดไว้ชีวิตด้วย!" ของหลินจื่อหาน "เขาอัปเดตเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ปาไปแสนสองหมื่นคำแล้วเนี่ยนะ?"
อวี๋ซีเสวียนนอนอ่านนิยายอยู่บนเตียง พลางหลุดหัวเราะออกมาเป็นระยะ "เขาแต่งนิยายตลกขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ? ตอนอยู่ด้วยกันก็ไม่เห็นรู้สึกว่าเขาจะเป็นคนตลกอะไรขนาดนั้นเลย"
หลังจากอ่านนิยายจบ อันดับแฟนคลับก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับปุ่มโดเนท
"อืม เห็นแก่ที่คุณอุตส่าห์คอยอยู่เป็นเพื่อนฉันอย่างเหน็ดเหนื่อย ฉันจะโดเนทระดับพันธมิตรให้คุณแล้วกัน" อวี๋ซีเสวียนกดปุ่มโดเนท แต่สิ่งที่เธอมอบให้กลับไม่ใช่แค่ระดับพันธมิตร แต่เป็นระดับพันธมิตรทองคำ
"ให้ตายเถอะ ตั้งแสนนึงเลยเหรอเนี่ย?" อวี๋ซีเสวียนเดาะลิ้นในใจ "ดูเหมือนว่าเดือนนี้ฉันจะอดซื้อกระเป๋าซะแล้วสิ ถ้าเขาได้รับของขวัญชิ้นนี้จะตื่นเต้นไหมนะ? อิอิ"
เมื่อเงินหนึ่งแสนหยวนถูกหักออกจากบัญชีธนาคารของเธอ หน้าต่างระบบนักเขียนของหลินจื่อหานก็ได้รับการแจ้งเตือนเช่นกัน
"หืม? อะไรเนี่ย?" หลินจื่อหานเบิกตากว้าง เขาค่อยๆ นับตัวเลขเหรียญฉีเตี่ยนที่ยาวเหยียด—มันคือสิบล้านเหรียญฉีเตี่ยนเต็มๆ "คนรวยที่ไหนกันเนี่ย? โดเนทให้ตั้งแสนนึงแค่เพื่ออ่านนิยายเนี่ยนะ?"
แม้ว่าเงินหนึ่งแสนหยวนจะไม่ใช่จำนวนที่มากมายอะไรสำหรับเขา และเขาก็คงไม่ได้รับเงินเต็มจำนวนหนึ่งแสนนั้นด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังรู้สึกดีใจมากอยู่ดีที่มีคนมาแจกเงินแสนให้แบบไม่ทันตั้งตัว
มันไม่ใช่เรื่องของเงิน แต่นี่คือการยอมรับในผลงานของเขาต่างหาก!
อัปเดต ต้องเพิ่มตอนอัปเดตแล้ว
หลินจื่อหานรีบปล่อยตอนที่ตุนเอาไว้ออกมาจากระบบรวดเดียวสองหมื่นคำทันที
"วันนี้ช่างเป็นวันดีจริงๆ!" หลินจื่อหานผิวปากและเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างรวดเร็ว
หลินจื่อหานผลักหน้าต่างไม้ให้เปิดออก ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เบื้องล่างของเขาคือหลังคาสีเทาอมฟ้าของเมืองโบราณต้าหยานที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ และไกลออกไปก็คือภูเขาหิมะที่ยอดเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนราวกับสวมหมวกเอาไว้
สายลมในลี่เจียงพัดแรงกว่าในต้าหลี่ มันพัดมาปะทะใบหน้า จนทำให้หลินจื่อหานสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้
ชาวเน็ตมักจะพูดกันเสมอว่าให้ไปในสถานที่ที่มีสายลม สถานที่ที่มีสายลมก็คือที่นี่ไม่ใช่หรือไง?
นิ้วมือของหลินจื่อหานรัวลงบนแป้นพิมพ์ ร่างกายของเขาโยกย้ายไปตามจังหวะเสียงเพลง
อวี๋ซีเสวียนแนบหูพิงกำแพง แอบฟังเสียงที่ดังมาจากห้องของหลินจื่อหาน
"เอ๊ะ ทำไมเขาถึงไม่ร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นล่ะ? หรือว่าครั้งเดียวยังไม่พอ? ฉันควรจะเปย์ให้อีกสักครั้งดีไหมนะ?"