เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 แผนการอันน่าตกตะลึง

ตอนที่ 33 แผนการอันน่าตกตะลึง

ตอนที่ 33 แผนการอันน่าตกตะลึง


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

หลงเฉินกู่ร้องคำรามและกลายร่างเป็นเงามังกรสีแดงซึ่งมีแรงขับเคลื่อนมหาศาล  จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ไป๋ซื่อจีพร้อมกับเสียงปะทะดึงกึกก้อง!

 

ในตอนนี้ นิ้วของไป๋ซื่อจีเปล่งประกายด้วยแสงสีดำ  เขาหัวเราะอย่างเย็นชา ดัชนีแรกของกระบวนท่าดัชนีสวรรค์ทมิฬ --- ‘ดัชนีปีศาจจำแลง’ พุ่งออกไปในทันที แสงสีดำเปล่งประกายออกมาราวกับลูกศรที่พุ่งเข้าใส่เงามังกร  พลังรุนแรงทั้งสองปะทะเข้าด้วยกัน เกิดเป็นพลังมหาศาลระเบิดออกมาจนกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่โดยรอบ!

 

‘พลังครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของผนึกมังกรของหลงเฉิน ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของดัชนีปีศาจจำแลงของไป๋ซื่อจีแน่!’

 

เมื่อความคิดนั้นผุดขึ้นในใจของหยางอู่

 

เมื่อสัมผัสได้ว่าปราณแท้จริงนั้นไม่แข็งแกร่งเท่า ไป๋ซื่อจีจึงคิดว่าหลงเฉินด้อยฝีมือกว่าตนเอง อย่างไรก็ตาม ในครู่ต่อมา คลื่นพลังที่ทำให้ใจของเขาเต้นระทึกกลับมาจากฝั่งของหลงเฉิน ความรู้สึกที่เก่าแก่โบราณนี้ทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดในทันที!

 

จากนั้น เขาเฝ้ามองขณะที่ดัชนีปีศาจจำแลงของตนถูกผลักกลับมาโดยเงามังกรสีแดง   เงามังกรนั้นทำให้ดัชนีปีศาจจำแลงแตกสลาย แต่อนที่ไป๋ซื่อจีจะทันได้โต้ตอบ ดัชนีปีศาจจำแลงก็ระเบิดและพุ่งกระแทกกับร่างของเขา  ไป๋ซื่อจีส่งเสียงร้องพร้อมกับกระอักเลือดออกมาก่อนจะล้มลงกับพื้น!

 

ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความเหลือเชื่อ

 

เขามิอาจเข้าใจได้ว่าเหตุใดผนึกมังกรของผู้ที่บรรลุเพียงขอบเขตชีพจรมังกรขั้นหกจะทรงพลังได้ถึงเพียงนี้?   และคลื่นพลังที่ปรากฏขึ้นนั้นคือสิ่งใดกันแน่? คลื่นพลังนั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ!

 

แม้ว่าผนึกมังกรจะด้อยกว่าเล็กน้อย  แต่มันก็พุ่งตรงเข้าใส่ไป๋ซื่อจีและทำให้อวัยวะภายในของเขาเสียหาย   ความเจ็บปวดที่บีบรัดหัวใจทำให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวและเลือดสีดำก็ยังทะลักออกมาจากปากของเขาไม่หยุด  นิ้วมือที่ไร้เรี่ยวแรงกำดินบนพื้นไว้แน่น เขาพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็มิอาจทำได้!

 

ทันใดนั้น หยางอู่และหยางหลิงเยวี่ยที่เคยมีสีหน้าสิ้นหวังกลับผงะไปในทันที  หยางอู่ตกใจจนอ้าปากค้าง เขาส่ายศีรษะอย่างแรงหลายครั้งเพื่อจะได้ตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความจริง  เขาร้องออกมาในทันที

 

“เป็นไปไม่ได้ ... นี่มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”

 

ดวงตาของหยางหลิงเยวี่ยกลับเบิกโพลงยิ่งกว่า เสื้อผ้าที่นางเคยจับเอาไว้ร่วงลงกับพื้น แม้จะเกือบโป๊เปลือยแต่นางก็ไม่รู้ตัว เป็นเพราะความตกใจที่มีต่อหลงเฉินนั้นช่างมากมายนัก

 

“นี่มันเป็นไปไม่ได้!  เป็นไปไม่ได้แน่ ๆ!”

 

นางไม่คิดเลยว่าแกะดำอย่างหลงเฉินที่แทบจะไม่เคยเรียนรู้ทักษะอะไร อีกทั้งยังเพิ่งเริ่มฝึกฝนได้ไม่นาน  และคงเป็นเพราะโชคช่วยที่ทำให้หลงเฉินสามารถเอาชนะหยางจ้านได้ แต่เรื่องที่หยางหลิงเยวี่ยต้องพ่ายแพ้ต่อหลงเฉินก็น่าเหลือเชื่อมากพอแล้ว ในครานี้ สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือหลงเฉินสามารถเอาชนะไป๋ซื่อจี ผู้ซึ่งหยางหลิงเยวี่ยเคยคิดว่าเขาเป็นชายในฝันได้อีก

 

‘ข้าสงสัยเหลือเกินว่าเกิดอะไรขึ้น!’

 

สำหรับไป๋จื้อซิงและไป๋ซื่อตง  พวกเขาหวาดกลัวเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

 

ไป๋ซื่อตงนึกถึงคำพูดที่เคยพูดกับไป๋ซื่อจีก่อนหน้า และรู้สึกว่าขาของตนเองอ่อนยวบลงทันที และไม่สามารถควบคุมอวัยวะตรงหว่างขาของตนเองได้

 

แม้ว่าไป๋ซื่อจีในตอนนี้จะพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่มันก็รังแต่จะทำให้อาการบาดเจ็บภายในของเขาแย่ลง  เขารู้สึกได้ว่าวิสัยทัศน์ของตนเองเริ่มเลือนรางลงเล็กน้อย และแสงอาทิตย์ก็ดูเหมือนจะเป็นประกายอย่างน่าประหลาดขณะที่ร่างร่างหนึ่งมองลงมาที่เขา ไป๋ซื่อจีตระหนักได้อย่างช้า ๆ ว่าร่างนั้นคือหลงเฉิน

 

ทันใดนั้น มือข้างหนึ่งก็ยื่นมาคว้าคอเขาไว้   เขารู้สึกได้ถึงพลังเย็นยะเยือกผ่านนิ้วมือนั้น  ไป๋ซื่อจีคิดในใจขณะที่ตัวเขาเองยังมึนงง

 

‘นี่ข้ากำลังจะตายงั้นรึ? เขาจะฆ่าข้าแล้วสินะ? ทำไมกัน? มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้เลย!’

 

แต่แล้วมือนั้นก็ผละจากคอของเขา

 

หลงเฉินถ่มน้ำลายใส่หน้าเขาและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

“บัดซบ รอให้ข้าไปช่วยหลิงชิงก่อนเถอะ แล้วข้าจะกลับมาฆ่าเจ้า!”

 

ขณะที่หลงเฉินยังจับจ้องไปที่ไป๋ซื่อจี  ร่างของเขาก็หายวับไปอย่างฉับพลัน ก่อนที่ไป๋จื้อซิงและไป๋ซื่อตงที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้าง ๆ หยางอู่จะกรีดร้องออกมาอย่างน่าสมเพช

 

ไป๋จื้อซิงถูกหลงเฉินจัดการจนหมดสติไปเป็นคนแรก  สำหรับไป๋ซื่อตงที่ถูกต่อยจนล้มลงกับพื้น เขามองหลงเฉินด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย  และกลิ่นฉี่ก็ลอยเตะจมูกของทุกคนในทันที

 

หลงเฉินเตะไป๋ซื่อตงจนเขาหมดสติไปอีกคน

 

“สารเลว! เจ้าฉี่รดกางเกงอีกแล้วรึนี่? ข้าจะเตะเจ้าทุกครั้งที่ข้าเห็น  ดูสิว่าวันหนึ่งเจ้าจะฉี่ราดได้สักกี่ครั้ง!”

 

เมื่อหลงเฉินพูดจบ  เขาไม่แม้แต่จะมองไปที่หยางอู่ซึ่งกำลังจับจ้องมาที่เขาด้วยความตกใจกลัว แต่เขากลับหันไปหาหยางหลิงเยวี่ยที่สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ  เขายิ้มพลางเอ่ยขึ้น

 

“หยางหลิงเยวี่ย เจ้าไม่คิดบ้างรึว่ามันไม่สุภาพที่จะเปิดเผยเรือนร่างอันงดงามของตนเองต่อหน้าญาติผู้น้อง?”

 

หยางหลิงเยวี่ยรู้ตัวในทันทีว่าบนเรือนร่างของนางไม่มีเสื้อผ้าอยู่อีกแล้ว  นางจึงกรีดร้องดังลั่น มือของนางคว้าผ้าบนพื้นอย่างลนลานและมองหลงเฉินด้วยความเศร้าโศกและขุ่นเคือง

 

หลงเฉินไม่สนใจนางอีก เขาจึงไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับนาง หากแต่เอ่ยขึ้นอย่างห้วน ๆ

 

“ข้าจะไปช่วยหลิงชิงและปล่อยให้พวกเจ้าจัดการที่เหลือ  อย่าลืมคอยดูสามคนนี้ไว้ให้ดีล่ะ ทีนี้ก็บอกข้ามาได้แล้วว่าหลิงชิงอยู่ที่ใด?”

 

หยางหลิงเยวี่ยในตอนนี้ช่างซีดเผือด  แต่ในขณะเดียวกัน หยางอู่ก็ชี้ทางและเอ่ยขึ้น

 

“หลิงชิงไปทางนั้น และไป๋ซื่อเฉินก็ไปทางนั้นเช่นกัน!”

 

หลงเฉินไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง และมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่หยางอู่ชี้ทันที

 

หยางอู่มองเขาจนหายลับตาไปด้วยความงุนงง  จากนั้นจึงมองไป๋ซื่อจีที่ยังกระอักเลือดอยู่บนพื้น  และยังมีไป๋ซื่อตงกับไป๋จื้อซิงที่หมดสติอยู่

 

“เสี่ยวเยวี่ย เจ้าคิดว่าเขาจะเอาชนะไป๋ซื่อเฉินได้หรือไม่?”

 

“หืม?”

 

ในตอนนี้ หยางหลิงเยวี่ยกำลังสวมเสื้อผ้า ในเมื่อไม่มีผ้าเหลือมากนักและเสื้อผ้าของไป๋ซื่อตงก็เปียกโชก  นางจึงถอดเสื้อคลุมตัวนอกของไป๋จื้อซิงออกและสวมให้ตนเอง

 

ตระกูลไป๋ไล่ล่าเพื่อสังหารพวกเขา  เช่นนั้นแล้ว หยางหลิงเยวี่ยในตอนนี้จึงเกลียดชังตระกูลไป๋เข้ากระดูกดำ

 

“บอกข้ามาเถอะ เขาจะเอาชนะไป๋ซื่อเฉินได้หรือไม่?”

 

เมื่อนั้นเองที่หยางหลิงเยวี่ยเริ่มได้สติ  นางมองไปรอบ ๆ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

 

“หลิงชิงคงไม่เป็นไรหรอก...”

 

เมื่อได้ยินคำตอบของนาง  หยางอู่ก็ค่อย ๆ หลับตาลง  เขาตระหนักดีว่านับจากวันนี้ไป  ตำแหน่งผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลหยางจะไม่ใช่เขาอีกแล้ว แต่จะตกเป็นของเด็กหนุ่มเลือดร้อนผู้นั้น  เมื่อตอนที่หลงเฉินใช้ผนึกมังกรเอาชนะไป๋ซื่อจี หยางอู่เห็นภาพลวงตาบางอย่าง ราวกับว่าหลงเฉินไม่ใช่มนุษย์  แต่ทว่าเป็นมังกรสีเลือด…

 

มังกรคือจอมราชันมาโดยตลอด

 

และสีของเลือดคือสัญลักษณ์ของการเข่นฆ่า

 

‘ราชันแห่งนักฆ่า’

 

นี่คือสมญาที่หยางอู่ตั้งให้หลงเฉิน

 

เขาใช้เพียงหมัดดาวตกและผนึกมังกรในการเอาชนะไป๋ซื่อจีในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป อย่างไรก็ตาม หลงเฉินยังเป็นห่วงหยางหลิงชิงอีกด้วย

 

ไป๋ซื่อเฉินแข็งแกร่งกว่าหยางหลิงชิงมาก หากเขาไม่คิดจะหยอกนางเล่น  บางทีหยางหลิงชิงคงถูกเขาเล่นงานไปแล้ว!

 

เมื่อเขาคิดว่าหยางหลิงชิงอาจถูกกระทำชำเรา  เปลวเพลิงก็แทบจะปะทุออกมาจากดวงตาของหลงเฉิน และปราณแท้จริงในตัวเขาแทนที่จะลดลงจากการเอาชนะไป๋ซื่อจี  แต่กลับเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วสูง!

 

“หลงเฉิน ข้าสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังของพวกเขาตรงนั้น!”

 

หลิงซีส่งเสียงบอกทางออกมาจากกระบี่หลิงซี  เมื่อมีหลิงซีอยู่ด้วย หลงเฉินย่อมรู้สึกสะดวกสบายกว่ามากในการเดินทางไปมาในภูเขาเดียวดายแห่งนี้ เขาใช้ความเร็วสูงสุดและตรงไปตามทางที่หลิงซีบอก

 

เมื่อเห็นว่าเขาใกล้จะถึงตัวพวกนั้นแล้ว  หลงเฉินรู้สึกกระวนกระวายอย่างมาก เพราะกลัวว่าจะได้เห็นภาพที่ทำให้เขาต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง  หลิงซีก็เอ่ยขึ้น

 

“ไม่ต้องกังวล น้องสาวของเจ้าสบายดี  พวกเขากำลังคุยกันอยู่”

 

คำพูดเหล่านั้นทำให้หลงเฉินโล่งใจ  แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องการสังหารไป๋ซื่อเฉินให้ได้อยู่ดี

 

ในเมื่อตอนนี้ตระกูลไป๋ได้ทำการคุกคามตระกูลหยางครั้งใหญ่ หลงเฉินและไป๋ซื่อเฉินต่างก็เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของทั้งสองฝ่าย  ยิ่งไปกว่านั้น หลงเฉินยังทำร้ายไป๋ซื่อจีและหยางอู่ก็บาดเจ็บสาหัส คงเป็นเรื่องแปลกหากพวกเขาจะไม่ต่อสู้กันทันทีหลังจากที่ได้เผชิญหน้ากัน

 

เมื่อได้ยินว่าพวกเขากำลังคุยกัน  หลงเฉินจึงลดฝีเท้าลงและแอบย่องไปหาพวกเขาโดยไม่ให้รู้ตัว ไม่นานเขาก็เห็นว่าหยางหลิงชิงถูกไป๋ซื่อเฉินต้อนจนจนมุม

 

ดวงตาของหยางหลิงชิงแดงก่ำ ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา  นางมองไป๋ซื่อเฉินด้วยดวงตาเย็นชาและขบฟันแน่นในขณะที่ร่างของนางสั่นเทาด้วยความโกรธ

 

อย่างไรก็ตาม  ไป๋ซื่อเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

“หลิงชิง เจ้าต้องเชื่อว่าข้าพอใจในตัวเจ้ามาก  ความจริงแล้วข้าเคยเห็นเจ้าหลายครั้ง แต่ข้าแค่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าเท่านั้นเอง  หากเจ้ายอมแต่งงานกับข้าละก็ เจ้าจะต้องมีความสุขอย่างแน่นอน”

 

หยางหลิงชิงได้แต่จ้องมองเขาด้วยความเกลียดชังและไม่ยอมปริปากพูดอะไร

 

เมื่อเห็นว่าหยางหลิงชิงยังคงไม่ยอมอ่อนข้อ  น้ำเสียงของไป๋ซื่อเฉินจึงเริ่มเย็นชาขึ้น

 

“หยางอู่และหยางหลิงเยวี่ยถูกพวกเราจัดการไปแล้ว เมื่อใดที่การแต่งงานเริ่มขึ้น ตระกูลหยางของพวกเจ้าทุกคนก็จะต้องดื่มเหล้าพิษ และเวลานั้นก็จะไม่มีใครเหลือรอดสักคน  หยางอู่ก็จะต้องตาย สำหรับหยางหลิงเยวี่ย ข้าคิดว่านางคงฉลาดพอที่จะแต่งงานกับไป๋ซื่อจี”

 

“แม้แต่หยางเสวี่ยชิงยังเลือกพ่อของข้าและละทิ้งตระกูลหยาง  ข้าเองก็พอใจในตัวเจ้า เช่นนั้นแล้ว ตราบใดที่เจ้าและข้าอยู่ด้วยกัน แม้จะไม่มีตระกูลหยาง  ผู้หญิงตระกูลหยางทั้งสามก็ยังสามารถมีความสุขต่อไปได้ รู้ไว้ด้วยนะว่าคำสั่งของท่านปู่ข้า คือสังหารลูกหลานตระกูลหยางในภูเขาเดียวดายให้หมดทุกคน!”

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่ไป๋ซื่อเฉินเอ่ย  สีหน้าของหลงเฉินเปลี่ยนไปในทันที

 

‘ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาต่อสู้กับลูกหลานตระกูลหยางในภูเขาเดียวดาย ที่แท้ตระกูลไป๋ก็ตั้งใจจะกำจัดตระกูลหยางนี่เอง!’

 

ด้วยเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น หลงเฉินรู้สึกสับสนอย่างมาก

 

ทั้ง ๆ ที่ผู้นำตระกูลไป๋ดูเป็นคนดีและมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำตระกูลหยาง  อย่างไรเสีย หลงเฉินไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะมีแผนการเช่นนี้ ทำให้ได้รู้ว่าจิตใจมนุษย์นั้นช่างโหดร้ายเพียงใด

 

‘ผู้นำตระกูลไป๋มีจุดประสงค์ใดกันแน่? หากเป็นเรื่องของสิทธิ์การปกครองยี่สิบปี เมื่อเทียบความแข็งแกร่งของลูกหลานตระกูลไป๋แล้ว  พวกเขาสามารถครอบครองมันได้โดยง่าย และไม่จำเป็นจะต้องสังหารหมู่ลูกหลานตระกูลหยางเลยด้วยซ้ำ!’

 

การให้คนตระกูลหยางดื่มเหล้าพิษในงานแต่งงานนับว่าเป็นความคิดที่ฉลาดหลักแหลมมาก  ผู้นำตระกูลหยางมีความสุขกับการแต่งงานของลูกสาวของตนเองอย่างเหลือล้น แม้จะเป็นจอกที่เต็มไปด้วยปัสสาวะ  เขาก็คงสามารถดื่มให้หมดในอึกเดียวได้ ไม่ต้องเอ่ยถึงเหล้าพิษเพียงหนึ่งจอก

 

เมื่อผู้อาวุโสทุกคนของตระกูลหยางตาย และลูกหลานตระกูลไป๋ก็สังหารลูกหลานตระกูลหยางเสียที่นี่  แผนการของตระกูลไป๋นับว่าชั่วร้ายอย่างที่สุด และสามารถล้างบางตระกูลหยางทั้งหมดได้ภายในวันเดียว

 

จากการแต่งงาน  เห็นได้ว่าพวกเขาเตรียมการเรื่องนี้มานานแล้ว  และการแต่งงานระหว่างหยางเสวี่ยชิงและไป๋จ้านสงคือฉากที่สำคัญที่สุด!

 

เมื่อคิดถึงหยางเสวี่ยชิง ดวงตาของหลงเฉินแดงก่ำขึ้นมาในทันที

 

‘แม้ข้าเคยรู้สึกว่าท่านไม่เคยสนใจไยดีข้า  แต่ท่านก็ยังเป็นคน ท่านรู้จักเคารพพ่อแม่ เป็นมิตรกับผู้อื่น และคอยอบรมสั่งสอนคนรุ่นเยาว์ แต่ข้าไม่คาดคิดเลยว่าท่านจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!  ท่านช่วยผู้อื่นสังหารครอบครัวของตนเอง! หยางเสวี่ยชิง! ท่านเป็นบ้าไปแล้วรึอย่างไร? เกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่?’

 

หลงเฉินมิอาจเข้าใจได้ว่าเหตุใดหยางเสวี่ยชิงจึงทำการเช่นนี้  นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดฝันเอาไว้เลยสักนิด

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหยางเสวี่ยชิงจะละทิ้งตระกูลหยาง  แต่หลงเฉินจะไม่ทำเช่นนั้น เขาตัดสินใจแล้ว และสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือสังหารไป๋ซื่อเฉิน  ช่วยหยางหลิงชิง จากนั้นก็แก้แค้นตระกูลไป๋!

 

เวลานี้ เมื่อเห็นว่าหยางหลิงชิงไม่ถูกชักจูงได้ง่าย ๆ ไป๋ซื่อเฉินจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

“หยางหลิงชิง ในเมื่อเจ้าปฏิเสธข้อเสนอ ข้าก็จะไม่สุภาพกับเจ้าอีกต่อไป ดูสิว่าเจ้าจะทำอะไรได้อีกหลังจากที่ข้าขืนใจเจ้าแล้ว!”

***************************

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 33 แผนการอันน่าตกตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว