- หน้าแรก
- อดีตบอสใหญ่ต้องร้องไห้ เมื่อผมขโมยไอเทมดรอปของเขาตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกม
- บทที่ 44 - พรหมลิขิต
บทที่ 44 - พรหมลิขิต
บทที่ 44 - พรหมลิขิต
บทที่ 44 - พรหมลิขิต
ถนนไท่อันตอนกลาง ศูนย์การค้าว่านเหลียน
ทันทีที่ลงจากรถแท็กซี่ เย่ว์เหิงก็เหลือบไปเห็นเหลียงคุนที่ยืนอยู่หน้าห้างสรรพสินค้า
“คุณชายเย่ว์”
เหลียงคุนเองก็สังเกตเห็นเย่ว์เหิงเช่นกัน จึงรีบสาวเท้าเข้ามาต้อนรับ
เพียงแต่แววตาของเขาแฝงไปด้วยความประหลาดใจ
เพราะรูปลักษณ์ของเย่ว์เหิงในเวลานี้ ช่างขัดกับภาพจำที่คุณชายเย่ว์ในความทรงจำของเขาอย่างสิ้นเชิง
แม้เย่ว์เหิงจะอายุน้อย
แต่เหลียงคุนก็ไม่เคยมองว่าเขาเป็นเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลย
สิ่งที่เขาสัมผัสได้จากเย่ว์เหิง คือความเป็นผู้ใหญ่ ความเยือกเย็น และความแข็งแกร่งดุดัน ซึ่งแตกต่างจากเด็กหนุ่มทั่วไปอย่างสิ้นเชิง!
เหลียงคุนถึงกับรู้สึกเกรงกลัวเย่ว์เหิงอยู่ลึกๆ ด้วยซ้ำ
ทว่าเย่ว์เหิงในตอนนี้กลับหิ้วกระเป๋าเด็กอ่อนไว้ในมือ และมีทารกหญิงห้อยต่องแต่งอยู่ที่หน้าอก
เหมือนคุณพ่อลูกอ่อนไม่มีผิดเพี้ยน
แถมยังเป็นคุณพ่อวัยใสอีกต่างหาก!
เพื่อไม่ให้เย่ว์เหิงสังเกตเห็นความผิดปกติ เหลียงคุนจึงรีบหันไปทักทายยัยหนูตัวน้อยแทน “เถียนเถียน ไม่เจอกันนานเลยนะ แฮะๆ...”
ผลลัพธ์คือเถียนเถียนหันหน้าหนีไปซุกอกเย่ว์เหิงทันที มือน้อยๆ กำเสื้อยืดของเขาไว้แน่น
ไม่สนใจหมอนี่เลยสักนิด
เหลียงคุนลูบจมูกแก้เก้อ “จำคุณลุงไม่ได้แล้วเหรอเนี่ย”
พูดซะเหมือนสนิทกันมาก
เย่ว์เหิงรู้สึกว่าวันนี้พี่คุนจะเล่นใหญ่ไปหน่อย “แล้วพี่เสี่ยวเหวินล่ะ?”
“เอ้อ”
เหลียงคุนรีบตอบกลับ “เธอมาถึงแล้วล่ะ เดี๋ยวฉันพาไปหานะ”
เย่ว์เหิงอุ้มยัยหนูขึ้นลิฟต์ตามหลังเขามา จนกระทั่งมาถึงโรงฝึกศิลปะการต่อสู้ซึ่งตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของห้าง
โรงฝึกศิลปะการต่อสู้หงอู่!
เหลียงคุนบอกกับเย่ว์เหิงว่า โรงฝึกแห่งนี้เป็นของเพื่อนที่เขารู้จัก
ตัวเขาเองก็มีหุ้นอยู่ที่นี่นิดหน่อยเหมือนกัน
และยังรับหน้าที่เป็นครูฝึกด้วย
โรงฝึกแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวาง การตกแต่งอยู่ในระดับธรรมดา ภายในมีห้องออกกำลังกาย ลานประลอง และเวทีมวย
เนื่องจากไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ อีกทั้งยังเป็นช่วงบ่าย จึงมีลูกศิษย์มาฝึกซ้อมกันไม่มากนัก
ภายในห้องพักของโรงฝึก เย่ว์เหิงได้พบกับซูเสี่ยวเหวินอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะคุณชายเย่ว์”
เมื่อได้พบกับเย่ว์เหิง ซูเสี่ยวเหวินก็รู้สึกเขินอายและประหม่าเล็กน้อย
ทว่าในไม่ช้า สายตาของเธอก็ถูกดึงดูดโดยเถียนเถียนที่อยู่ในอ้อมกอดของเย่ว์เหิง “เอ๋?”
จู่ๆ ซูเสี่ยวเหวินก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาทารกหญิงคนนี้อย่างน่าประหลาด
“สวัสดีครับ”
เย่ว์เหิงลูบหลังยัยหนูเบาๆ แล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “พี่เสี่ยวเหวิน พี่คุนเล่าให้ฟังหมดแล้วใช่ไหมครับ?”
“ใช่ค่ะ”
ซูเสี่ยวเหวินเหลือบมองเหลียงคุนที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะรวบรวมความกล้าตอบกลับ “คุณชายเย่ว์ แม้ว่าฉันจะไม่เคยเป็นพี่เลี้ยงมาก่อน แต่ฉันก็เคยเรียนรู้งานด้านนี้มาบ้างค่ะ”
“หากคุณยินดีให้โอกาสฉัน ฉันจะพยายามดูแลเธอให้ดีที่สุดค่ะ”
ก่อนหน้านี้เหลียงคุนกำชับเป็นพิเศษว่า เย่ว์เหิงไม่ใช่คนธรรมดา และยังเป็นคนใจป้ำมาก
ซูเสี่ยวเหวินจึงอยากได้งานนี้จริงๆ
“ดีครับ”
เมื่อเทียบกับประสบการณ์อันโชกโชน เย่ว์เหิงให้ความสำคัญกับนิสัยใจคอมากกว่า—เขาคิดว่าซูเสี่ยวเหวินก็ไม่เลว
“เวลาทำงานของคุณกำหนดไว้คร่าวๆ คือตั้งแต่หกโมงเช้าถึงหกโมงเย็น ช่วงกลางคืนผมจะดูแลเอง ส่วนเรื่องเงินเดือน ผมให้เดือนละหนึ่งหมื่นหยวน หากต้องทำโอทีเดี๋ยวค่อยคิดแยกต่างหาก คุณคิดว่ายังไงครับ?”
เย่ว์เหิงคำนึงถึงช่วงเวลาเรียนของตัวเองในอนาคต จึงได้ตัดสินใจเช่นนี้
นอกจากนี้ หลังจากที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งไท่เจียงเปิดเทอม เขาตั้งใจว่าจะขออนุญาตไม่เข้าเรียนคาบทบทวนวิชาในช่วงค่ำ
ซูเสี่ยวเหวินตกใจ “ให้เยอะเกินไปแล้วค่ะ”
เธอทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่เฉียนกงอย่างยากลำบาก ต้องยกน้ำชาและอาหาร วุ่นวายจนดึกดื่นค่อนคืนทุกวัน
เงินเดือนยังน้อยกว่าที่เย่ว์เหิงเสนอให้ตอนนี้ตั้งเยอะ
แม้ว่าปัจจุบันค่าตอบแทนของพี่เลี้ยงจะไม่ใช่น้อยๆ ก็ตาม
แต่เธอเป็นแค่มือใหม่เองนะ!
เย่ว์เหิงหัวเราะ “งั้นตกลงตามนี้นะครับ”
เขารู้ตัวดีว่าให้เยอะไปหน่อย แต่สถานการณ์ของเถียนเถียนนั้นแตกต่างจากเด็กทั่วไป
เหลียงคุนขยิบตาให้ซูเสี่ยวเหวิน
ซูเสี่ยวเหวินรู้สึกเกรงใจ “ขอบคุณคุณชายเย่ว์มากค่ะ”
เย่ว์เหิงโบกมือปฏิเสธ
ซูเสี่ยวเหวินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “คุณชายเย่ว์คะ ตอนนี้ฉันขออุ้มเธอหน่อยได้ไหมคะ?”
เธออยากจะคุ้นเคยกับงานให้เร็วที่สุด
จะได้ไม่เสียแรงที่เย่ว์เหิงจ่ายเงินเดือนให้สูงขนาดนี้
เย่ว์เหิงตอบรับด้วยความยินดี “ได้สิครับ”
เขาปลดเป้อุ้มเด็กออก แล้วส่งเถียนเถียนที่อยู่ในอ้อมกอดให้ซูเสี่ยวเหวิน
ยัยหนูไม่รู้เรื่องรู้ราว จึงหดตัวเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนก
วินาทีต่อมา เธอก็ถูกรวบตัวเข้าไปในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นและนุ่มนวล
พร้อมกับกลิ่นหอมคุ้นเคยที่โชยมาเตะจมูก
คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออกทันที ปากที่เบะออกเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม
เธอแหงนหน้ามองซูเสี่ยวเหวิน “แอ้ แอ้!”
ซูเสี่ยวเหวินราวกับถูกฟ้าผ่าเข้าอย่างจัง!
เธอจ้องมองยัยหนูในอ้อมกอดด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา พินิจพิจารณาคิ้ว ตา จมูก ปากของอีกฝ่ายอย่างละเอียด...
จากนั้นก็สังเกตเห็นไฝเม็ดเล็กๆ ที่บริเวณลำคอด้านซ้ายของเถียนเถียน
“เสี่ยวหนาน!”
ซูเสี่ยวเหวินอุทานเสียงหลง!
หืม?
เย่ว์เหิงและเหลียงคุนหันขวับไปมองเธอพร้อมกัน
สองมือที่โอบอุ้มเถียนเถียนของซูเสี่ยวเหวินสั่นสะท้านเล็กน้อย “เธอ เธอคือเสี่ยวหนานนี่นา ไม่ผิดแน่ ทำไมถึง...”
เธอตื่นเต้นจนเริ่มจะพูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว
ตอนแรกที่เห็น ซูเสี่ยวเหวินไม่ได้จำเธอได้ในทันที
เพราะเมื่อหลายเดือนก่อนเสี่ยวหนานผอมโซมาก ผิวพรรณซีดเหลืองดูอมโรค สุขภาพร่างกายย่ำแย่สุดๆ
แต่เถียนเถียนในตอนนี้กลับมีผิวขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะ ดูสวยและน่ารักน่าเอ็นดูมากๆ
แตกต่างกันราวกับเป็นคนละคน
แต่พอได้มองในระยะประชิด โดยเฉพาะเมื่อเจอตำหนิบนร่างกาย
ซูเสี่ยวเหวินจึงได้รู้ว่า ทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเด็กคนนี้นัก!
“อะแฮ่ม!”
เหลียงคุนรีบกระแอมไอสองครั้ง “เสี่ยวเหวิน เมื่อก่อนคุณเคยเจอเถียนเถียนด้วยเหรอ?”
ซูเสี่ยวเหวินยิ้มขื่น “คุณจำลี่ลี่ได้ไหม? เธอเป็นลูกสาวของลี่ลี่ เมื่อก่อนฉันเคยช่วยลี่ลี่เลี้ยงน่ะ”
ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้!
เหลียงคุนย่อมจำลี่ลี่ได้ และรู้ดีว่าเมื่อก่อนภรรยาของตนสนิทสนมกับอีกฝ่ายมากแค่ไหน
แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า เถียนเถียนจะถูกลี่ลี่ทอดทิ้ง!
เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเย่ว์เหิง
เย่ว์เหิงมีสีหน้าเรียบเฉย “เถียนเถียนเป็นเด็กกำพร้าที่คุณลุงของผมรับอุปการะมาจากสถานสงเคราะห์ พอดีธุรกิจของคุณลุงที่ต่างประเทศมีปัญหานิดหน่อย เลยฝากให้ผมช่วยดูแลสักพักน่ะครับ”
ในขณะที่พูด เย่ว์เหิงก็สบตากับเหลียงคุน
เหลียงคุนเข้าใจความหมายได้ในทันที
เขารู้สึกโชคดีที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เล่าอะไรให้ซูเสี่ยวเหวินฟังมากนัก ไม่อย่างนั้นความลับคงแตกไปแล้ว
ความจริงแล้วคำพูดของเย่ว์เหิงก็มีช่องโหว่อยู่
แต่เห็นได้ชัดว่าซูเสี่ยวเหวินไม่ได้คิดลึกขนาดนั้น “ลี่ลี่บอกฉันว่า เธอส่งเสี่ยวหนานไปให้ญาติที่ต่างจังหวัดดูแลแล้ว เธอจะไปหาแฟนที่พม่าใต้ ไม่คิดเลยว่า...”
มองดูยัยหนูในอ้อมกอด ซูเสี่ยวเหวินทั้งโกรธแค้นและสงสารจับใจ “เธอถึงกับทิ้งเสี่ยวหนานไปได้ลงคอ ใจร้ายเกินไปแล้ว!”
เย่ว์เหิงกล่าวเสริม “มีป้าพนักงานทำความสะอาดคนหนึ่งเก็บเธอได้ที่ข้างถังขยะน่ะครับ”
ซูเสี่ยวเหวินกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หยาดน้ำใสไหลรินอาบแก้มขณะที่เธอเอาใบหน้าแนบชิดกับเถียนเถียน
“แอ้ แอ้!”
ยัยหนูพยายามเอื้อมมือไปจับใบหน้าของเธอ
“เสี่ยวหนานเด็กดี”
ซูเสี่ยวเหวินสูดจมูก ก่อนจะหันไปพูดกับเย่ว์เหิงด้วยสีหน้ามุ่งมั่น “คุณชายเย่ว์คะ ไว้ใจฉันได้เลยค่ะ ฉันจะดูแลเสี่ยวหนาน... เถียนเถียนให้ดีที่สุดค่ะ!”
เย่ว์เหิงเชื่อเธอ
เพราะเขาได้เห็นประกายแห่งสัญชาตญาณความเป็นแม่ฉายชัดอยู่ในแววตาของอีกฝ่าย!
ในเมื่อซูเสี่ยวเหวินและยัยหนูมีความผูกพันกันถึงเพียงนี้ การมอบหมายให้เธอเป็นคนดูแลจึงนับว่าเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว
ในอนาคตต่อให้เถียนเถียนจะแสดงความผิดปกติที่เหนือมนุษย์ออกมา
เขาก็เชื่อว่าซูเสี่ยวเหวินจะไม่มีทางทำเรื่องที่เป็นอันตรายต่อเธออย่างแน่นอน
บางทีนี่อาจจะเป็นพรหมลิขิตก็ได้!
[จบแล้ว]