เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 140 - บดขยี้ไร้ปรานี

บทที่ 140 - บดขยี้ไร้ปรานี

บทที่ 140 - บดขยี้ไร้ปรานี


บทที่ 140 - บดขยี้ไร้ปรานี

“ข้างหน้าคือค่ายทหารอาเค่อซ่าครับ”

ทหารพม่าหนุ่มที่ทำหน้าที่นำทางหยุดฝีเท้าลง เขามองหน้าเย่ว์เหิงด้วยความหวาดกลัว

ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด

ไม่ได้เป็นเพราะต้องเดินเท้าบุกป่าฝ่าดงมาเป็นสิบกิโลเมตรหรอกนะ

ในฐานะคนท้องถิ่น ทหารพม่าหนุ่มคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแถวนี้เป็นอย่างดี และชินกับการเดินป่าเป็นระยะทางไกลๆ แล้ว

การมาถึงที่นี่แทบจะไม่ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเลยด้วยซ้ำ

เขาแค่กลัว

กลัวว่าเย่ว์เหิงจะไม่รักษาสัญญา

และฆ่าเขาปิดปาก!

สายตาของเย่ว์เหิง ทอดมองไปยังฐานที่มั่นเขตแดนของกองทัพทุนคินที่อยู่เบื้องหน้า

ที่นี่ไม่มีมลพิษจากเมืองสมัยใหม่และโรงงานอุตสาหกรรม ท้องฟ้าจึงดูสดใสกระจ่างตาเป็นพิเศษ

ภายใต้แสงดาวระยิบระยับที่สาดส่องลงมา

ค่ายทหารที่สร้างอิงแอบกับภูเขาก็ปรากฏแก่สายตาของเย่ว์เหิง

พื้นที่ของค่ายทหารแห่งนี้ไม่ได้กว้างขวางมากนัก

มีรั้วที่ทำจากเสาไม้และลวดหนามล้อมรอบบ้านพักชั่วคราวที่เรียงรายกันเป็นแถว

ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของค่าย มีหอสังเกตการณ์ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งละหนึ่งป้อม

บนหอสังเกตการณ์มีการติดตั้งไฟฉายแรงสูง โดยมีทหารยามคอยควบคุมให้สาดส่องไปรอบๆ ค่ายอย่างต่อเนื่อง

เพื่อป้องกันศัตรูบุกรุก

ดูเหมือนจะมีการป้องกันที่แน่นหนา แต่ในสายตาของเย่ว์เหิงกลับเต็มไปด้วยช่องโหว่!

เขาหันไปพูดกับทหารพม่าหนุ่ม “มาถ่ายรูปกันหน่อย”

ทหารพม่าหนุ่ม: “ห๊ะ?”

เย่ว์เหิงใช้ค่ายทหารอาเค่อซ่าเป็นฉากหลัง

ให้เหลียงคุนกอดคอทหารพม่าหนุ่มเอาไว้

จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา เปิดโหมดถ่ายภาพกลางคืน “พวกคุณสองคนยิ้มหน่อยสิ”

เหลียงคุนยิ้มโชว์ฟันขาวพร้อมกับชูสองนิ้วเป็นตัววี

ส่วนทหารพม่าหนุ่มที่ถูกบังคับให้เข้ากล้อง

ทำได้เพียงฝืนยิ้มที่ดูเหมือนจะร้องไห้ซะมากกว่าออกมา

เขาเข้าใจเจตนาของเย่ว์เหิงแล้ว—นี่มันกำลังเก็บหลักฐานว่าเขาเป็นคนทรยศชัดๆ!

อันที่จริงต่อให้ไม่มีรูปถ่ายเป็นหลักฐาน

ทหารพม่าหนุ่มก็ไม่กล้าแพร่งพรายเรื่องในคืนนี้ออกไปแม้แต่ครึ่งคำหรอก

ไม่เช่นนั้นเขาต้องตายแน่!

เมื่อนึกถึงความโหดเหี้ยมของนายพลทุนคิน ทหารพม่าหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง

แชะ!

ภาพถูกบันทึกเอาไว้แล้ว

เย่ว์เหิงส่งสายตาให้เหลียงคุน

เหลียงคุนเข้าใจทันที เขาสับสันมือลงบนท้ายทอยของทหารพม่าหนุ่มอย่างแรง

ทหารพม่าหนุ่มตาเหลือกขึ้นบน และสลบเหมือดไปในทันที

เหลียงคุนมือไวคว้าร่างเขาไว้ได้ทัน แล้วค่อยๆ วางเขาลงกับพื้น เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง

ก่อนจะถามขึ้น “จะปล่อยเขาไปแบบนี้เลยเหรอ?”

เหลียงคุนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เย่ว์เหิงไม่ใช่คนใจอ่อนมีเมตตาสักหน่อย

เขาเห็นกับตาว่าเย่ว์เหิงฆ่าทหารพม่าไปเป็นร้อยคนแล้ว

แม่นยำทุกนัด!

เย่ว์เหิงพยักหน้า

ถ้าคิดจะฆ่าปิดปากล่ะก็

เขาก็คงลงมือไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลาถ่ายรูปเก็บหลักฐานหรอก

ก่อนหน้านี้เย่ว์เหิงได้รับปากกับทหารพม่านายนี้ไว้แล้ว

ในเมื่ออีกฝ่ายยอมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และไม่ได้ตุกติกอะไรเลย

เขาก็ต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้สิ

นี่คือหลักการในการใช้ชีวิตของเย่ว์เหิง!

ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบไหน เขาก็ยึดมั่นในจุดยืนของตัวเองมาโดยตลอด

ความยึดมั่นนี้แหละ ที่ทำให้เย่ว์เหิงไม่เคยหลงทางในชีวิต

และในชาตินี้ก็ไม่ข้อยกเว้นเช่นกัน

หลังจากจัดการปัญหาเล็กๆ นี้เสร็จ เย่ว์เหิงก็ปล่อยแมลงปีกแข็งกลไกทั้งหกตัวออกมา

ภายใต้การควบคุมด้วยจิตสำนึกของเขา

แมลงปีกแข็งกลไกทั้งหกก็กระพือปีกบินลอบเข้าไปในค่ายทหารอาเค่อซ่าจากทิศทางที่แตกต่างกัน

ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ การพรางตัวของแมลงปีกแข็งกลไกถือว่ายอดเยี่ยมมาก

ต่อให้มีคนบังเอิญเห็นมันเข้าในระหว่างที่กำลังสอดแนมอยู่

พวกเขาก็คงไม่ทันได้สนใจมันด้วยซ้ำ

แถมด้วยขนาดตัวที่เล็กจิ๋ว ยังทำให้แมลงปีกแข็งกลไกสามารถลอบเข้าไปในตัวอาคารและห้องต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

ทหารยามบนหอสังเกตการณ์ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ เลย

ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบนาที เย่ว์เหิงก็รับรู้สถานการณ์ภายในค่ายทหารอาเค่อซ่าได้คร่าวๆ แล้ว

เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

ภายในฐานที่มั่นเขตแดนของกองทัพทุนคินนั้น ว่างเปล่ากว่าที่คิด มีทหารพักผ่อนอยู่ในค่ายเพียงร้อยกว่านายเท่านั้น

ทั้งๆ ที่ที่นี่มีทหารประจำการอยู่ถึงหนึ่งกองพันเชียวนะ!

เย่ว์เหิงเดาว่ากองกำลังหลักของศัตรูคงถูกส่งออกไปหมดแล้ว และเป้าหมายก็เพื่อออกตามล่าตัวเขากับเหลียงคุนนั่นเอง!

และตอนนี้เย่ว์เหิงก็มาปรากฏตัวถึงหน้าประตูบ้านแล้ว

เขาพูดกับเหลียงคุน “คุณรออยู่ที่นี่นะ รอผมกลับมาก่อนค่อยไป”

แม้ว่าน้ำเสียงของเย่ว์เหิงจะดูราบเรียบ แต่เหลียงคุนก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าที่แฝงอยู่

เขารู้ดีว่าในการต่อสู้ระดับนี้

ตัวเองคงมีประโยชน์แค่หยิบมือเดียว

เผลอๆ จะกลายเป็นตัวถ่วงของเย่ว์เหิงซะด้วยซ้ำ

เขาจึงตอบตกลงสั้นๆ อย่างว่าง่าย “ตกลงครับ!”

เย่ว์เหิงปลดซองกระสุนและระเบิดมือสองสามลูกที่ห้อยอยู่บนตัวเหลียงคุนออก ก่อนจะถือปืน AK47 แล้วเดินอาดๆ เข้าไปหาค่ายทหารที่อยู่เบื้องหน้า

เนื่องจากเขาไม่ได้พยายามปกปิดการเคลื่อนไหวของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

จึงถูกทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้าประตูค่ายพบเห็นในเวลาไม่นานนัก

“อะคานิด้า!”

ทหารยามสองนายยกปืนไรเฟิลจู่โจมขึ้น พร้อมกับตะโกนถามเย่ว์เหิงเสียงดังลั่น

แสงไฟจากหอสังเกตการณ์ก็สาดส่องตามมาทันที

แต่เพราะเย่ว์เหิงสวมเครื่องแบบของทหารพม่าอยู่ พวกเขาจึงไม่ได้เปิดฉากยิงในทันที

ปัง! ปัง! ปัง!

แต่คนที่เปิดฉากยิงก่อนคือเย่ว์เหิง

ทุกครั้งที่เขาลั่นไก จะต้องมีหัวของทหารพม่าระเบิดกระจุยกลายเป็นละอองเลือดทันที

แม่นยำจนน่าขนลุก

ทหารยามที่เฝ้าประตูค่ายและทหารบนหอสังเกตการณ์ กลายเป็นเหยื่อสังเวยกลุ่มแรกในศึกครั้งนี้!

เสียงปืนที่ดังก้องกังวาน ได้ทำลายความเงียบสงบของค่ายทหารอาเค่อซ่าลงอย่างสิ้นเชิง

ฐานที่มั่นเขตแดนของกองทัพทุนคินแห่งนี้ กลายสภาพเป็นรังมดที่ถูกน้ำเดือดราดรดในพริบตา

ปั่นป่วนไปหมด!

เหล่าทหารพม่าที่กำลังหลับใหลอยู่ในค่ายต่างก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ

บางคนก็ตะโกนโหวกเหวกโวยวายเป็นภาษาพม่า บางคนก็รีบลุกลี้ลุกลนสวมเสื้อผ้ากางเกง และมีบางคนที่วิ่งเท้าเปล่าไปที่ชั้นวางอาวุธ

เพล้ง!

หน้าต่างกระจกบานหนึ่งถูกกระสุนยิงแตก ตามมาด้วยระเบิดมือที่ถูกโยนเข้าไปทีละลูก

ตูม! ตูม! ตูม!

ห้องพักทหารแห่งนี้กลายเป็นขุมนรกบนดินในพริบตา

เย่ว์เหิงเดินเล่นอยู่ในค่ายทหารอย่างสบายอารมณ์

ศัตรูคนใดก็ตามที่ปรากฏขึ้นในระยะสายตาของเขา

จะได้รับการทักทายจากกระสุนปืนไรเฟิลอานุภาพปานกลางขนาด 7.62×39 มม. ในทันที!

ไม่เข้าที่หัว ก็เข้าที่หัวใจ

บางครั้งเขาก็จะหยุดชะงัก เพื่อโยนระเบิดลูกเกลี้ยงออกไปสักสองสามลูก

ระเบิดจนทหารพม่าร้องโอดโอยครวญคราง!

ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครสามารถตอบโต้เย่ว์เหิงได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยหรอกนะ

ทว่ากระสุนที่พวกเขายิงออกมา ไม่ถูกเย่ว์เหิงหลบพ้น ก็ถูกบาเรียพลังงานที่คอยปกป้องเขาอยู่ขวางกั้นไว้จนหมด

แม้แต่เส้นขนก็ยังไม่ร่วงเลยสักเส้นเดียว

ในขณะที่กระสุนของเย่ว์เหิง กลับสามารถปลิดชีพพวกเขาได้อย่างง่ายดาย!

การต่อสู้ในครั้งนี้ ตกเป็นฝ่ายเย่ว์เหิงที่ได้เปรียบอยู่ฝ่ายเดียวตั้งแต่เริ่ม

เป็นการบดขยี้อย่างสมบูรณ์แบบ

ใช้เวลาเพียงไม่นาน ทหารพม่าที่เหลือรอดก็ถึงกับสติแตก!

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นถึงทหารชั้นยอดของกองทัพทุนคินก็ตามที

แต่นั่นก็เป็นแค่การเปรียบเทียบในหมู่ทหารด้วยกันเท่านั้น

เมื่อปราศจากความมุ่งมั่นในการต่อสู้ที่หล่อหลอมด้วยเลือดและเหล็กกล้า เมื่อต้องเผชิญกับความตายอันน่าสยดสยองของเพื่อนร่วมรบ และศัตรูที่แข็งแกร่งราวกับเทพเจ้า

พวกเขาต่างก็พากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปคนละทิศคนละทาง

เย่ว์เหิงเมินเฉยต่อพวกทหารเลวพวกนี้ เขาเดินตรงไปยังศูนย์บัญชาการที่ตั้งอยู่ใจกลางค่ายทันที

ในขณะที่เดินไป เย่ว์เหิงก็หยิบซองกระสุนอันใหม่ออกมา

เขาใช้ซองกระสุนใหม่ดันสลักยึดซองกระสุนของปืน AK47 แล้วดันซองกระสุนเก่าไปข้างหน้าจนหลุดออก

ก่อนจะใส่ซองกระสุนใหม่เข้าไปแทนที่ในพริบตา

ทุกท่วงท่าลื่นไหลต่อเนื่อง ใช้เวลาเพียงพริบตาเดียวก็บรรจุกระสุนเสร็จสรรพ

เนื่องจากในรังเพลิงยังมีกระสุนค้างอยู่นัดหนึ่ง จึงไม่ต้องเสียเวลาดึงสลักเพื่อขึ้นลำกล้องใหม่เลย

ซึ่งช่วยรักษาความต่อเนื่องในการยิงปืนไว้ได้อย่างเต็มที่

วิธีการเปลี่ยนซองกระสุนที่สุดแสนจะเท่บาดใจแบบนี้ เย่ว์เหิงไม่ได้เป็นคนคิดค้นขึ้นมาเองหรอกนะ

เขาแค่เคยเห็นในคลิปวิดีโอบนอินเทอร์เน็ต แล้วเอามาลองใช้จริงในการต่อสู้ที่ผ่านมา

และตอนนี้เขาก็ใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วและชำนาญแล้ว

ปัง! ปัง!

ปืน AK47 พ่นไฟออกมาระลอกใหม่ ทหารพม่าที่เพิ่งวิ่งพุ่งออกมาจากศูนย์บัญชาการก็ล้มลงไปนอนกองกับพื้นทันที

ศูนย์บัญชาการของค่ายทหารอาเค่อซ่าตั้งอยู่ในอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น บนดาดฟ้ามีการขึงตาข่ายพรางตาเอาไว้ และยังมีเสาอากาศติดตั้งอยู่จำนวนมาก

แถมข้างๆ ศูนย์บัญชาการยังมีเฮลิคอปเตอร์ขนส่งจอดอยู่อีกหนึ่งลำด้วย!

เดิมทีเย่ว์เหิงตั้งใจจะใช้แผนเด็ดหัวแม่ทัพ

แต่หลังจากส่งแมลงปีกแข็งกลไกเข้าไปสอดแนม ก็พบว่าการป้องกันภายในนั้นหละหลวมมาก

แผนเด็ดหัวแม่ทัพจึงกลายเป็นแผนบุกทะลวงไปโดยปริยาย

เบื้องหน้าของเขาคือป้อมปราการแห่งสุดท้ายของศัตรู!

จู่ๆ เขาก็เอียงคอหลบ

หัวกระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวผ่านบาเรียพลังงานไป

ประกายไฟจากแม่เหล็กไฟฟ้าที่สว่างวาบขึ้นในพริบตา เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าอานุภาพของมันเหนือกว่ากระสุนปืนไรเฟิลทั่วไปมาก

ปัง!

จากนั้นเย่ว์เหิงถึงได้ยินเสียงปืนดังมาจากภายในศูนย์บัญชาการ

สไนเปอร์!

เขาหันปากกระบอกปืนไปทางหน้าต่างชั้นสอง แล้วกราดยิงใส่ชุดใหญ่โดยไม่ลังเล

จนกระทั่งไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ดังมาจากข้างบนอีก

เย่ว์เหิงเร่งฝีเท้าวิ่งเข้าใส่ศูนย์บัญชาการ พร้อมกับโยนปืน AK47 ที่กระสุนหมดเกลี้ยงทิ้งไป

แล้วเปลี่ยนมาใช้ปืนพกเบเร็ตต้าแทน

M9 กระบอกนี้ เขาได้มาจากหัวหน้าหน่วยทหารพม่าคนหนึ่ง

สภาพยังดีและได้รับการดูแลมาอย่างดีเยี่ยม

ในวินาทีที่เขากระโจนเข้าไปในตัวอาคาร เย่ว์เหิงก็เหนี่ยวไกปืนอย่างต่อเนื่อง

ปัง! ปัง!

ทหารพม่าสองนายที่ซ่อนตัวอยู่ตรงมุมห้อง ร้องโหยหวนก่อนจะล้มลงไปจมกองเลือด

ต่อให้ไม่มีภาพมุมมองจากแมลงปีกแข็งกลไกคอยช่วย ด้วยทักษะ “ตาข่ายจิตสำนึก” จาก [เคล็ดวิชาต่อสู้ด้วยพลังจิต] ก็ทำให้เย่ว์เหิงสามารถรับรู้ถึงตำแหน่งของศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในระยะประชิดได้ล่วงหน้าอยู่ดี

คิดจะลอบโจมตีสวนกลับงั้นเหรอ?

ฝันไปเถอะ

ที่นี่มีเพียงการบดขยี้ที่ราบคาบและไร้ความปรานีเท่านั้น!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 140 - บดขยี้ไร้ปรานี

คัดลอกลิงก์แล้ว