- หน้าแรก
- จากศิษย์รับใช้สู่ยอดเซียนไร้พ่าย
- บทที่ 834 - สังหารขั้นเหอตี่ วางแผนการ
บทที่ 834 - สังหารขั้นเหอตี่ วางแผนการ
บทที่ 834 - สังหารขั้นเหอตี่ วางแผนการ
บทที่ 834 - สังหารขั้นเหอตี่ วางแผนการ
"ถึงกับปิดกั้นกฎเกณฑ์มิติของที่นี่เลยหรือ?"
"พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน?"
จักรพรรดิเทพกวงหมิงมองดูเฮ่อผิงเซิงสลับกับเฟิ่งอู่ที่ยืนอยู่ข้างธงทองคำมิติเวลา
ในสายตาของเขา เฟิ่งอู่ต่างหากคือกำลังหลักของทั้งสองคน
เพราะเฟิ่งอู่อยู่ในขั้นเหอตี่ระดับหนึ่ง
และยังเป็นคนเผ่าเฟิ่งหวงอีกด้วย
"เฟิ่งหวงสายเลือดแท้ขั้นเหอตี่ระดับหนึ่งงั้นหรือ?" นัยน์ตาของจักรพรรดิเทพกวงหมิงหรี่ลงเล็กน้อย พลางกล่าวว่า "เอาล่ะ ข้ายอมรับ ว่าเมื่อครู่นี้ข้าอาจจะบุ่มบ่ามไปหน่อย!"
"ข้ายินดีจะจับมือสงบศึกกับพวกเจ้าทั้งสอง!"
จักรพรรดิเทพกวงหมิงก็ไม่ใช่คนโง่
อีกฝ่ายชิงปิดกั้นห้วงมิติเสียก่อน นี่ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าไม่อยากให้เขาหนีไปได้
ตามปกติแล้ว ขั้นเหอตี่ระดับหนึ่ง ย่อมสู้เขาทีี่อยู่ระดับแปดไม่ได้อย่างแน่นอน
แต่อีกฝ่ายคือเฟิ่งหวงสายเลือดแท้ ซึ่งเป็นอัจฉริยะอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อเป็นฝ่ายลงมือปิดกั้นห้วงมิติเสียเอง ก็ย่อมต้องมีสิ่งใดเป็นที่พึ่งพิงอย่างแน่นอน
เป็นไปได้สูงว่าคงจะมีอาวุธสังหารอันทรงพลัง มิฉะนั้นคงไม่ปิดกั้นห้วงมิติหรอก
ข้อสันนิษฐานต่างๆ แล่นผ่านเข้ามาในหัวของจักรพรรดิเทพกวงหมิงในชั่วพริบตา จากนั้นเขาก็ยอมจำนนไปโดยปริยาย!
ทว่า เฟิ่งอู่กลับยิ้มอย่างเย็นชา "สายไปแล้ว..."
เฟิ่งอู่ซึ่งอยู่ในขั้นเหอตี่ระดับหนึ่ง กลายร่างเป็นร่างต้นโดยตรง นกเฟิ่งหวงขนาดหลายพันจ้างบินโฉบผ่านท้องฟ้า พุ่งเข้าใส่จักรพรรดิเทพกวงหมิงทันที
กระบวนท่านี้ เป็นเพียงกระบวนท่าหลอก
แต่จักรพรรดิเทพกวงหมิงกลับไม่รู้เรื่องนี้เลย เขาจึงใช้กระบวนยุทธ์และพลังทั้งหมดที่มีเพื่อป้องกัน
"เปิด..."
ปังๆๆ...
เมื่อจักรพรรดิเทพกวงหมิงเห็นเฟิ่งอู่พุ่งเข้ามาอย่างดุดัน เขาก็กางโล่ป้องกันขึ้นถึงสี่ชั้นในคราวเดียว โดยให้โล่แต่ละชั้นหันไปทางเฟิ่งอู่
ในขณะเดียวกัน เขาก็ใช้สัมผัสเทวะควบคุมกระบี่ยาวที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งพายุและอสนี ฟันลงไปยังเหนือศีรษะของเฟิ่งอู่
ผลปรากฏว่า!
เฟิ่งอู่กลับกลายร่างเป็นลำแสง ลอบหลบหนีไปโดยตรง
"หืม???" จักรพรรดิเทพกวงหมิงรู้สึกงุนงงอยู่ในใจ
ในเวลานี้เอง เฮ่อผิงเซิงกลับเร่งความเร็วอย่างเต็มพิกัด กลายร่างเป็นแสงสว่างอันไร้ที่เปรียบ คนทวนรวมเป็นหนึ่ง แทงทะลุร่างของจักรพรรดิเทพกวงหมิงด้วยทวนเพียงเล่มเดียว
ลอบโจมตี!
ไม่ผิดแน่ เฟิ่งอู่เป็นเพียงตัวล่อเพื่อดึงดูดความสนใจของจักรพรรดิเทพกวงหมิงเท่านั้น การโจมตีของเฮ่อผิงเซิงในครั้งนี้ต่างหากที่เป็นการโจมตีถึงตาย
จักรพรรดิเทพกวงหมิงผู้เป็นถึงยอดฝีมือขั้นเหอตี่ระดับแปด หากไม่ใช่เพราะประมาท หากไม่ใช่เพราะคาดเดาทิศทางผิดพลาด เขาคงไม่พ่ายแพ้ให้กับเฮ่อผิงเซิงอย่างง่ายดายเช่นนี้
น่าเสียดาย ที่ศัตรูช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายเกินไป
และ ก็แข็งแกร่งเกินไป!
มันเหนือความคาดหมายเกินไป
ใครจะไปคาดคิดล่ะว่า ผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนซวี จะสามารถแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้?
ตู้ม...
ร่างกายของจักรพรรดิเทพกวงหมิงถูกเฮ่อผิงเซิงแทงทะลุจนเกิดเป็นรูเลือดขนาดใหญ่
ห่าฝนโลหิตอันไร้ที่สิ้นสุด อาบย้อมห้วงอากาศจนกลายเป็นสีแดงฉาน
จากนั้น ห่าฝนโลหิตสีแดงฉานก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินในพริบตา จุดไฟเผาต้นไม้นับไม่ถ้วนที่อยู่เบื้องล่างจนลุกไหม้
โจมตีเพียงครั้งเดียว ปลิดชีพได้!
แต่เจ้านี่ยังไม่ตายสนิท
ไม่สำคัญแล้วล่ะ ที่เหลือก็ปล่อยให้เฟิ่งอู่จัดการปิดฉากก็พอแล้ว
ส่วนเฮ่อผิงเซิงก็หมุนตัว ขวางหน้าเจ้าเมืองจู๋เจี๋ยที่กำลังจะหลบหนี
"ผู้อาวุโส ผู้เยาว์สมควรตาย... โปรดเมตตาด้วย... ขอความเมตตาจากผู้อาวุโส โปรดไว้ชีวิตด้วยเถิด!"
ในตอนนี้ เจ้าเมืองจู๋เจี๋ยหวาดกลัวจนปัสสาวะราดแล้ว เขากระโดดคุกเข่าลงกลางห้วงอากาศ พร้อมกับโขกศีรษะคำนับไม่หยุด
เฮ่อผิงเซิงกล่าวเสียงเรียบ "ตอนที่ให้เจ้าไป เจ้าไม่ไป ตอนนี้ก็ไม่อาจไว้ชีวิตเจ้าได้แล้วล่ะ!"
ฉัวะ...
จู่ๆ ห้วงอากาศก็เกิดประกายแสงวาบหนึ่ง ตัดร่างของเจ้าเมืองขั้นฮว่าเสินออกเป็นสองซีกทันที
วิญญาณแหลกสลาย!
"คุณชาย ตรวจนับเสร็จเรียบร้อยแล้วขอรับ!" เฟิ่งอู่บินเข้ามาใกล้ "ขนและหนังของเจ้านี่ ข้าก็เก็บไว้แล้ว เอาไว้หลอมทำกระดาษยันต์ระดับเจ็ดได้!"
"แต่ทว่า... จักรพรรดิเทพกวงหมิงผู้นี้ดูเหมือนจะยังมีร่างจำแลงอยู่นะขอรับ ดวงวิญญาณของเขาไม่ได้ลงสู่นรก แต่พุ่งไปทาง... ทิศทางนั้น!"
เฟิ่งอู่มองไปในทิศทางหนึ่ง!
เฮ่อผิงเซิงหยิบแผนที่ออกมาดู ก่อนจะกล่าวว่า "นั่นเป็นทิศทางไปสู่เมืองหลวงของอาณาจักรเทพกวงหมิง!"
"ร่างจำแลงของเขาน่าจะอยู่ที่นั่น!"
เฟิ่งอู่เอ่ยถาม "แล้วเราจะทำอย่างไรดีขอรับ?"
เฮ่อผิงเซิงไม่ได้รีบร้อน แต่กลับเก็บแผนที่อย่างใจเย็น แล้วถามเฟิ่งอู่กลับว่า "หากเจ้าเป็นร่างจำแลงของจักรพรรดิเทพกวงหมิง ในเวลานี้ เจ้าจะรู้สึกอย่างไร?"
เฟิ่งอู่ขมวดคิ้วมุ่น พลางกล่าวว่า "หากข้าเป็นจักรพรรดิเทพกวงหมิง ข้าย่อมต้องคิดว่า เมื่อครู่นี้เป็นเพราะข้าไม่ทันระวังตัว จึงได้ถูกพวกเจ้าสองคนดักซุ่มโจมตี!"
"หากให้สู้กันอีกครั้ง จะต้องเอาชนะพวกเจ้าสองคนได้อย่างแน่นอน!"
เฮ่อผิงเซิงยิ้มบางๆ พลางกล่าวว่า "คนส่วนใหญ่ ก็คงจะคิดเช่นนี้!"
"แต่ว่า..." เฟิ่งอู่กล่าวเสริม "แต่ถึงอย่างไร จักรพรรดิเทพผู้นี้ก็เหลือเพียงร่างจำแลงร่างเดียวแล้ว แม้เขาจะคิดว่าถ้าให้สู้กันอีกครั้ง เขาจะต้องสังหารพวกเราได้อย่างแน่นอน แต่ก็อาจจะไม่กล้าเสี่ยงมาที่นี่!"
"เพราะหากมาแล้ว ก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะต้องตายจริงๆ!"
เฮ่อผิงเซิงพยักหน้า "วิเคราะห์ได้มีเหตุผล!"
"ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้อยู่สองทาง!"
"หนึ่ง ร่างจำแลงของเขาจะมาที่นี่!"
"สอง เขาจะไม่มา แต่จะหดหัวอยู่ในรังของตนเอง!"
"ข้าเองก็เดาไม่ถูกว่าเขาจะเลือกทางใด!" เฮ่อผิงเซิงมองไปรอบๆ "พวกเราก็รออยู่ที่นี่ก่อนเถอะ รอให้ข้าฟื้นฟูพลังเวทสักหน่อย หากภายในครึ่งวันเขายังไม่มา เขาก็คงจะไม่มาอีกแล้ว!"
"เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราค่อยไปตามหาเขาที่เมืองหลวง ตัดหญ้าต้องถอนรากถอนโคน!"
หากมองในแง่หนึ่ง พลังการต่อสู้ของเฮ่อผิงเซิงก็ได้ถูกเปิดเผยไปแล้ว
หากสามารถสังหารจักรพรรดิเทพกวงหมิงผู้นี้ให้สิ้นซากได้ นั่นก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
แน่นอนว่า ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปนัก เพราะถึงอย่างไร ที่นี่ก็คือมหาทวีปอสนีรกร้าง คาดว่าเผ่าเฟิ่งหวงก็คงไม่กล้ายกทัพมาตามหาเขาอย่างเอิกเกริกหรอก
ต่อให้ข่าวที่เขาอยู่บนมหาทวีปอสนีรกร้างแพร่สะพัดกลับไปยังเผ่าเฟิ่งหวง ก็คงจะเป็นเรื่องในอีกหลายปีข้างหน้าแล้ว
เฮ่อผิงเซิงจึงนั่งขัดสมาธิลงที่ริมขอบสนามรบอันยุ่งเหยิง หยิบโอสถออกมากลืนลงไปทีละเม็ด เพื่อเติมเต็มจุดตันเถียนอันแห้งเหือดของตนเอง
หลังจากผ่านไปราวครึ่งก้านธูป จุดตันเถียนของเขาก็ถูกเติมเต็มอีกครั้ง
ผ่านไปอีกครึ่งวัน ก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากกลิ่นอายของจักรพรรดิเทพกวงหมิงเลย เช่นนั้นก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เจ้านี่คงจะไม่มาแล้ว
"เจ้านาย ตอนนี้ พวกเราจะไปเมืองหลวงกันหรือขอรับ?" เฟิ่งอู่เอ่ยถาม
เฮ่อผิงเซิงพยักหน้า พลางกล่าวว่า "จักรพรรดิเทพกวงหมิงกำลังตามหาความผันผวนของมิติอยู่ พอดีเลย ข้าจะเปิดช่องว่างมิติไปยังบริเวณใกล้กับเมืองหลวงของเขา เจ้านี่จะต้องไปตรวจสอบอย่างแน่นอน!"
"เมื่อถึงตอนนั้น ค่อยสังหารมันซะ!"
"แต่ว่า ก็ไม่ต้องรีบร้อน!"
"ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุด!"
เพราะถึงอย่างไร ก็เพิ่งจะสังหารร่างต้นของจักรพรรดิเทพกวงหมิงไปหมาดๆ หากเปิดช่องว่างมิติในทันที อาจทำให้เจ้านี่ตกใจตื่นกลัวได้ง่ายๆ
รอไปก่อนเถอะ!
เฮ่อผิงเซิงสะบัดมือ หยิบกล่องหยกออกมาอีกใบ
กล่องหยกใบนี้ คือของรางวัลที่หวังตุนได้รับจากการคว้าอันดับหนึ่งในงานชุมนุมบันไดสวรรค์แท่นศิลา ซึ่งเฮ่อผิงเซิงเป็นผู้รับแทน
หวังตุนเองก็เคยกล่าวไว้แล้ว ว่ารางวัลนี้ยกให้เขา
แต่เฮ่อผิงเซิงยังไม่มีโอกาสได้นำออกมาดูเลยว่ามันคือสิ่งใด!
จนกระทั่งบัดนี้ เขาถึงได้เปิดกล่องหยกใบนั้นออก!
ภายในกล่องหยก คือศิลาธาตุไฟก้อนหนึ่ง!
ขนาดไม่ใหญ่มากนัก ประมาณเท่ากำปั้นเท่านั้น
สีแดงฉาน และยังมีเปลวเพลิงสีแดงลุกโชนอยู่ด้วย
"นี่คือศิลาเทพนิพพานหรือ?" เฟิ่งอู่ที่อยู่ด้านข้าง เพียงแค่ปรายตามองก็จำศิลาก้อนนี้ได้ทันที
ในขณะเดียวกัน เฮ่อผิงเซิงก็พบว่ากระบองทองม่วงหงหมงที่อยู่ในร่างกายของเขาก็เกิดอาการสั่นไหว ดูเหมือนว่าเจ้านี่ก็มีความละโมบต่อศิลาเทพนิพพานเช่นกัน
"ของสิ่งนี้มีประโยชน์อันใด?" เฮ่อผิงเซิงถามเฟิ่งอู่
เฟิ่งอู่มีสีหน้าเคร่งขรึม พลางกล่าวว่า "ของสิ่งนี้ไม่ธรรมดาเลย มันคือสิ่งที่ผู้ฝึกตนมหาจักรพรรดิขั้นต้าเฉิงทิ้งไว้หลังจากสิ้นอายุขัย!"
"แน่นอนว่า มหาจักรพรรดิขั้นต้าเฉิงที่ข้าหมายถึง ก็คือมหาจักรพรรดิขั้นต้าเฉิงของเผ่าเฟิ่งหวงของเรา ส่วนมหาจักรพรรดิขั้นต้าเฉิงของเผ่าพันธุ์อื่น หลังจากตายแล้ว ก็ไม่มีของสิ่งนี้หรอกขอรับ!"
(จบแล้ว)