เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 ทางออกของความสัมพันธ์

ตอนที่ 29 ทางออกของความสัมพันธ์

ตอนที่ 29 ทางออกของความสัมพันธ์


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

คืนนั้นหลินเฉี่ยนนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงแข็งๆ ในหอพัก เธอไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ สาวน้อยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ท้ายที่สุดก็วางมันลงทุกครั้ง มีบางครั้งที่เธอเลื่อนหน้าจอมาจนถึงเบอร์ของเขาแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้กดโทรออก

 

-- เธอไม่รู้จริงๆว่าควรจะพูดว่าอะไร --

 

บอกตามตรงเลยว่าตอนที่ถูกฉู่โม่เฟิงสารภาพรักเธอรู้สึกเคร่งเครียดปนขมขื่น เพราะหลินเฉี่ยนไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเธอเองก็มีความรู้สึกดีๆให้อีกฝ่ายอยู่บ้าง ฉู่โม่เฟิงทั้งหล่อ ทั้งนิสัยดี แถมการเรียนก็ยอดเยี่ยม จะมีใครผู้หญิงสักกี่คนที่ไม่สนใจเขา?...แล้วใครบ้างที่จะไม่หวั่นไหวไปกับคำสารภาพรักจากผู้ชายเพอร์เฟคแบบนั้น

 

ในเวลานั้น ตอนที่ถูกฉู่โม่เฟิงบอกความในใจ หลินเฉี่ยนรู้สึกเสียใจขึ้นมาอย่างจริงจังที่เธอตัดสินใจแต่งงานไปซะแล้ว แถมยังแต่งกับคนที่เพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรก

 

ถ้าหากเธอยังโสด ถ้าหากเธอยังสามารถเลือกความรักด้วยตัวเองได้อย่างอิสระ เธอไม่มีทางปฏิเสธฉู่โม่เฟิงแน่และเธอก็อาจจะมีความสุขกว่าตอนนี้

 

ใช่ นั่นเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจของเธอ ณ ตอนนั้น และเธอไม่สามารถหลอกตัวเองได้ว่ามันไม่จริง

 

แม้จะถูกกู้เฉิงเซียวเจอเข้าอย่างจังแบบนั้น แต่ถ้าจะกล่าวหากันเธอก็คงจะไม่ยอมรับ เพราะยังไงซะเธอก็ไม่เคยคิดสวมเขาให้เขาอยู่แล้ว ทว่าเรื่องไม่คาดฝันก็คือ การที่เธอได้ยินฉู่โม่เฟิงเรียกกู้เฉิงเซียวว่า ‘อาสอง’ นี่แหละ แล้วก็เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาคงจะสนิทสนมกันค่อนข้างมากด้วย นั่นทำให้หลินเฉี่ยนรู้สึกเหมือนเห็นประตูยมโลกอยู่รำไรแล้ว

 

อาสองงั้นเหรอ? อาสองผีอะไรหว่า!? ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเธอก็ต้องกลายเป็นน้าสะใภ้สองของฉู่โม่เฟิงงั้นสิ?!

 

‘ให้ตายเถอะ ความสัมพันธ์แบบนี้ชวนกระอักกระอ่วนสิ้นดี….แล้วนี่ก็ไม่รู้กู้เฉิงเซียวจะบอกความจริงทั้งหมดกับฉู่โม่เฟิงไปรึยังด้วย….แล้วหลังจากนี้เธอจะทำหน้ายังไงเวลาเจอฉู่โม่เฟิงล่ะ?…..แล้วเราสองคนยังจะเป็นเพื่อนกันได้อยู่อีกเหรอ?....เฮ้อ~’

 

หลังจากนอนคิดวนไปวนมาจนเกือบเที่ยงคืนในที่สุดหลินเฉี่ยนก็เริ่มง่วง ทว่าในตอนนั้นเองก็มีเสียงแจ้งเตือนจาก wechat ดังขึ้น---เป็นข้อความจากหลินหยี ทันทีที่หลินเฉี่ยนในสภาพใกล้หลับได้อ่านก็ทำให้เธอสะดุ้งตื่นเต็มตา คุณชายเฉี่ยนหัวร้อนจนแทบจะระเบิดออกมาในนาทีนั้น

 

ข้อความของหลินหยีใน wechat : <<เมื่อเช้าที่ฉันที่บอกเธอ ฉันยังพูดไม่จบ พอได้หลับไปงีบนึงก็นึกขึ้นมาได้ว่าอยากจะแนะนำแนวทางให้เธอ ฉันว่าคุณกู้อาจจะมีโรคอื่นแอบแฝงอยู่แน่ๆ และเขาก็คงจะพึ่งพาเรื่องนี้ไม่ได้ ฉันแนะนำให้เธอแอบไปทำเรื่องลับๆ  กับฉู่โม่เฟิงดูสิ อาจจะเจอเส้นทางแห่งความสุขก็ได้นะ >>

 

‘เชี่ยยยยย! ยัยบ้าหลินหยี อย่าให้เจอนะ...แม่จะหักคอหมกส้วมซะให้เข็ด!’

 

หลินเฉี่ยนรีบตอบกลับไปโหดร้าย: <<ไปตายซะยัยบ้า!>>

 

นั่นยังไม่พอ! ต้องเสริมไปอีกหนึ่งคำ  <<อุบาทว์!>>

 

ทว่าหลินหยีกลับไม่ได้รู้สึกผิดอะไรแม้แต่น้อย แถมยังส่งสติ๊กเกอร์ยิ้มล้อเลียนกลับมาซะอย่างนั้น

 

‘นี่ลูกพี่ลูกน้องเธอเป็นคนลามกแบบนี้เรอะ?’ หลินเฉี่ยนโมโหจนควันออกหู ‘หน็อย บ้าบอจริงๆ ยัยเพี้ยน!’

 

ในที่สุดเที่ยงคืนก็เลยผ่านไป เวลาล่วงเข้าสู่วันใหม่แล้วแต่ความรู้สึกที่ต้องรอให้ถึงยามฟ้าสางด้วยดวงตาที่แข็งค้างเปิดกว้างแบบนี้มันช่างทรมานเหลือเกิน หลินเฉี่ยนดูโทรศัพท์ของตัวเองอยู่อีกหลายครั้ง ทางด้านของกู้เฉิงเซียวยังคงเงียบสนิท ไม่มีการโทรมา ส่งข้อความ หรือการติดต่อใดๆ ราวกับว่าคนผู้นี้ไม่ได้มีตัวตนอยู่

 

วันนั้นเขาดุเธอแถมยังเดินจากไปด้วยความโมโห แล้วหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลยเป็นเวลาถึงสามวันเต็ม และเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าที่เขาทำแบบนี้เพราะเหตุผลอะไร….เขาโกรธจนไม่อยากจะเห็นหน้าเธออีกหรือเป็นเพราะผิดหวังจนคิดจะตัดขาดจากเธอไปแล้ว

 

ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะมีความสุขที่ได้เป็นอิสระเพราะการเป็นคุณชายเฉี่ยนไม่จำเป็นที่จะต้องมีใครคอยกำกับดูแล ไม่มีคนกำหนดกฎเกณฑ์ มีชีวิตอิสรเสรี อยากทำอะไรก็ได้ อยากไปไหนก็ไป เป็นแบบนี้แหละน่าจะดีที่สุด...

 

——

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉู่โม่เฟิงมายืนรอหน้าหอพักหญิง ชุดกีฬาสีขาว หมวกไหมพรมสีขาว แว่นกันแดดสีเงินสะท้อนแสงยามเช้าวาววับ บวกรวมกับจักรยานสปอร์ตดูมีราคา ทำให้หนุ่มหล่อร่างสูงและดูดีทุกอณูคนนี้กลายเป็นจุดสนใจของสาวๆ ทั้งหลายในหอพักทันที

 

ตอนเช้าตรู่ของฤดูใบไม้ร่วงที่เช้าจนหมอกยังไม่ทันจะจางหายไปและบนใบไม้ใบหญ้าก็ยังมีน้ำแข็งเกาะพราวอยู่ อุณหภูมิในเวลาแบบนี้ไม่ใช่เล่นๆ เลย ทว่าฉู่โม่เฟิงกลับยังสามารถตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปสรรหามื้อเช้าอร่อยๆ แล้วเอามารอส่งให้กับสาวที่เขาชอบได้

 

มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีชายหนุ่มมารออยู่หน้าหอหญิง และการส่งข้าวส่งน้ำทำคะแนนกับสาวๆ ก็ไม่แปลกอีกเหมือนกัน เรื่องพวกนี้มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ แต่ครั้งนี้สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องประหลาดใจก็คือชายหนุ่มคนนี้คือ ฉู่โม่เฟิง หนุ่มหล่อสุดฮอต หนึ่งในดาวเด่นของมหาลัย

 

-- ฝันหวานแห่งฤดูใบไม้ผลิของสาวๆ ทั้งหลายพังทลายลงไม่เป็นท่า --

 

“เชี่ย! นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ย? เทพบุตรฉู่ลงมาเยือนโลกมนุษย์แล้ว!”

 

“ไม่ผิดแน่ ตัวจริงเสียงจริงชัวร์ จึจึจึ ดูเขาสิ หล่อจริงๆ หล่อไปทั้งตัวเลยอ๊ะ~”

 

“ไอ้เรื่องหล่อมันก็หล่อจริงๆ นั่นแหละ ต่อให้มองทุกวันก็ไม่มีเบื่อ แต่คนที่คนหล่อมากกกก หล่อลากกกกแบบเขาจะสนใจก็คงจะมีแต่คนสวยมากๆ เท่านั้นแหละ ไม่มีทางตกมาถึงมือพวกเราหรอก”

 

“อ้า...แล้วผู้หญิงคนไหนกันที่ฉู่โม่เฟิงกำลังรออยู่หว่า?”

 

“ใครจะไปรู้ล่ะ”

 

หลินเฉี่ยนตื่นขึ้นมาเพราะเสียงซุบซิบกันอย่างออกรสของบรรดารูมเมท เวลาที่ควรจะนอนก็ไม่ได้นอน เวลาที่ควรจะตื่นก็ดันตื่นไม่ไหวอีก...นี่มันคุณชายเฉี่ยนชัดๆ

 

เธอขยี้ตาพร้อมกับงัวเงียถามเพื่อน “ฟ่านฟ่าน พวกเธอกำลังดูอะไรอยู่น่ะ?”

 

“ตื่นแล้วเหรอคุณชาย มาดูนี่เร็ว ฉู่โม่เฟิงคนนั้นมาอยู่หน้าหอเราล่ะ แต่ไม่รู้มารอสาวคนไหน พวกเราเลยกำลังเดากันอยู่ว่าใครคือสาวโชคดีคนนั้นอ่ะ”

 

“……” หลินเฉี่ยนตื่นเต็มตา เธออึ้งไป 3 วิ แล้วดีดตัวขึ้นจากเตียงเร็วยิ่งกว่ารู้ว่าจะไปเข้าสอบสาย ‘พระเจ้า! นี่หมอนั่นบ้าไปแล้วเร๊อะ?!’

 

หลินเฉี่ยนรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนที่จะกดเบอร์โทรหาฉู่โม่เฟิงเธอพยายามไม่ให้ใครรู้จึงต้องเอาผ้าห่มคลุมหัวไว้

 

“ฮัลโหล นี่แกมาทำอะไรหน้าหอหญิงเนี่ย เป็นบ้าไปแล้วเหรอ?”

 

“หลินเฉี่ยน ฉันซื้อข้าวเช้ามาให้”

 

“อย่าเรียกชื่อฉันนะ!” หลินเฉี่ยนขู่ฟ่อ แต่ก็ลดเสียงลงให้เบาที่สุด ก่อนจะกระซิบลอดไรฟันตอบกลับไปอีก “ไสหัวไปเลย รีบไปเดี๋ยวนี้!”

 

ทว่าฉู่โม่เฟิงกลับตอบกลับมาด้วยเสียงจริงจังที่ดังชัดเจน “หลินเฉี่ยน นับตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะตามจีบเธออย่างจริงจัง ฉันจะทำให้เธอเห็นว่าฉันจริงจังจริงๆ และฉันก็จริงใจกับเธอมากด้วย”

 

ประโยคที่มีแต่คำว่าจริงจังยาวๆ นั่นทำให้หลินเฉี่ยนอยากกัดลิ้นตาย เธอสำลักลมหายใจไปรอบหนึ่ง “แค่กๆๆๆ”

“เธอเป็นอะไรรึเปล่า?” เขารีบถามเสียงนุ่มนวลด้วยความเป็นห่วงเป็นใย “ไม่สบายเหรอ? ให้ฉันพาไปหาหมอไหม?”

 

“…….” หลินเฉี่ยนใจอ่อนยวบจนแทบจะละลายไปกับคำพูดของเขาตรงนั้น ‘อยู่สูงส่งเป็นเทพบุตรบนท้องฟ้าเหมือนเดิมมันไม่ดีรึไงแว๊? ทำไมต้องลงมาคลุกคลีกับมนุษย์ด้วย?’

 

“ฉู่โม่เฟิง” หลินเฉี่ยนสูดลมหายใจ เธอไม่มีทางเลือกเหลืออีกแล้วนอกจากจะต้องใช้ ‘ไม้ตายสุดท้าย’ “...เมื่อวานอาสองของนายไม่ได้พูดอะไรกับนายใช่ไหม?”

 

“พูด? พูดอะไรไม่มีหรอก นอกจากห้ามฉันเรื่องความรัก บอกไม่ให้ฉันเหลวไหลเรื่องเรียนแค่นั้นแหละ แต่ฉันก็อายุขนาดนี้แล้ว มันก็ต้องมีเรื่องแบบนี้กันบ้างเป็นธรรมดา”

“……”

 

“หลินเฉี่ยน ฉันหวังว่าเธอจะเปลี่ยนใจและมองฉันใหม่ ที่จริงแล้วฉันไม่ได้เป็นคนเย็นชาอย่างที่เคยแสดงออกให้เธอเห็นนะ”

 

“ไม่! นายเรียกอาสองของนายออกมาแล้วค่อยมาคุยกับฉัน!”

 

รอบนี้เป็นฝ่ายฉู่โม่เฟิงที่งุนงงแทน “หา? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอาสองของฉัน?”

 

“เกี่ยวสิ มากเลยด้วย! เรียกเขาออกมาแล้วพวกเราค่อยมาคุยกัน!”

 

“อย่าเลย อาสองยุ่งมาก ไม่ใช่ว่าจะบอกให้เขามาแล้วเขาจะออกมาง่ายๆ ได้นะ เมื่อวานที่เจอกันแล้วเขาพาฉันไปส่งก็เพราะเขาบังเอิญผ่านมาพอดีเท่านั้นแหละ”

 

“หยุดเฉไฉ อ้างนั่นนี่เวิ่นเว้อได้แล้ว ถ้าเขามาพวกเราค่อยมาคุยกัน แต่ถ้าเขาไม่มาก็-เชิญ-นาย-ไส-หัว-ไป!-ตอนนี้เลย..ยิ่งไกลยิ่งดี!!!”

 

โดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบอะไรกลับมาหลินเฉี่ยนก็รีบวางสายก่อนจะพ่นลมหายใจออกอย่างแรง เธอเปิดผ้าห่มที่คลุมโปงออกแล้วสูดหายใจให้ลึกที่สุดเพื่อเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ในตอนนั้นเองคุณชายของเพื่อนๆ ก็ค้นพบว่า มีสายตาหกคู่ของสามสาวน้อยกำลังมองจ้องมาที่เธอ...อย่างจับผิด!

 

พานพาน “คุณชายเฉี่ยนมีไรเหรอ?”

 

ฟ่านฟ่าน “เธอตะคอกใส่ใครอ่ะ? บอกมานะ!”

 

ซ่งอี๋มองออกไปนอกหน้าต่างและพูด “อ้าว! ฉู่โม่เฟิงไปแล้วจริงๆด้วย นี่คุณชายเฉี่ยน...หรือว่า...เขาถูกเธอไล่กลับไปเหรอเนี่ย!?”

 

หลินเฉี่ยนเอาหน้าซุกกลับเข้าไปใต้ผ้าห่มตามเดิมแล้วกัดฟันพูดด้วยความโมโห “ฉันกับหมอนั่นก็เป็นศัตรูกันเหมือนเมื่อก่อนนั่นแหละ เมื่อก่อนเป็นยังไงตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น อนาคตก็จะเป็นแบบนี้ต่อไปด้วย ข้าวนั่นก็น่าจะเป็นสัญญาณของการประกาศศึก ฟ่าน! เธอเช็กชื่อให้ฉันด้วยนะวันนี้ฉันไม่เข้าเรียนช่วงเช้า”

 

จู้ฟ่านฟ่าน “หืมมม ไม่ไปเรียนแล้วเหรอ? เมื่อวานเธอเพิ่งจะบอกว่าจะเป็นเด็กดีอยู่เลยนี่”

 

“เด็กดีโดดเรียนไม่ได้รึไง? ฉันง่วง ฉันอยากนอน ป่วย ห้ามรบกวน!”

 

——

 

ตอนที่รับสายฉู่โม่เฟิง กู้เฉิงเซียวกำลังตั้งใจอ่านประวัติแบบละเอียดของหลินเฉี่ยนอยู่ในห้องทำงาน เขาใช้เวลาอ่านอยู่นาน และค่อยๆ อ่านทุกบรรทัดโดยไม่ยอมพลาดไปแม้แต่อักษรเดียว

 

“อาสองครับคือว่า...เอ่อ…” ฉู่โม่เฟิงอ้ำๆอึ้งๆ เขาอดกระอักกระอ่วนไม่ได้เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังขอเรื่องที่มันดูงี่เง่า “คือ...หลินเฉี่ยนคนที่ผมชอบเขาบอกว่า เอ่อ...อยากจะคุยกับผมต่อหน้าอาน่ะครับ”

 

“ได้”

 

“ห๊ะ อาตกลงเหรอครับ?” ฉู่โม่เฟิงถามอย่างตกใจ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะง่ายดายขนาดนี้

 

“อืม”

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 29 ทางออกของความสัมพันธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว