เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 - ชะตามีเคราะห์ (ตอนต้น)

บทที่ 130 - ชะตามีเคราะห์ (ตอนต้น)

บทที่ 130 - ชะตามีเคราะห์ (ตอนต้น)


บทที่ 130 - ชะตามีเคราะห์ (ตอนต้น)

หลังจากกลับมาถึงห้องพักในโรงแรม เย่ว์เหิงถึงได้เปิดกล่องไม้ที่หม่าหมินเต๋อมอบให้ออกดู

อันที่จริงตอนที่เพิ่งได้สัมผัสกับครอบครัวตระกูลหม่า ความประทับใจแรกที่เขามีต่อหม่าหมินเต๋อและหม่าฮ่าวเฉิงนั้นแย่มาก

คุณปู่หม่าอารมณ์ร้ายแถมยังดื้อรั้น ท่าทางการพูดจาราวกับว่าคนอื่นติดหนี้แกอยู่สักแปดล้าน

พูดคุยด้วยยากมาก

ส่วนหม่าฮ่าวเฉิงก็ขโมยของสะสมที่ผู้เป็นพ่อหวงแหนปานชีวิตไปขาย

หากเย่ว์เหิงไม่ชิงมาแย่งซื้อไว้ก่อน ดาบเหิงเตาเซวียนเจี๋ยอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์เล่มนี้ก็จะต้องหลุดรอดไปต่างประเทศ

และตกไปอยู่ในมือของคนต่างชาติ!

ทว่าหลังจากได้พูดคุยกันหลายครั้ง เย่ว์เหิงก็เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อพวกเขา

แม้หม่าหมินเต๋อจะมีนิสัยดื้อรั้น แต่ชายชราผู้นี้ก็มีหลักศีลธรรมที่ตนเองยึดมั่น

ส่วนหม่าฮ่าวเฉิงก็เป็นเพียงชายวัยกลางคนที่แบกรับภาระชีวิตไม่ไหว

การที่เขานำดาบไปขาย ก็เพียงเพื่อปกป้องครอบครัวของตนเองเท่านั้น

และการที่เย่ว์เหิงเต็มใจมอบเงินเพิ่มให้ครอบครัวตระกูลหม่าอีกแปดแสน เดิมทีก็เพียงเพื่อความสบายใจของตัวเอง

เงินแค่นี้ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาเลย แต่มันสามารถทำให้ครอบครัวของอีกฝ่ายมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้

ถือเป็นการตอบแทนคุณค่าของดาบเหิงเตาเซวียนเจี๋ยที่หม่าหมินเต๋ออุตส่าห์เก็บรักษามาอย่างยาวนาน

เย่ว์เหิงนึกไม่ถึงเลยว่า ตนเองจะได้รับวัตถุวิเศษมาเพิ่มอีกหนึ่งชิ้นเพราะเหตุนี้

สิ่งที่บรรจุอยู่ในกล่องไม้ คือมีดสั้นเล่มหนึ่ง

รูปทรงของมีดสั้นเล่มนี้มีกลิ่นอายของสไตล์ซีอวี้อย่างเห็นได้ชัด ตัวมีดเป็นสีเทาเงิน บนพื้นผิวมีลวดลายคล้ายคลื่นน้ำที่สลับซับซ้อน ดูคล้ายกับเหล็กดามัสกัสมาก

มันดูคมกริบอย่างยิ่ง ปลายมีดส่องประกายเย็นเยียบชวนขนลุกเมื่อต้องแสงไฟในห้อง

แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า มันจะมีอายุยาวนานกว่าพันปี!

เย่ว์เหิงยื่นมือออกไปหยิบมีดสั้นเล่มนี้ขึ้นมาหมุนเล่นดู

ด้ามจับของมันน่าจะทำมาจากนอแรด พื้นผิวเคลือบด้วยรอยมันวาวจากการใช้งาน

มีอักษรจีนคำว่า “หย่งอี้” (กล้าหาญเด็ดเดี่ยว) สลักอยู่

ลายเส้นของตัวอักษรนั้น เป็นลายมือเดียวกันกับคำว่า “เซวียนเจี๋ย” บนดาบเหิงเตาไม่มีผิดเพี้ยน

เย่ว์เหิงลองถ่ายทอดพลังจิตเข้าไปในมีดสั้น

เขาได้เห็นภาพทหารชราผมขาวโพลนปกป้องเมืองอันโดดเดี่ยวอีกครั้ง กองทัพศัตรูนับไม่ถ้วนแห่กันปีนป่ายขึ้นมาบนกำแพงเมือง พวกเขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง ทว่าด้วยกำลังพลที่น้อยกว่าจึงพ่ายแพ้ และล้มลงจมกองเลือดไปทีละคนๆ

ภาพสุดท้ายที่เย่ว์เหิงได้เห็น คือมีดสั้นเล่มหนึ่งที่แทงทะลุหัวใจของแม่ทัพศัตรูอย่างโหดเหี้ยม

สายตาของเขาถูกย้อมไปด้วยสีเลือดอันไร้ที่สิ้นสุดอีกครั้ง!

แต่ทว่าในครั้งนี้ ผลกระทบทางจิตใจที่เย่ว์เหิงได้รับนั้นเบาบางลงมาก

หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เจตจำนงของเขาได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมหาศาลหลังจากผ่านบททดสอบจากดาบเหิงเตาเซวียนเจี๋ยมาแล้ว

ดั่งที่ชายชราหม่าได้กล่าวไว้ ดาบเหิงเตาเซวียนเจี๋ยและมีดสั้นหย่งอี้เป็นของคู่กัน ล้วนเป็นของทหารต้าถังผู้หนึ่งที่ยืนหยัดสู้รบอยู่ในเมืองอันโดดเดี่ยว มันอยู่เคียงข้างเขาและร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงวินาทีสุดท้าย!

พลังที่แฝงอยู่ในดาบเหิงเตาเซวียนเจี๋ยคือ: ทำลายทัพ

ขอเพียงมีพลังแห่งความชอบธรรมอยู่ในใจ เมื่อถือดาบกวัดแกว่งไปทั่วสารทิศ ยิ่งศัตรูแข็งแกร่ง เราก็จะยิ่งแข็งแกร่งกว่า

ส่วนความสามารถของมีดสั้นหย่งอี้คือ: ทะลวงเกราะ

ไม่ว่าเกราะของศัตรูจะแข็งแกร่งและหนาเตอะเพียงใด มีดสั้นเล่มนี้ก็สามารถแทงทะลุได้

พวกมันคือสุดยอดอาวุธในการต่อสู้ระยะประชิด และยังเป็นฝันร้ายของเหล่าศัตรู!

หากไม่ได้อยู่ในห้องพักโรงแรม เย่ว์เหิงคงอยากจะถือทั้งดาบและมีดสั้น ลองร่ายรำกระบวนท่าต่อสู้ระยะประชิดดูสักตั้ง

อาวุธวิเศษทั้งสองชิ้นนี้ เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะใช้คู่กับ “เกราะเทพสงคราม”

การเดินทางมาเมืองจินเฉิงในครั้งนี้ของเย่ว์เหิง เรียกได้ว่าเก็บเกี่ยวความสำเร็จกลับไปได้อย่างมหาศาล!

ตูม!

ณ สนามประลองใต้ดินจินซ่าวา เมืองซาลอกา พม่าใต้ ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่าสามพันลี้ ภายในกรงสัตว์ร้ายขนาดมหึมา เหลียงคุนพุ่งชนเข้าใส่คู่ต่อสู้อย่างรุนแรงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ

นักสู้ผิวดำเจ้าของฉายา “ราชสีห์เลือด” กระเด็นลอยละลิ่วราวกับว่าวสายป่านขาดในทันที

ทั้งร่างของเขาราวกับถูกทุบด้วยค้อนหนักหมื่นชั่ง รูปร่างที่กำยำบึกบึนงอคุดคู้เหมือนกุ้งต้ม กระดูกหน้าอกแหลกละเอียด ร่างลอยละลิ่วไปกระแทกกับลูกกรงเหล็กอย่างจัง

ปัง!

กรงสัตว์ร้ายที่ทำจากโลหะน้ำหนักหลายพันกิโลกรัมสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง “ราชสีห์เลือด” กระดอนตกลงมากระแทกพื้น

เขากระอักเลือดคำโตที่มีเศษชิ้นส่วนอวัยวะภายในปะปนออกมาด้วย

แขนขาชักกระตุกอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะแน่นิ่งไร้ลมหายใจ

“ผู้ชนะ หมาป่าคลั่ง!”

เสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นของพิธีกร จุดประกายบรรยากาศภายในสนามให้ลุกเป็นไฟในชั่วพริบตา

ปึกธนบัตรและชิปคาสิโนปลิวว่อนลงมายังกรงสัตว์ร้ายราวกับห่าฝน ผู้ชมนับไม่ถ้วนต่างพากันส่งเสียงเชียร์ผู้ชนะอย่างบ้าคลั่ง

เหลียงคุนชูแขนทั้งสองข้างขึ้นสูง โพสท่าเบ่งกล้ามแสดงพลังอันเป็นเอกลักษณ์

เรียกเสียงกรี๊ดร้องได้ดังกึกก้อง!

เมื่อรวมกับชัยชนะในรอบนี้ เขาก็สามารถเอาชนะการต่อสู้มรณะในกรงสัตว์ร้ายได้ติดต่อกันถึงสี่นัดแล้ว และสังหารคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งไปถึงสี่คน

เนื่องจากการต่อสู้แต่ละนัดจบลงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ตอนนี้เหลียงคุนจึงกลายเป็นนักสู้ยอดนิยมของสนามประลองใต้ดินจินซ่าวาไปแล้ว มีนักพนันจำนวนมากลงเดิมพันข้างเขา

และเงินรางวัลรวมจากการต่อสู้มรณะของเหลียงคุนก็สะสมทะลุ 5 ล้านไปแล้ว

ตามกฎของสนามประลอง หากเขาชนะอีกเพียงนัดเดียว เขาก็จะสามารถหอบเงิน 10 ล้านกลับไปได้ทันที!

เหลียงคุนเดินวนรอบกรงสัตว์ร้ายหนึ่งรอบเพื่อรับเสียงเชียร์จากผู้ชม ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องพักของตนเอง

นัดสุดท้ายแล้ว!

เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดคราบเลือดของคู่ต่อสู้ที่ติดอยู่ตามร่างกาย ก่อนจะเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าที่สะอาด

เขาอดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจออกมายาวๆ รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

การต่อสู้นัดที่ห้าของเหลียงคุนถูกจัดขึ้นในคืนพรุ่งนี้ แถมยังเป็นการลงแข่งในฐานะนักสู้ระดับหัวกะทิอีกด้วย

ความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้จะต้องร้ายกาจมากแน่ๆ แต่เหลียงคุนก็ไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

ตอนนี้เขาเพียงแค่อยากให้เวลาผ่านไปไวๆ พอต่อสู้นัดสุดท้ายเสร็จ เขาก็จะกลับประเทศไปหาภรรยา

แล้วก็ซื้อบ้านหลังใหม่ในไท่เจียง ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขและอบอุ่น

“พี่หมาป่า!”

ชายเสื้อเชิ้ตลายดอกพรวดพราดเข้ามาในห้อง เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ม... มีเถ้าแก่ใหญ่ท่านหนึ่งต้องการจะพบพี่ครับ!”

เถ้าแก่ใหญ่?

เหลียงคุนขมวดคิ้วมุ่น โบกมือปัด “ช่วยปฏิเสธไปที”

ตัวแทนที่สนามประลองส่งมาคนนี้ หลักๆ ก็มีประโยชน์แค่นี้แหละ

ในช่วงสามวันที่ผ่านมา มีเศรษฐีนีหลายคนถูกตาต้องใจความแข็งแกร่งดุดันของเหลียงคุน และเชิญเขาไปนั่งคุยด้วย

เจตนานั้นชัดเจนโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย

แต่เหลียงคุนก็ปฏิเสธไปจนหมดสิ้น

เขาคิดว่าคราวนี้ก็คงเจอคนประเภทเดียวกันอีก จึงรู้สึกรำคาญใจอยู่บ้าง

“พี่หมาป่าครับ”

ชายเสื้อเชิ้ตลายดอกตกใจ รีบลดเสียงลงอธิบาย “ท่านนี้คือเถ้าแก่ใหญ่ตัวจริงเสียงจริงครับ เป็นถึงนายน้อยจากตระกูลดังฝั่งสยาม สนิทสนมกับบอสของเรามากด้วย ไปขัดใจเขาไม่ได้เด็ดขาดนะครับ”

เหลียงคุนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

ดังคำกล่าวที่ว่า มังกรพลัดถิ่นมิอาจข่มงูดิน

การที่เขาเดินทางมาเข้าร่วมการประลองมรณะที่เมืองซาลอกาเพียงลำพัง แม้จะสามารถคว้าชัยชนะมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถล่วงเกินผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ได้

อีกฝ่ายเพียงแค่ขยับนิ้ว ก็สามารถบดขยี้เขาให้แหลกคามือได้แล้ว

แม้ช่วงนี้เขาจะมีความมั่นใจล้นเปี่ยม แต่เหลียงคุนก็ไม่ได้เย่อหยิ่งจนคิดว่าตัวเองไร้เทียมทานหรอกนะ!

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ลุกขึ้นแล้วเอ่ย “งั้นก็ไปกันเถอะ”

ภายใต้การนำทางของชายเสื้อเชิ้ตลายดอก ทั้งสองคนก็ขึ้นลิฟต์ไปยังศูนย์รวมความบันเทิงของโรงแรมจินซ่าวาแกรนด์

ณ ห้องวีไอพีสุดหรู

เหลียงคุนก็ได้พบกับนายน้อยตระกูลดังแห่งสยามที่ชายเสื้อเชิ้ตลายดอกพูดถึง

อีกฝ่ายนั่งวางมาดอยู่ตรงกลางโซฟาหนังสุดหรู แขนซ้ายขวาโอบกอดสาวสวยหน้าตาดีสองคน มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แดงพลางจิบเบาๆ สายตาก็จับจ้องไปที่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ซึ่งกำลังถ่ายทอดสดการต่อสู้มรณะในกรงสัตว์ร้าย

ไวน์แดงในแก้วที่เขาถืออยู่ ส่องประกายสีเลือดวาววับ

นายน้อยแห่งสยามผู้นี้อายุราวๆ ยี่สิบกว่าปี หน้าตาหล่อเหลาเอาการ ที่หูข้างซ้ายสวมต่างหูเพชรหนึ่งเม็ด

อาจเป็นเพราะหมกมุ่นกับสุราและนารีมากเกินไป ถุงใต้ตาของเขาจึงบวมเป่ง ใบหน้าก็ดูซีดเซียว

ดูมีกลิ่นอายความชั่วร้ายแผ่ซ่านออกมา

“นายน้อยเซี่ยครับ”

ชายเสื้อเชิ้ตลายดอกโค้งคำนับอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม “พาตัวมาแล้วครับ”

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ปรายตามองเหลียงคุนอย่างเกียจคร้าน “นั่งสิ”

“สวัสดีครับนายน้อยเซี่ย”

เหลียงคุนนั่งลงบนโซฟาตัวข้างๆ เอ่ยถามด้วยท่าทีไม่ถ่อมตนและไม่หยิ่งยโสจนเกินไป “ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?”

นายน้อยเซี่ยหาวหวอดๆ สูดจมูกฟุดฟิดก่อนจะเอ่ย “แกเก่งมากนะ”

เหลียงคุนยิ้ม “นายน้อยเซี่ยชมเกินไปแล้วครับ”

ทว่าในใจกลับเกิดความระแวดระวังขึ้นมาอย่างรุนแรง

ตอนที่ทำงานอยู่ที่สถานบันเทิงเฉียนกง เหลียงคุนเคยพบเจอลูกคุณหนูที่เย่อหยิ่งจองหองมานักต่อนักแล้ว

คนพวกนี้ส่วนใหญ่มักจะมีพฤติกรรมประหลาด นิสัยแปลกประหลาด บทจะพลิกหน้าก็เร็วกว่าพลิกหน้าหนังสือ ยากที่จะคาดเดาด้วยตรรกะของคนปกติได้

แถมยังเอาใจยากสุดๆ!

เหลียงคุนได้กลิ่นอายที่คุ้นเคยโชยมา

เขาหารู้ไม่ว่า...

อันที่จริงแล้วตามเส้นทางชีวิตปกติ

เหลียงคุนควรจะได้เจอกับนายน้อยตระกูลดังแห่งสยามผู้นี้เป็นครั้งแรกที่เฉียนกง ในเดือนพฤษภาคมปีหน้า!

“อืม”

นายน้อยเซี่ยโบกมือ

บอดี้การ์ดชุดดำที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็ยกกระเป๋ารหัสสีเงินใบหนึ่งมาวางไว้ตรงหน้าเหลียงคุนทันที

แกร๊ก!

บอดี้การ์ดชุดดำเปิดกระเป๋าออก ภายในอัดแน่นไปด้วยธนบัตรใบละร้อยดอลลาร์!

เมื่อเห็นเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ เปลือกตาของเหลียงคุนก็กระตุกขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

“หมาป่าคลั่ง”

นายน้อยเซี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ในนี้มีเงินสองล้านดอลลาร์ ขอแค่คืนพรุ่งนี้แกยอมแพ้ให้ ‘หลงเซี่ยง’ เงินพวกนี้ก็จะเป็นของแกทั้งหมด”

เหลียงคุนเงยหน้าขวับมองอีกฝ่ายทันที

แววตาของเขาดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “นายน้อยเซี่ยครับ ถ้าชีวิตยังรักษาไว้ไม่ได้ จะเอาเงินเยอะแยะไปทำไมล่ะครับ?”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 130 - ชะตามีเคราะห์ (ตอนต้น)

คัดลอกลิงก์แล้ว