- หน้าแรก
- อดีตบอสใหญ่ต้องร้องไห้ เมื่อผมขโมยไอเทมดรอปของเขาตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกม
- บทที่ 34 - ทางออกของปัญหา
บทที่ 34 - ทางออกของปัญหา
บทที่ 34 - ทางออกของปัญหา
บทที่ 34 - ทางออกของปัญหา
สามวันต่อมา มีแขกกลุ่มหนึ่งมาเยือนบ้านของเย่ว์เหิง
แขกกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ พวกเขาได้ติดต่อเย่ว์เหิงล่วงหน้าเพื่อขอเข้าพบแล้ว
เย่ว์เหิงนัดหมายให้มาพบกันที่บ้าน
หลังจากเชิญแขกนั่งลง เขาก็เปิดบทสนทนาตรงประเด็นทันที “ผู้จัดการจาง พวกคุณมาหาผมมีธุระอะไรครับ?”
ผู้มาเยือนมีทั้งหมดสี่คน
ชายวัยกลางคนบุคลิกปราดเปรียว ชายชราท่าทางภูมิฐานคงแก่เรียน ชายสวมแว่นในชุดสูทภูมิฐาน
และหญิงสาววัยทำงานหน้าตาดีอีกหนึ่งคน
พวกเขาคือตัวแทนที่ทางโรงประมูลไท่เป่าส่งมา
ชายวัยกลางคนที่เย่ว์เหิงเอ่ยถาม ก็คือจางซิงเถิง ผู้จัดการทั่วไปของโรงประมูลแห่งนี้นั่นเอง
ส่วนอีกสามคนที่เหลือคือหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมิน ที่ปรึกษาทางกฎหมาย และผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปของโรงประมูลไท่เป่า
“คุณเย่ว์ครับ”
จางซิงเถิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ก่อนอื่นผมขออนุญาตเป็นตัวแทนของโรงประมูลไท่เป่า แสดงความขอโทษอย่างสุดซึ้งต่อคุณครับ!”
แม้เย่ว์เหิงจะยังเป็นผู้เยาว์ แต่เขาก็ยังคงใช้คำนำหน้าอย่างให้เกียรติ แถมท่าทีในการขอโทษก็จริงใจเป็นอย่างยิ่ง
เย่ว์เหิงยิ้มบางๆ
เมื่อวานนี้เอง เขาเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากสถานีตำรวจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจคนที่เคยจดบันทึกคำให้การของเขาบอกว่า คดีนี้คลี่คลายกระจ่างชัดแล้ว
หลังจากเถาเฉิงเซวียน ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินของโรงประมูลไท่เป่าถูกพาตัวไปสอบสวน เขาก็ไม่ได้ขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ต้องเปลืองแรงสอบปากคำ เขาก็สารภาพสิ่งที่ตัวเองทำออกมาจนหมดเปลือกราวกับเทถั่วออกจากกระบอก
เขาอาศัยตำแหน่งหน้าที่อันเป็นสิทธิพิเศษ สมรู้ร่วมคิดกับพวกมิจฉาชีพข้างนอก ใช้วิธีประเมินราคาให้ต่ำกว่าความเป็นจริงและกดราคาซื้อ เพื่อหลอกลวงเอาของเก่าของลูกค้าไป
ผู้สมรู้ร่วมคิดของเถาเฉิงเซวียน หรือก็คือชายร่างอ้วนที่อยากจะซื้อแจกันอวี้หูชุนในวันนั้น อดีตเคยหากินด้วยการต้มตุ๋นหลอกลวงอยู่แถวถนนเมี่ยวโฮ่ว พอโดนกวาดล้างไปหลายครั้งก็ผันตัวมาทำเรื่องผิดกฎหมายแบบลับๆ แทน
พวกเขาสองคนไม่ได้ทำเรื่องพรรค์นี้เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ก็เคยหลอกลวงลูกค้าที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวมาแล้วหลายราย
มูลค่าความเสียหายสูงถึงหลักล้าน!
ส่วนเจ้าคนผอมที่แอบปีนเข้าบ้านเย่ว์เหิง ก็คือลูกน้องของชายร่างอ้วนนั่นเอง
ที่น่าสนใจก็คือ ชายร่างอ้วนหลอกเย่ว์เหิงไม่สำเร็จ เถาเฉิงเซวียนก็ล้มเลิกแผนการไปแล้ว
แต่ตัวชายร่างอ้วนเองต่างหากที่เกิดความโลภ
มันสั่งให้ลูกน้องไปสะกดรอยตามเย่ว์เหิง แล้วรอจังหวะกลางคืนค่อยแอบเข้าไปขโมย!
สุดท้ายกลับโดนเย่ว์เหิงตลบหลัง สาวไส้ลากยาวจนโดนจับกันถ้วนหน้า
เถาเฉิงเซวียนซวยนิดหน่อยที่โดนร่างแหไปด้วย
แต่ที่ซวยกว่าคือบริษัทประมูลไท่เป่า
สำหรับโรงประมูลที่ถูกกฎหมาย ชื่อเสียงความน่าเชื่อถือก็เปรียบเสมือนชีวิต
หากสูญเสียชื่อเสียงไป ก็เท่ากับใกล้ถึงเวลาปิดกิจการแล้ว
ตอนนี้เกิดเรื่องอื้อฉาวใหญ่โตขนาดนี้ แม้ทางบริษัทจะถูกปิดบังและไม่มีส่วนรู้เห็น แต่ก็ยากที่จะปัดความรับผิดชอบไปได้!
ลองคิดดูสิว่า หากเรื่องนี้แดงออกไป วันข้างหน้าใครจะกล้านำของมีค่าของตระกูลมาให้พวกเขาประเมินและประมูลอีก?
ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ โรงประมูลไท่เป่ามีการเรียกเก็บค่าประเมินด้วย
หากลูกค้าที่เคยเสียเงินค่าประเมินให้พวกเขาในอดีตได้รู้เรื่องนี้เข้า ปฏิกิริยาของพวกเขาจะเป็นอย่างไรก็พอจะเดาได้!
ในสถานการณ์เช่นนี้ โรงประมูลไท่เป่าจึงจำใจต้องส่งคนมาเจรจากับเย่ว์เหิง
เพื่อปิดปากเย่ว์เหิง!
“เพื่อเป็นการแสดงความขอโทษจากทางบริษัท และเพื่อจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย”
จางซิงเถิงพูดต่อ “เรามีสองทางเลือกให้คุณพิจารณาครับ”
“ทางเลือกแรก บนพื้นฐานของการเซ็นสัญญาปกปิดความลับ เรายินดีจ่ายค่าทำขวัญให้คุณจำนวนห้าแสนหยวนครับ”
“ทางเลือกที่สอง เรารับซื้อแจกันอวี้หูชุนกระเบื้องเคลือบสีฟ้าขาวลายบัวก้านขดที่คุณครอบครองอยู่ในราคาการันตีขั้นต่ำครับ!”
เย่ว์เหิงถาม “ทางเลือกที่สองมีรายละเอียดอย่างไรครับ?”
จางซิงเถิงอธิบายอย่างละเอียด
ทางเลือกที่สองของโรงประมูลไท่เป่าก็คือ พวกเขาจะรับซื้อแจกันอวี้หูชุนของเย่ว์เหิงไว้ในราคาการันตีขั้นต่ำที่ 15 ล้านหยวนก่อน
จากนั้นพวกเขาจะนำมันไปประมูลในงานประมูลฤดูใบไม้ร่วงเดือนกันยายน
หากราคาที่ประมูลได้สูงกว่า 15 ล้านหยวน ส่วนต่างทั้งหมดจะตกเป็นของเย่ว์เหิง
แต่ถ้าหากแจกันอวี้หูชุนเกิดประมูลไม่ออก โรงประมูลไท่เป่าก็จะไม่ขอคืนสินค้า
สรุปสั้นๆ คือไม่ว่าจะประมูลออกหรือไม่
เย่ว์เหิงก็จะได้เงินการันตี 15 ล้านหยวนไปครอง!
แน่นอนว่าเงื่อนไขสำคัญก็คือ แจกันอวี้หูชุนกระเบื้องเคลือบสีฟ้าขาวลายบัวก้านขดสมัยหย่งเล่อใบนี้ของเย่ว์เหิง จะต้องเป็นของแท้
อันที่จริงนี่ถือเป็นทางออกที่วิน-วินทั้งสองฝ่าย
เย่ว์เหิงไม่เสียเปรียบ ส่วนโรงประมูลไท่เป่าก็ยังมีโอกาสได้ค่าคอมมิชชัน — ซึ่งเก็บจากผู้ซื้อ
ในสถานการณ์ปกติ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง โรงประมูลจะไม่มีทางเสนอเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าขนาดนี้แน่นอน
ใครใช้ให้เย่ว์เหิงกุมจุดอ่อนของพวกเขาไว้ได้ล่ะ!
หลังจากอธิบายจบ ในใจของจางซิงเถิงก็มีความรู้สึกซับซ้อนอย่างมาก
ไท่เป่าคือบริษัทประมูลที่ใหญ่ที่สุดในไท่เจียง แม้จะนำไปเทียบกับโรงประมูลระดับโลกอย่างซัทเทบีส์หรือคริสตี้ส์ไม่ได้ แต่ก็ถือว่ามีอิทธิพลในท้องถิ่นไม่น้อย
ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถสืบประวัติของเย่ว์เหิงซึ่งเป็นผู้เสียหายได้รวดเร็วปานนี้
ทางไท่เป่าเคยคิดจะใช้วิธีการทั่วไปในการแก้ปัญหา
ด้วยวิธีการที่ใช้ต้นทุนต่ำ
แต่หลังจากสืบประวัติแล้ว สุดท้ายพวกเขาก็เลือกที่จะแสดงความจริงใจออกมา
แม้เย่ว์เหิงจะยังเป็นเพียงผู้เยาว์ และมีพื้นเพครอบครัวที่ธรรมดาสามัญก็ตาม
แต่เขากลับมีสถานะที่พิเศษมากอย่างหนึ่ง
อันดับหนึ่งของการสอบเข้ามัธยมปลายของเมืองไท่เจียงในปีนี้!
สถานะนี้เปรียบเสมือนเครื่องรางคุ้มภัยและเกราะทองคำ ที่ทำให้โรงประมูลไท่เป่าไม่กล้าวู่วาม
นอกจากนี้ จากข้อมูลที่พวกเขาสืบทราบมา เย่ว์เหิงไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดาๆ เลย
เกิดเย่ว์เหิงโวยวายเอาเรื่องขึ้นมา รับรองว่าได้ติดอันดับคำค้นหายอดฮิตในพริบตาแน่!
สื่อมวลชนต้องชอบข่าวแบบนี้มากๆ แน่นอน
บรรดาผู้มีอำนาจเบื้องหลังโรงประมูลไท่เป่า ไม่ว่าจะสามารถปิดข่าวได้หรือไม่ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางยอมแบกรับผลกรรมที่พวกตนก่อไว้อย่างแน่นอน!
ดังนั้นการใช้ไม้อ่อนกับเย่ว์เหิง จึงกลายเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เย่ว์เหิงเองก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจจากฝั่งไท่เป่า
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “ทางเลือกนี้ก็ดีครับ แต่ผมมีข้อแม้อีกข้อหนึ่ง”
จางซิงเถิงมีสีหน้าจริงจังขึ้น “เชิญว่ามาเลยครับ”
“ผมหวังว่าพวกคุณจะช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ อย่าให้ใครรู้ว่าผมเป็นเจ้าของแจกันอวี้หูชุนใบนี้”
คำตอบของเย่ว์เหิงทำให้จางซิงเถิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เรื่องนี้ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ”
“เราสามารถเซ็นสัญญากันได้เลยครับ!”
เย่ว์เหิงปิดปากให้โรงประมูลไท่เป่า ทางโรงประมูลไท่เป่าก็รักษาความลับให้เย่ว์เหิง
ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์
ดังนั้นเย่ว์เหิงจึงหยิบแจกันอวี้หูชุนกระเบื้องเคลือบสีฟ้าขาวลายบัวก้านขดออกมา เพื่อให้อีกฝ่ายทำการตรวจสอบ
ผู้ที่รับหน้าที่ตรวจสอบคือชายชราผมหงอกขาวท่านนั้น
เขาประคองแจกันอวี้หูชุนขึ้นมาพิจารณาอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง สุดท้ายก็เอ่ยด้วยความมั่นใจว่า “เป็นของแท้ล้ำค่าอย่างแน่นอน สภาพความสมบูรณ์ดีกว่าใบที่คริสตี้ส์เคยประมูลไปเสียอีก”
จางซิงเถิงเผยรอยยิ้มออกมา — งานนี้ไม่ขาดทุนแล้ว
เมื่อได้รับการยืนยันว่าเป็นของแท้ เย่ว์เหิงก็เซ็นสัญญาที่เกี่ยวข้องกับทางโรงประมูลไท่เป่า
เงิน 15 ล้านหยวนถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของเขาในเวลาต่อมา!
ในระหว่างกระบวนการเซ็นสัญญา ทั้งสองฝ่ายต่างก็ทำเป็นมองข้ามสถานะความเป็นผู้เยาว์ของเย่ว์เหิงไปอย่างรู้กัน
หากว่ากันตามหลักความจริงแล้ว การเซ็นสัญญาแบบนี้ถือว่ามีความเสี่ยงทางกฎหมาย
ที่ปรึกษาทางกฎหมายของโรงประมูลไท่เป่าย่อมต้องรู้เรื่องนี้ดี แต่เห็นได้ชัดว่าจางซิงเถิงไม่ได้ใส่ใจ
เขาอุ้มแจกันอวี้หูชุนด้วยตัวเอง ก่อนจะนำทีมกล่าวลาเย่ว์เหิงและจากไป
เมื่อกลับมาถึงรถเบนซ์ที่จอดอยู่ด้านนอก ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทประมูลไท่เป่าผู้นี้ก็ถอนหายใจยาว
เรื่องราวถือว่าคลี่คลายไปได้ด้วยดี
แม้จะยังมีปัญหาตามมาให้ตามเช็ดตามล้างอีกไม่น้อย แต่ระเบิดลูกใหญ่ที่สุดถูกกู้ไปแล้ว เรื่องอื่นๆ ก็จัดการได้ง่ายขึ้น
ทว่าถึงกระนั้น ในใจของจางซิงเถิงก็ยังคงคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ
เขาเกลียดชังตัวต้นเหตุอย่างเถาเฉิงเซวียนเข้ากระดูกดำ!
อันที่จริงนอกจากจางซิงเถิงแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งที่ยังคงเคียดแค้นเถาเฉิงเซวียนไม่หาย
[จบแล้ว]