- หน้าแรก
- ซูเปอร์สตาร์สาวบ้างานกับสามีที่เป็นพ่อบ้านสุดแสนจะ(ไม่)ธรรมดา
- บทที่ 210 - เขามีวิธีดูแตงโมสุกถึงหกวิธีเลยเหรอเนี่ย
บทที่ 210 - เขามีวิธีดูแตงโมสุกถึงหกวิธีเลยเหรอเนี่ย
บทที่ 210 - เขามีวิธีดูแตงโมสุกถึงหกวิธีเลยเหรอเนี่ย
"ก็มาจากเพลงใหม่ในแอปฟังเพลงไงคะ" หลินหว่านตอบ
เสิ่นฉียื่นหน้าไปดูใกล้ๆ "ขอดูหน่อยสิ"
หลินหว่านเปิดหน้าเพลงใหม่มาแรงให้ดู เสิ่นฉีก็เห็นชื่อเพลง "สายลมชนเผ่าสุดเท่" กับชื่อวงฟีนิกซ์ลีเจนด์เด่นหราอยู่บนหน้าจอทันที
"เร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ..." เสิ่นฉีพึมพำกับตัวเอง
เพิ่งจะเอาเพลงให้เมื่อคืนวาน เช้าวันนี้ก็ปล่อยเพลงออกมาแล้วเหรอ
ก็จริงอยู่ที่เสิ่นฉีเป็นคนสั่งให้ปล่อยเพลงออกมาก่อนเพลงหนึ่ง
"งั้นก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ..."
เสิ่นฉีเอนหลังพิงเบาะตามเดิม
เพลง "สายลมชนเผ่าสุดเท่" จังหวะสุดมันส์ยังคงเปิดวนไปมาในรถ
ผ่านไปสักพัก เพลงก็เปลี่ยนเป็น "ล่องลอยสู่แดนเหนือ"
ทุกคนกำลังคุยกันเล่นเพลินๆ จู่ๆ หลินหว่านก็ทักขึ้นมา "เอ๊ะ คนร้องเพลงนี้ก็ชื่อเสิ่นฉีเหมือนกันเลยนะคะ พี่ฉีร้องเองหรือเปล่าคะเนี่ย"
เสิ่นฉีไม่ตอบ
[...]
[นี่มัน ... รายการจะเล่นแง่เกินไปแล้วนะ!]
[บอกเสิ่นฉีไปตรงๆ เลยสิว่าพวกแกรู้เรื่องหมดแล้ว จะมามัวทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ทำไม]
[กลุ่มแฟนคลับเสิ่นฉีขอประกาศเป็นศัตรูกับผู้กำกับหน้าหมา!]
...
เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการสนทนา หลังจากขับรถไปได้สักพัก ฟ่านเสียนก็บอกให้หลินหว่านปิดเครื่องเสียง
จากนั้นหลินหว่านก็เริ่มฮัมเพลง
"หมิงเยวี่ยอืมมมจี่อืมมมฮื่ออืมมม... อืมมมจิ่วอืมมมชิงอืมมมเทียน... ฮื่อฮื่อเทียนซ่างอืมมมฮื่ออืมมม..."
เสิ่นฉีเด้งตัวนั่งหลังตรงทันที "เพลงนี้มัน ..."
"ฉันแค่ฮัมเพลงเล่นๆ น่ะค่ะ"
ฟ่านเสียนยิ้ม "พวกเราสองคนชอบฟังเพลงน่ะครับ บางทีก็ชอบฮัมเพลงไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นเพลงอะไรหรอกครับ แค่ฮัมตามทำนองในหัวเฉยๆ"
จากนั้นฟ่านเสียนก็เริ่มฮัมเพลงบ้าง
"อ๊าาา~ อาอา~ อาเคคู... อาเคคูเหลย..."
เสิ่นฉีถึงกับหน้าเหวอ
[เชี่ย! สองผัวเมียคู่นี้มันกวนโอ๊ยสุดๆ]
[ยังดูไม่ออกอีกเหรอ ภารกิจตอนท้ายรายการในตอนที่แล้ว ก็ตั้งใจจะให้เสิ่นฉีรู้ตัวเรื่องไลฟ์สดอยู่แล้ว]
[รายการกะจะเปลี่ยนแผนใหม่สินะ ก่อนหน้านี้ตั้งใจปิดบัง แต่ตอนนี้จงใจบอกใบ้เรื่องไลฟ์สดแทน]
[ไอ้ผู้กำกับหน้าหมาหัวล้านตาตี่ใส่แว่น มันคิดจะทำอะไรของมันวะเนี่ย]
[การให้เสิ่นฉีรู้ตัวเรื่องไลฟ์สด อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องแย่ก็ได้นะ]
...
เฉินมู่หนิงมักจะเหลือบมองไปที่ฝั่งของเสิ่นฉีอย่างไม่ตั้งใจ
พอมาอยู่ในรายการ เฉินมู่หนิงถึงได้รู้ว่า แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของฝั่งเสิ่นฉีก็สามารถดึงดูดความสนใจจากทุกคนได้แล้ว
เมื่อมองผ่านหน้าจอ แค่ดูจากสีหน้าของเสิ่นฉี ก็พอจะเดาออกแล้วว่าสมองของเขากำลังสับสนวุ่นวายขนาดไหน
ช่วงนี้เสิ่นฉีงัดผลงานออกมาเยอะมาก ทุกครั้งที่มีผลงานชิ้นใหม่โผล่มา เขาก็มักจะคิดทบทวนอย่างหมกมุ่นว่าผลงานพวกนี้โผล่มาได้ยังไงและโผล่มาตอนไหน
แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก็มีข้อมูลใหม่ๆ โผล่มาเต็มไปหมด
เพลง "สายลมชนเผ่าสุดเท่" กับ "ล่องลอยสู่แดนเหนือ" ปล่อยออกมาแล้ว การที่ได้ยินบนรถก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่เพลง "จะมีจันทร์กระจ่างฟ้าเมื่อใด" กับ "อู่เจียผอ" สองเพลงนี้กลับโผล่มาแบบเดียวกับที่เพลง "หนึ่งรอยยิ้มเย้ยยุทธจักร" กับเพลง "ผีเสื้อเมามาย" โผล่มาที่สนามบาสเกตบอลต้าชวนเลย
ถึงแม้คำอธิบายของฟู่ฉิงจะฟังดูสมเหตุสมผล
แต่การที่เรื่องบังเอิญแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าและถี่ขนาดนี้ ก็ทำให้เสิ่นฉีเริ่มสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง
แล้วไอ้ที่ฟ่านเสียนฮัมเมื่อกี้มันใช่เพลง "อาเคคูเหลย" หรือเปล่านะ
เสิ่นฉีค่อยๆ หลับตาลง
ด้วยทักษะการขับรถอันยอดเยี่ยมของฟ่านเสียน การเดินทางที่ปกติใช้เวลาชั่วโมงกว่า กลับใช้เวลาไม่ถึงห้าสิบนาทีก็มาถึง
ที่นี่มีสวนผลไม้มากมาย ปลูกต้นไม้ผลหลากหลายชนิด
ฟ่านเสียนจอดรถที่หน้าสวนผลไม้แห่งหนึ่ง พวกเขาก็เห็นหลี่เหนียนเกิงยืนรออยู่หน้าสวนพอดี
พอลงจากรถและทักทายแนะนำตัวกันเสร็จ หลี่เหนียนเกิงก็อธิบายสถานการณ์ให้ฟัง
"โธ่เอ๊ย อย่าให้พูดเลย แตงโมในสวนมันสุกหมดแล้ว แต่คนที่จ้างมาเก็บดันโดนคนอื่นตัดหน้าแย่งตัวไปซะงั้น แตงโมตั้งพันกว่าชั่งตอนนี้ก็เลยยังกองอยู่เต็มสวนไปหมด ..."
[อ้าว ที่แท้เรื่องด่วนก็คือเรื่องนี้นี่เองเหรอ]
[พ่อของราชินีนักร้องฮวนเกอทำสวนผลไม้ด้วยเหรอเนี่ย ร้อนเงินขนาดนั้นเลยเหรอ]
[พวกนายไม่รู้อะไร คนแก่รุ่นนี้เขาก็ผูกพันกับเรื่องพวกนี้แหละ]
[ใช่ๆ พ่อฉันก็หาเงินได้ตั้งเยอะ แต่พอถึงหน้าเกี่ยวข้าวก็ต้องทิ้งงานกลับไปเกี่ยวข้าวที่บ้านเกิด นี่แหละคือความผูกพันกับแผ่นดินของคนรุ่นก่อน]
[สรุปเสิ่นฉีมาช่วยพ่อตาเก็บแตงโมสินะ]
หลี่ฮวนเกอที่อยู่ในห้องส่งหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
"พ่อฉันเป็นคนอยู่ไม่สุขน่ะค่ะ นอกจากจะชอบทำงานศิลปะแล้ว ก็ยังมีสวนผลไม้อยู่ที่บ้านเกิดด้วย"
"เรื่องสวนผลไม้ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาเลย ก็ไม่แปลกหรอกค่ะที่เขาจะรีบโทรหาเสิ่นฉีแบบนี้"
เฉินมู่หนิงมองดูยอดคนดูของทั้งสองฝั่ง แล้วก็เกิดความสงสัยแบบเดียวกับที่ซูซิงจู๋เคยสงสัย
ผู้ชมเริ่มเปลี่ยนช่อง ฝั่งจิ่งรุ่ยหงยอดคนดูเริ่มลดลง จากเก้าล้านคนเหลือประมาณแปดล้านคน
ส่วนฝั่งเสิ่นฉียอดคนดูกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนพุ่งไปถึง 12 ล้านคนแล้ว
อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากชอบดูเรื่องราวบ้านๆ ธรรมดาๆ แบบนี้กันนะ
ไม่รู้สึกว่ามันเชยไปหน่อยเหรอ
...
"พ่อไม่ได้ลองหาคนจากที่อื่นมาช่วยเหรอครับ" เสิ่นฉีถาม
หลี่เหนียนเกิงตอบด้วยความหงุดหงิด "ก็คนพวกนี้เป็นคนในหมู่บ้านเราน่ะสิ ปกติก็จ้างพวกเขาทุกปี แต่ปีนี้ดันโดนคนอื่นแย่งไปซะได้ ช่วงนี้ผลไม้สุกพร้อมกันเยอะแยะ ใครๆ เขาก็มีงานทำกันหมด จะไปหาคนงานชั่วคราวที่ไหนได้ล่ะ"
"แตงโมพันกว่าชั่งก็ไม่น่าจะเยอะเท่าไหร่นะครับ" ฟ่านเสียนถามขึ้น
"จำนวนมันไม่เยอะหรอก แต่ต้องค่อยๆ เก็บแล้วขนออกมากองไว้ข้างหน้า แถมยังต้องยกขึ้นรถอีก ตอนเที่ยงพ่อค้าเขาก็จะมารับแตงโมแล้ว" หลี่เหนียนเกิงอธิบาย "ยังไงก็ต้องใช้คนสักแปดคนสิบคนถึงจะทัน"
ฟ่านเสียนกับหลินหว่านเสนอตัวช่วยทันที
ชาวเน็ตต่างก็บอกว่า แตงโมแค่พันกว่าลูกเอง
ฝั่งนี้มีเสิ่นฉีที่ตัวล่ำบึก ฟ่านเสียนก็รูปร่างสูงใหญ่ หลินหว่านก็ดูไม่ใช่ผู้หญิงบอบบางอะไร
หลี่เหนียนเกิงก็ดูแข็งแรง เสิ่นเสี่ยวคุนก็น่าจะพอช่วยขนได้สักสองสามลูก
หลี่ฮวนเกออธิบายเพิ่มเติม
"ความจริงแล้วการเก็บแตงโมไม่ได้ยากหรอกค่ะ ที่ยากคือการดูว่าแตงโมสุกหรือยังต่างหาก"
"ถ้าเก็บแตงโมที่ยังไม่สุกมา ก็ต้องทิ้งเปล่าๆ"
"เรื่องนี้คงมีแต่พ่อฉันคนเดียวที่ดูเป็นค่ะ"
ชาวเน็ตถึงได้เข้าใจ
เสิ่นฉีที่อยู่ในหน้าจอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พูดขึ้น
"เดี๋ยวผมกับพ่อจะเดินดูแตงโมก่อน แล้วทำเครื่องหมายไว้ที่ลูกที่สุกแล้ว พวกคุณจะได้ไม่เก็บผิดลูก"
"พ่อก็ลองโทรหาคนในหมู่บ้านดูอีกที เผื่อจะมีใครว่างมาช่วย จ่ายแพงหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกครับ"
"เดี๋ยวพอผมเลือกแตงโมเสร็จ พวกคุณก็มีหน้าที่เก็บ ส่วนผมกับฟ่านเสียนจะรับหน้าที่เข็นรถเอง!"
แผนนี้ฟังดูไม่มีปัญหาอะไร เพราะนี่คือวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว
แต่ปัญหาคือ เสิ่นฉีดูแตงโมสุกเป็นด้วยเหรอ
[ถึงแม้เสิ่นฉีจะเป็นผู้ชายเกาะผู้หญิงกิน แต่เขาก็เป็นถึงสามีของราชินีนักร้องฮวนเกอนะ ใช้ชีวิตอยู่แต่ในเมืองใหญ่ตลอด คงดูแตงโมสุกไม่เป็นหรอก]
[เรื่องแบบนี้จะมาสุ่มเดาไม่ได้นะ เกิดเก็บผิดลูกขึ้นมาแย่เลย]
[ฉันมีความรู้สึกว่า เสิ่นฉีในฐานะผู้ทะลุมิติ เขาต้องมีระบบแน่ๆ! แล้วระบบของเขาก็สามารถบอกได้ว่าแตงโมลูกไหนสุกแล้ว]
[เชี่ย! แกพูดเองแล้วแกเชื่อที่ตัวเองพูดไหมเนี่ย]
เสิ่นฉีเห็นทุกคนทำหน้าสงสัย ก็เลยยิ้มแล้วบอกว่า
"ผมดูเป็นจริงๆ นะ เอาเถอะๆ เดี๋ยวผมจะอธิบายวิธีดูให้ฟังคร่าวๆ ก็แล้วกัน"
เขาเดินเข้าไปในดงแตงโม แล้วสุ่มเลือกแตงโมลูกใหญ่ขึ้นมาลูกหนึ่ง
"ข้อแรก ให้ดูความมันวาวของแตงโม ผิวของแตงโมที่สุกแล้วจะเป็นเงาแวววาว ดูเต่งตึง อย่างลูกนี้ก็ชัดเจนเลยว่ายังไม่สุก"
"ข้อสอง ให้ดูลายแตงโม ดูลูกนี้นะ ลายมันจะลึกและชัดเจน ไม่ดูจางๆ หรือขุ่นๆ เหมือนแตงโมที่ยังไม่สุก เพราะงั้นลูกนี้คือแตงโมสุก"
"ข้อสาม ให้ดูรอยสีเหลือง ตรงจุดที่แตงโมสัมผัสกับพื้น ถ้ารอยนั้นเป็นสีเหลืองหรือสีส้ม ไม่ใช่สีขาว แปลว่าแตงโมสุกแล้ว ..."
เสิ่นฉีอธิบายไปพลาง เดินเลือกแตงโมที่ได้ขนาดไปพลาง
"ข้อสี่ ให้ลองกะน้ำหนักดู แตงโมที่สุกแล้วจะรู้สึกเบากว่า ส่วนแตงโมที่ยังไม่สุกจะหนักกว่า"
"ข้อห้า ให้ลองเคาะดู ถ้าแตงโมสุก เสียงที่เคาะจะดังโปร่งๆ แต่ถ้าแตงโมยังไม่สุก เสียงจะดังทึบๆ ..."
หลี่เหนียนเกิงและคนอื่นๆ ต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
แค่แป๊บเดียว เสิ่นฉีก็ทำเครื่องหมายแตงโมสุกไปได้เจ็ดแปดลูกแล้ว
แต่เขาก็ยังคงทำเครื่องหมายต่อไป
"ข้อหก ให้สังเกตเถาแตงโมและขั้วแตงโม ถ้าบนเถาแตงโมไม่มีขนอ่อนๆ แล้วตรงขั้วแตงโมก็บุ๋มลงไป แปลว่าแตงโมลูกนั้นสุกแล้ว ..."
ทุกคนในห้องส่งต่างก็หันไปมองหลี่ฮวนเกอเป็นตาเดียว
หลี่เหนียนเกิงเป็นคนปลูกแตงโม หลี่ฮวนเกอก็น่าจะพอรู้เรื่องพวกนี้บ้างแหละ
หลี่ฮวนเกอมองเสิ่นฉีที่อยู่ในหน้าจอด้วยความประหลาดใจ
"ฉันเคยได้ยินพ่อคุยโม้ตอนกินเหล้าว่า เขามีวิธีดูแตงโมสุกถึงสี่วิธีเลยนะคะ!"
"แต่เสิ่นฉีกลับบอกมาตั้งหกวิธีเลย ..."