เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 210 - ลูกค้ามาแล้ว

บทที่ 210 - ลูกค้ามาแล้ว

บทที่ 210 - ลูกค้ามาแล้ว


บทที่ 210 - ลูกค้ามาแล้ว

ขณะเดียวกัน สายตาของเถียนกุยหลงก็กวาดมองโหวเสี่ยวเฟยตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับต้องการค้นหาความผิดปกติบางอย่างจากตัวเขา

จากนั้นก็เอ่ยขึ้นอีกว่า "ศิษย์น้องโหว ต้องการซื้อยาลูกกลอนหรือไม่ วันนี้มียาลูกกลอนเสียหยวนขายด้วยนะ! ห้ามพลาดเด็ดขาด"

"ขอบพระคุณสำหรับความหวังดีของศิษย์พี่ขอรับ ทว่าแต้มผลงานของข้าล้วนหมดไปกับยาลูกกลอนหลิงซุยแล้ว ตอนนี้ข้าแทบจะไม่เหลือแต้มผลงานเลย"

"ไว้โอกาสหน้านะขอรับ ไว้โอกาสหน้า" โหวเสี่ยวเฟยมีสีหน้าเสียดาย ก่อนจะพากลุ่มคนเดินจากไป

เมื่อคนกลุ่มนั้นเดินลับสายตาไปแล้ว

เหรินต้งที่เดินตามมาเงียบๆ ตลอดทาง ในที่สุดก็เก็บงำความสงสัยไว้ไม่อยู่ เอ่ยปากถามขึ้นว่า "เสี่ยวเฟย สิ่งที่เจ้าบอกพวกเรา ไฉนจึงไม่เหมือนกับที่เจ้าพูดกับศิษย์พี่เถียนเลยล่ะ?"

"เรื่องนี้มันซับซ้อน อธิบายสั้นๆ ไม่ได้หรอก ไว้คราวหน้าข้าค่อยเล่าให้พวกเจ้าฟังก็แล้วกัน" โหวเสี่ยวเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบกลับไป

"แล้วถ้าเกิดนักหลอมตานผู้นั้นไม่ยอมโผล่มาเลยล่ะ?" เหรินเฉิง พี่รองที่มักจะเงียบขรึมอยู่เสมอ จู่ๆ ก็โพล่งถามขึ้นมา

คำถามนี้ทำให้ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ

ผ่านไปชั่วอึดใจ โหวเสี่ยวเฟยจึงเอ่ยขึ้นว่า "เอาแบบนี้ดีกว่า พวกเราลองตามหาดูที่นี่อีกสักสามวัน ถ้ายังหานักหลอมตานผู้นั้นไม่พบอีก พวกเราก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจของใครของมันก่อนก็แล้วกัน"

เมื่อได้ยินดังนั้น สามพี่น้องก็สบตากันและกัน ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้

...

หลินเฉียนที่กำลังจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนภายในหุบเขา หารู้ไม่ว่าการบังคับซื้อบังคับขายของเขาในวันนั้น ได้เปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในทะเลสาบ ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้าง และเริ่มส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ตามมา

หากเขาล่วงรู้ว่า บัดนี้ ณ ตลาดซื้อขาย มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังพลิกแผ่นดินตามหาเขาเพื่อขอซื้่อยาทะลวงขอบเขตล่ะก็

เขาคงจะรีบวิ่งหน้าตั้งกลับบ้าน แล้วควบตะบึงไปที่ตลาดซื้อขายให้เร็วที่สุดอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดแล้ว การฝึกฝนก็เป็นเพียงเรื่องรอง การหาแต้มผลงานต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

น่าเสียดายที่หลินเฉียนไม่ได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตลาดเลยแม้แต่น้อย

เขายังคงหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝนอย่างไม่ลืมหูลืมตาอยู่ภายในหุบเขา

เดี๋ยวก็ฝึกเพลงหมัดทะลวงหลัง เดี๋ยวก็สลับไปฝึกเพลงกระบี่มายา หรือไม่ก็โคจรเคล็ดวิชาเสวียนหยวน

จวบจนกระทั่งดวงตะวันคล้อยต่ำลงไปแตะยอดเขา ทอแสงสีส้มแดงสาดส่องไปทั่วหุบเขา

หลินเฉียนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหินก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น

เมื่อมองดูหุบเขาที่ถูกย้อมไปด้วยแสงสีทองอ่อนๆ ของยามเย็น

หลินเฉียนก็อดไม่ได้ที่จะรำพึงออกมาว่า "ดวงอาทิตย์ยามอัสดง ช่างงดงามไร้ที่ติ..."

เมื่อชื่นชมความงามอยู่ครู่หนึ่ง หลินเฉียนก็กระโดดลงมาจากโขดหิน ทิ้งตัวลงบนผืนหญ้าอย่างนุ่มนวล

เขาจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวยาวๆ ออกไปจากสถานที่แห่งนี้

...

ณ ตลาดซื้อขาย

"พี่เฉิน ท่านมีผลหงฮวาขายหรือไม่?" หลินเฉียนเดินกลับมาหาพ่อค้าวัยกลางคนรูปร่างกำยำล่ำสัน ผู้มีน้ำเสียงห้าวหาญดุดันอีกครั้ง

สมุนไพรที่พ่อค้าผู้นี้ขายล้วนแต่มีคุณภาพดี ราคาเป็นธรรม หลินเฉียนจึงเคยมาอุดหนุนสมุนไพรที่นี่อยู่หลายครั้ง

เมื่อวันเวลาผ่านไป การติดต่อค้าขายก็ทำให้ทั้งสองเริ่มคุ้นเคยกัน ในภายหลังหลินเฉียนก็ได้รับรู้ว่าพ่อค้าผู้นี้มีนามว่า —— เฉินต้าจวง

สมกับชื่อจริงๆ!

ตั้งแต่นั้นมา หลินเฉียนก็เรียกเขาว่าพี่เฉินมาตลอด

เมื่อได้ยินคำถามของหลินเฉียน เฉินต้าจวงก็หัวเราะร่วนเสียงดัง "ฮ่าฮ่า ที่แท้ก็น้องชายนี่เอง! มาอีกแล้วรึ?"

"ผลหงฮวาข้ามีอยู่ แต่ต้องรอให้ถึงมะรืนข้าถึงจะเอามาให้เจ้าได้ เจ้าต้องการสักเท่าไหร่ล่ะ?" ว่าพลาง เขาก็มองหลินเฉียนด้วยความสนใจ

"พี่เฉิน ข้าต้องการสักสิบผล ต้องใช้แต้มผลงานเท่าไหร่รึ?" หลินเฉียนตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิด

"น้องชาย ข้าจะบอกความจริงกับเจ้า ผลหงฮวานั้นค่อนข้างแพงสักหน่อย แต่ถ้าเจ้าซื้อสิบผล ข้าจะลดราคาให้เจ้าเป็นพิเศษ สิบผลคิดแค่ห้าสิบแต้มผลงานเป็นอย่างไร?" เฉินต้าจวงเอ่ยจบ ก็หันไปมองหลินเฉียน

"ไม่มีปัญหาขอรับ พี่เฉิน" หลินเฉียนตอบตกลง

เมื่อการตกลงซื้อขายเสร็จสิ้น หลินเฉียนก็ปลีกตัวจากไป

หลินเฉียนผู้มีนิสัยรอบคอบและระแวดระวังอยู่เสมอ ย่อมไม่มีทางหาซื้อสมุนไพรสำหรับหลอมยาลูกกลอนเผยหยวนทั้งหมดจากแผงลอยเพียงแผงเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นที่สะดุดตาและถูกสงสัยจากผู้ไม่หวังดี

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องตระเวนไปซื้อสมุนไพรที่ต้องการจากแผงลอยอื่นๆ อีกหลายแห่ง

การทำเช่นนี้ จะทำให้เขาซื้อสมุนไพรจากแต่ละแผงเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่จะถูกผู้อื่นจับตามองได้อย่างมาก ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นไม่น้อย

ตลาดซื้อขายเป็นถนนสายยาวที่ทอดตัวจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก ตรงกลางมีตรอกซอกซอยแยกย่อยออกไปมากมาย ความยาวของตลาดแห่งนี้ประมาณหนึ่งถึงสองลี้

ในขณะที่หลินเฉียนกำลังเลือกซื้อสมุนไพรอยู่ทางฝั่งตะวันออกของตลาด โหวเสี่ยวเฟยและพรรคพวกกลับกำลังเดินเตร็ดเตร่หาตัวหลินเฉียนอยู่ทางฝั่งตะวันตกของตลาด

พอหลินเฉียนย้ายมาเลือกซื้อสมุนไพรทางฝั่งตะวันตก โหวเสี่ยวเฟยและพรรคพวกก็ดันเดินวกกลับมาทางฝั่งตะวันออกพอดี

จังหวะที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ใกล้กันมากที่สุด คือตอนที่หลินเฉียนกำลังต่อรองราคากับเจ้าของแผงลอย แล้วโหวเสี่ยวเฟยกับพรรคพวกก็เดินเฉียดแผ่นหลังของหลินเฉียนไป

ทว่า ในเวลานี้ใบหน้าของหลินเฉียนไม่ใช่ใบหน้าของชายวัยกลางคนที่เขาใช้ตอนขายยาลูกกลอน

ต่อให้หลินเฉียนไปยืนอยู่ตรงหน้าโหวเสี่ยวเฟย โหวเสี่ยวเฟยก็จำเขาไม่ได้อยู่ดี

พวกเขาคลาดกันไปอย่างน่าเสียดายเช่นนี้เอง

ราวกับเส้นขนานสองเส้นที่ไม่มีวันบรรจบกัน อ้อ ไม่สิ ต่อให้บรรจบกัน ก็ใช่ว่าจะจำกันได้เสียหน่อย

...

วันต่อมา

กว่าหลินเฉียนจะหยุดฝึกฝน แสงแดดก็สาดส่องลงบนพื้นห้องแล้ว

หลังจากทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเปิดชีพจร หลินเฉียนก็ต้องการเวลานอนเพียงสองชั่วยามต่อวันเท่านั้น ก็เพียงพอที่จะขจัดความเหนื่อยล้าจากการฝึกฝน และฟื้นฟูเรี่ยวแรงให้กลับมาเต็มเปี่ยมได้อีกครั้ง

"ลองไปดูสักหน่อยดีกว่า เผื่อโชคดีเจอผู้ฝึกยุทธ์ที่ตาถึงบ้าง? ยังไงเสีย จะฝึกฝนที่ไหนก็เหมือนกันไม่ใช่รึ?" หลินเฉียนหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ ก่อนจะเก็บข้าวของแล้วมุ่งหน้าไปยังตลาดซื้อขาย

เมื่อนึกถึง 'การแสดงสุดมั่นหน้า' ที่ชวนให้กระดากอายในครั้งก่อน หลินเฉียนก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้

ขนาดงัดสารพัดวิธีมาโปรโมทยาทะลวงขอบเขตของตัวเองขนาดนั้น ก็ยังไม่มีใครยอมซื้อ ทำให้หลินเฉียนหมดกำลังใจที่จะมาตั้งแผงขายของไปเลย

พักหลังมานี้ หลินเฉียนมักจะทิ้งช่วงหลายวันถึงจะมาตั้งแผงที่ตลาดสักครั้ง แผงลอยที่เลือกก็เป็นมุมที่ลับตาคน ส่วนราคาบนป้ายก็กลับไปอยู่ที่สี่ร้อยห้าสิบแต้มผลงานดังเดิม

เหตุผลหลักก็คือ เขามาถึงช้า ทำเลดีๆ จึงถูกคนอื่นแย่งไปหมดแล้ว

ไม่นานนัก หลินเฉียนก็เดินทางมาถึงตลาดซื้อขาย

เขาเลือกมุมเงียบๆ มุมหนึ่ง วางป้ายไม้ลง แล้วก็นั่งลงบนเบาะรองนั่ง โคจรเคล็ดวิชาเสวียนหยวนเงียบๆ

ก่อนหน้านี้เขามักจะนั่งบนเก้าอี้ แต่พอนั่งนานๆ เข้า บั้นท้ายก็เริ่มระบม เขาจึงต้องพกเบาะรองนั่งมาด้วย

สำหรับสายตาของผู้ฝึกยุทธ์รอบข้างที่มองมา หลินเฉียนก็หาได้ใส่ใจไม่ เขาทำหน้าตาทองไม่รู้ร้อน ราวกับจะบอกว่า 'ใครใคร่ซื้อก็ซื้อ ไม่ซื้อก็เชิญ'

...

"เสี่ยวเฟย วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วนะ ถ้ายังหานักหลอมตานผู้นั้นไม่พบอีก พวกเราคงต้องขอตัวไปทำภารกิจก่อนล่ะ"

"อันที่จริง ข้าก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะต้องทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเปิดชีพจรให้ได้เดี๋ยวนี้หรอก จะเลื่อนออกไปอีกสักระยะก็ไม่เป็นไร" เหรินเหอ พี่ใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มจางๆ

เขามักจะมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ ราวกับว่านอกเหนือจากความเป็นความตายแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะมาทำลายรอยยิ้มของเขาได้

ส่วนพี่รองก็ยังคงเงียบขรึมไม่ค่อยพูดจาเช่นเคย

น้องสามก็ไม่ได้มีท่าทีลุกลี้ลุกลน มองซ้ายมองขวาเหมือนช่วงแรกๆ แล้ว

ท้ายที่สุดแล้ว การที่ต้องมาเดินวนเวียนอยู่ในตลาดติดต่อกันหลายวัน ต่อให้เป็นสถานที่ที่คึกคักแค่ไหน เมื่อต้องเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน ก็ย่อมต้องรู้สึกจืดชืดและหมดความสนใจไปเป็นธรรมดา

"เอ๊ะ? เสี่ยวเฟย ทำไมเจ้าถึงหยุดเดินล่ะ?" เหรินต้ง น้องสามที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดิน ไม่ทันระวัง จึงเอาหัวไปชนเข้ากับแผ่นหลังของโหวเสี่ยวเฟยเข้าอย่างจัง

"หา... หาเจอแล้ว... นักหลอมตานผู้นั้น!" โหวเสี่ยวเฟยเอ่ยเสียงสั่นตะกุกตะกัก พลางชี้มือไปยังทิศทางหนึ่งเบื้องหน้า

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 210 - ลูกค้ามาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว