- หน้าแรก
- ระบบพ่อสุดกาว ลูกเอ๋ย อย่าอ่านหนังสือ มาเล่นเกมกับพ่อ
- บทที่ 335 ผลสอบออกแล้ว
บทที่ 335 ผลสอบออกแล้ว
บทที่ 335 ผลสอบออกแล้ว
บทที่ 335 ผลสอบออกแล้ว
รอยยิ้มบนใบหน้าของพี่ตากล้องตามถ่ายพลันหายวับไปทันที
เขาเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง แล้วเอ่ยขึ้นอย่างเป็นงานเป็นการ
“เอ๊ะ คุนคุน! หนูอย่ามาใส่ร้ายคุณอาสิ คุณอาไปวางหลุมพรางให้หนูตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ก็แค่ถามไปเรื่อยเท่านั้นเอง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้
คุนคุนก็หันหลังกลับไป ถอนหายใจไม่หยุด
ท่าทางนั้นราวกับว่าวินาทีต่อไปน้ำตากำลังจะร่วงลงมา เขาพึมพำกับตัวเองว่า
“ก็ได้ครับ ผมเชื่อว่าคุณอาไม่ใช่คนไม่ดีที่ชอบแกล้งเด็กเล่น คุณอาเป็นคนดี…”
“แค่คราวนี้จบเห่จริง ๆ แล้ว หนังสือของผมคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว…”
เขาลูบหนังสือบนเตียงเบา ๆ อย่างปวดใจ
“หนังสือสุดที่รักของผมเอ๋ย… ยังไม่ทันได้กอดให้อุ่นดี ก็จะถูกยึดไปซะแล้ว…”
เมื่อพี่ตากล้องตามถ่ายเห็นท่าทางแบบนั้นของเขา ในใจก็อดเกิดความสงสัยขึ้นมาไม่ได้
ตามหลักแล้ว
ด้วยระดับของคุนคุนในยามปกติ ต่อให้สอบได้เกินเจ็ดสิบคะแนน ก็คงเกินไปได้ไม่มากนัก
แล้วหนังสือพวกนี้จะรักษาไว้ไม่ได้ทั้งหมดได้อย่างไรกัน?
แต่เรื่องนี้สุดท้ายก็เป็นหลุมที่เขาจงใจขุดเอาไว้เอง พอตอนนี้เห็นคุนคุนเสียใจถึงเพียงนี้ แถมยังพูดทีละคำว่า “คุณอาเป็นคนดี” เขาก็รู้สึกเหมือนมโนธรรมในใจถูกตำหนิ เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยปลอบว่า
“คุนคุน อย่าเสียใจไปเลย”
“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน พ่อหนูไม่ได้บอกเหรอว่า ถ้าคะแนนเกินเจ็ดสิบ จะยึดหนังสือหนูหนึ่งเล่ม?”
พี่ตากล้องตามถ่ายตบอกตัวเอง
“คุณอารับรองกับหนูเลย ขอแค่มีวิชาไหนวิชาหนึ่งของหนูได้เกินเจ็ดสิบคะแนน เกินหนึ่งคะแนน คุณอาจะซื้อหนังสือให้หนูสองเล่ม!”
ในใจเขาแอบคิดคำนวณอยู่เงียบ ๆ
อย่างไรเสียคุนคุนก็คงเกินไปได้ไม่มากนัก สู้ทำตัวใจกว้างหน่อย ปลอบเขาให้ดีเสียยังดีกว่า
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา
คุนคุนก็หันกลับมาทันที
ใบหน้าเล็ก ๆ ที่เดิมทีเต็มไปด้วยความเสียใจ พลันเผยรอยยิ้มสดใสเจิดจ้าออกมาในพริบตา เขาร้องขึ้นอย่างตื่นเต้นดีใจ
“จริงเหรอครับคุณอา? แบบนั้นสุดยอดไปเลย!”
พี่ตากล้องตามถ่ายมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปในเสี้ยววินาทีของเขา
ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง “?”
ทำไมจู่ ๆ คุนคุนถึงตื่นเต้นขนาดนี้?
ในใจเขาเริ่มรู้สึกตะหงิด ๆ ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ทำไมถึงมีลางสังหรณ์เหมือนตัวเองกำลังจะขาดทุนยับเยินกันนะ?
ส่วนในเวลานี้ เมื่อผู้ชมในห้องไลฟ์เห็นฉากนี้ ต่างก็ทั้งรู้สึกขำ ทั้งอดสงสัยไม่ได้
[เกิดอะไรขึ้น? ปฏิกิริยาของคุนคุนแบบนี้ หรือว่าเขามั่นใจอยู่แล้ว? 70 คะแนนสำหรับเขาง่ายมากงั้นเหรอ?]
[ทำไมรู้สึกว่าพี่ตากล้องตามถ่ายกำลังจะพลาดท่าเลย! หลุมที่ขุดไว้ตื้นเกินไป สุดท้ายกลับฝังตัวเองซะงั้น ฮ่า ๆ ๆ!]
[หกหกหก นี่ไม่คิดจะแสดงต่อแล้วใช่ไหม! เมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่เลย ตอนนี้ยิ้มเป็นอะไรไปแล้ว? ฝีมือการแสดงของคุนคุนนี่ ถ้าไม่ไปเป็นนักแสดงก็น่าเสียดายจริง ๆ!]
[70 คะแนนน่าจะพอไหวแหละ แต่ยังไงก็คงไม่เกิน 80 คะแนนหรอกมั้ง]
[นี่คือแกล้งทำเป็นหมูเพื่อกินเสืองั้นเหรอ? น่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ!]
[คนข้างหน้าหยุดเดามั่วได้แล้ว ตามที่ฉันดู คุนคุนอาจจะไม่มีสักวิชาที่เกิน 70 คะแนนก็ได้!]
[เหอะ ๆ ถ้าไอเฉินเอาแรงที่ใช้ปล่อยให้ลูกเล่นเกม ไปใช้กับการคุมลูกเรียนหนังสือบ้าง 70 คะแนนก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้]
[แกล้งทำเป็นหมูเพื่อกินเสือ? กลัวว่าจะเหมือนหวังจื่อเซวียนมากกว่า แกล้งทำเป็นหมูเพื่อกินอาหารหมูต่างหาก!]
[ไม่อยากดูผลสอบของเด็กน้อยสองคนนี้เลยสักนิด ฉันอยากดูผลสอบจำลองครั้งแรกของลูกสาวผู้สังเกตการณ์หวังฟางมากกว่า ลูกสาวเธอเรียนอยู่ห้องดีที่สุดของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของเมือง ยังไงก็น่าจะได้หกร้อยกว่าคะแนนล่ะมั้ง ไม่เหมือนลูกบ้านฉัน ฉันทำงานในโรงงานเหนื่อยแทบตายเพื่อส่งเขาเรียน เขาตอบแทนฉันด้วยคะแนนแค่ห้าร้อยกว่า ๆ]
[รอผลสอบออก! มาดูกันว่าพี่ตากล้องตามถ่ายจะขาดทุนจนร้องไห้ หรือโชคดีรอดไปได้ ฮ่า ๆ]
……
การสอบปลายภาคของโรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายทั่วทั้งเมืองเริ่มขึ้นก่อน จากนั้นจึงค่อยเป็นโรงเรียนประถม
แต่เนื่องจากข้อสอบของมัธยมต้นและมัธยมปลายต้องใช้เวลาตรวจนานกว่า ส่วนของโรงเรียนประถมค่อนข้างใช้เวลาสั้นกว่า
ดังนั้นผลสอบของโรงเรียนประถมและมัธยมส่วนใหญ่ในเมือง จึงประกาศออกมาในวันเดียวกัน
ขณะเดียวกัน
การคัดเลือกนักเรียนดีเด่นสามด้านทั่วทั้งมณฑลก็ดำเนินไปพร้อมกัน
เพราะผลการเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการคัดเลือก
เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนมาถึงวันประกาศผลสอบปลายภาค
ก่อนหน้านี้
เฉินซาน ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมหยางกวง ได้รับแจ้งล่วงหน้าจากเบื้องบนว่า ต้องให้จัดพิธีมอบรางวัลขึ้นบนพื้นฐานของการคัดเลือกนักเรียนดีเด่นสามด้าน
เวลามีน้อย งานก็เร่งด่วน
ดังนั้นในคืนก่อนหน้า
ครูของโรงเรียนประถมหยางกวงเพิ่งตรวจข้อสอบเสร็จ ยังไม่ทันได้รวบรวมคะแนนกับอันดับ และอัปโหลดเข้าสู่ระบบงานวิชาการ
ก็ถูกเขาแจ้งให้บอกผู้ปกครองในกลุ่มแชตว่า วันถัดไปจะมีการประชุมผู้ปกครองในเวลาใด
เวลาถูกกำหนดไว้ที่เก้าโมงเช้าของวันนี้
เช้าตรู่
แสงอรุณเพิ่งทอประกายจาง ๆ
ทีมงานรายการ “สอนลูกอย่างมีวิธี” เปิดไลฟ์เร็วกว่าปกติไม่น้อย
เพราะในช่วงเวลาที่รอผลสอบประกาศ รายการอยู่ในสถานะหยุดออกอากาศมาโดยตลอด
ในฐานะรายการไลฟ์ที่เคยมีจำนวนผู้ชมออนไลน์พร้อมกันสูงสุดแตะหลักสิบล้าน
จู่ ๆ ก็หยุดออกอากาศไป ย่อมทำให้ผู้คนจำนวนมากไม่พอใจเป็นธรรมดา
โดยเฉพาะผู้ชมที่ตั้งหน้าตั้งตารอดูผลสอบปลายภาคของเด็กทั้งสามครอบครัว
พวกเขารอจนกระวนกระวายใจ ถึงขั้นมีคนส่งใบมีดโกนไปให้ทีมงานรายการโดยตรง
ขู่ว่าถ้ายังไม่เปิดไลฟ์อีก จะบุกไปถึงสถานีโทรทัศน์
ความจริงแล้วทีมงานรายการไม่ได้ตั้งใจหยุดออกอากาศ
เพียงแต่เนื้อหาการไลฟ์ในครั้งนี้ เดิมทีก็วนอยู่รอบการสอบปลายภาคของเด็กทั้งสามครอบครัว ไม่ได้ออกแบบกิจกรรมอื่นไว้
ทำให้พวกเขามองข้ามไปว่า หลังสอบปลายภาคเสร็จจนถึงวันประกาศผลสอบ ยังมีช่วงเวลาว่างอีกหลายวัน
ช่วงเวลานี้ไม่มีกิจกรรม จึงไม่มีอะไรให้ไลฟ์เป็นพิเศษ
อีกทั้งทีมงานรายการยังต้องไปเจรจาและประสานงานกับโรงเรียนประถมหยางกวงด้วย
ประการแรก พวกเขาได้ทราบจากทางโรงเรียนว่าจะมีพิธีมอบรางวัลที่มีชื่อว่า “ครอบครัวรักการอ่าน” เมื่อถึงตอนนั้นจะมีทั้งผู้ปกครอง นักเรียน คุณครูเข้าร่วม อีกทั้งยังมีผู้อำนวยการสำนักงานศึกษาธิการ รวมถึงผู้นำระดับมณฑลเดินทางมาร่วมงานด้วย หากต้องถ่ายทอดสดงานใหญ่แบบนี้ ทีมงานรายการย่อมต้องเตรียมงานล่วงหน้าให้พร้อม
ประการที่สอง พวกเขาอยากทราบผลสอบของเด็กทั้งสามคนจากทางโรงเรียนล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์ควบคุมไม่ได้ระหว่างการไลฟ์ในภายหลัง
แต่พวกเขากลับไม่ได้รับข่าวล่วงหน้าแต่อย่างใด เพราะคุณครูเองก็เพิ่งตรวจข้อสอบเสร็จเมื่อไม่นานนี้
อีกทั้งระหว่างตรวจข้อสอบก็ไม่สามารถมองเห็นชื่อและเลขประจำตัวนักเรียนของเด็กได้ คะแนนยังอยู่ระหว่างการจัดเรียง
ภายในสตูดิโอ
กลางเวที
พิธีกรเสี่ยวซาเผยรอยยิ้มให้กล้อง
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน
“ยินดีต้อนรับทุกท่านกลับมาติดตามรายการของเราต่อครับ!”
“ก่อนหน้านี้ทีมงานรายการของเราได้รับความเป็นห่วงและคำทักทายจากทุกคนแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าทุกคนตั้งตารอให้รายการกลับมาออกอากาศมากแค่ไหน”
“และวันนี้ก็เป็นวันที่เด็กทั้งสามครอบครัวในรายการของเราจะประกาศผลสอบปลายภาค คุณพ่อคุณแม่ทั้งสามท่านกำลังจะเดินทางไปโรงเรียน เพื่อเข้าประชุมผู้ปกครองพร้อมกับเด็ก ๆ”
“ผมเชื่อว่าผู้ชมในห้องไลฟ์ ไม่ว่าจะแต่ก่อนเคยให้พ่อแม่ไปประชุมผู้ปกครองให้ หรือปัจจุบันเป็นผู้ปกครองที่ไปประชุมให้ลูกเอง ก็น่าจะเคยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้กันทั้งนั้น ไม่ทราบว่าตอนนั้นทุกคนมีความรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ?”
“ขณะเดียวกัน ผมเองก็ตั้งตารอมากเหมือนกันว่า ผลสอบของเด็กทั้งสามคนนี้จะเป็นอย่างไร”
“รวมถึงผู้ปกครองทั้งสามท่าน หลังจากได้เห็นผลสอบของลูกตัวเองแล้ว จะมีปฏิกิริยาแบบไหน แนวคิดการศึกษาที่แตกต่างกัน จะสะท้อนออกมาในการประชุมผู้ปกครองครั้งนี้หรือไม่”
เสี่ยวซาพูดไปพลาง กวาดสายตามองไปรอบสตูดิโอ
เวลานี้ แม้ในห้องไลฟ์จะมีคนหลั่งไหลเข้ามาแล้วเกือบหนึ่งล้านคน
แต่เพราะทีมงานรายการเปิดไลฟ์เร็วกว่าปกติ แขกรับเชิญจำนวนไม่น้อยจึงยังมาไม่ถึง
แม้แต่ที่นั่งของผู้สังเกตการณ์ หวังฟางก็ยังไม่ปรากฏตัว
แต่เสี่ยวซารู้ดีอยู่ในใจ
หวังฟางไม่ใช่ว่าไม่อยากมาถึงก่อนเวลา
แต่เป็นเพราะทีมงานรายการหาเหตุผลมาแจ้งเธอว่า วันนี้เธอไม่จำเป็นต้องมาที่สตูดิโอ
……