- หน้าแรก
- ระบบพ่อสุดกาว ลูกเอ๋ย อย่าอ่านหนังสือ มาเล่นเกมกับพ่อ
- บทที่ 244 ไม่เคยกินหมู ก็ยังเคยเห็นหมูวิ่งไม่ใช่เหรอ?
บทที่ 244 ไม่เคยกินหมู ก็ยังเคยเห็นหมูวิ่งไม่ใช่เหรอ?
บทที่ 244 ไม่เคยกินหมู ก็ยังเคยเห็นหมูวิ่งไม่ใช่เหรอ?
บทที่ 244 ไม่เคยกินหมู ก็ยังเคยเห็นหมูวิ่งไม่ใช่เหรอ?
“ของดี ๆ ก็ต้องแบ่งกันสิครับ อีกอย่างถ้าไม่ได้วิธีที่คุณลุงสอน ผมก็คงตกปลาไม่ได้”
“ผมให้ปลาคุณลุงเอากลับบ้านไปหนึ่งตัว ให้คุณป้า พี่ชายพี่สาว หรือน้องชาย น้องสาวที่บ้านได้ลองชิมปลาที่ผมตกได้ ดีไหมครับ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
สายตาของชายหนวดก็ชะงักไปเล็กน้อย
ทั้งรู้สึกคาดไม่ถึง และในใจก็เกิดความซาบซึ้งขึ้นมานิด ๆ
แต่ว่าหญิงสาวที่อยู่ด้านข้างกลับกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป
เธอหลุดหัวเราะ “พรืด” ออกมา
จากนั้นก็ชี้ไปที่ชายหนวด แล้วแซวว่า
“เจ้าหนู หนูไม่ต้องให้เขาหรอก!”
“เขามีครอบครัวที่ไหนกันล่ะ แฟนสักคนยังหาไม่ได้เลย!”
ในเวลาเดียวกัน
ไอเฉินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็เก็บโทรศัพท์ แล้วหัวเราะพลางตะโกนบอกคุนคุน
“ลูกชาย ลูกไม่ต้องให้ปลาลุงเขาหรอก เขามีวิธีดี ๆ ขนาดนี้มาสอนลูก แล้วลูกก็ตกปลาได้ แสดงว่าเขาต้องตกปลาได้เยอะมากแล้วแน่ ๆ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้
คุนคุนก็เกาศีรษะ แววตาเต็มไปด้วยความสับสน
“งั้นเหรอครับ? แต่เมื่อกี้ผมได้ยินคุณลุงบอกว่า รอเขาตกปลาได้ก่อน แล้วค่อยให้ผมไปตกในกระชังปลาของเขานี่ครับ แบบนี้ไม่ใช่แปลว่าเขายังตกไม่ได้เหรอ?”
“คุณลุงครับ คุณลุงตกได้หรือยังครับ?”
ดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ของเขาจ้องตรงไปยังชายหนวด
สายตานั้นไม่มีความเยาะเย้ยแม้แต่น้อย
แต่กลับทำให้สีหน้าของชายหนวดแข็งค้างในพริบตา
เขาอับอายจนแทบอยากหายไปจากตรงนั้น พูดอะไรไม่ออกอยู่พักใหญ่
ผ่านไปนาน ชายหนวดยังไม่ทันได้เอ่ยปาก
หญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะเสียงดัง แล้วตอบแทนเขาว่า
“เขาจะตกได้อะไรล่ะ”
“พวกเขาตกกันอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ยังไม่เห็นแม้แต่เงาปลาสักตัว! เมื่อกี้ฉันยังได้ยินเขาพูดอยู่เลยว่า ถ้าตกไม่ได้ คืนนี้จะตกต่ออีก!”
ไอเฉินทำท่าประหลาดใจ แล้วเลิกคิ้วถามว่า
“คืนนี้ยังตกต่ออีกเหรอครับ? พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงานเหรอ?”
หญิงสาวหัวเราะจนแทบยืนไม่ตรง แล้วตอบต่อทันที
“ไม่ต้อง! ก่อนหน้านี้ไม่นานเขาเพิ่งตกงานวัยกลางคนพอดี!”
ชายหนวด “……”
คุนคุนไม่ค่อยเข้าใจความหมายของคำว่า “ตกงานวัยกลางคน” เท่าไหร่
เขารู้แค่ว่ามันหมายถึงไม่มีงานทำแล้ว
พอได้ยินคุณน้าบอกว่าคุณลุงจะอดนอนตกปลาต่อเนื่องสองคืน เขาก็พูดกับชายหนวดด้วยความเป็นห่วง
“คุณลุงครับ อดนอนตกปลาไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ! เหมือนพ่อผมเล่นเกมนั่นแหละ ถ้าพักผ่อนไม่พอ ผมร่วงได้นะครับ…”
ไอเฉินลุกขึ้นยืน แล้วตบหลังศีรษะคุนคุนเบา ๆ
“เล่นเกมทั้งคืนแล้วเป็นยังไง? พ่อของลูกสุขภาพดีมากนะ!”
“อีกอย่าง ลูกไม่ต้องห่วงว่าลุงเขาจะผมร่วงหรอก ลองดูสิว่าเขายังมีผมให้ร่วงไหม?”
คุนคุนเงยหน้ามองชายหนวด
สายตาหยุดอยู่บนศีรษะมันวาวของอีกฝ่าย
จากนั้นถึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ แล้วหลุดปากพูดออกมา
“จริงด้วย! คุณลุงไม่มีผม ก็ไม่ต้องกังวลว่าผมจะร่วงแล้ว”
“เอ๊ะ คุณลุงครับ ทำไมคุณลุงไม่มีอะไรเลยล่ะครับ? ไม่มีครอบครัว ไม่มีงาน ไม่มีผม…”
ไอเฉินเสริมอีกดอก
“อืม ที่สำคัญคือ ยังไม่ได้ปลาด้วย”
ชายหนวด “………………”
ทันทีที่คำพูดจบลง
รอบด้านก็ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมา
พี่ตากล้องถ่ายตามถึงขั้นหัวเราะพลางตบต้นขา เอวแทบยืดไม่ขึ้น
แม้แต่สองคนที่ก่อนหน้านี้หันหลังหนีไปแล้ว ก็ยังหันกลับมามองชายหนวดที่ถูกโจมตีเต็มแรง
ในแววตาทั้งมีความเห็นใจ และซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่อยู่
ในห้องไลฟ์ ผู้ชมเองก็หัวเราะกันจนแทบหงายหลัง
คอมเมนต์ไหลทะลักเต็มหน้าจออย่างบ้าคลั่ง
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ พี่คนนี้ไม่ควรไปยุ่งกับไอเฉินกับคุนคุนจริง ๆ
สองพ่อลูกคู่นี้ปากหวานเหมือนทาน้ำผึ้งไว้ก็จริง
แต่พอพูดที ทำเอาคนแทบหมดสภาพ]
[การโจมตีแบบไร้ร่องรอย
วันนี้ฉันได้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว]
[นี่มันกาเรนออก Last Whisper ชัด ๆ
เงียบแล้วยังทะลุเกราะอีก ฮ่า ๆ ๆ ๆ]
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ ตกงานวัยกลางคน
โสดตั้งแต่เกิด
หัวล้าน
กลับบ้านมือเปล่า
บัฟซ้อนเต็มครบหมดแล้ว
ฉันกลัวว่าพี่แกฟังไอเฉินพูดจบ
จะเผลอเดินลงไปล่อปลาในทะเลสาบเองจริง ๆ]
[อืม… ที่แทงใจยิ่งกว่าคือ
ตอนนี้กำลังไลฟ์อยู่ด้วย
มีคนหลายล้านคนกำลังหัวเราะเขาอยู่
ฮ่า ๆ ๆ คืนนี้ถ้าพี่แกเลื่อนเจอคลิปตัวเอง
คงโดนแทงซ้ำอีกรอบแน่]
[หน้าพี่แกแดงจนออกม่วงแล้ว:]
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ ใบหน้าแดงก่ำของคุณลุง
ชนะคำบอกรักทุกคำ]
[เดี๋ยวเช้าพรุ่งนี้เจ้าของบ่อตื่นมา
อาจพบว่าน้ำหนักแถวทะเลสาบเพิ่มขึ้นมาอีกหลายสิบกิโล]
ท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจของทุกคน
ชายไว้หนวดรู้สึกเหมือนนั่งไม่ติด
เมื่อเผชิญหน้ากับคำพูดของไอเฉินกับคุนคุน
เขาไม่กล้าตอบกลับแม้แต่คำเดียว
สุดท้ายก็พาเพื่อนอีกสองคนมุดกลับเข้าเต็นท์ของตัวเองอย่างหงอย ๆ
ไม่กล้าออกมาอีกเลย
หลังจากคนเหล่านั้นเดินหายไปหมดแล้ว
คุนคุนก็นั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นน้ำแข็ง จ้องปลาคาร์ปตัวใหญ่สองตัวที่กำลังกระโดดดิ้นอยู่ในถังน้ำ
ดวงตาของเขาเป็นประกายระยิบระยับ
เต็มไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ
ไม่นานนัก เขาก็เงยหน้าขึ้น แล้วอวดไอเฉินด้วยสีหน้าได้ใจ
“ฮ่า ๆ พ่อ ผมนำห่างแล้วนะ!”
“ผมตกได้สองตัวแล้ว แต่พ่อยังไม่ได้สักตัวเลย! การแข่งครั้งนี้ผมชนะชัวร์!”
ไอเฉินยิ้ม แล้วลูบศีรษะคุนคุน ก่อนพยักหน้าพูดว่า
“งั้นลูกก็พยายามเข้า พ่อขอไปพักต่ออีกหน่อย”
พูดจบ
ไอเฉินก็นั่งกลับลงบนเก้าอี้อีกครั้ง
แล้วค่อย ๆ เปิดโต่วอินไถดูอย่างสบายใจ
เมื่อเห็นเช่นนั้น
พี่ตากล้องที่อยู่ด้านข้างก็อดสงสัยไม่ได้
เขาขยับเข้าไปหาไอเฉิน แล้วถามว่า
“ไอเฉิน นายไม่ไปตกปลาเหรอ? ทำไมถึงกลับมาไถโต่วอินอีกแล้ว?”
“จริงสิ เมื่อกี้นายไม่ไถ แต่ใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปคุนคุนไว้ หรือว่านายรู้ว่าเขาจะตกปลาได้ เลยจงใจอัดไว้ล่วงหน้า?”
ไอเฉินยิ้ม แล้วอธิบายว่า
“ที่อัดคลิปไว้ หนึ่งก็เพราะผมอยากบันทึกการเคลื่อนไหวของคุนคุนทั้งหมดไว้”
“ถ้ารอเขาตกปลาไม่ได้ แล้วมาขอให้ผมช่วย ผมจะได้ใช้คลิปชี้ให้เขาดูว่าตรงไหนทำไม่ถูก และควรทำยังไง”
“สองก็เพราะนี่เป็นการตกปลาครั้งแรกของเขา ยังไงผมก็ต้องกังวลอยู่บ้าง กลัวว่าเขาจะทำตัวเองบาดเจ็บ”
“ดังนั้นตอนอัดคลิป ผมก็ถือโอกาสอยู่ข้าง ๆ คอยดูเขาไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
พี่ตากล้องก็พยักหน้า คล้ายเพิ่งเข้าใจขึ้นมาบ้าง
แต่ไม่นาน เขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
“ไม่สิ ไอเฉิน นายตกปลาเป็นเหรอ? ถึงบอกว่าจะชี้แนะคุนคุนได้”
ไอเฉินยักไหล่อย่างจนใจ
“ผมก็ต้องเป็นสิ”
ทว่าพี่ตากล้องกลับมีสีหน้าไม่เชื่อ
“ไม่เชื่อ”
“ถ้านายตกปลาเป็นจริง ก็คงไม่มานั่งไถโต่วอินแบบนี้หรอก”
“คุนคุนเพิ่งใช้เวลาแป๊บเดียวก็ตกขึ้นมาทีเดียวสองตัว แต่นายกลับนั่งไถโต่วอิน”
“แบบนี้นายจะเอาอะไรไปชนะเขา? หรือจะรอให้ปลาเข้ามาหาเอง?”
ไอเฉินไม่ได้เถียง
เขาเพียงมองคุนคุนที่กำลังตื่นเต้นอยู่ข้างถังน้ำอย่างเงียบ ๆ
ในใจคิดอยู่คนเดียวว่า
ปลา…
มันจะเข้ามาหาเองจริง ๆ นั่นแหละ
โดยเฉพาะปลาตัวผู้…
…
ฝั่งหวังเหลย
เพราะต้องแข่งกับหวังจื่อเซวียนว่าใครตกปลาได้มากกว่า
ดังนั้นสองพ่อลูกจึงไม่ได้ตั้งใจจะนั่งตกปลาในเต็นท์
แต่ต่างเลือกที่จะเจาะรูน้ำแข็งของตัวเองให้ห่างจากอีกฝ่ายโดยไม่ได้นัดหมาย
เพื่อไม่ให้ถึงเวลาตัดสินแล้วแยกความแตกต่างได้ยาก
รูน้ำแข็งของหวังเหลยกับหวังจื่อเซวียนห่างกันประมาณสามถึงสี่เมตร
ตอนนี้ ทั้งสองยกเก้าอี้เล็กกับอุปกรณ์ตกปลาไปนั่งประจำหน้ารูน้ำแข็งของตัวเองแล้ว
หวังเหลยไม่ได้เริ่มตกปลาทันที
แต่หันไปมองหวังจื่อเซวียนก่อน
เพราะกังวลว่าเด็กอายุแปดเก้าขวบอย่างหวังจื่อเซวียนจะใช้อุปกรณ์ไม่ถูก จนเผลอเกี่ยวโดนมือตัวเอง
แต่วินาทีต่อมา
การเคลื่อนไหวอันคล่องแคล่วของหวังจื่อเซวียนกลับทำให้เขาตาโตด้วยความตกตะลึง
เตรียมเหยื่อล่อ
โปรยเหยื่อ
ปรับเหยื่อ
ปั้นเหยื่อ
เกี่ยวเหยื่อเข้ากับเบ็ด…
การเคลื่อนไหวทั้งหมดไหลลื่นราวสายน้ำ
ทำต่อเนื่องเสร็จในรวดเดียว
หวังเหลยร้องถามอย่างตกใจ
“หวังจื่อเซวียน ลูกไปเรียนตกปลามาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
หวังจื่อเซวียนหันหน้ากลับมา เชิดคางขึ้นอย่างได้ใจ
“ก็เรียนจากตอนดูพ่อไปตกปลาไง!”
“ไม่ใช่ว่ามีคำพูดหนึ่งบอกไว้เหรอ ไม่เคยกินหมู ก็ยังเคยเห็นหมูวิ่งไม่ใช่หรือไง?”