เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 บ้านวาเลน

ตอนที่ 9 บ้านวาเลน

ตอนที่ 9 บ้านวาเลน


ตอนที่ 9 บ้านวาเลน

มินฮยอคเริ่มทำอาหารพลางเคี้ยวขนมปังอย่างเอร็ดอร่อย

เขาใช้มีดอันคมกริบตัดขนมปังทีละแผ่น และใส่กระเทียม เนย น้ำผึ้งและนมข้นลงในชาม และผสมให้เข้ากัน

หลังจากที่ส่วนผสมเข้ากันแล้ว เขาจึงได้บรรจงทามันลงบนแผ่นขนมปัง จากนั้นโรยผักชีตกแต่ง

จะต้องทำอะไรต่ออีก? ตอนนี้ฉันเตรียมทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว 

ผู้คนมากมายชื่นชอบในรสชาติของขนมปังกระเทียม

 ‘ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เมื่อพวกเขาได้ลิ้มรสชาติของขนมปังกระเทียม ที่มีรสหวานปนเค็มมันช่างเเสนเอร็ดอร่อยเหลือเกิน

เขานำขนมปังที่เตรียมไว้วางลงบนกระทะ  เนื่องจากกระทะมีขนาดใหญ่มากพอกับจำนวนของขนมปังกระเทียมที่เขาเตรียมเอาไว้ เขาเลยสามารถอบมันภายในครั้งเดียว

เขาเปิดเครื่องและตั้งเวลาในการอบขนมปัง เขาจ้องมองขนมปังกระเทียมที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลทอง

มินฮยอครู้สึกสนุกทุกครั้งที่รอฟังเสียง ติ้ง! เสียงนั่นเป็นสัญญาณเตือนบอกว่าขนมปังอบเสร็จแล้ว

 ‘อาหารของฉันรสชาติจะเป็นยังไงเนี่ย?’

มินฮยอคคิดพลางเคี้ยวขนมปังหงุบหงับ

 ‘งั้น! มาเริ่มทำซุปกันเถอะ แต่ช่างน่าเสียดายที่บ้านของอาจารย์วาเลนมีเพียงผงซุปสำเร็จ

‘เมื่อครั้งจางอุคเป็นทหารในค่าย เขาทานอาหารที่น่าสะอิดสะเอียนนี้ ฉันขอโทษ แต่….’

มินฮยอคยังคงน้ำลายไหลเยิ้ม ถึงแม้สิ่งที่เขากินเป็นเพียงซุปสำเร็จ เช่นเคยถ้าไปทานอาหารร้านคงคัตสึญี่ปุ่นจะเสริฟซุปสำเร็จนี้เป็นเพียงเครื่องเคียงเท่านั้น

นี่เป็นอาหารที่ราคาถูก ทว่าเขาคิดว่าไม่ได้กินอาหารนี้มานานจึงไม่สามารถหยุดน้ำลายได้เลย

 ‘เพียงจินตนาการถึงรสเค็มเบา ๆ และรสสัมผัสที่นุ่มแต่หนาของขนมปัง ฉันก็อดน้ำลายไหลไม่ได้

เขาจุดเตาแก๊สด้วยไทดิดิกและเติมน้ำลงในหม้อตามสูตร หลังจากนั้นค่อยๆเทผงซุปสำเร็จและคนจนน้ำเดือด

 ‘ถ้านายโรยเกลือลงไปสักหน่อยจะได้รสชาติที่ดียิ่งขึ้น

ขณะที่ซุปกำลังเดือดได้ที่ วาเลนก็ได้เดินออกมาพอดี

“โห ! กลิ่นหอมลอยคลุ้งไปทั่ว”

แต่เมื่ออาจารย์วาเลนเข้ามาในห้องครัวก็ต้องหยุดชะงักทันที

“น นาย นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”

“ซุปกำลังเดือดครับผม”

“หม้อที่อยู่ตรงนั้นหรือ?”

“ใช่ครับ!”

มินฮยอคตอบด้วยความมั่นใจ

 ‘ใช่! ท่านเข้าใจถูกแล้วครับ

มินฮยอคต้มน้ำเดือดให้พอสำหรับปรุงซุปสำเร็จ 10 ถุง หม้อมีขนาดใหญ่ที่จะเสริฟได้อย่างน้อย 50 ถ้วย

“…อืมม”

อาจารย์วาเลนคร่ำครวญเบาๆ

***

***

ท่านอาจารย์วาเลนจ้องมองมินฮยอคด้วยสายตาว่างเปล่า ซึ่งเขาถือช้อนและส้อมเอาไว้ในมือใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสและนัยตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ขนมปังกระเทียม 80 ชิ้น กองอยู่บนโต๊ะเหมือนภูเขา

‘อืมม …’

อาจารย์วาเลนมองดูซุปที่เต็มจานของมินฮยอค เขาเห็นมินฮยอคตักซุปในหม้อเล็กจากหม้อซุปใหญ่ใต้โต๊ะ

อาจารย์วาเลนมองดูมินฮยอคตักซุปใส่ถ้วยของตน ซึ่งในทางกลับกันมินฮยอคก็กำลังใช้ทัพพีตักซุปอยู่เช่นกัน

‘เป็นกลิ่นที่ช่างหอมหวาน’

ความหอมของซุปโชยมาเเตะจมูกของมินฮยอค ซึ่งมันยิ่งกระตุ้นความหิวจนทำให้น้ำลายไหล

ถ้ายังงั้นก็ถึงเวลาที่จะกินซุปนี้ให้อิ่มหนำ ผมจะกินมันให้มากเท่าความเคารพที่ผมมีให้คุณเลยท่านอาจารย์!

มินฮยอคไม่ลืมที่จะทาเนยให้เขา

วาเลนค่อย ๆ หยินช้อน และลิ้มรสของซุป

และ ขณะนั้น..

กร้วบ!

เขาได้ยินเสียงเบา ๆ เมื่อวาเลนมองไปก็เห็นมินฮยอคกำลังเคี้ยวขนมปังกระเทียมชิ้นโต

 ‘ขนมปังที่เพิ่งทำสดใหม่ ทำให้ด้านนอกขนมปังกระเทียมมีความกรุบ แต่ด้านในยังคงนุ่มและอุ่น  มีรสหวานปนเค็มมันอยู่ในปาก

ยังไม่จบเท่านั้น

มินฮยอคใช้ช้อนใหญ่ตักซุปเข้าปากของเขา

 ‘เมื่อซุปเข้มข้นเข้าปาก มันจะไปละลายขนมปังกระเทียมแห้งทำให้มีรสชาติที่ดีขึ้น มันช่างโอชะสำหรับลิ้นเหลือเกิน

เสียงเคี้ยวขนมปังกระเทียมที่ดูแสนอร่อย ใคร ๆ ก็สามารถเห็นจากมินฮยอค

 ‘ช่างมีความสุขเหลือเกิน

หลังจากนั้น

“ฮูว…”

อาจารย์วาเลนเอามือกุมหน้าผากและหลังจากนั้น…

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เขาหยุดหัวเราะไม่ได้เลย

“กร้วบบบ”

มินฮยอคที่กำลังเพลิดเพลินกับการกินขนมปังและซุปมองมาที่วาเลนด้วยสีหน้างุนงง

อาจารย์วาเลนหัวเราะพลางเอามือกุมท้อง

“นายรู้ตัวไหมมินฮยอค เวลาที่นายกินเนี่ยท่าทางดูเหมือนคนที่มีความสุขที่สุดในโลกจริง ๆ เชียว”

มินฮยอคพยัคหน้าตอบกลับอย่างแรง

“ไม่มีอะไรบนโลกนี้ทำให้ผมมีความสุขได้เท่ากับการกินแล้วครับ!”

หลายครั้งสิ่งที่ทำให้ผู้คนมีความสุขมากที่สุดไม่ใช่รถราคาแพง บ้านหรูหราหรือหญิงสาวหน้าตาดี เพียงแค่การกินก็ทำให้พวกเขามีความสุขที่สุดแล้ว

เช่นเดียวกับวาเลนและมินฮยอค

“ฉันก็มีความสุขกับมื้ออาหารวันนี้เช่นกัน”

วาเลนยิ้มกว้าง ถึงแม้มันจะกลายเป็นรอยยิ้มที่ขมขืนภายหลังก็ตาม

“ชีวิตประจำวันของฉันเหมือนเดิมทุกวัน ฉันไปทำงานและกลับบ้านที่ว่างเปล่า ไม่มีอะไรจะโดดเดี่ยวไปกว่าการกลับบ้านที่ต้องอยู่ตัวคนเดียว”

มินฮยอคทานอาหารต่อพร้อมตั้งใจฟัง นี่อาจเป็นการเสียมารยาท ทว่าวาเลนก็ประทับใจในตัวของเขา

"นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมาขอกินข้าวกับฉัน ถึงแม้ว่านายจะตั้งใจก็ตาม"

เขาจ้องมองมินฮยอคด้วยความว่างเปล่า

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันคิดว่า ฉันคงไม่มีทางได้ยินเสียงใครทำอาหารในบ้านหลังนี้หรอก แต่ใครบางคน…”.

วาเลนยิ้ม

“กินข้าวกับฉันนะ”

“...”

มินฮยอคหยุดกินข้าวไปชั่วขณะ

อาหารธรรมดาดูเป็นอาหารพิเศษสำหรับใครบางคน

“ฉันจะเก็บความทรงจำมื้ออาหารนี้ไว้”

ประโยคนี้ทำให้มินฮยอครู้สึกปลื้มปริ่ม คงจะมีมื้ออาหารที่ใครบางคนจดจำตลอดไป

คนในกองทัพมักจะบอกว่า...หรือใครที่หิวมากๆ จะพูดว่ารามยอน บางคนก็บอกว่ามันคือฝีมือของแม่ที่จากไป

ทุกคนมีเมนูที่แตกต่างกันอยู่ในความทรงจำของพวกเขาเสมอ

 “มันช่างน่าสรรเสริญจริง ๆ

“อร่อยจริง ๆ ผมดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นนะ”

“เริ่มกินกันเถอะ เราจะทิ้งอาหารที่อร่อย ๆ และปล่อยมันเย็นลงได้ยังไง”

“จริงครับ ท่านอาจารย์”

มินฮยอคเริ่มกินอาหารต่ออีกครั้งในขณะที่ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความสุข และอาจารย์วาเลนก็กินอาหารต่อพลางดูเขา

มินฮยอคและวาเลนมีมื้ออาหารที่แสนวิเศษด้วยกัน

***

จบบทที่ ตอนที่ 9 บ้านวาเลน

คัดลอกลิงก์แล้ว