เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 149 รุกและรับสอดประสานโดยธรรมชาติ

ตอนที่ 149 รุกและรับสอดประสานโดยธรรมชาติ

ตอนที่ 149 รุกและรับสอดประสานโดยธรรมชาติ


“ไม่สำคัญว่าข้าคือใคร ข้ากำลังบอกเจ้าตอนนี้ว่า ข้าให้เวลาเจ้าเพียงหนึ่งนาทีเป็นอย่างมากสำหรับฆ่าปีศาจเคียวโลหิต อสูรทองระดับ 7 หรือไม่งั้นเราทั้งหมดก็ตายพร้อมกันที่นี่”

หญิงงามลึกลับพูดอย่างใจเย็น เหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา

“แม่นางคนงาม, เจ้ารู้จักอสูรทองระดับ 7 นั่นไหม? ข้าไม่ใช่เทพ แล้วข้าจะเอาชนะภายในนาทีเดียวได้อย่างไร?”

เย่ว์หยางพูดถึงสถานการณ์ที่อับจนของเขาในตอนนี้

“เจ้าอยากจะเปลี่ยนมาสู้กับสื่อจินโหวแทนไหม?”

หญิงงามลึกลับเปิดโอกาสให้เย่ว์หยางได้มีเสรีภาพในการเลือก

“อ่า...ข้าว่า งั้นข้าจะโค่นเจ้าปีศาจเคียวโลหิตบ้านี่เอง”

เย่ว์หยางรู้ว่าสื่อจินโหวรับมือยากกว่าปีศาจเคียวโลหิต สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าคือสื่อจินโหวรู้วิธีเทเลพอร์ต ทันทีที่เขาตั้งท่าป้องกัน ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะฆ่าเขาได้

ถ้าเย่ว์หยางต้องสู้กับเขา บางทีอาจจบลงโดยสื่อจินโหวไล่บุกใส่เขาด้วยพลังฝ่ามือมหาประลัยของเขา หรือไม่ก็เย่ว์หยางต้องรุกไล่สื่อจินโหวโจมตีเขาด้วยกระบี่ไร้ลักษณ์ปราณก่อกำเนิด ในที่สุดเขาก็ไม่สามารถเอาชนะสื่อจินโหวได้อยู่ดี

“ข้าจะให้เวลาเจ้า 1 นาที จัดการปีศาจเคียวโลหิตให้ได้ จากนั้นก็รีบมาช่วยข้า”

หญิงงามลึกลับมอบภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ให้กับเย่ว์หยาง

“ก็ได้, อย่างนั้นเจ้าปีศาจอัปลักษณ์อีกตัวจะทำยังไง?”

เย่ว์หยางชี้ไปที่อสูรเงิน ปีกค้างคาวแต่มีหัวเป็นสุนัขจิ้งจอก

“กำจัดมันขณะที่เจ้าผ่านไปสิ”

หญิงงามลึกลับให้งานหวาดเสียวนี้แก่เย่ว์หยาง

“นั่นทำได้ง่ายมาก แต่ว่า ถ้าเจ้าช่วยจุ๊บเป็นกำลังใจให้ข้า ข้าเชื่อว่าอะไรๆ มันก็จะทำได้ง่ายแน่นอน”

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เย่ว์หยางจะพูดจบประโยค หญิงงามลึกลับก็เตะใส่ก้นของเขา ส่งผลให้ทั้งตัวเขาปลิวเข้าหาสื่อจินโหวทันที

ปราณกระบี่ส่องแสงทองเจิดจ้าออกมาจากมือของเย่ว์หยาง

ท่าทีของสื่อจินโหวยังคลุมเครือแต่ไม่ยอมอยู่เผชิญหน้ารับการโจมตี

พร้อมกับการสะบัดแส้ของเขา ร่างของเขาหายวับไปปรากฏในที่ห่างออกไป 10 เมตร แม้ว่าการประสานงานลอบโจมตีต่อสื่อจินโหวจะทำโดยกระทันหัน แต่เขามีทักษะควบคุมพื้นที่ได้จึงไม่ส่งผลคุกคามต่อเขา

แน่นอนว่า เย่ว์หยางและหญิงงามลึกลับต่างรู้เรื่องนี้ดี จึงใช้มันเป็นกลลวง วัตถุประสงค์คือรุกไล่ให้สื่อจินโหวถอยไป

เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาก็คือปีศาจเคียวโลหิต

ขณะเดียวกัน หญิงงามลึกลับหายตัวไปปรากฏอยู่เหนือหัวปีศาจเคียวโลหิต ด้วยการสัมผัสแสงของมือนาง พายุน้ำแข็งที่เย็นกว่าพายุหมุนน้ำแข็งของเสวี่ยทันหลางถูกเรียกออกมา

แม้ว่าผลกระทบลึกลับจากการโจมตีใส่หัวใจของอสูรเคียวโลหิตไว้ก่อนก็เริ่มส่งผลตอนนี้ ภายใต้เสียงสะท้อนของพายุน้ำแข็ง จุดที่นางโจมตีก่อนนั้นกลายเป็นน้ำแข็งต่อเนื่องจนแช่แข็งมันไว้ทั้งหมด แม้แต่เปลวไฟบนตัวของปีศาจเคียวโลหิตยังถูกผนึกอยู่ในน้ำแข็งไปด้วย...

เย่ว์หยางตระหนักว่า ทักษะผนึกน้ำแข็งที่หญิงงามลึกลับใช้ ยังแข็งแกร่งมากกว่าผนึกน้ำแข็งปีศาจของพ่อมดปีศาจซอร์จ

ตั๊กแตนมรณะอสูรทองระดับ 7 ไม่ใช่อสูรธาตุไฟโดยเฉพาะ ส่วนปีศาจเคียวโลหิตนี้ ก็เป็นอสูรทองระดับ 7 และเป็นปีศาจธาตุไฟอีกด้วย

น้ำแข็งของนางยังสามารถแช่แข็งมันได้ อาจได้เห็นทักษะที่น่ากลัวของนางได้ เย่ว์หยางคิดว่าพลังของนางเหนือเกินขอบเขตที่เขาจะจินตนาการเองได้ เทียบกับเจ้ามนุษย์น้ำแข็งเสวี่ยทันหลาง

พลังแช่แข็งของหญิงงามลึกลับนี้จะสูงกว่าขั้นหนึ่ง นอกจากนี้นางยังปกปิดได้ดีกว่า เย่ว์หยางไม่คิดว่านางจะเคลื่อนไหวแบบนั้น มันเป็นการลอบโจมตีโดยระเบิดพลังออกมาชั่วขณะอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ความประหลาดใจของเขา ก็ยังเป็นเพียงความประหลาดใจเหมือนเดิม

ปฏิกิริยาของเย่ว์หยางไม่ได้ช้าลงเลย

ตอนนี้ มันเป็นเรื่องของความเป็นความตาย เย่ว์หยางไม่ปกปิดพลังเอาไว้อีกต่อไป เขาเรียกนางพญากระหายเลือด อสูรทองออกมาทันที นางกรีดร้องปล่อยคลื่นเสียงทันทีทำให้อสูรอัปลักษณ์งุนงงทันที ขณะเดียวกันมีดทองฆ่ามังกรของนางปักลงที่หลังศีรษะของอสูรอัปลักษณ์

โคเงาเถื่อนดึงขาออกจากอสูรเคียวโลหิตและย่ำลงไปบนหินจนแตก

ชิ้นส่วนของน้ำแข็งกระเด็นไปทั่ว เย่ว์หยางลอยตัวลงมาเหมือนกับว่ากำลังเริงระบำ เขาปล่อยดาบฮุยจินที่ยังปล่อยเปลวไฟสีม่วงอยู่ และใช้ค้อนยักษ์ของหุ่นเกราะทองแทน

เขาเล็งตรงระหว่างเขาทั้งสองที่หน้าผากของปีศาจเคียวโลหิตและใช้พลังทั้งหมดหวดค้อนลงไป ทันใดนั้น โดยไม่มีการเตือน สื่อจินโหวมาปรากฏตัวที่ด้านหลังเย่ว์หยางและกระแทกฝ่ามือใส่หลังเย่ว์หยาง เขารอโอกาสลอบทำร้ายอยู่เช่นกัน..

หญิงงามลึกลับชนใส่แขนเย่ว์หยางทำให้นางเข้าสลับตำแหน่งกับเย่ว์หยางแทน ใช้หลังของนางบังไว้เตรียมรับฝ่ามือที่สื่อจินโหวโจมตีใส่แทน

โดยไม่ได้คาดคิด คนที่เป็นฝ่ายประหลาดใจก็คือสื่อจินโหว ฝ่ามือของเขาสามารถผ่าหินให้ขาดได้

ขณะที่เสื้อผ้าบริเวณหลังของหญิงงามลึกลับที่โดนฝ่ามือปะทะกลับกลายเป็นผงสลายไปกับสายลม เผยให้เห็นผิวขาวราวหิมะของนาง

เย่ว์หยางเห็นว่านี่เป็นเพราะนางพยายามยื้อเวลาให้เขา เขาตะเบ็งเสียงเต็มที่ และระเบิดพลังออกไปทั้งหมด ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ของเขาที่ถูกยิงออกไปเหมือนรูปกระบี่เล่มหนึ่ง

แต่พลังแข็งแกร่งกว่าปกติหลายเท่า กระบี่ประกายแสงสีทองยาวเมตรครึ่งพุ่งเข้าเจาะหน้าผากของปีศาจเคียวโลหิต หน้าผากของมันยุบลงเล็กน้อย หลังจากนั้น เย่ว์หยางทะลวงนิ้วเข้าไปคว้านในหัวของปีศาจเคียวโลหิต

เมื่อเย่ว์หยางใช้พลังทั้งหมดฆ่าปีศาจเคียวโลหิต สื่อจินโหวยังคงใช้พลังของเขาโจมตีและฆ่าหญิงงามลึกลับ

สื่อจินโหวสามารถเห็นได้ว่า แม้ว่าเจ้าเด็กหน้ากากจะเชี่ยวชาญในการรุกและรับ แต่เขายังเหมาะสมที่จะรุกมากที่สุด

ในทางตรงกันข้าม แม้ว่าหญิงงามลึกลับจะมีความเชี่ยวชาญทั้งสองอย่างเช่นกัน แต่นางเหมาะตั้งรับมากกว่า ถ้าเป็นการสู้กับพวกเขาทีละคน พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม พอทั้งคู่ร่วมมือกันสู้กับเขา พลังต่อสู้ของเขาที่รวมกันจะเพิ่มขึ้นนับสิบเท่า ทำให้รับมือพวกเขาได้ยากมาก ดังนั้นเขาต้องฆ่าหนึ่งในพวกเขาเสียก่อน เจ้าเด็กสวมหน้ากากนี่ฆ่ามันได้ยาก เขามีทักษะธรรมชาติที่มองไม่เห็น ถ้าขืนพยายามฆ่าเขาให้ได้ก่อน เขาอาจจะโดนรุกกลับได้ง่ายๆ

หญิงงามลึกลับแม้จะฆ่าได้ยากกว่า แต่นางมีข้อผิดพลาดใหญ่หลวง

นางต้องใช้ร่างนางเพื่อปกป้องเจ้าเด็กหน้ากาก เพื่อคุ้มกันให้เขาสามารถฆ่าปีศาจเคียวโลหิต

ตอนนี้ เขายังคิดเรื่องอื่นไม่ออก สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำตอนนี้ คือฆ่านางโจรลึกลับ นางไม่มีสัญชาตญาณต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพมีแต่พลังป้องกันที่อธิบายไม่ได้ ชัยชนะครั้งนี้ยังไงก็เป็นของเขา

สื่อจินโหวขยับแล้ว แส้ของเขาเหมือนงูพิษฉกเข้าใส่ศีรษะของหญิงงามลึกลับ

เสียงเควี้ยวควับได้ยินชัดเจนหลังจากหวดแส้

ไวมากจนมองแทบไม่ทัน

หญิงงามลึกลับใช้ร่างนางปกป้องเย่ว์หยางที่กำลังจูโจมอย่างดุเดือดโดยไม่ยอมถอย จากนั้นเสียงตะโกนที่น่าฟังดังออกมาจากตัวนางเป็นระลอก มันสลายแรงปะทะของแส้จากนั้นสะท้อนพลังกลับคืนไปนับสิบเท่า นี่คือพลังอสูรที่เป็นธาตุจำเพาะของนาง “อสูรสะท้อนกระแส” ใช้ร่วมกับปีศาจสายลม และอสูรอีก 2 ตนที่นางมี พวกมันเป็น 4 อสูรที่ยิ่งใหญ่ของนาง

สื่อจินโหวรีบปล่อยแส้ของตนทันที

สำหรับตอนนี้ เขากำลังลวงให้ศัตรูโจมตีเขา วัตถุประสงค์ก็คือปล่อยให้อสูรของศัตรูลงมือก่อน หลังจากนี้ เขาจะใช้ฝ่ามือสายฟ้าของเขา เพื่อระเบิดพลังออกไป

ตราบใดที่ไม่มีความช่วยเหลือจาก อสูรสะท้อนกระแสที่สามารถสลายและสะท้อนพลังกลับได้ หญิงงามลึกลับจะถูกกำจัดโดยไม่ทันรู้ตัวถ้าเป็นการโจมตีของเขา

“ฮ่าาาาห์!”

นางพญากระหายเลือดที่อยู่ในอากาศพุ่งลงมาอย่างเร็ว พลังคลื่นเสียงของนางถูกยิงมาจากเหนือหัวของสื่อจินโหว

อย่างไรก็ตาม พลังคลื่นเสียงที่ทำให้แม่ทัพอสูรหม่าเหลียงถึงกับสลบได้ กลับไม่มีผลมากนักต่อสื่อจินโหว เพียงใช้แขนซ้ายหมุนวนเท่านั้น สื่อจินโหวยิงพลังหมัดออกไป

สร้างกระแสลมเย็นจากพลังหมัดส่งไปยังนางพญากระหายเลือดที่กำลังบินอยู่ จากนั้นกราดฝ่ามือขวาเข้าใส่จนใกล้ถึงศีรษะหญิงงามลึกลับ

สิ่งที่เขาต้องการก็คือสังหารนางในหมัดเดียว

เดิมทีเย่ว์หยางต้องการกลับไปช่วยป้องกันนาง แต่หญิงงามศอกใส่เขาและเตือนเขาไม่ให้เสียสมาธิ

จากนั้นนางยกมือขวาขึ้น ปล่อยสายฟ้าสีขาวออกจากเล็บทั้งหมด เสียงดังบึ้ม เมื่อประกายสายฟ้าตกลงใส่สื่อจินโหว

สื่อจินโหวหายไปแล้ว

เขาหนีห่างออกไปราวร้อยเมตร และอกของเขากระเพื่อมขึ้นลง

การลอบโจมตีของเขาล้มเหลวเกือบจะถูกสายฟ้าของหญิงงามลึกลับฟาดใส่ นี่เรียกว่าขโมยไก่ไม่สำเร็จแต่ขาดทุนข้าวกำมือหนึ่ง สื่อจินโหวถึงกับเสียกระบวนเล็กน้อย มือซ้ายของเขาที่ใช้ป้องกันการโจมตี

ตอนนี้ดำเป็นตอตะโกและมีควันขึ้น เป็นที่ชัดเจนว่าสายฟ้าของหญิงงามลึกลับแข็งแกร่งกว่าเขามากและรับมือไม่ได้ง่ายๆ

“เอาอีกสิ! ช็อตมันเข้าไป เอาให้มันจำญาติผู้ใหญ่ไม่ได้ก็ยิ่งดี!”

เย่ว์หยางมีความสุขมาก

“อย่ากวนใจข้า”

หญิงงามลึกลับโกรธ

รูปของนางดูแกว่งเล็กน้อย ดูเหมือนว่าปราณในร่างกายนางจะถูกใช้ไปมาก ภายใต้เงื่อนไขต่อสู้รุนแรงติดต่อกัน ทำให้นางถึงขีดจำกัดได้เร็ว

เย่ว์หยางกระแทกใส่ศีรษะและหัวใจของปีศาจเคียวโลหิตอย่างบ้าคลั่ง แต่ร่างของปีศาจเคียวโลหิตผิดธรรมดามาก แม้ว่ามันจะถูกแช่แข็งไปแล้ว ศีรษะถูกทำลาย ผลึกปีศาจถูกปราณกระบี่และมีดฆ่ามังกรแทงจนแตกเป็นเสี่ยง

แต่มันก็ยังไม่ตาย ไม่ใช่แต่เพียงแค่นั้น มันยังคืนสภาพได้ดีอีกด้วย ถ้าปล่อยให้มันฟื้นคืนสภาพและกลับมาสู้อีก โดยร่วมกับสื่อจินโหวลอบโจมตี การต่อสู้ครั้งนี้จะอันตรายอย่างมาก

เย่ว์หยางพบว่าสื่อจินโหวไม่ได้ใส่ใจว่าปีศาจเคียวโลหิตจะเป็นหรือตาย เรื่องที่แปลกก็คือ มันไม่ใช่อสูรพิทักษ์ เย่ว์หยางรู้สึกสังหรณ์ไม่ดี

มันเป็นกับดัก

ใช้วิธีธรรมดา มันอาจจะเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าปีศาจเคียวโลหิต

เขาดึงหญิงงามลึกลับมาอยู่ด้านหลังของเขา และผูกแผ่นผ้ายาวเข้ากับนาง และแนบหลังกับนางไว้

เดิมที เย่ว์หยางต้องการใช้การเคลื่อนไหวแบบนี้เพื่อปกป้องเย่ว์ปิง เขาไม่คิดว่าเขาจะต้องใช้มันกับหญิงงามลึกลับที่เป็นคนประหลาดนี้ พอเห็นว่าปีศาจเคียวโลหิต ไม่อาจฆ่าให้ตายได้และมีพลังฟื้นฟูมากกว่าปกติ

เขาจะหนีทันที ถ้าเป็นภายใต้สถานการณ์ปกติ กลยุทธ์สุดท้ายใน 36 กลยุทธ์ก็คือ “ถ้าล้มเหลวทุกอย่างให้เผ่น” น่าจะใช้ได้ ภายใต้ฝีเท้าของเย่ว์หยาง ที่มีการเคลื่อนไหวได้ไหลลื่นเหมือนน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม เขาต้องเจอกับสื่อจินโหวผู้ที่สามารถควบคุมพื้นที่ได้หลังจากหนีไปได้ไม่กี่สิบเมตร ไม่เพียงแต่หนีไม่สำเร็จ เขายังแทบจะวิ่งพลัดตกลงไปในภูเขาไฟ

สื่อจินโหวดูเหมือนกำลังหัวเราะ แต่ก็ไม่ เขามองดูเย่ว์หยาง ไม่แยแสถึงความพยายามจะหลบหนีของเขา

ปีศาจเคียวโลหิตที่บาดเจ็บหนักคลานกลับขึ้นมาอย่างเจ็บปวด

แผลของมันสมานตัวอย่างรวดเร็ว

พอเห็นอย่างนี้แล้วรู้สึกไม่ดี เขารีบเรียกโคเงาและนางพญากระหายเลือดกลับเข้ามาในคัมภีร์

แม้ว่าหมัดของเขาจะต่อยซ้ำแล้วซ้ำเล่าและทำลายความสามารถในการสู้ของปีศาจเคียวโลหิตไปมาก แต่การพยายามฆ่าปีศาจเคียวโลหิตที่มีพลังฟื้นฟูสภาพแข็งแกร่งน่าตระหนกนี้เป็นเรื่องที่เย่ว์หยางยังทำไม่ได้

เย่ว์หยางยังทำตอนนี้ไม่ได้ เว้นแต่เขาสามารถใช้ปราณกระบี่ได้ยาวพอสลายร่างของปีศาจเคียวโลหิตที่ไม่สามารถแทงทะลุได้นอกจากใช้มีดฆ่ามังกร

เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงที่จะฆ่าปีศาจเคียวโลหิตประหลาดนี้ด้วยวิธีฆ่าธรรมดา

“เจ้าต้องใช้อสูรพฤกษาถึงจะเอาชนะปีศาจเคียวโลหิตได้ เจ้ามีอสูรพฤกษาที่แข็งแกร่งบ้างไหม?”

หญิงงามลึกลับถามด้วยเสียงอ่อนเพลีย

“มีเหมือนกัน แต่เจ้าอาจผิดหวังก็ได้ ถ้าข้าจะบอกว่าอสูรสายพฤกษาที่ข้าเรียกได้ก็มีเพียงแต่ต้นดอกหนาม และมันยังเป็นเพียงระดับ 1”

หญิงงามลึกลับพูดไม่ออก ต้นดอกหนามระดับ 1 จะทำอะไรได้?

แม้ว่าเย่ว์หยาง พยายามอย่างดีที่สุดที่จะล้มมันให้ได้ แต่สื่อจินโหวมีลางสังหรณ์ที่อันตราย

สังหรณ์ของนักสู้บอกเขาว่า เขาไม่อาจปล่อยให้เจ้าเด็กหน้ากากนี้เรียกต้นดอกหนามออกมา มิฉะนั้น อาจเป็นหายนะก็ได้

มันคือบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของแดนปีศาจ ถึงแม้นักสู้ในแผ่นดินมังกรทะยานจะลืมเรื่องมันไปแล้วก็ตาม แต่ในแดนปีศาจ สิ่งมีชีวิตที่มีความฉลาดยังจำมันได้ชัดเจน ครั้งหนึ่งมีต้นดอกหนามต้นเดียวที่ทุกคนดูถูก ได้สร้างความพินาศให้จ้าวปีศาจคุกเลือดทั้งสองและทหารปีศาจอีก 5 พัน...

พอได้ยินว่าเจ้าผู้นี้มีอสูรสายพฤกษาก็คือต้นดอกหนาม และรู้สึกว่าเขายังมีพลังเหลืออยู่อีก สื่อจินโหวรีบเทเลพอร์ตมาอยู่ใกล้ปีศาจของเขาที่นอนอยู่และใช้แส้ปีศาจหวดใส่หน้าเย่ว์หยาง

เมื่อเย่ว์หยางหลบได้ สื่อจินโหวก็ปล่อยพลังเต็มที่ เขาไม่ออมพลังอีกต่อไป เขาใช้พลังเต็มที่ ขณะเดียวกัน ก็ใช้อาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อใช้สู้กับพลังที่แข็งแกร่งที่สุด

สามง่ามจ้าวปีศาจ ปรากฏอยู่ในมือของเขา

สามง่ามจ้าวปีศาจนี้จะมีเปลวไฟนรกสีดำลุกท่วมตลอดเวลา และมีปราณปีศาจจำนวนมาก เขาแทงสามง่ามเข้าใส่เย่ว์หยางอย่างรวดเร็ว

หญิงงามลึกลับที่อยู่ด้านหลังเย่ว์หยางใช้ปีศาจสายลมเทเลพอร์ตออกมา นางต้องการใช้ร่างนางปกป้องเย่ว์หยาง

อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางไม่ยอมให้นางตายเพื่อเขา เขาใช้ขากวาดใส่ก้นนางจนพ้นทาง และใช้มือซ้ายต้านรับสามง่ามจ้าวปีศาจโดยเสี่ยงอันตรายแทงมือสวนกลับไป กระบี่ไร้ลักษณ์ปราษก่อกำเนิดถูกรวมไว้มือขวาจนกลายเป็นรูปกระบี่ประกายสีทองเจิดจ้า

นี่คือการเสี่ยงชีวิต เย่ว์หยางเตรียมใช้ท่านี้ต้านรับสื่อจินโหวและแลกชีวิตกัน ใครรอดในที่สุดจะเป็นผู้ชนะ

สื่อจินโหวใจสั่นสะท้าน เขารู้สึกว่าเจ้าเด็กหน้ากากนี้ เหี้ยมหาญพอแน่นอน

บรรดามนุษย์อื่นๆ ไม่มีใครเหี้ยมหาญเท่าเขาจริงๆ

เมื่อเย่ว์หยางพุ่งสู้กับเขา สื่อจินโหวคำรามลั่นไม่ยอมขยับแม้แต่นิ้วเดียว เขายกสามง่ามจ้าวปีศาจแทงใส่อกของเย่ว์หยาง

เขามุ่งมั่นที่จะต่อสู้จนจบ

ถ้าแม้แต่มนุษย์ยังทุ่มชีวิตเข้าสู้กัน นักสู้จากแดนปีศาจจะแสดงความอ่อนแอต่อพวกเขาได้อย่างไร?

ใครจะเป็นฝ่ายชนะ?

นั้นขึ้นอยู่กับว่าพลังโจมตีสุดท้ายของผู้ใดแข็งแกร่งกว่า และผู้ใดอดทนมากกว่า

ที่มา : https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=154

จบบทที่ ตอนที่ 149 รุกและรับสอดประสานโดยธรรมชาติ

คัดลอกลิงก์แล้ว