เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180 - ละสังขารและถ้ำพำนัก

บทที่ 180 - ละสังขารและถ้ำพำนัก

บทที่ 180 - ละสังขารและถ้ำพำนัก


บทที่ 180 - ละสังขารและถ้ำพำนัก

บนปุยเมฆ บรรยากาศเงียบงันลงเล็กน้อย

นับตั้งแต่ปราชญ์ยุทธ์ของทั้งสองฝ่ายเกิดศึกนองเลือด ความสัมพันธ์ของทั้งสองค่ายก็ตึงเครียดเป็นอย่างมาก ยามพบหน้าหากไม่ลงไม้ลงมือ ก็ขาดไม่ได้ที่จะสาดน้ำลายใส่กัน มิเช่นนั้นก็มีแต่ความเงียบงัน มองหน้ากันแล้วพานจะเกลียดขี้หน้า

"ภูเขาวิเศษเปิดแล้ว ทุกคนช่วยกันคุ้มครองพวกผู้เยาว์เถิด" ครึ่งก้าวปราชญ์ยุทธ์ขั้นสูงสุดที่อยู่ข้างกายเวยเฉินเอ่ยปาก ทำลายความเงียบงันที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

สำหรับคำพูดของเจียงจวิน เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่า อัจฉริยะที่เก่งกาจเพียงใด เมื่อตายไปแล้วก็ไม่มีความหมายอันใดอีก

ทว่า เซี่ยอู๋จี้อยู่ที่นี่ เขาไม่กล้าเอ่ยปาก หวาดเกรงว่าอีกฝ่ายจะบันดาลโทสะ คลุ้มคลั่งขึ้นมาอย่างกะทันหันเหมือนปราชญ์แซ่เจียง

"เจ้าเป็นแค่มหาจินตาน คำพูดพรรค์นี้พูดให้น้อยลงหน่อยเถอะ อย่างไรเสียนั่นก็คือเซียวอวี้เฉิง ไม่ใช่คนที่เจ้าจะไปล่วงเกินได้" เหลิงเยวี่ยส่งเสียงผ่านปราณไปยังเจียงจวิน

เจียงจวินกลับไม่ใส่ใจ ประคองนางไว้ พลางกล่าวว่า "เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ ไม่พักผ่อนบำรุงครรภ์อยู่บ้านเล่า"

ยามนี้เหลิงเยวี่ยท้องโย้แล้ว คำพูดทีเล่นทีจริงของเจียงผิงบนยอดเขาวิเศษในวันนั้นกลายเป็นความจริง นางได้ครองคู่กับเจียงจวินจริงๆ ลูกก็ใกล้จะคลอดแล้ว

"ข้า..." เหลิงเยวี่ยกำลังจะเอ่ยปาก

ครืน!

จู่ๆ ความผันผวนอันน่าตื่นตระหนกก็แว่วมา ทางฝั่งเมืองหลวง แสงสีทองพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ปกคลุมแผ่นฟ้า รัศมีหลายร้อยลี้ล้วนถูกความเจิดจรัสครอบงำ

ชั่วพริบตานั้น แก่นแท้สรรพสิ่งเดือดพล่านอย่างรุนแรง ฟ้าดินบริเวณนี้ปั่นป่วนไปหมด

ผู้คนต่างสั่นสะท้าน นี่คือกลิ่นอายของปราชญ์ยุทธ์ อีกทั้งยังแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งยิ่งกว่าปราชญ์ยุทธ์หลูเสียอีก

"เกิดเรื่องอันใดขึ้น?" ซูทงเสวียนตะลึงงัน จะเกิดศึกปราชญ์ยุทธ์ขึ้นอีกแล้วหรือ?

ทว่าเพียงไม่นาน เขาก็ได้รับรู้ความจริง

"ปราชญ์เฒ่าละสังขารแล้ว!" ครึ่งก้าวปราชญ์ยุทธ์ผู้หนึ่งร้องอุทาน

เรื่องราวเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่มีลางบอกเหตุใดๆ ทั้งสิ้น

ทว่าข่าวสารได้ถูกส่งมาในเวลาอันรวดเร็ว ปราชญ์เฒ่าแห่งราชวงศ์ฉินทนไม่ไหวอีกต่อไป ละสังขารแล้ว ระดับพลังฝึกปรือทั้งปวงหวนคืนสู่ฟ้าดิน

"นี่ไม่ใช่ข่าวดีเลย" สีหน้าของเหลิงเยวี่ยเปลี่ยนไปในทันที

สำหรับกำลังรบระดับสูงของฝ่ายตน ปราชญ์เฒ่าถือเป็นเสาหลักอย่างแท้จริง ในตอนแรกสุด ปราชญ์ยุทธ์ตระกูลซางก็หวาดเกรงผู้อาวุโสท่านนั้น จึงไม่ลงมือมาโดยตลอด

แม้ว่าบัดนี้ฝ่ายของพวกตนจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสองตระกูลเก่าแก่อย่างมู่หรงและซ่างกวน

ทว่าปราชญ์ยุทธ์ตระกูลซางผู้นั้นก็มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หากวัดกันที่ความแข็งแกร่ง ก็ถือว่าโดดเด่นเหนือผู้ใดในต้าหลีแล้ว เพียงคนเดียวก็สามารถรับมือกับยอดฝีมือไร้เทียมทานได้ถึงสามคน

ตอนนี้ฝ่ายตนกลับขาดกำลังหลักที่สำคัญยิ่งไปอย่างกะทันหัน สำหรับพวกเขาแล้ว นี่ไม่ใช่ลางดีเลย

"ไป กลับเมืองหลวงพร้อมกับข้า เจ้าพวกเด็กน้อยบนภูเขาวิเศษจะมีคนดูแลเอง" เซี่ยอู๋จี้เอ่ยกับเหลิงเยวี่ยและเจียงจวิน หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีก เขาเกรงว่าจะรักษาเลือดเนื้อเชื้อไขของทั้งสองคนไว้ไม่ได้

กล่าวจบ เซี่ยอู๋จี้ก็พาเหลิงเยวี่ยและครึ่งก้าวปราชญ์ยุทธ์รุ่นเยาว์อีกหลายคนจากไป

ในขณะเดียวกัน พวกเซียวอวี้เฉิงจากค่ายตระกูลใหญ่ก็ติดตามผู้อาวุโสท่านหนึ่งจากไปเช่นกัน

ระหว่างทาง เจียงจวินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก "ไหนว่าทั้งสองฝ่ายจะพักฟื้นบำรุงกำลัง ปราชญ์ยุทธ์ผู้นั้นยิ่งได้รับบาดเจ็บทางมรรคา จำต้องพักฟื้นอย่างสงบมิใช่หรือ ไม่น่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายอันใดกระมัง"

"เดิมทีก็เป็นเช่นนั้น" เซี่ยอู๋จี้เอ่ยช้าๆ บอกเล่าข่าวสารอันน่าตื่นตระหนกออกมา "ภายในราชวงศ์อันรุ่งโรจน์ มีถ้ำพำนักสะท้านโลกแห่งหนึ่งปรากฏขึ้น"

"ถ้ำพำนักอันใด?"

......

วันนั้น เมืองหลวงสั่นสะเทือน เสียงร่ำไห้ดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมือง

ที่แท้ ปราชญ์เฒ่าแห่งราชวงศ์ฉินก็มิอาจทนได้อีกต่อไป ละสังขารแล้ว

ครืน!

กลิ่นอายสะท้านโลกแต่ละสายฟื้นคืนสติ สั่นสะเทือนเมืองหลวง

ปราชญ์ยุทธ์ทุกท่านล้วนออกจากด่านบำเพ็ญเพียร มุ่งหน้าไปยังพระราชวังฉินเพื่อร่วมพิธีศพ

แม้ว่าฝ่ายปราชญ์แซ่เจียงและค่ายตระกูลใหญ่จะแตกหักกันแล้ว ทว่าความแข็งแกร่งและฐานะของปราชญ์เฒ่านั้นไม่ธรรมดา เคยเป็นถึงโอรสสวรรค์ เป็นบิดาของแผ่นดิน พวกเขาล้วนเป็นข้าแผ่นดิน

ดังนั้น เวลานี้ ภายในพระราชวังจึงสงบสุขอย่างหาได้ยากยิ่ง ปราชญ์ยุทธ์ทั้งหลายมารวมตัวกันพร้อมหน้า เพื่อเข้าร่วมพิธีศพ จุดธูปเคารพศพ ต่างสวมชุดขาวกันทุกคน

ทว่า ก็มีครึ่งก้าวปราชญ์ยุทธ์สังเกตเห็นว่า ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งที่สุดของหลายฝ่ายล้วนไม่อยู่ ปราชญ์แซ่เจียงและซางหมิงหย่วน บรรพชนรุ่นที่สามของตระกูลเฟิง และปราชญ์ยุทธ์แดนสวรรค์ชั้นที่ห้าอีกหลายท่าน ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้น

"เรื่องใหญ่ปานนี้ พวกเขาไปที่ใดกัน?" มีคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

"มีถ้ำพำนักของสิ่งมีชีวิตเข้าใกล้มรรคาปรากฏขึ้นในโลก" ข่าวสารสะเทือนเลื่อนลั่นกระจายไปทั่วพระราชวัง ทำให้ทุกคนถึงกับขนลุกซู่ หวาดผวาในทันที

เข้าใกล้มรรคา!

นั่นคือขอบเขตสูงสุดที่แม้แต่บรรพชนผู้แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลมู่หรงที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ก็ยังไม่เคยก้าวไปถึง

"นั่นคืออัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์สูงสุดของเกาะเสวียนซินพวกเรา ความเจิดจรัสในวัยเยาว์ ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจียงผิงเลยแม้แต่น้อย เขาเคยหยัดยืนอยู่ในขอบเขตเข้าใกล้มรรคาอย่างสมบูรณ์มาแล้ว" ปราชญ์ยุทธ์หลูเอ่ยช้าๆ เล่าอดีตอันรุ่งโรจน์ของสิ่งมีชีวิตไร้เทียมทานผู้นั้นให้ทุกคนฟัง

"ทว่า" ปราชญ์ยุทธ์หลูเปลี่ยนเรื่อง เอ่ยต่อไปว่า "ขอบเขตเข้าใกล้มรรคานั้นลี้ลับและน่าสะพรึงกลัวเกินไป อัจฉริยะผู้เจิดจรัสหมื่นจั้งผู้นั้นกลับถอยหลังจากขอบเขตนี้ มิเช่นนั้น เขาคงจะมีชีวิตอยู่มาจนถึงยุคปัจจุบันนี้แล้ว"

ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึก ตัวตนผู้นั้นคือบุคคลเมื่อหมื่นกว่าปีก่อนเชียวนะ

"ปราชญ์ยุทธ์แปดร้อยปี ทว่าขอบเขตเข้าใกล้มรรคาครอบครองอายุขัยนับหมื่นปีขึ้นไป ห่างกันเพียงสองขอบเขตใหญ่ ช่องว่างก็ห่างชั้นกันมากเกินไปแล้ว" ซูทงเสวียนอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ

"ก็เพราะช่องว่างห่างชั้นกันมากนี่แหละ ดังนั้นพงศาวดารทั้งเล่มของเกาะเสวียนซินพวกเรา จึงไม่มีตัวตนเช่นนี้บันทึกไว้เลย" เจิ้งเทียนหรงกล่าว นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความใฝ่ฝัน

ผู้ฝึกยุทธ์ในใต้หล้ายึดถือพวกเขาเป็นแบบอย่าง แต่ปราชญ์ยุทธ์อย่างพวกเขา เมื่ออยู่ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตเข้าใกล้มรรคา กลับเปรียบดั่งแมลงเม่าเห็นท้องนภาอันกว้างใหญ่

แน่นอน ตำนานเช่นนี้ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า เขาคงไม่มีโอกาสได้เห็น

"ถ้ำพำนักเข้าใกล้มรรคาปรากฏขึ้น นั่นคือวาสนาเซียนที่ไม่อาจจินตนาการได้ ข้ายังไม่มีคุณสมบัติจะเข้าร่วมด้วยซ้ำ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นยอดฝีมือแดนสวรรค์ชั้นที่ห้า ถึงจะกล้าเข้าไป" เจิ้งเทียนหรงกล่าว

เขาเป็นยอดฝีมือแดนสวรรค์ชั้นที่สี่ แต่กลับไม่กล้าไป

เพราะว่า วาสนาเช่นนี้ กลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้าต้องไม่อยากพลาดอย่างแน่นอน ขาดไม่ได้ที่จะต้องเกิดศึกนองเลือด เมื่อใดที่ต่อสู้กันจนเกิดโทสะที่แท้จริง ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดเรื่องปราชญ์ยุทธ์ร่วงหล่นขึ้นมาก็ได้

"แต่ว่า หากได้สิ่งใดมาบ้าง สำหรับระดับปราชญ์ยุทธ์แล้ว ก็ถือเป็นวาสนาที่ไม่อาจจินตนาการได้เช่นกัน" ปราชญ์ยุทธ์หลูถอนหายใจ เขาเพิ่งจะเป็นปราชญ์ยุทธ์หน้าใหม่ ยิ่งไม่มีคุณสมบัติจะเข้าร่วม

......

เมืองหลวงต้าหลีคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ปราชญ์เฒ่าจากไป รัฐบรรณาการและราชวงศ์ใหญ่หลายแห่งล้วนส่งคนมาร่วมพิธีศพ

ทว่าราชวงศ์อันรุ่งโรจน์กลับคึกคักยิ่งกว่า เพียงไม่กี่วัน ข่าวสารอันน่าตื่นตะหนกก็ถูกส่งมาทีละสาย

"ปราชญ์ยุทธ์เทียนเฟิงแห่งต้าเว่ยชิงมีดสั้นที่บิ่นหักมาได้เล่มหนึ่ง เคยใช้มันฉีกร่างปราชญ์ยุทธ์แดนสวรรค์ชั้นที่ห้าได้อย่างง่ายดาย"

"หมิงเซิ่ง กษัตริย์แห่งทุ่งหญ้า ได้รับเคล็ดวิชาพิสดารที่ส่งตรงถึงขอบเขตท่องเทวะ ไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาธาตุทั้งห้าอันบริสุทธิ์หมดจดเลย"

"เจ้าแคว้นจิ้น ชิงโอสถวิเศษมาได้หนึ่งเม็ด ทว่ากลับถูกรุมล้อมจนบาดเจ็บสาหัส เป็นตายร้ายดีไม่อาจทราบ"

"ปราชญ์ยุทธ์ซางแห่งต้าหลีกลืนกินของวิเศษบางอย่าง อาการบาดเจ็บทางมรรคาหายเป็นปลิดทิ้ง"

เมื่อข่าวของซางหมิงหย่วนมาถึงเมืองหลวง ก็ก่อให้เกิดคลื่นพายุลูกใหญ่อีกครา

เมื่อเทียบกับสีหน้าเคร่งเครียดของพวกเซี่ยอู๋จี้และเหลิงเยวี่ย ค่ายตระกูลใหญ่กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี

"แดนสวรรค์ชั้นที่เจ็ดมีความหวังแล้ว แดนสวรรค์ชั้นที่เจ็ดมีความหวังแล้ว!" ผู้นำตระกูลซางน้ำตานองหน้า ตื่นเต้นจนทั่วร่างสั่นเทา

นี่คือเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งที่สุดของค่ายตระกูลใหญ่อาการบาดเจ็บหายดี หนทางเบื้องหน้าถูกเติมเต็ม มีความหวังจะได้หยัดยืนในแดนสวรรค์ชั้นที่เจ็ดอย่างแท้จริง หรืออาจจะเทียบชั้นปราชญ์ยุทธ์อสนีบาตได้เลย

"ผู้อาวุโสซางเคยเหยียบย่างเข้าไปแล้ว หากทะลวงด่านอีกครั้ง โอกาสก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น" เวยเฉินตื่นเต้น ดีใจ บิดาของเขาเลือกไม่ผิด อนาคตแทบจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน ค่ายปราชญ์แซ่เจียงจะต้องถูกกวาดล้างครั้งใหญ่ แม้แต่สองตระกูลเก่าแก่ก็ยังต้องเผชิญกับเคราะห์กรรม

"ปราชญ์แซ่เจียงทะลวงสู่แดนสวรรค์ชั้นที่หก!" อีกข่าวหนึ่งถูกส่งมา ทำให้เมืองหลวงสั่นสะเทือน ผู้ที่ตื่นเต้นดีใจกลับกลายเป็นพวกเจียงจวินแทน

"แดนสวรรค์ชั้นที่หกก็เปล่าประโยชน์ เมื่อใดที่ผู้อาวุโสซางหล่อหลอมกายาปราชญ์ขั้นสมบูรณ์สำเร็จ ก็สามารถสังหารได้อย่างง่ายดายเช่นกัน" ซูทงเสวียนพึมพำแผ่วเบา ใบหน้าเรียบเฉย

ความจริงกลับเป็นไปตามที่เขากล่าว ปราชญ์ยุทธ์เหลิงที่คอยประจำการอยู่แนวหลังเมื่อได้รับรู้ก็ไม่มีความยินดีเท่าใดนัก เอ่ยด้วยความเคร่งเครียดว่า "ยุ่งยากแล้ว"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 180 - ละสังขารและถ้ำพำนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว