เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 เปลี่ยนความคิดใหม่

ตอนที่ 31 เปลี่ยนความคิดใหม่

ตอนที่ 31 เปลี่ยนความคิดใหม่


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

ท่ามกลางสายลมในฤดูใบไม้ร่วงที่พัดใบเมเปิลแห้งๆ ให้ปลิวว่อนไปทั่วพื้น กู้เฉิงเซียวยืนนิ่งอยู่ข้างถนนและเผชิญหน้ากับสองหนุ่มสาวเพียงลำพัง เขาส่งสายตาห่างเหินเย็นชาจ้องมองหลานชาย

 

ลึกเข้าไปในดวงตาคมคู่นั้นเปรียบได้ดั่งเทพแห่งจักรวาลผู้ปกครองโลกที่สามารถบงการทุกสรรพสิ่งทั่วทั้งใต้หล้า ทันใดนั้นเองเขาก็สลัดความเดียวดายทิ้งไปด้วยการดึงตัวผู้หญิงของเขาเข้ามาเคียงข้าง

 

“อาสอง—” ฉู่โม่เฟิงส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ

 

กู้เฉิงเซียวยกมือขึ้นเพื่อหยุดคำพูดของอีกฝ่าย เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือของหลินเฉี่ยนและเปลี่ยนไปโอบรอบเอวของเธอแทน

 

ทว่าในครั้งนี้ หลินเฉี่ยนไม่ได้พยายามปัดป้องคนตัวโตที่กำลังดึงเธอเข้าไปแนบชิดเหมือนที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นสาวน้อยยังแอบใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้โดยการจับไปที่มือใหญ่ของกู้เฉิงเซียวเพื่อให้อ้อมกอดนี้ดูใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้นกว่าเดิม

 

“น...นี่?” ฉู่โม่เฟิงมองทั้งสองคนด้วยสายตางุนงง ‘เขากำลังมองเห็นอาของเขาโอบเอวผู้หญิงที่เขาชอบแถมสาวเจ้าก็ยอมอยู่ในอ้อมกอดนั้นอย่างว่าง่าย’

 

“ผู้หญิงคนนี้คืออาสะใภ้ของนาย” กู้เฉิงเซียวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ฉู่โม่เฟิงนิ่งอึ้ง เขาแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

 

ถ้าหากไม่ได้ยินกับหูตัวเอง ถ้าหากไม่ใช่เป็นคำพูดที่มาจากปากของอาสองของเขา ฉู่โม่เฟิงไม่มีทางเชื่อเลยว่าคนตรงหน้าทั้งสองคนจะมีความสัมพันธ์กันในลักษณะนี้ได้

 

เด็กหนุ่มค่อยๆ เรียกสติตัวเองกลับมาอีกครั้ง แม้จะถูกแว่นกันแดดบดบังใบหน้าหล่อเหลาไปเกือบครึ่ง แต่มันก็ยังไม่สามารถปกปิดท่าทีไม่ยอมรับและอาการตกตะลึงบนใบหน้าหล่อเหลานั้นได้ แล้วเขาก็เริ่มตั้งคำถาม

 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

 

“เกือบเดือนแล้ว”

 

“ผมถามว่าไปรู้จักกันตั้งแต่ตอนไหน?”

 

“เกือบเดือนแล้ว”

 

“.......” สีหน้าของฉู่โม่เฟิงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโศกเศร้าซึ่งมันก็ทำให้หัวใจของหลินเฉี่ยนรู้สึกราวกับถูกบีบรัดตามไปด้วย นี่เป็นความเจ็บปวดทรมานที่ฉู่โม่เฟิงไม่สามารถควบคุมได้ เขาแทบจะหายใจไม่ออกเพราะความทรมานนี้

 

กู้เฉิงเซียวไม่ได้เฉยเมยกับความรู้สึกของหลานชาย ทว่าเหตุผลในใจบอกกับเขาว่านี่มันไม่ใช่ความผิดของเขา ดังนั้นเขาจึงยังคงแสดงออกด้วยท่าทีนิ่งเฉยและคงความสงบนิ่งเอาไว้บนใบหน้าเหมือนอย่างเคย

 

“ฉันไม่อยากให้มันกระทบกับเรื่องเรียนของหลินเฉี่ยน พวกเราเลยไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้ออกไป”

 

ทุกครั้งที่เผชิญหน้าหรือพูดคุยกับกู้เฉิงเซียวตรงๆ ฉู่โม่เฟิงก็มักจะรู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นเสมอ เขาจึงเลือกถามหลินเฉี่ยนแทน “หลินเฉี่ยนเธอเต็มใจที่จะแต่งงานกับเขาหรือเป็นเพราะถูกบังคับ?”

 

“……” หลินเฉี่ยนนิ่งเงียบ

 

“เสี่ยวเฟิง นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ?” กู้เฉิงเซียวโต้กลับด้วยเสียงที่ดังขึ้น

 

แต่ไม่ว่าอย่างไรฉู่โมเฟิงก็ยังคงถามต่อไปราวกับเขาไม่รู้สึกถึงประตูนรกที่อยู่ตรงหน้า “หลินเฉี่ยน เธอไม่ได้ลำบากใจจริงๆ เหรอที่ต้องมาแต่งงานกับคนที่เพิ่งรู้จักกันแถมยังอายุมากกว่าตั้งเยอะแบบนี้ ?”

 

ตั้งแต่เล็กจนโตฉู่โม่เฟิงชื่นชมและเชื่อฟังอาสองของตัวเองมาโดยตลอด เพราะไม่ว่าคนคนนี้จะพูดอะไรก็ดูทรงพลังและแฝงไว้ด้วยอำนาจที่น่าเกรงขามเสมอ ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งมันเกิดขึ้นจากอำนาจหน้าที่ที่เขามีและอีกส่วนหนึ่งก็เกิดขึ้นจากตัวของเขาเอง และนั่นก็ทำให้ฉู่โม่เฟิงไม่เคยกล้าขัดอาสองเลยสักครั้ง

 

ทว่าตอนนี้ เขายอมเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อถาม “หลินเฉี่ยน...เธอเดือดร้อนตรงไหนเหรอ? เธอบอกฉันได้ไหม?”

 

เพราะยืนอยู่อย่างแนบชิดหลินเฉี่ยนจึงสัมผัสได้ถึงความโกรธของกู้เฉิงเซียว ในตอนที่ฉู่โม่เฟิงถาม เธอรู้สึกถึงรังสีแห่งความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มข้างตัวได้อย่างชัดเจน ยิ่งกว่านั้นแขนของเขายังรัดเอวเธอแน่นขึ้นขณะที่เขาโกรธ

 

‘แต่หมอนี่เป็นหลานชายของเขานะ เขาคงจะไม่ทำอะไรไม่ดีกับหลานตัวเองหรอกน่า’ เสียงในหัวของหลินเฉี่ยนบอกกับตัวเธอเอง

 

เมื่อปลอบตัวเองในความคิดได้แล้ว สาวน้อยจึงกล้าเงยหน้าขึ้นแล้วตอบฉู่โม่เฟิง “ฉันบ้าบอแถมยังทำตัวเละเทะขนาดนี้แต่อาสองของแกก็ยังดีกับฉัน แล้วฉันก็มีความสุขมากที่เขาอยากแต่งงานกับฉัน แกคิดมากไปแล้ว”

 

ฉู่โม่เฟิงสูดหายใจลึก เส้นเลือดที่ขมับของเขาปูดโปน ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกันแดดแดงก่ำและมันก็กำลังเบิกกว้างขึ้นอย่างน่ากลัว เขากำลังทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวด “แล้วทำไมเธอไม่บอกฉันให้มันเร็วกว่านี้?”

 

ถึงแม้ว่าหลินเฉี่ยนเองก็แทบจะทนรับความรู้สึกในตอนนี้ไม่ไหว แต่ไหน ๆ ก็เริ่มมาถึงขั้นนี้แล้วหลินเฉี่ยนจึงต้องเดินหน้าต่อไป ต่อให้ท้องฟ้าจะถล่มก็ต้องจบมันลงให้ได้ เธอจึงแกล้งทำเป็นไม่แยแสแล้วทำทีพูดเย้ยหยันเขา “เน้! แล้วฉันจะไปรู้ได้ไงเล่าว่าแกแอบชอบฉันมาตั้งนานขนาดนี้”

 

“.......” ฉู่โม่เฟิงรู้สึกราวกับถูกของแข็งตีแสกหน้า เขากำหมัดแน่นจนมือสั่น ไหล่กว้างก็เริ่มสั่นสะท้าน มันไม่ใช่เพียงแค่ความภาคภูมิใจของเขาเท่านั้นที่ถูกทำลาย แต่มันรวมถึงศักดิ์ศรีของเขาด้วย

 

คนคนนั้น...ถ้าหากไม่ใช่ฮีโร่ในดวงใจที่เขาเทิดทูนและภาคภูมิใจมาตั้งแต่เด็ก เขาจะต้องเค้นถามจนกว่าจะได้คำตอบที่แท้จริงแน่ และเขาก็ไม่เชื่อว่าหลินเฉี่ยนจะยอมแต่งงานกับคนที่เพิ่งจะรู้จักกันแค่ไม่กี่วันแบบนี้ด้วย

 

แต่เพราะคนคนนั้นคือกู้เฉิงเซียว...คนที่เพียบพร้อมทุกอย่าง คนที่มีภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบ คนที่ทรงอิทธิพลอย่างมาก ฉู่โม่เฟิงรู้ว่าอีกฝ่ายสามารถฆ่าเขาได้ตลอดเวลา และตัวเขาเองก็ไม่ได้มีดีเทียบเท่าฝ่ายนั้น แล้วเขาจะเอาอะไรไปสู้ได้ล่ะ?

 

เขาจำต้องเชื่อว่าที่หลินเฉี่ยนพูดเป็นเรื่องจริง ในเมื่อเธอพูดเองว่าเธอยินดีจะแต่งงาน นั่นก็คงจะไม่มีอะไรต้องถามอีกแล้ว

 

และถ้าหากเขาเป็นเธอ เขาเองก็คงจะยอมตกลงแต่งงานกับผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างกู้เฉิงเซียวเช่นเดียวกัน

 

ดังนั้นในฉากตรงหน้าจึงมีแค่เขาที่พยายามจะสู้อยู่คนเดียวบนสังเวียนนี้ โชคไม่ดีที่เขาไม่มีใครยืนหยัดอยู่เคียงข้างหรือแม้แต่คนที่คิดจะร่วมสู้กับเขาก็ไม่มี และน่าเศร้าที่สุดก็คือ เขากำลังตระหนักว่า...มันไม่มีแม้แต่เหตุผลที่จะสู้

 

จู่ๆ ฉู่โม่เฟิงก็พยักหน้า บนใบหน้าหล่อเหลาดูกล้ำกลืนจะยิ้มก็ไม่ใช่จะร้องก็ไม่เชิง “อืม เข้าใจแล้ว อาสอง อา...สะใภ้...ผมขอตัวไปเรียนก่อน...”

 

หลินเฉี่ยนเปิดปากเพื่อที่จะพูดแต่ทว่ากลับไม่มีเสียงใดๆ ลอดออกมา คอของเธอตีบตันไปหมด จมูกฝาดเฝื่อนเล็กน้อย ของเหลวบางอย่างกำลังปริ่มล้นขอบตาของเธอ

 

เมื่อมองตามแผ่นหลังของฉู่โม่เฟิงที่กำลังสั่นน้อยๆ หลินเฉี่ยนก็รู้สึกกังวล “นะ...นายจะไม่ไปดูเขาหน่อยเหรอ?”

 

อันที่จริงกู้เฉิงเซียวเองก็รู้สึกไม่พอใจกับพฤติกรรมของหลานชายในวันนี้ ดังนั้นถึงแม้จะเป็นห่วงแต่เขาก็ปล่อยให้มันเลยตามเลย หลังจากที่ฉู่โม่เฟิงเดินจากไปแล้ว เขาก็ปล่อยมือออกจากเอวของหลินเฉี่ยน เขาหันมาจ้องหน้าสาวน้อยข้างกายตรงๆ “เขาแอบชอบเธออยู่ แต่เธอไม่เคยรู้เลยสักนิดงั้นเหรอ?”

 

หลินเฉี่ยนโต้กลับ “เอ้า! ถ้ารู้ก็ไม่เรียกว่าแอบชอบดิ”

 

“หึ น่าภูมิใจจริงๆ ที่มีคนแอบชอบ มีความสุขมากไหมที่ได้รู้ว่าเขาแอบชอบแล้วทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้”

 

‘พูดบ้าอะไรของนาย?!’ หลินเฉี่ยนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโมโห ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเขากำลังพูดแดกดันเธออยู่ “เรื่องนี้จะมาโทษว่าเป็นความผิดของฉันงั้นสิ? ฉันเองก็ไม่ได้รู้แต่แรกซะหน่อยว่าพวกนายเป็นญาติกัน”

 

“เหอะ นี่เธอกำลังจะพูดว่าถ้าเขาไม่ใช่หลานของฉันเธอก็คงจะยอมเปิดใจรับรักเขาเหมือนกันสินะ?”

 

“......ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นซะหน่อย เขาชอบฉันแต่ฉันไม่ได้ชอบเขานี่”

 

“เธอไม่ชอบเขาแล้วจะร้องทำไม?”

 

“ใครร้องกัน?!” หลินเฉี่ยนเถียงออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เมื่อได้เห็นความเศร้าของฉู่โม่เฟิงเธอก็อดร้องไห้ไม่ได้ ถึงแม้เขาจะเคยบอกว่าตัวเองเป็นคนง่ายๆ ไม่คิดมาก แต่เธอไม่เชื่อแบบนั้น

 

“ทำไม? เห็นเขาเป็นแบบนั้นแล้วเจ็บปวดหัวใจขึ้นมาเหรอ? กำลังนึกเสียใจที่หลงมาแต่งงานกับฉันใช่ไหมล่ะ? นี่ถ้ารู้จักฉันช้ากว่านี้สักหน่อยพวกเธอสองคนอาจจะลงเอยกันไปแล้ว ตอนนี้เธอคงคิดอยากจะหย่ากับฉันมากแล้วล่ะสิ?”

 

“หุบปากเดี๋ยวนี้เลย!” หลินเฉี่ยนตะโกนด้วยความโมโห ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ เธอจ้องมองไปที่กู้เฉิงเซียวและพูดเสียงดัง “เออ! ข้าเสียใจ! ถ้าข้ารู้ว่าสมองของเอ็งจะแม่ง มีแต่ขยะเน่าๆแบบนี้ข้าก็ไม่แต่งด้วยหรอก!”

กู้เฉิงเซียว “……”

 

“เออใช่ ข้ามันสวยระดับประเทศ จริงอยู่ว่ามันยากที่จะอดใจไม่ให้คิดอยากแต่งงานกับคนสวยอย่างข้าตั้งแต่แรกเห็น แต่มันจำเป็นจะต้องรักข้ามากมายขนาดนั้นเลยเหรอวะ? ห๊ะ!”

กู้เฉิงเซียว “……”

 

หลินเฉี่ยนสูดลมหายใจ “มันเป็นความผิดของข้าสินะที่ทุกคนมาชอบข้า ผิดมากเหรอที่เกิดมากหน้าตาดีน่ะ? ทั้งหลานทั้งอาถึงได้หลงจนโงหัวไม่ขึ้น ถ้ามีปัญหามากนัก งั้นเอ็งก็ทิ้งข้าอย่างที่แม่เอ็งบอกไปเลยเด้!”

 

กู้เฉิงเซียวได้ยินเช่นนั้นก็อึ้งไปในทันที เขาอ้าปากและพูด “ขะ...ข้า?” ตัวตนของผู้หญิงตรงหน้าที่ค่อยๆ เผยออกมามันแปลกใหม่ขึ้นทุกครั้งจนเขาเองก็ไม่รู้แล้วว่าแบบไหนคือตัวตนที่แท้จริง จริงๆ ของเธอ

 

—นี่..ยังมีอะไรที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับเธออีก?—

 

—ตัวตนของเธอในวันนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน—

 

“คิดว่าข้าอยากแต่งงานกับเอ็งมากรึไง! ผู้ชายบ้าอะไรวัน ๆ เอาแต่เก๊กหน้าบึ้ง ท้องผูกเหรอ ? ถ้าปวดขี้นักก็ไปเข้าส้วมเด้! เอ็งอารมณ์ไม่ดีไม่พอยังจะมาลากให้ข้าอารมณ์เสียไปด้วย หรือมีเอ็งปัญหาทางจิตวะ? ไอ้คนวิกลจริต!”

 

“ถ้าชอบกินหญ้าอ่อนมากนักก็ไปหากินในโรงเรียนอนุบาลนู้นไป๊! รับรองได้กินสมใจอยากแน่! ไอ้วัวแก่!!!!”

 

“เห้ยยยยย! ทำไรวะ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ! เห้ย!!!กู้เฉิงเซียว! อ๊ากกก!!!”

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 31 เปลี่ยนความคิดใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว