เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1: ทะลุมิติสู่โลกหงฮวง ข้าคือบุตรแห่งหยวนเฟิ่ง

บทที่ 1: ทะลุมิติสู่โลกหงฮวง ข้าคือบุตรแห่งหยวนเฟิ่ง

บทที่ 1: ทะลุมิติสู่โลกหงฮวง ข้าคือบุตรแห่งหยวนเฟิ่ง


บทที่ 1: ทะลุมิติสู่โลกหงฮวง ข้าคือบุตรแห่งหยวนเฟิ่ง

“...” หลังจากย่อยข้อมูลจากความทรงจำสืบทอดแล้ว หลินหยางก็ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ใช่แล้ว เขาทะลุมิติมา แต่กลับไม่เหมือนกับคนอื่น เวลาที่คนอื่นทะลุมิติมา พวกเขามักจะได้เป็นมหาเทพแต่กำเนิด อย่างเช่นซานชิง หมิงเหอ หรือไม่ก็หงอวิ๋น

ทว่าเขากลับเป็นเพียงแค่ไข่ฟองหนึ่ง

แน่นอนว่าไข่ใบนี้ย่อมไม่ธรรมดา

เขาคือไข่หงสา

และตอนนี้เขาก็กำลังแช่ตัวอยู่ในหินหนืดของภูเขาไฟอมตะ

“ข้าคือบุตรแห่งหยวนเฟิ่ง แต่ทำไมข้าถึงไม่ได้เป็นขงเซวียนกันล่ะ หรือเป็นจินชื่อต้าเผิงเตียวก็ยังดี!” หลินหยางคร่ำครวญอยู่ในใจ

ไข่หงสาใบนี้มีสถานะไม่ต่างอะไรกับขงเซวียนและจินชื่อต้าเผิงเตียว พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นบุตรแห่งหยวนเฟิ่ง

ทว่าสิ่งที่แตกต่างจากทั้งสองคนนั้นคือ ขงเซวียนกับจินชื่อต้าเผิงเตียวเป็นไข่ที่หยวนเฟิ่งให้กำเนิดขึ้นที่ด้านนอกของภูเขาไฟอมตะ

ทว่าเขาคือไข่ที่หยวนเฟิ่งให้กำเนิดหลังจากที่นางกลับมายังภูเขาไฟอมตะแล้ว

เขาแช่อยู่ในหินหนืดของภูเขาไฟอมตะ ดูดซับพลังงานภายในภูเขาไฟแห่งนี้เพื่อหล่อเลี้ยงตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ลองคิดดูสิว่าหากเขาได้รับการบำรุงหล่อเลี้ยงเช่นนี้ต่อไป พลังของเขาจะมหาศาลเพียงใดเมื่อหลินหยางฟักตัวออกมา

ต่อให้ไม่สามารถเทียบชั้นกับบรรดามหาเทพแต่กำเนิดเหล่านั้นได้ แต่ก็คงตามหลังอยู่ไม่ไกลนัก

“ติ๊ง!”

และในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนอันไพเราะก็ดังขึ้น “ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ระบบตัวเลือกระดับเทพทำการผูกมัดสำเร็จแล้ว”

“ระบบตัวเลือกระดับเทพกำลังออกภารกิจมือใหม่: จงจำแลงกายเป็นมนุษย์และถือกำเนิดขึ้นในทันที เพื่อก้าวขึ้นเป็นนายเหนือหัวคนใหม่แห่งเผ่าเฟิ่งหวง”

“ทางเลือกที่หนึ่ง: ยอมรับภารกิจ รางวัล: บัวขาวชำระล้างสิบสองชั้น”

“ทางเลือกที่สอง: ปฏิเสธภารกิจ รางวัล: หนึ่งในธงเบญจธาตุแต่กำเนิด ธงแสงอัคคีหลีตี้”

หลินหยางสะดุ้งตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจอย่างล้นเหลือในทันที

ระบบตัวเลือกระดับเทพ นี่คงเป็นนิ้วทองคำของเขาสินะ ดูเหมือนว่านิยายในชาติก่อนที่เคยอ่านจะเป็นเรื่องจริง ผู้ทะลุมิติทุกคนย่อมต้องมีนิ้วทองคำติดตัวเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว

ระบบตัวเลือกระดับเทพ ตราบใดที่เขาเลือกและทำภารกิจที่เลือกจนสำเร็จ เขาก็จะได้รับรางวัลอย่างนั้นหรือ

หลินหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ภารกิจที่ระบบมอบให้และทางเลือกทั้งสองข้อ

เขาตัดสินใจเลือกข้อสองอย่างเด็ดขาด

ปฏิเสธภารกิจ!

จำแลงกายเป็นมนุษย์แล้วถือกำเนิดขึ้น เพื่อก้าวเป็นนายเหนือหัวคนใหม่แห่งเผ่าเฟิ่งหวง ภารกิจนี้ดูเย้ายวนใจเป็นอย่างมาก แต่หากใจเย็นลงแล้วลองตรึกตรองให้ดี เขาก็จะเข้าใจได้

ในความเป็นจริง การได้เป็นผู้นำคนใหม่แห่งเผ่าเฟิ่งหวงนั้น เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วสำหรับหลินหยาง

ในฐานะบุตรแห่งหยวนเฟิ่ง แถมยังถือกำเนิดภายในภูเขาไฟอมตะ หากเขาออกมากลายร่าง เขาย่อมได้เป็นผู้นำคนใหม่แห่งเผ่าเฟิ่งหวงอย่างไม่มีข้อกังขา

ไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความเลยด้วยซ้ำ

ในทางกลับกัน ภารกิจนี้กลับซ่อนหลุมพรางเอาไว้ หากเขาเลือกที่จะยอมรับภารกิจ แล้วจำแลงกายเป็นมนุษย์เพื่อถือกำเนิดในทันที

เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่รากฐานของเขาจะไม่เพียงพอ และต้นกำเนิดรวมถึงพรสวรรค์ของเขาก็จะต้องลดทอนลงไปอย่างมหาศาล

ดังนั้นเขาจึงควรที่จะบ่มเพาะตัวเองต่อไป

หลินหยางไม่ได้รีบร้อนอะไร

“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ที่ทำทางเลือกแรกสำเร็จ รางวัลได้ถูกแจกจ่ายแล้ว” เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น

หลินหยางสัมผัสได้ถึงมิติลี้ลับที่เปิดออกต่อหน้าเขาในทันที

นี่คือมิติของระบบ รางวัลที่ระบบมอบให้จะถูกเก็บเอาไว้ในนี้ หากหลินหยางต้องการใช้งานสิ่งใด เขาก็สามารถดึงมันออกมาได้เพียงแค่คิด

และในตอนนี้ สิ่งของชิ้นแรกที่ถูกเก็บอยู่ในมิติระบบแห่งนี้ ก็ย่อมต้องเป็นธงแสงอัคคีหลีตี้ซึ่งเป็นรางวัลในครั้งนี้

ธงแสงอัคคีหลีตี้คือธงประจำทิศใต้ในหมู่ธงเบญจธาตุแต่กำเนิด

ไม่เพียงแต่จะเป็นสมบัติวิญญาณแต่กำเนิดระดับยอดเยี่ยมที่มีพลังป้องกันไร้เทียมทาน แต่มันยังสอดคล้องกับธาตุไฟในหมวดเบญจธาตุอีกด้วย

การโบกสะบัดธงผืนนี้จะช่วยให้สามารถควบคุมธาตุไฟ และครอบครองพลังอำนาจอันน่าเหลือเชื่อ

หลินหยางเองก็รู้สึกอิจฉาเมื่อได้เห็นธงแสงอัคคีหลีตี้ ทว่าน่าเสียดายที่เขายังเป็นเพียงแค่ไข่ใบหนึ่งเท่านั้น

เขายังไม่ได้จำแลงกายเป็นมนุษย์ ทั้งยังไม่ได้ควบแน่นหยวนเสินของตน ดังนั้นแม้จะมีของวิเศษอยู่ตรงหน้า เขาก็ยังไม่สามารถใช้งานมันได้

“ธงแสงอัคคีหลีตี้ ธงผืนนี้เดิมทีเป็นของเผ่าเฟิ่งหวง มันคือของวิเศษของท่านแม่หยวนเฟิ่ง”

หลินหยางคิดในใจ “แต่ในภายหลัง ธงผืนนี้กลับตกไปอยู่ในมือของเหล่าจื่อที่หน้าผาแบ่งสมบัติ...”

หลินหยางรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อลอบคิดให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

หากธงผืนนี้ตกมาอยู่ในมือเขา มันจะไม่นำพาวิบากกรรมอันใหญ่หลวงมาให้เขารึ

ท้ายที่สุดแล้ว การที่ธงผืนนี้จะถูกส่งต่อจากมือของหยวนเฟิ่งไปยังมือของเหล่าจื่อได้ ย่อมต้องผ่านมือของหงจวินมาก่อน

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ในตอนนี้ธงผืนนี้ควรจะอยู่กับหงจวิน

แต่เขากลับได้มันมาครอบครองเสียเอง

นี่เขาขโมยธงแสงอัคคีหลีตี้มาจากหงจวินอย่างนั้นหรือ

หลินหยางรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยว่าอสนีบาตเทพจื่อเซียวจะผ่าลงมาจากฟากฟ้าและฟาดใส่เขา

แต่ในตอนนั้นเอง หัวใจของหลินหยางก็ไหวสะท้าน ก่อนที่เขาจะเริ่มหัวเราะออกมา

เขาคิดมากเกินไปแล้ว

เขาไม่ได้ขโมยธงแสงอัคคีหลีตี้มาสักหน่อย ระบบต่างหากที่ขโมยมา!

ถึงแม้หงจวินจะทรงพลังอย่างมากในโลกหงฮวง

แต่เขาไม่มีระบบคอยคุ้มกะลาหัวอยู่หรอกหรือ

แล้วจะมีอะไรให้ต้องกลัวนักหนาเล่า!

หลินหยางไม่เชื่ออย่างแท้จริงว่าด้วยความช่วยเหลือจากระบบ เขาจะยังคงเป็นตัวไร้ค่าในชาตินี้ต่อไป

สักวันหนึ่ง ข้าอยากให้ท้องฟ้านี้มิอาจบดบังสายตาข้าได้อีก และผืนดินนี้มิอาจฝังกลบหัวใจข้าได้อีกต่อไป

ข้าอยากให้สรรพชีวิตเข้าใจในเจตนารมณ์ของข้า และอยากให้พระพุทธะทั้งปวงต้อง... เอาเถอะ อันที่จริงหลินหยางก็ไม่ได้มีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่อะไรนัก เขาเพียงแค่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและสุขสบายในชาตินี้ก็เท่านั้น

แบบนั้นก็คงจะดีไม่น้อย

ส่วนเรื่องการฝืนลิขิตสวรรค์น่ะหรือ หากไม่จำเป็น แล้วจะหาเรื่องใส่ตัวไปทำไม

หลินหยางไม่ได้วางแผนที่จะทำให้ตัวเองต้องเหนื่อยจนเกินไป

ก็เหมือนกับตอนนี้ ที่ได้แช่ตัวอยู่ในทะเลสาบหินหนืดของภูเขาไฟอมตะ หลินหยางรู้สึกสบายตัวเป็นอย่างมาก

ทั่วทั้งร่างรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย สุขสบายลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ

“ความทรงจำสืบทอดของหยวนเฟิ่ง...” อย่างไรก็ตาม หลินหยางก็ไม่ได้แค่นอนเฉยๆ

ไม่ว่าจะอย่างไร โลกหงฮวงก็ยังคงเป็นโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กอยู่วันยังค่ำ

ในท้ายที่สุด เขาก็ต้องจำแลงกายเป็นมนุษย์แล้วปรากฏตัวออกมาอยู่ดี

สักวันหนึ่ง เขาก็ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของโลกใบนี้

ท้ายที่สุดแล้ว เขาคือบุตรแห่งหยวนเฟิ่ง ผู้นำคนใหม่ในอนาคตของเผ่าเฟิ่งหวง เขามีภารกิจที่ติดตัวมาแต่กำเนิด

นั่นคือการปกป้องเผ่าเฟิ่งหวง

ดังนั้น หลินหยางจึงรู้สึกว่าจำเป็นที่จะต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของตนเอง

และความทรงจำสืบทอดที่หยวนเฟิ่งทิ้งไว้ให้ ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำสิ่งนั้นในตอนนี้

ความทรงจำสืบทอดของหยวนเฟิ่งนั้นกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขตราวกับทะเลหมอกควัน บรรจุข้อมูลเอาไว้อย่างมหาศาล นี่คือสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง

แค่กวาดสายตาดูคร่าวๆ ก็คงต้องใช้เวลาไม่รู้ตั้งเท่าไร ส่วนเรื่องทำความเข้าใจนั้น คงไม่ต้องพูดถึง

หากเขาสามารถทำความเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้ หลินหยางก็จะเป็นหยวนเฟิ่งคนต่อไป

ก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดในระดับเดียวกับหยวนเฟิ่ง หรือแม้กระทั่งก้าวข้ามขีดจำกัดของนาง แข็งแกร่งยิ่งกว่าหยวนเฟิ่งเสียอีก

ทว่าเป้าหมายในปัจจุบันของหลินหยางนั้นชัดเจนมาก เขาต้องการเพียงแค่วิธีการบ่มเพาะ วิธีที่จะช่วยให้เขาสามารถฝึกฝนบ่มเพาะพลังได้ตั้งแต่ก่อนที่จะถือกำเนิด

ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น หลังจากค้นหาอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดหลินหยางก็พบกับเคล็ดวิชาบ่มเพาะที่เขาต้องการ

เคล็ดนิพพานหงสา

หรือจะให้ถูกก็คือ ส่วนหนึ่งของเคล็ดนิพพานหงสาที่เน้นไปที่การบ่มเพาะหยวนเสิน

“ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งและควบแน่นดวงวิญญาณ เพื่อแปรเปลี่ยนมันให้กลายเป็นหยวนเสินงั้นหรือ?” หลินหยางตรวจสอบความทรงจำสืบทอดส่วนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และหลังจากที่แน่ใจแล้วว่าไม่มีปัญหาใดๆ เขาจึงเริ่มลงมือบ่มเพาะ

ขั้นแรก ผ่านการทำสมาธิ หลินหยางก็สามารถสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของดวงวิญญาณตนเองได้อย่างรวดเร็ว

มันไม่ใช่ร่างมนุษย์จากชาติก่อนของเขาอีกต่อไปแล้ว ทว่าเป็นหงสาตัวหนึ่ง แม้จะดูเลือนราง ทว่ากลับทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

มันครอบครองทั้งปราณอันดุดันของสัตว์นักล่า และความสง่างามหยิ่งทะนงแต่กำเนิดของเผ่าพันธุ์หงสา

หงสาจะพำนักบนต้นอู๋ถงเท่านั้น จะกินเพียงเมล็ดไผ่เท่านั้น และจะดื่มเพียงน้ำจากน้ำพุอันหอมหวานเท่านั้น แล้วเช่นนี้จะไม่ให้พวกมันเย่อหยิ่งและสูงส่งได้อย่างไรเล่า

หลินหยางปฏิบัติตามวิธีการในเคล็ดนิพพานหงสา และค่อยๆ ควบคุมดวงวิญญาณของตนเองได้ทีละน้อย

หลังจากเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดก็ไม่อาจทราบได้ ในที่สุดหลินหยางก็สามารถควบคุมดวงวิญญาณของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หลังจากนั้น เขาก็ยังคงเสริมความแข็งแกร่งให้ดวงวิญญาณอย่างต่อเนื่อง และเริ่มแปรสภาพดวงวิญญาณของตนให้กลายเป็นหยวนเสิน

จบบทที่ บทที่ 1: ทะลุมิติสู่โลกหงฮวง ข้าคือบุตรแห่งหยวนเฟิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว