เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 811 - โลภมากทำเสียเรื่อง

บทที่ 811 - โลภมากทำเสียเรื่อง

บทที่ 811 - โลภมากทำเสียเรื่อง


บทที่ 811 - โลภมากทำเสียเรื่อง

ยอดไปเลย! แม่ไม่ได้ออกไปเดินเล่นที่ไหนเหมือนปกติ ตอนนี้กำลังอยู่บ้านพอดี

"ทำไมซื้อของมาเยอะแยะขนาดนี้! โรงพยาบาลของลูกแจกเหรอ?"

"ส่วนหนึ่งก็ของที่ทำงานแจกครับ อีกส่วนเพื่อนๆ ให้มา ญาติคนไข้ก็มีให้บ้าง นอกนั้นผมซื้อเอง ในรถยังมีอีกนิดหน่อย เดี๋ยวผมค่อยทยอยยกเข้ามา ของลุงเก๋อก็มีส่วนหนึ่ง ผมจัดแยกไว้แล้ว ลูกสาวเขาปิดเทอมฤดูหนาวแล้ว ว่างๆ ค่อยให้เธอมาเอา" เปียนมู่ตอบกลับไปส่งๆ

แม่เป็นคนคิดมาก จนถึงตอนนี้เรื่องที่เขาออกมาเปิดคลินิกเองก็ยังปิดบังที่บ้านไว้ เปียนเยวี่ยน้องสาวก็คอยช่วยปิดบังให้เขาอยู่บ่อยๆ

ในอนาคต รอให้หน้าที่การงานประสบความสำเร็จสักหน่อย เปียนมู่ถึงตั้งใจจะบอกความจริงกับที่บ้าน

"ลูกนี่ช่างใส่ใจจริงๆ! ลูกสาวช่างเก๋อเรียนเก่งมาก หน้าตาก็สะสวย ถ้าไม่ใช่เพราะบ้านพวกเขายากจนไปหน่อย แม่ยังกะจะทาบทามมาเป็นสะใภ้ให้ลูกเลยนะ!" ระหว่างที่ช่วยลูกชายจัดของขวัญปีใหม่ แม่เปียนก็ยิ้มพลางพูดถึงน้องสาวคนสวยของตระกูลเก๋อ

"แม่! พูดเรื่องอะไรเนี่ย น้องเขาอายุน้อยกว่าผมตั้งหลายปีนะ อะไรกันเนี่ย! ไม่เข้ากันเลยสักนิด" เปียนมู่ได้ยินก็ทั้งโกรธทั้งขำ

"เด็กคนนั้นดีมากเลยนะ แค่บ้านจนไปนิด ตอนนี้ลูกได้ดีขนาดนี้ แม่ยังหวังให้ลูกแต่งงานกับลูกคุณหนูตระกูลผู้ดีในเมืองมาให้แม่เลย! ลูกก็รู้นี่นา บรรพบุรุษฝั่งตาของลูกไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาสามัญ ลูกได้เชื้อแม่มา มีพันธุกรรมของขุนนางจิ้นซื่อ อนาคตต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ หญิงสาวบ้านๆ แม่ยังแอบมองข้ามเลยนะ!"

"พ่อสุขภาพยังแข็งแรงดีใช่ไหมครับ?" เปียนมู่จงใจเปลี่ยนเรื่อง พลางหยิบกล่องยาจีนทำเองสองกล่องออกจากถุงผ้าไม่ทอ เป็นยาลูกกลอนเคลือบน้ำผึ้งที่เปียนมู่ผสมเองที่ชั้นบนของคลินิก โดยมีฟ่านซานเฉียวกับหลี่อวิ๋นหู่คอยช่วยงานอยู่บ่อยๆ

"ก็เหมือนเดิมแหละ! แค่เขาสูบบุหรี่ให้น้อยลงก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว นี่อะไรน่ะ?" แม่เปียนหยิบกล่องยาขึ้นมาพิจารณาดูแล้วถามขึ้น

"กล่องนี้ของพ่อครับ ช่วยปรับสมดุลเลือดลม อีกกล่องในถุงเป็นของแม่ ผมลองหัดผสมเอง ต้นทุนสูงมากเลยนะ แม่ห้ามเอาไปให้คนอื่นง่ายๆ ล่ะ!"

"อืม... ขนาดมีกล่องกั้นยังได้กลิ่นชะมดเชียงเลย ลูกนี่กล้าลงทุนจริงๆ นะ! แม่กับพ่อก็สบายดี ลูกกลับมาทีไรก็จัดยามาให้ทุกที ทำไม? จะเลี้ยงพวกเราเป็นเศรษฐีที่ดินหรือไง!"

"ฮะฮะ... สุขภาพของคนยุคนี้ในบางด้านมีแนวโน้มถดถอยลง ยาที่ผมผสมขึ้นมาก็ทำมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ เปลืองแรงไปเยอะเลย แม่กับพ่อต้องกินตามฉลากที่เขียนไว้อย่างเคร่งครัดนะครับ!"

"รู้แล้วน่า! บ่นจู้จี้ทุกทีเลย! แล้วเรื่องแฟนไปถึงไหนแล้ว?"

"จะมีเวลาไปสนใจเรื่องนั้นได้ยังไงล่ะครับแม่! แม่ลองไปดูที่ระเบียงฝั่งทิศเหนือสิครับ" พูดจบ เปียนมู่ก็เดินไปที่ระเบียงฝั่งทิศเหนือเป็นเพื่อนแม่

"โอ้โห! ลูกขับรถคันนั้นกลับมาเหรอ?" แม่เปียนถามด้วยความประหลาดใจ

"ยืมคนไข้มาครับ รถสวยใช่ไหมล่ะ! อีกสักสองสามปี บ้านเราก็ซื้อสักคัน ผมจะพาแม่กับพ่อไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด ผมคงไม่ได้อยู่คุยเป็นเพื่อนแม่แล้วนะ ใกล้จะหยุดยาวแล้ว เมื่อเช้าผมแอบหนีงานออกมา เดี๋ยวผมไปจับปลาสักสองสามตัวที่สระมังกรดำก็ต้องรีบกลับแล้วครับ"

"เมื่อวานแม่นึ่งซาลาเปาไว้ ลูกเอาติดตัวกลับไปด้วยนะ ตอนเที่ยงก็อุ่นกิน อ้อจริงสิ น้องสาวลูกก็ปิดเทอมแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก?"

"คงทำงานพิเศษหาเงินเรียนล่ะมั้งครับ?! คุณนายม่ายดีกับเธอมาก ถ้าเธออยากหาที่ทำงานพิเศษหาประสบการณ์ แค่คุณนายเอ่ยปากคำเดียวก็จบแล้ว แถมยังไม่ต้องคอยดูสีหน้าใครด้วย"

"งั้นเหรอ? ถ้าเจอก็บอกให้น้องรีบกลับบ้านเร็วๆ หน่อย ไปเรียนมหาวิทยาลัยจนใจแตกเตลิดไปหมดแล้ว ปกติก็ไม่ค่อยโทรมาหาเลยจริงๆ เฮ้อ! นี่แหละน้าเหตุผลที่คนเขาไม่อยากมีลูกสาว พอโตขึ้นใจก็เตลิดรั้งไว้ไม่อยู่"

"แม่! นั่นมันความคิดหัวโบราณแล้ว ได้เวลาแล้ว ผมต้องไปสระมังกรดำแล้วล่ะ"

"ที่นั่นอากาศเย็นยะเยือก ระวังจะเป็นหวัดเอานะ จับปลามาได้สักหน่อยก็รีบกลับเข้าเมืองไปเถอะ!"

"คร้าบ!" พูดจบ เปียนมู่ก็ลงไปชั้นล่าง หิ้วของขวัญปีใหม่ที่เหลือทั้งหมดกลับเข้าไปจัดเก็บในบ้าน ส่วนของครอบครัวลุงเก๋อเขาตั้งใจจัดแยกไว้บนโต๊ะน้ำชา

...

สระมังกรดำ บรรยากาศเงียบเหงาไม่ค่อยมีคน คล้ายกับปีก่อนๆ อากาศหนาวขนาดนี้ แต่น้ำในสระกลับไม่จับตัวเป็นน้ำแข็งเลยสักนิด

เปียนมู่จอดรถเสร็จ ก็เดินทอดน่องไปที่ริมสระน้ำ ทันใดนั้นก็พบว่าพื้นที่ริมน้ำทั้งหมดถูกล้อมด้วยรั้วสแตนเลส อ้อ! ดูท่าทาง ช่วงก่อนหน้านี้คงมีคนพลัดตกน้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลยออกหน้าออกทุนเสริมสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย

เปียนมู่เดินวนไปตามรั้วสแตนเลสรอบหนึ่ง หาทางเข้าที่เหมาะสมแล้วเดินไปที่ริมสระน้ำ ตามประสบการณ์ที่ผ่านมา จุดที่เปียนมู่ยืนอยู่น่าจะเป็นทำเลมงคลในการจับปลาที่ดีที่สุดในฤดูกาลนี้

เขายกมือบังแดดที่ส่องย้อนมา จ้องมองผิวน้ำอยู่นาน รู้สึกว่าบริเวณนี้ดูเหมือนจะไม่มีวี่แววของปลาว่างเทียนป๋ายเลย

"พ่อหนุ่ม! เป็นไง?! ยังคิดจะมาตกปลาตามธรรมชาติแถวนี้อีกเหรอ?" ทันใดนั้นก็มีเสียงแหบพร่าของชายชราดังมาจากด้านหลังไม่ไกลนัก

หันกลับไปมอง ปรากฏว่าเป็นชายชรารูปร่างผอมสูง อายุดูแล้วอย่างน้อยก็เจ็ดสิบกว่าปี ผมขาวโพลนไปทั้งหัว อากาศหนาว คุณลุงก็เลยใส่เสื้อผ้าค่อนข้างหนา

"ที่คุณลุงพูดหมายความว่า ปลาสีขาวตัวเล็กพวกนั้นพอเข้าฤดูหนาวก็พากันดำดิ่งลงไปก้นสระหมดแล้วเหรอครับ?" เปียนมู่ยิ้มตอบกลับไปสองสามประโยค

"เรื่องนั้นลุงก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ว่า... เมื่อหลายเดือนก่อน มีคนมาที่นี่หลายกลุ่มเลย ไม่ใช่คนแถวนี้หรอกนะ ไม่รู้ว่าพวกเขาไปตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไง ถึงกับเอาเครื่องจักรมาลากอวนเลย ผลปรากฏว่า จับปลาตัวเล็กๆ ไม่ได้เลยสักตัว ต่อมา ไม่รู้ว่าผู้คนไปได้ยินอะไรมา มีทั้งคนต่างถิ่น ทั้งคนในพื้นที่ พากันมาตั้งมากมาย งัดเอาสารพัดวิธีมาใช้ แต่ก็จับปลาไม่ได้เลย หลังจากนั้น แถวนี้ก็ไม่ค่อยมีใครมาตกปลาแล้ว ช่วงที่ผ่านมา เธอน่าจะเป็นคนเดียวที่แวะมาดูปลา"

พอได้ยินคำพูดนี้ สมองของเปียนมู่ก็ถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ

"แย่แล้ว! คงไม่ใช่ว่าเราเป็นต้นเหตุทำให้พวกมันสูญพันธุ์ไปหรอกนะ? เรื่องแบบนี้ถ้าพลาดไป... เราอาจจะโดนสวรรค์ลงทัณฑ์เอาได้นะเนี่ย!" เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ พอนึกย้อนไปถึงตอนที่ตัวเองจับปลาที่นี่อย่างไม่บันยะบันยังเพื่อเอาไปทำยานำทาง เปียนมู่ก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าตัวเองเผลอทำบาปกรรมอะไรลงไปอย่างไม่รู้ตัว!

เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามตั้งสติ แล้วฝืนยิ้มส่งให้ชายชราคนนั้นพลางพูดว่า "คุณลุงพักอยู่แถวนี้เหรอครับ?"

"ใช่สิ! ใกล้จะปีใหม่แล้ว ลูกชายก็ไม่ยอมกลับบ้าน ลูกสาวก็บอกว่าที่บ้านมีธุระ ไม่กลับมาทั้งคู่ หลานชายยิ่งแล้วใหญ่ เป็นพวกเนรคุณชัดๆ ปิดเทอมฤดูหนาวมาตั้งนานแล้ว ไม่มีใครกลับมาเยี่ยมสองตายายเลยสักคน ไอ้พวกไร้หัวใจเอ๊ย อยู่บ้านแล้วมันหงุดหงิด ลุงเลยออกมาเดินเล่นริมสระน้ำนี่แหละ จะได้ช่วยดับไฟในใจลงได้บ้าง"

"คุณลุงใจร้อนไปหน่อยนะครับ วันนี้เพิ่งจะวันที่ยี่สิบสองเดือนสิบสองเอง! อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลย หลังวันที่ยี่สิบหกเดือนสิบสองไปแล้ว พวกเขาต้องกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากับคุณลุงแน่นอนครับ!"

"ชิ! เธอพูดจาหยั่งกับหมอดูเลยนะ"

"ฮะฮะ... ผมต้องลองดูสักหน่อยว่าใต้น้ำนี่จะมีปลาอยู่หรือเปล่า" พูดจบ เปียนมู่ก็ล้วงเอาเหยื่อปลาสูตรลับเฉพาะที่ทำเองออกมาจากตัว เปิดออก ขยำๆ ปั้นเป็นก้อนแล้วโยนลงไปในสระน้ำ

ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ

เปียนมู่เริ่มใจคอไม่ดี

"ความผิดเราเอง! โลภมากเกินไปแล้ว! นี่คงไปทำผิดข้อห้ามอะไรเข้าแล้วสินะ?! สุดยอดปลาหายากระดับโลกต้องมาสูญพันธุ์ไปแบบนี้เลยเหรอ?!" ในใจเปียนมู่พลันเย็นวาบขึ้นมาทันที

ตอนแรกชายชราคนนั้นยังยืนดูอยู่ห่างๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเป็นเพื่อนอยู่พักหนึ่ง แต่พอมองดูผิวน้ำ มองลงไปในน้ำ มองลึกถึงก้นน้ำ... ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย เขาจึงเอ่ยปากทักทายเปียนมู่ แล้วเดินจากไปอย่างเชื่องช้า

สุดท้ายเปียนมู่ก็ยังไม่ยอมตัดใจ โยนเหยื่อปลาลงไปอีก...

ก็ยังไม่มีวี่แววอยู่ดี

หลังจากนั้น เขาก็นึกขึ้นได้ถึงข้อความท่อนหนึ่งในสมุดบันทึกส่วนตัวที่ลุงเผยผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรเคยมอบให้ เปียนมู่รีบไปยืนอยู่ริมน้ำ ทำมุทราด้วยมือ พร้อมกับท่องคาถาพึมพำในใจ...

...

ในที่สุด ระลอกคลื่นบนผิวน้ำก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย...

หัวใจของเปียนมู่เต้นรัวขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอยทันที จะกลืนก็ไม่เข้า จะคายก็ไม่ออก สองตาจ้องเขม็งไปที่ผิวน้ำนิ่งงัน...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 811 - โลภมากทำเสียเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว