- หน้าแรก
- ระบบความชำนาญสุดโกง ขอทานทะลุมิติพลิกสวรรค์
- บทที่ 60 - ปะทะหมีดำยักษ์
บทที่ 60 - ปะทะหมีดำยักษ์
บทที่ 60 - ปะทะหมีดำยักษ์
บทที่ 60 - ปะทะหมีดำยักษ์
เมื่อการฝึกฝนสิ้นสุดลง ใบหน้าของหลินเฉียนก็ฉายแววตื่นเต้นยินดี เขารีบเรียกหน้าจอความชำนาญขึ้นมาดูทันที
ชื่อ: หลินเฉียน
อาชีพ: หมอ (ขั้นสาม 98%)
อายุ: 16
ขอบเขตพลัง: ขอบเขตชำระร่างกาย--ระดับบำรุงอวัยวะภายใน
วิทยายุทธ์: เพลงหมัดทะลวงหลัง (ขั้นหก 1%), เข็มไร้เงา (ขั้นสี่ 49%), วิชาลอบสังหาร (ขั้นสาม 62%)
"ในที่สุดข้าก็ทะลวงเข้าสู่ระดับบำรุงอวัยวะภายใน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของขอบเขตชำระร่างกายได้สำเร็จแล้ว" หลินเฉียนทิ้งตัวลงนั่งบนผืนหญ้าอย่างไม่แยแสสิ่งใด หัวเราะร่วนด้วยความเบิกบานใจ
"เป้าหมายต่อไปก็คือ การฝึกฝนระดับบำรุงอวัยวะภายในให้บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบ จากนั้นก็เตรียมตัวทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเปิดชีพจรได้เลย"
เมื่อหวนรำลึกถึงช่วงเวลาปีกว่านับตั้งแต่เริ่มฝึกฝนวิทยายุทธ์มาจนถึงบัดนี้ เขาพากเพียรฝึกฝนอย่างไม่เคยย่อท้อในทุกๆ วัน ทว่ากลับไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายเลยแม้แต่น้อย ยิ่งสัมผัสได้ถึงพัฒนาการและความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้นทีละน้อย เขากลับยิ่งหลงใหลและเสพติดการฝึกฝนวิทยายุทธ์มากยิ่งขึ้น
แน่นอนว่า ความสำเร็จทั้งหมดนี้จะขาด 'นิ้วทองคำ' ซึ่งเปรียบเสมือนตัวช่วยสำคัญไปไม่ได้เลย
บนโลกใบนี้ ผู้ที่มีความมุมานะบากบั่นนั้นมีอยู่ดาษดื่น ทว่าส่วนใหญ่กลับต้องยอมจำนนและท้อแท้ไปเสียก่อน เพียงเพราะมองไม่เห็นหนทางหรือความก้าวหน้าในการฝึกฝน
หลังจากหยุดพักเหนื่อยจนพอใจ หลินเฉียนก็เริ่มรู้สึกหิวโหย เขายันกายลุกขึ้น แล้วเดินตรงไปยังเพิงพักที่ปลูกสร้างไว้อย่างง่ายๆ
เมื่อมาถึงเพิงพัก หลินเฉียนก็ปลดขาหมูป่าที่แขวนตากลมไว้ใต้หลังคาเพิงพักลงมา
หลินเฉียนมาตั้งแคมป์อยู่ที่หุบเขาแห่งนี้ได้หลายวันแล้ว อาหารการกินของเขาย่อมไม่ได้นำติดตัวมาจากสำนักชางอวิ๋น ด้วยพละกำลังในระดับชำระไขกระดูก ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เขาต้องบริโภคในแต่ละวันก็เพิ่มพูนขึ้นตามไปด้วย การพกเสบียงมาจากสำนักชางอวิ๋นไม่เพียงแต่จะสร้างความยากลำบาก ทว่ายังดูน่าสงสัยและผิดสังเกตอีกต่างหาก
ด้วยเหตุนี้ เสบียงกรังของเขาในช่วงหลายวันนี้ ล้วนเป็นผลพวงมาจากการออกล่าสัตว์ป่าในละแวกนี้ โดยอาศัยวิชาตัวเบาก้าวเมฆาหมอกที่สอดแทรกอยู่ในวิชาลอบสังหาร ผนวกกับความแม่นยำของวิชาเข็มไร้เงา ความชำนาญในวิชาทั้งสองที่เพิ่มขึ้นมาสองแต้ม ก็ล้วนได้มาจากการล่าสัตว์นี่แหละ
หลินเฉียนหิ้วขาหมูป่าเดินตรงไปยังลำธารสายเล็กๆ ชำแหละเนื้อหมูและล้างทำความสะอาดอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็หยิบมีดสั้นเล่มคมออกมากรีดบั้งเนื้อหมูเป็นรอยยาวหลายรอย เพื่อให้เครื่องเทศซึมซาบเข้าเนื้อได้ดียิ่งขึ้น
ต่อมา เขาก็หยิบถุงผ้าใบเล็กที่บรรจุเครื่องเทศสูตรเด็ดสำหรับย่างเนื้อโดยเฉพาะ นำมาถูทาลงบนขาหมูป่าจนทั่วทุกซอกทุกมุม ก่อนจะปิดท้ายด้วยการชโลมน้ำผึ้งป่าเคลือบผิวเนื้อจนฉ่ำวาว
"เรียบร้อยเสียที" หลินเฉียนแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจกับผลงานของตนเอง
เขากลับมายังลานกว้างหน้าเพิงพักอีกครา จัดการจุดไฟตั้งเตาอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองข้างคอยหมุนควงแกนย่างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ขาหมูป่าได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง ป้องกันไม่ให้เนื้อไหม้เกรียมดั่งเช่นคราวก่อน
เวลาล่วงเลยไปไม่นาน กลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายของเนื้อย่างก็เริ่มโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมนั้นล่องลอยไปตามสายลม แผ่กระจายออกไปไกลแสนไกล
อันที่จริง ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลินเฉียนไม่ได้มีพัฒนาการก้าวกระโดดเฉพาะแค่เพลงหมัดทะลวงหลังเท่านั้น ทว่าทักษะการย่างเนื้อของเขาก็รุดหน้าไปไกลมิใช่น้อย ฝีมือการย่างเนื้อของเขาในยามนี้ อร่อยล้ำเลิศเทียบชั้นร้านปิ้งย่างชื่อดังในโลกอดีตได้สบายๆ
เพื่อเป็นการปรนเปรอปากท้องของตนเองในช่วงหลายวันที่มาตั้งแคมป์ หลินเฉียนจึงทุ่มเทเวลาศึกษาค้นคว้าเรื่องอุณหภูมิของไฟและระยะเวลาในการย่างเนื้ออย่างจริงจัง จนเริ่มจับทางได้ ทักษะการย่างเนื้อของเขาจึงพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หลินเฉียนทอดสายตามองขาหมูป่าบนเตาย่างที่ค่อยๆ สุกเหลืองอร่าม น้ำมันหมูเดือดปุดๆ ส่งเสียง 'ฉ่าๆ' หยดติ๋งลงบนกองไฟ กลิ่นหอมหวนยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาเขาอดใจไม่ไหวต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่
"โฮก..."
ฉับพลัน เสียงคำรามของสัตว์ป่าก็ดังกึกก้องมาจากแดนไกล เมื่อทอดสายตาไปยังปากทางเข้าหุบเขา ก็ปรากฏร่างของหมีดำตัวเขื่องกำลังก้าวเดินส่ายอาดๆ เข้ามา
ทันทีที่ได้ยินเสียงคำราม หลินเฉียนก็กระโจนขึ้นไปซ่อนตัวบนกิ่งไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ อย่างรวดเร็ว สายตาจับจ้องไปยังหมีดำที่กำลังย่างสามขุมเข้ามา นัยน์ตาหดเกร็ง สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
หมีดำตัวนี้มีขนาดมหึมา ลำตัวยาวร่วมจ้าง ขนดกดำเป็นเงางาม รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ แขนขาใหญ่โตล่ำสัน เขี้ยวคมกริบเปื้อนคราบเลือด บ่งบอกว่ามันเพิ่งจะอิ่มหนำสำราญกับเหยื่อมาหมาดๆ
ขณะที่มันเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ขวางทางอยู่ มันก็เพียงแค่ตวัดกรงเล็บหน้าฟาดเบาๆ ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นก็ถึงกับหักโค่นลงมาเป็นสองท่อน พละกำลังของมันช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
"หรือว่ามันจะถูกกลิ่นหอมของขาหมูป่าย่างยั่วกิเลสจนตามมาถึงนี่" เมื่อเห็นหมีดำเดินตรงดิ่งมายังเพิงพักของตน หลินเฉียนก็ลอบคาดเดาในใจ
ทว่าหลินเฉียนกลับหาได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เมื่อจ้องมองหมีดำที่กำลังเดินนวยนาดเข้ามา ภายในใจของเขากลับพลุ่งพล่านไปด้วยความฮึกเหิมอยากจะประลองกำลัง
เขาเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ระดับบำรุงอวัยวะภายในมาหมาดๆ กำลังกลัดกลุ้มที่หาคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อไม่ได้อยู่พอดี คราวนี้ก็ถือว่ามีเหยื่อมาให้ทดสอบฝีมือถึงที่แล้ว
หลินเฉียนใช้ปลายเท้าแตะกิ่งไม้เบาๆ ร่างกายก็ม้วนตัวตีลังกากลางอากาศ ก่อนจะร่อนลงตายอย่างงดงามบนลานกว้างหน้าเพิงพัก ยืนหยัดรอคอยการมาถึงของหมีดำยักษ์อย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อหมีดำยักษ์ย่างกรายเข้ามาใกล้ รังสีความกดดันอันหนักอึ้งจากเรือนร่างอันใหญ่โตมโหฬารก็แผ่ซ่านโถมทับเข้าใส่หลินเฉียน ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาบ้าง
หมีดำยักษ์เองก็ตระหนักถึงการมีอยู่ของหลินเฉียนเช่นกัน มันหยุดชะงักฝีเท้าเมื่ออยู่ห่างจากหลินเฉียนเพียงสองสามจ้าง นัยน์ตาดุดันจ้องเขม็งมาที่หลินเฉียน สลับกับแยกเขี้ยวขู่คำราม เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมที่เรียงรายอยู่ภายในปาก
"โฮก..."
หมีดำยักษ์อ้าปากกว้าง แผดเสียงคำรามใส่หลินเฉียน ดูเหมือนมันจะสัมผัสได้ว่ามนุษย์ตรงหน้านี้ไม่ใช่เป้าหมายที่จะต่อกรด้วยง่ายๆ จึงพยายามใช้เสียงคำรามเพื่อข่มขวัญให้หลินเฉียนล่าถอยไป
หลินเฉียนอดไม่ได้ที่จะย่นคิ้วด้วยความรังเกียจ แม้จะยืนห่างกันถึงสองสามจ้าง ทว่ากลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งจากปากของหมีดำยักษ์ก็ยังโชยมาเตะจมูก
"นี่มันมีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหาร หรือว่าไม่ได้แปรงฟันกันแน่เนี่ย"
เมื่อเห็นว่าหลินเฉียนไม่สะทกสะท้านต่อเสียงคำรามข่มขวัญของมัน หมีดำยักษ์ก็บรรดาโทสะ แผดเสียงคำรามต่ำอย่างเกรี้ยวกราด
จากนั้น มันก็ก้าวเท้าย่างสามขุม พุ่งทะยานเข้าหาหลินเฉียนอย่างดุดัน เมื่อประชิดตัว มันก็ตวัดกรงเล็บขวาอันทรงพลัง ฟาดฟันหมายจะขย้ำหัวของหลินเฉียนให้แหลกกระจุย
"เข้ามาเลย!"
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอันดุดัน หลินเฉียนมิได้หลบเลี่ยง นัยน์ตาของเขากลับทอประกายวาววับ เขาพุ่งตัวสวนกลับ กำหมัดแน่นแล้วชกสวนเข้าปะทะกับกรงเล็บของหมีดำยักษ์อย่างจัง
"ปัง!"
อุ้งตีนหมีขนาดมหึมาปะทะเข้ากับหมัดอันแข็งแกร่งอย่างจัง ก่อเกิดคลื่นกระแทกไร้สภาพพัดโหมกระหน่ำ หอบเอาใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นบนผืนหญ้าปลิวว่อนกระจายไปทั่วทิศทาง
หลินเฉียนและหมีดำยักษ์ต่างฝ่ายต่างผงะถอยหลังไปหลายก้าวอย่างพร้อมเพรียง พละกำลังของทั้งสองฝ่ายนับว่าสูสีทัดเทียมกันอย่างไม่น่าเชื่อ
หมีดำยักษ์พอจะมีสติปัญญาอยู่บ้าง ทว่าก็คงไม่มากนัก เมื่อตระหนักว่าตนเองถูกมนุษย์ตัวจ้อยเบื้องหน้าซัดกระเด็น มันก็มิได้ฉุกคิดสิ่งใดให้มากความ รังแต่จะยิ่งทวีความโกรธเกรี้ยวบ้าคลั่งยิ่งขึ้น
เพราะในความเข้าใจของมัน สัตว์ที่มีสรีระใหญ่โตกว่า ย่อมต้องมีพละกำลังและความแข็งแกร่งเหนือกว่า ทว่าหลินเฉียนที่อยู่ตรงหน้า กลับทำลายกฎเกณฑ์ความเชื่อของมันไปจนหมดสิ้น
หมีดำยักษ์พ่นลมหายใจฟึดฟัดออกทางจมูก ก่อนจะหยัดยืนด้วยสองขาหลังอันล่ำสัน พุ่งทะยานเข้าใส่หลินเฉียนอย่างบ้าคลั่ง สองขาหน้าตะปบฟาดฟันหลินเฉียนอย่างไม่ยั้งมือ บางคราที่กรงเล็บพลาดเป้าไปกระแทกเข้ากับลำต้นไม้หรือโขดหิน ลำต้นไม้ก็ถึงกับหักสะบั้น โขดหินก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันคลุ้งกระจายไปทั่วอาณาบริเวณ
"ปัง ปัง ปัง!"
หลินเฉียนยกฝ่ามือและกำปั้นขึ้นตั้งรับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างที่ปัดป้อง เขาก็หาจังหวะสวนกลับ โจมตีเข้าที่จุดอ่อนของหมีดำยักษ์ ทั้งบริเวณหน้าท้องและท่อนขา
ทว่า ชั้นไขมันของหมีดำยักษ์ตัวนี้ช่างหนาเตอะเสียเหลือเกิน การโจมตีของหลินเฉียนแทบจะไม่ระคายเคืองผิวของมันเลย ราวกับไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อมันแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น หลินเฉียนก็ไม่คิดจะออมมืออีกต่อไป เขารีดเร้นพลังปราณทั้งหมดในร่างมารวมไว้ที่สองมือ ในขณะที่มือหนึ่งคอยปัดป้องกรงเล็บอันแหลมคม อีกมือหนึ่งก็กระหน่ำฝ่ามือซัดเข้าใส่หน้าท้องของหมีดำยักษ์อย่างดุดัน เพียงชั่วพริบตา เขาก็ฟาดฟันออกไปถึงหกเจ็ดฝ่ามือ
เพลงหมัดทะลวงหลังเป็นวิทยายุทธ์ที่เน้นความว่องไวและดุดันเป็นทุนเดิม ผนวกกับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงของหลินเฉียน ความเร็วในการออกหมัดของเขาจึงรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด คนธรรมดายากที่จะมองตามได้ทัน
หมีดำยักษ์ถูกการโจมตีอันรวดเร็วและหนักหน่วงซัดกระหน่ำจนต้องถอยร่นไปหลายก้าว รอยเท้าลึกปรากฏชัดบนผืนหญ้าทุกย่างก้าวที่มันถอยร่น พร้อมกับเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดที่เล็ดลอดออกมาจากปาก
ทว่ามันกลับสูญเสียความเยือกเย็นไปจนหมดสิ้น แทนที่จะล่าถอย มันกลับพุ่งสวนเข้าใส่หลินเฉียนอย่างบ้าเลือด พละกำลังทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ซ้ำยังอ้าปากกว้างที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า หมายจะขย้ำหลินเฉียนให้จมเขี้ยว
หลินเฉียนกลั้นหายใจ เขาย่อมไม่ยอมเอาตัวไปเสี่ยงกับการถูกขย้ำ อาศัยความปราดเปรียวของวิชาตัวเบาจากวิชาลอบสังหาร พลิ้วหลบการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด ในจังหวะเดียวกัน เขาก็กระโจนขึ้นขี่หลังคอของหมีดำยักษ์ สองมือกำหมัดแน่น กระหน่ำทุบตีเข้าที่ศีรษะของมันอย่างไม่ยั้งมือ
ทว่าเพิ่งจะชกไปได้ไม่กี่หมัด หมีดำยักษ์ก็เริ่มสะบัดอุ้งตีนฟาดเปะปะไปทั่ว หมายจะสลัดหลินเฉียนให้หลุด หลินเฉียนจำต้องกระโดดผละออก ทิ้งระยะห่างจากหมีดำยักษ์ไปพอสมควร
คราวนี้หมีดำยักษ์ไม่คิดจะไล่กวดอีกต่อไป มันหยุดชะงักยืนนิ่งอยู่กับที่ ส่ายหัวไปมาอย่างแรง ดูเหมือนว่าหมัดของหลินเฉียนจะทำให้มันมึนงงไปไม่น้อย
ผ่านไปครู่ใหญ่ หมีดำยักษ์จึงค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา เมื่อทอดสายตามองหลินเฉียนอีกครา นัยน์ตาของมันก็เปี่ยมไปด้วยความหวาดหวั่น ไม่กล้าแม้แต่จะคิดพุ่งเข้าจู่โจมอีก รังแต่จะค่อยๆ ถอยกรูดไปทีละก้าว
เมื่อเห็นว่าหลินเฉียนไม่ได้ไล่ต้อน มันก็หันขวับ วิ่งเตลิดเปิดเปิงมุ่งหน้าไปยังทางออกหุบเขาอย่างสุดกำลัง แรงสั่นสะเทือนจากการวิ่งของมันทำให้พื้นดินสั่นไหวเบาๆ
เดิมทีหลินเฉียนก็ไม่คิดจะปลิดชีพหมีดำยักษ์อยู่แล้ว อีกทั้งพละกำลังของเขาก็ร่อยหรอลงไปมาก จึงปล่อยให้มันหนีรอดไปแต่โดยดี
เมื่อครู่ตอนที่เขาทะลวงระดับพลัง พละกำลังก็ถูกเผาผลาญไปกว่าครึ่ง หากยังดันทุรังสู้ต่อไป "อาจจะพลาดท่าตกม้าตายเอาได้"
หลินเฉียนเดินไปล้างไม้ล้างมือที่ลำธาร ก่อนจะเดินกลับมายังเพิงพัก ขาหมูป่าที่ย่างเสร็จใหม่ๆ ถูกทิ้งไว้จนเย็นลงในระดับที่พอดีคำยามนี้เหมาะเจาะแก่การลิ้มรสเป็นที่สุด
เขาตั้งใจว่า หลังจากเติมพลังจนอิ่มท้อง ก็จะรีบเดินทางกลับสำนักชางอวิ๋นในทันที
(จบแล้ว)