เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 27 ปราณโลหิต

ตอนที่ 27 ปราณโลหิต

ตอนที่ 27 ปราณโลหิต


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

ในห้วงจิตของหลงเฉิน ลวดลายมังกรแปลกประหลาดบนหยกมังกรลึกลับนั้นเปล่งแสงจาง ๆ ออกมาอีกครั้ง รัศมีแสงสีดำนั้นกำลังห่อหุ้มแก่นโลหิตสืบทอดที่อยู่เบื้องล่าง

 

แก่นโลหิตสืบทอดที่ถูกพันธนาการไว้โดยหยกมังกรส่งเสียงคำรามกึกก้องอย่างมิยอมจำนน ทำให้ห้วงจิตของหลงเฉินสั่นไหว  แต่มิอาจหลบหนีออกจากการควบคุมของหยกมังกร

 

แก่นโลหิตสืบทอดค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้หยกมังกร  และในครู่ต่อมาพวกมันก็ผสานรวมกัน ทำให้หยกมังกรแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงดุจเลือดอย่างสมบูรณ์

 

ในตอนนี้  หลงเฉินมองเห็นลวดลายมังกรสีดำที่เคยอยู่บนหยกมังกรกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง   ภายในตัวมังกรปรากฏเส้นชีพจรขึ้นมา เส้นชีพจรที่ปรากฏขึ้นเหล่านั้นช่างเหมือนกับชีพจรมังกรจริง ๆ อย่างน่าเหลือเชื่อ!

 

ไม่มีแม้แต่เวลาให้หลงเฉินรู้สึกตกใจ เพราะเมื่อเขาพบว่ามีพลังงานสีเลือดหลั่งไหลอยู่ในเส้นชีพจรบนลวดลายมังกรจริง ๆ  หลงเฉินจดจำวิถีแห่งพลังนั้นได้ และรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งในหัวใจของเขา

 

‘วิถีของการไหลเวียนนี้ เป็นวิถีหนึ่งของการโคจรปราณแท้จริง  คล้ายคลึงกับทักษะยุทธ์ไม่มีผิด!’

 

ไม่ว่าจะเป็นหยกมังกรหรือแก่นโลหิตสืบทอด  พวกมันทั้งคู่ต่างเป็นสิ่งลี้ลับที่ทรงพลังอย่างมาก  วิถีการไหลเวียนของปราณแสดงให้เห็นว่าหยกชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งของธรรมดาอย่างแน่นอน

 

หลงเฉินรีบจดจำทุกสิ่งที่เกิดขึ้น  และในตอนนี้ หยกมังกรสีเลือดค่อย ๆ เลือนราง ในขณะที่แก่นโลหิตสืบทอดแยกตัวออกมาอีกครั้งหนึ่ง  มันถูกหยกมังกรสกัดไว้และมิอาจเคลื่อนไหวได้

 

หลงเฉินไม่เสียเวลาคาดเดาว่าหยกมังกรคืออะไร  หากแต่ใช้วิถีที่หยกมังกรแสดงให้เห็นในการโคจรเลือดและปราณของตนเอง  ทันใดนั้น หลงเฉินรู้สึกตัวสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะจู่ ๆ ก็ล่วงรู้ถึงชื่อและผลที่ได้รับจากวิถีนั้น

 

“การสกัดโลหิตและสลายปราณ...  สามารถสกัดแก่นโลหิตและแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นปราณได้  ผลของมันรุนแรงยิ่งกว่าผลของการดูดกลืนหยกวิญญาณโดยตรงหลายเท่า  และยังสกัดผลึกอสูรได้เช่นเดียวกับนักรบอสูรอีกด้วย!”

 

“แม้ว่าทักษะนี้จะไม่มีระดับขั้น  แต่ถือว่าเป็นความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่มหัศจรรย์เหลือเกิน!”

 

หลงเฉินบีบหัวใจของกิ้งก่าโลหิตใต้ดินในมือ และใช้ทักษะการสกัดโลหิตสลายปราณ  ทันใดนั้นเอง พลังประหลาดบางอย่างก็ส่งผลต่อร่างของกิ้งก่าโลหิตใต้ดิน

 

หลงเฉินสัมผัสได้ว่ากิ้งก่ากำลังเจ็บปวดอย่างมาก เขาจึงขยี้หัวใจของมันเพื่อให้ตายในทันที  แทนที่จะปล่อยให้มันต้องตายเพราะความเจ็บปวด

 

หลังจากที่กิ้งก่าโลหิตใต้ดินตายลงแล้ว  ภายใต้การใช้ทักษะการสกัดโลหิตสลายปราณ เลือดที่อยู่ในตัวของมันก็หลั่งไหลมาที่หลงเฉินอย่างบ้าคลั่งโดยไม่หลงเหลือไว้แม้แต่หยดเดียว

 

ในตอนนี้ เกล็ดทุกชิ้นบนร่างกายของเขาราวกับกลายสภาพเป็นปากขนาดใหญ่ที่สูบกลืนเลือดทั้งหมดเข้าไป

 

ด้วยผลอันทรงพลังของการสกัดโลหิตและสลายปราณ  ทำให้เกิดเสียงระเบิดลั่นดังขึ้น หยดเลือดระเบิดตัวตาม ๆ กัน  จากนั้น สิ่งมัวหมองจำนวนมากก็ถูกขับออกมาจากร่างกายของหลงเฉิน  เลือดที่ยังคงอยู่เปลี่ยนสภาพเป็นปราณสีแดงดุจเลือด และหลอมรวมเข้ากับปราณแท้จริงในตันเถียนของหลงเฉิน!

 

พลังที่แฝงอยู่ในเลือดของกิ้งก่าโลหิตใต้ดินสามารถเทียบได้กับพลังของหยกวิญญาณหนึ่งร้อยชิ้น  หลังจากที่ได้ของดีมาแล้ว หลงเฉินยังรู้สึกหิวกระหายอยู่ ทันใดนั้น เขาก็เหลือบไปมองกิ้งก่าโลหิตใต้ดินตัวอื่น ๆ!

 

ด้วยการส่งเสริมของทักษะสกัดโลหิตสลายปราณอันทรงพลัง  หลงเฉินก็เริ่มฆ่าล้างบางกิ้งก่าโลหิตใต้ดิน แม้หลงเฉินจะบรรลุเพียงขอบเขตชีพจรมังกรขั้นห้า แต่เขาก็แข็งแกร่งกว่ากิ้งก่าเหล่านี้มาก ด้วยเดือยกระดูกของเขา การแทงกิ้งก่าโลหิตพวกนี้จึงง่ายดายราวกับแทงลงไปบนเต้าหู้อันอ่อนนุ่ม

 

ด้วยปราณโลหิตของกิ้งก่าโลหิตใต้ดิน  ความหิวโหยของหลงเฉินจึงค่อย ๆ บรรเทาลง  ปริมาณปราณของเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเท่ากับปริมาณที่เขามีก่อนหน้าที่จะสัมผัสกับผนึกมังกร  แต่คุณภาพของมันเพิ่มมากขึ้นนับสิบเท่า!

 

เมื่อเห็นท่าทางที่โหดเหี้ยมของหลงเฉิน  หลิงซีก็รู้สึกรับไม่ได้อย่างบอกไม่ถูก อย่างไรก็ตาม สัตว์อสูรและมนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  โดยปกติแล้ว เผ่าพันธุ์มนุษย์มักจะฆ่าสัตว์อสูร และสัตว์อสูรบางตัวที่แข็งแกร่งก็สามารถฆ่ามนุษย์ได้เช่นกัน และกลายเป็นกฎของวัฏจักร

 

และในเมื่อสัตว์อสูรนั้นมีสติปัญญาต่ำ นางจึงพูดอะไรไม่ได้มากนัก  หลงเฉินมักจะฆ่ากิ้งก่าก่อนที่เขาจะใช้ทักษะการสกัดโลหิตสลายปราณ เพื่อที่หัวใจของเขาจะไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่นพลังสังหารจากแก่นโลหิตสืบทอดอันบ้าคลั่ง

 

ขณะที่หลงเฉินกำลังจะหยุด  เสียงของหลิงซีกลับดังขึ้นด้วยความกระวนกระวาย

 

“หลงเฉิน  มีสัตว์อสูรขนาดยักษ์อยู่ใต้ดินนี่! ความแข็งแกร่งของมันอยู่ในระดับอำพันขั้นเจ็ด พวกเรารีบหนีกันดีกว่าไหม?”

 

เพราะสัตว์อสูรระดับอำพันขั้นเจ็ดนั้นสามารถเอาชีวิตหลงเฉินในอดีตได้อย่างง่ายดาย

 

แต่นางยังไม่รู้ว่าหลงเฉินแข็งแกร่งขึ้นเพียงใดหลังจากการแปรสภาพ  ดังนั้น นางจึงพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง ทำให้หลงเฉินผงะไปทันที

 

“ระดับอำพันขั้นเจ็ดรึ? ให้ข้าได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของร่างกายนี้หน่อยเถอะ...”

 

สัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งในระดับอำพันขั้นเจ็ด นับได้ว่าแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ดเล็กน้อย

 

ขณะที่ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของหลงเฉิน  ลึกลงไปใต้ดินก็พลันสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่ง  ตามมาด้วยเสียงคำรามเกรี้ยวกราดที่คล้ายคลึงกับเสียงมังกร ก่อนที่ผืนธรณีจะพลันระเบิดขึ้นเมื่อสัตว์ประหลาดสีแดงขนาดใหญ่ปรากฏตัวต่อหน้าต่อตาหลงเฉิน!

 

มันคือกิ้งก่าโลหิตใต้ดินอีกรูปแบบหนึ่งที่มีขนาดตัวใหญ่โตมหึมากว่ามาก  ขนาดลำตัวของมันยาวกว่าหกสิบเชียะ และทั่วทั้งตัวปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเลือด  ดวงตาสีแดงเข้มของมันใหญ่โตดูน่าพรั่นพรึงอย่างที่สุด!

 

“มันคือราชากิ้งก่าโลหิตใต้ดิน!  ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดบริเวณนี้ถึงมีกิ้งก่าโลหิตจำนวนมาก เพราะเป็นถิ่นของราชากิ้งก่านั่นเอง!”

 

แม้ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลจากราชากิ้งก่าโลหิต  หลงเฉินก็ไม่ถอยหนีแม้เพียงครึ่งก้าว

 

หลงเฉินฆ่ากิ้งก่าโลหิตไปเป็นจำนวนมาก  เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ราชากิ้งก่าโลหิตจึงเดือดดาลถึงขีดสุด แม้ว่ามันจะสัมผัสได้ราง ๆ ว่าหลงเฉินนั้นมีความลึกลับและแปลกประหลาดแฝงเร้นอยู่ แต่มันก็มิอาจปล่อยวางความโกรธแค้นภายในหัวใจของมันไปได้!

 

“ดูท่าเจ้าสัตว์อัปลักษณ์ตัวนี้อยากจะฆ่าข้าสินะ  แต่สำหรับข้า เจ้าก็เป็นเพียงอาหารเท่านั้นล่ะ!”

 

บังเกิดแสงวาบขึ้นในดวงตาของหลงเฉิน  ความเร็วของเขาในตอนนี้เพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนนับสิบเท่า และเมื่อเขาเคลื่อนไหว  ราวกับเขากลายเป็นเงาสีแดงที่ปรากฏขึ้นในถ้ำ อย่างไรก็ตาม หลงเฉินก็เห็นว่าการเคลื่อนไหวของลิ้นกิ้งก่าโลหิตนั้นรวดเร็วอย่างมากเช่นกัน

 

ขณะที่หลงเฉินเคลื่อนไหว ลิ้นสีเลือดขนาดมหึมาที่เปี่ยมด้วยพลังอันร้ายกาจก็ตวัดมาบนศีรษะ  เขาร้องคำรามและเหวี่ยงหมัดออกไป แต่เมื่อมันปะทะเข้ากับลิ้นของราชากิ้งก่า เขาก็พบว่าพละกำลังของลิ้นนั้นสามารถเทียบได้กับกำลังของเขา   การปะทะครั้งนี้ส่งผลให้ขาทั้ง 2 ข้างของหลงเฉินจมลงในพื้นดินทันที!

 

“จะอย่างไรก็เถอะ  วันนี้ข้ากินอิ่มแปล้แล้ว เพราะฉะนั้นข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้าหรอก!  แต่จนกระทั่งตอนนี้ ข้ายังไม่เคยลองใช้ผนึกมังกรเลยสักครั้ง วันนี้ขอลองกับเจ้าหน่อยก็แล้วกัน!”

 

หลงเฉินก้มหัวลง และในตอนนี้ ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มและปล่อยแสงเย็นเยียบออกมา  แม้ว่าฝ่ามือของเขาจะกลายเป็นกรงเล็บ แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกับผนึกแต่อย่างใด พลังสีแดงดุจเลือดเริ่มหมุนวนอยู่ในฝ่ามือของเขาด้วยความเร็ว  แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าหาราชากิ้งก่า ในขณะที่ผนึกมังกรก่อร่างขึ้นอย่างรวดเร็วในฝ่ามือของหลงเฉิน!

 

“ผนึกมังกร!”

 

เมื่อปราณสีเลือดแปรเปลี่ยนเป็นมังกรสีเลือดตัวเล็ก ๆ ซึ่งขดตัวอยู่รอบฝ่ามือของหลงเฉิน  ราชากิ้งก่าก็สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามถึงชีวิต มันถอยหนีไปอย่างรีบเร่ง

 

ทว่าในเวลานี้  ถ้ำที่มืดสนิทพลันเจิดจ้าไปด้วยแสงสีแดงดุจเลือด  เงาของมังกรศักดิ์สิทธิ์สีเลือดวาบปรากฏขึ้นและพุ่งเข้าใส่บริเวณหัวของราชากิ้งก่าโลหิต ตอนนั้นเอง เกิดเสียงคำรามต่ำของมังกรดังขึ้น แล้วสมองของราชากิ้งก่าโลหิตก็ระเบิดออก ก่อนจะตายสนิทในทันที!

 

สัตว์อสูรระดับอำพันขั้นเจ็ด ได้ตายลงแล้ว!

 

นี่คือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่หลงเฉินเคยสังหารมา  เขาคิดว่าต่อให้เป็นไป๋ซื่อจี ก็ไม่มีทางที่เขาจะเอาชนะราชากิ้งก่าโลหิตตัวนี้ได้

 

หลังจากที่กำจัดราชากิ้งก่าโลหิตแล้ว  หลงเฉินก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดอันรุนแรง  ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะไม่ปล่อยมันไปเฉย ๆ เขากระโดดขึ้นไปบนหลังของราชากิ้งก่าโลหิต และใช้ทักษะสกัดโลหิตสลายปราณในทันที  ทำให้เลือดปริมาณมากหลั่งไหลออกมาจากร่างของราชากิ้งก่าโลหิต

 

แม้จะมีเลือดปริมาณมหาศาล แต่หลงเฉินก็ใช้ทักษะการสกัดจนสามารถสกัดเอาของเสียที่อยู่ในเลือดออกได้ถึงเก้าในสิบส่วน  จากนั้น เขาก็แปรเปลี่ยนเลือดที่ยังเหลืออยู่ให้กลายเป็นปราณโลหิต และหลอมรวมเข้ากับตันเถียนของตนเอง

 

เลือดของสัตว์อสูรระดับอำพันขั้นเจ็ดนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว  หลงเฉินสัมผัสได้ว่าปราณของเขาเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทั่งมาถึงจุดที่สำคัญยิ่ง

 

ก่อนหน้านี้ เขาไม่สามารถทนกับความหิวกระหายได้  แต่ในตอนนี้ เมื่อมีปราณปริมาณมากอยู่ในร่าง ในที่สุดก็ถึงเวลาที่หลงเฉินจะบรรลุสู่ขอบเขตชีพจรมังกรขั้นหก!

 

เขานั่งขัดสมาธิบนร่างของราชากิ้งก่าโลหิต  ครู่ต่อมา ปราณทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็นมังกรโลหิตตัวยาว  มันคำรามกึกก้องขณะพุ่งตัวไปยังเส้นชีพจรมังกรเส้นที่หก

 

สิ่งที่ทำให้หลงเฉินตกใจมากที่สุด คือมังกรโลหิตตัวนี้ดูราวกับมีสติปัญญาของตัวเอง  มันทั้งดุร้ายและกระหายเลือด เส้นชีพจรมังกรที่เคยตันกลับอ่อนแออย่างที่สุดเมื่อเผชิญหน้ากับมังกรโลหิต เพราะปราณของหลงเฉินเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุดของขอบเขตชีพจรมังกรขั้นห้าแล้ว  ทำให้ง่ายมากที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดไปยังขั้นที่หก

 

ด้วยเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป เส้นชีพจรมังกรเส้นที่หกก็เชื่อมเข้าด้วยกันด้วยเสียงอันดัง  และพลังวิญญาณฟ้าดินปริมาณมากก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของหลงเฉิน ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ได้บรรลุถึงขอบเขตชีพจรมังกรขั้นหกอย่างสมบูรณ์

 

ก่อนการแข่งขันล่าสัตว์อสูรจะเริ่มขึ้น  ในที่สุดเขาก็สามารถบรรลุถึงขั้นหกจนได้ เมื่อสัมผัสถึงพลังอันแข็งแกร่งภายในร่างกาย  เขาก็ยิ้มออกมาในทันที

 

ด้วยความวุ่นวายปั่นป่วนที่เกิดขึ้น  หลงเฉินจึงไม่กล้าอยู่ที่นั่นอีกต่อไป  เขาออกมาจากถ้ำใต้ดินและมุ่งหน้าไปยังถ้ำของตนเอง  แต่สิ่งที่ทำให้เขาเศร้า คือไม่รู้ว่าจะจัดการรูปลักษณ์ของตัวเขาเองในตอนนี้ได้อย่างไร

 

ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดถึงเรื่องนี้  ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกคันแปลก ๆ เกล็ดและเดือยกระดูกบนร่างค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ  และผสานกลับเข้าไปในหลังของเขาเอง จนในที่สุด เขาก็กลับมามีรูปลักษณ์ปกติดังเดิม

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขากำจัดรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไปได้  เขาก็สัมผัสถึงแก่นโลหิตสืบทอดที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งร่าง มันกำลังค่อย ๆ ถอนพลังกลับมา และท้ายที่สุด ก็หลอมรวมเป็นจุดเล็ก ๆ สีแดงอยู่ตรงหว่างคิ้ว

 

ปราณโลหิตที่เคยเพิ่มปริมาณขึ้นนับสิบเท่าก็ค่อย ๆ จางหายไปเช่นกัน  แต่ถึงกระนั้น ปราณที่เหลืออยู่ก็ยังคงมีร่องรอยของสีแดงดุจเลือด และคุณภาพของมันก็มากขึ้นกว่าปราณทั่วไปถึง สี่เท่า!

 

ความแข็งแกร่งที่หลงเฉินแสดงออกมาเมื่อเขาเปลี่ยนร่างนั้นค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ

 

อย่างไรก็ตาม ตัวเขาในตอนนี้ เมื่อเทียบกับผู้ฝึกยุทธ์ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นหกทั่วไปก็นับว่าเขาแข็งแกร่งกว่ามาก  ผนวกกับวิชาผนึกมังกรที่เขาฝึกฝน หลงเฉินจึงเชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถต่อสู้กับไป๋ซื่อจีที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ดได้อย่างแน่นอน!

 

การจางหายไปของรูปร่างแปลกประหลาดก่อนหน้านี้ทำให้หลงเฉินรู้สึกเสียดายเล็กน้อย  เพราะเวลาที่เขาอยู่ในสภาพนั้นคือช่วงเวลาที่เขาแข็งแกร่งที่สุด อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนด้วยรูปลักษณ์เช่นนั้นได้  เขาจึงไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลย

 

‘สงสัยจริงว่าข้าจะสามารถกลายร่างเป็นแบบนั้นได้อีกหรือไม่ หยกมังกรชิ้นนี้ช่างลึกลับเหลือเกิน  แต่ข้าว่าน่าจะพอเป็นไปได้อยู่นะ’

 

แม้ว่าเขาจะไม่ได้กลายร่าง  ความแข็งแกร่งของเขาก็เพียงพอที่จะทำให้เขาเข้าร่วมการแข่งขันล่าสัตว์อสูรได้แล้ว

 

หลังจากที่หลงเฉินคืนร่างเดิม  ทุกอย่างก็กลับคืนเป็นปกติ มีเพียงหลิงซีที่ถามเขาอย่างอดรนทนไม่ไหว

 

“หลงเฉิน  แก่นโลหิตสืบทอดของเจ้ามาจากมังกรประเภทไหนน่ะ?”

*******************************

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 27 ปราณโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว