- หน้าแรก
- ซูเปอร์สตาร์สาวบ้างานกับสามีที่เป็นพ่อบ้านสุดแสนจะ(ไม่)ธรรมดา
- บทที่ 70 ฉันไม่ได้ทำเพื่อเงิน ฉันทำเพื่อศิลปะต่างหาก
บทที่ 70 ฉันไม่ได้ทำเพื่อเงิน ฉันทำเพื่อศิลปะต่างหาก
บทที่ 70 ฉันไม่ได้ทำเพื่อเงิน ฉันทำเพื่อศิลปะต่างหาก
"แผนอะไร" หลี่ฮวนเกอถามด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ฟู่ฉิงหัวเราะหึๆ
"แผนการพิษ... ระดับเก้าฟ้าสิบดินพระโพธิสัตว์ยังต้องส่ายหน้าหวาดกลัวสายฟ้าฟาดแสงทองอร่ามสุดยอดไร้เทียมทาน!"
"……"
ความรู้สึกรอคอยอันมหาศาลถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง
ภาพเสิ่นฉีบนหน้าจอขนาดยักษ์เก็บกวาดทำความสะอาดห้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขากำลังโก่งก้นถูพื้นมุมสุดท้ายของบ้านอยู่
จู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขาสั้นตัวใหญ่ของเขาก็ดังขึ้น
เสิ่นฉีเห็นว่าเป็นเบอร์แปลก เขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
นี่เป็นเบอร์มือถือเครื่องสำรอง ไม่มีใครรู้เบอร์นี้นี่นา
เสิ่นฉีกดรับสายแล้วดัดเสียงให้เปลี่ยนไป
"ฮัลโหลว่าไง"
ฟู่ฉิงแค่นหัวเราะ
ไอ้กระจอกเอ๊ย...
"ฉันโทรมาจากเบอร์ติดต่อในสัญญาซื้อขายเพลง หมิงเยวี่ยจี่สือโหย่ว ค่ะ อาจารย์ผู้อยู่เบื้องหลังการต้มขี้ ฉันทราบมาว่าคุณฝีมือเยี่ยมมาก ก็เลยอยากจะขอจ้างคุณแต่งเพลงให้สักเพลงค่ะ"
"ในเมื่อเป็นการจ้างแต่งเพลง แน่นอนว่าฉันต้องมีแนวทางให้คุณค่ะ"
เสิ่นฉี: ???
ฟู่ฉิงพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบและร้อนรน รัวคำพูดออกมาราวกับปืนกล
"เราต้องการเพลงที่เหมาะสำหรับการฟังแบบลึกซึ้ง หวังว่าจะสามารถสื่อสารเจตนารมณ์ออกมาได้ อย่างเช่นความเชื่อมั่นที่ว่า เมื่อเผชิญกับความยากลำบากก็ยังควรหยัดยืนเพื่ออุดมการณ์และก้าวเดินต่อไป!"
"ต้องมีการร้อยเรียงคำที่มีความหมายลึกซึ้งอย่าง บ้านเกิด แดนไกล ความดีงาม และการเติบโต เพื่อให้คนหนุ่มสาวที่กำลังดิ้นรนต่อสู้แต่บางครั้งก็รู้สึกหมดเรี่ยวแรง สามารถค้นพบจุดเชื่อมโยงทางอารมณ์ร่วมได้ค่ะ"
"ทางที่ดีที่สุดคือต้องใช้คำสละสลวยตรงตามฉันทลักษณ์ ท่วงทำนองบาดลึกกินใจ ชวนให้คิดตามอะไรประมาณนั้นค่ะ!"
[???]
[ฉิงเก๋อเก๋อโคตรฮา นี่มันจงใจระบุชัดเจนเลยนี่นาว่าต้องการเพลง เซียวโฉว น่ะ!]
[เอ๊ะๆๆ ไม่ใช่สิ... พวกนายไม่รู้สึกเหรอว่าคำพูดของฉิงเก๋อเก๋อฟังดูคุ้นๆ น่ะ]
[เชี่ย! นี่มันข้อความช่องแชตที่อาจารย์จ้าวซานเหอวิจารณ์เพลง เซียวโฉว เมื่อกี้นี้นี่นา!]
หลี่ฮวนเกอกับจั๋วอีอีทนกลั้นขำไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ทั้งสองคนกอดกันระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
ฟู่ฉิงกับหลี่ฮวนเกอสนิทกันชนิดที่ว่าใส่กางเกงซับในตัวเดียวกันได้เลย วิธีการพูดจาด่ากระทบกระเทียบก็เลยถอดแบบกันมาเป๊ะ
"คุณเป็นมืออาชีพ พอฉันพูดแค่นี้คุณก็น่าจะพอมองเห็นทิศทางแล้วใช่ไหมคะ"
"บางทีอาจจะมีบางคนวิจารณ์เพลงที่ฉันสั่งทำในทางแย่ๆ อย่างเช่นบอกว่า... การจงใจกดเสียงให้ต่ำและแหบพร่าเพื่อสร้างบรรยากาศความโศกเศร้าของการใช้ชีวิตที่ยากลำบากอะไรแบบนั้น..."
"อย่างเช่นบอกว่า... ใช้ถ้อยคำอลังการเรียงร้อยต่อกันอย่างพร่ำเพรื่อเพื่อพยายามดึงดูดความสนใจและสร้างอารมณ์ร่วม..."
"อย่างเช่นบอกว่า... ท่วงทำนองเรียบง่ายจนเกินไป การขับร้องราบเรียบเกินไปไม่มีจุดพีก..."
"แล้วก็อาจจะบอกว่า... เพลงนี้มีดีแค่เปลือกนอก ไม่ใช่เพลงที่ดีเลยสักนิด..."
"อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ!"
[พรูดดฮ่าๆๆๆ รอบนี้ฉันดูออกแล้ว นี่มันคำพูดต้นฉบับที่จินหลินใช้วิจารณ์เพลง เซียวโฉว เป๊ะๆ เลยนี่นา]
[ฉิงเก๋อเก๋อโหดเกินไปแล้ว!]
[ป่านนี้จินหลินคงโกรธจนควันออกหูแล้วมั้ง]
[สรุปว่าฉันกำลังดูรายการวาไรตี้แม่และเด็กของปลอมอยู่ใช่ไหม ทำไมมันถึงได้ฮากว่าดูตลกคาเฟ่อีกเนี่ย]
เสิ่นฉีกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เขารู้สึกว่ามันแปลกๆ
แต่ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันแปลกตรงไหน
จนกระทั่งฟู่ฉิงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเจือความโกรธ
"คุณไม่ต้องไปสนใจคำพูดของคนพวกนั้นหรอกค่ะ คิดซะว่าเป็นแค่เสียงผายลมก็พอ!"
เสิ่นฉีเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว
ผู้หญิงอย่างฟู่ฉิงมีนิสัยคล้ายหลี่ฮวนเกอ คือเป็นคนอารมณ์ร้อนและขี้โมโหเอามากๆ
หลี่ฮวนเกอผันตัวมาเป็นประธานบริษัทแล้ว เธอก็เลยต้องระมัดระวังภาพลักษณ์บ้าง
แต่ฟู่ฉิงนั้นต่างออกไป เธอไม่เคยแคร์อะไรพวกนี้เลย
เสิ่นฉีเดาว่าฟู่ฉิงคงไปพนันอะไรกับใครมา แล้วในมือของเธอตอนนี้ไม่มีเพลงสไตล์นี้เลย พอหาทางออกไม่ได้ก็เลยลองสุ่มโทรมาหาเขาดู
เมื่อดูมาถึงตรงนี้ หลายคนก็คิดว่างานนี้ต้องสำเร็จแน่
ใครจะไปคิดว่าเสิ่นฉีกลับเบ้ปากแล้วดัดเสียงเป็นอีกเสียงหนึ่งตอบกลับไป
"ขอโทษทีนะ พอดีฉันยุ่งมากน่ะ!"
"ยุ่งเหรอ นายไม่ได้วันๆ เอาแต่..." ฟู่ฉิงรีบเปลี่ยนคำพูด "อาชีพของนายก็คือนักแต่งเพลงไม่ใช่เหรอ ไม่แต่งเพลงแล้วนายจะไปทำอะไร"
เสิ่นฉีเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาและเริ่มอธิบายอย่างใจเย็น
"อย่างแรกเลยนะ ฉันมีภรรยาที่สวยระดับนางฟ้า ฉันต้องตั้งใจทำกับข้าวและดูแลความเป็นอยู่ของเธอทุกวัน ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด"
"อย่างที่สอง ฉันมีลูกชายที่ซนมากๆ คนหนึ่ง เลี้ยงดูยากมาก การดูแลเขาเหนื่อยสุดๆ ไปเลย"
"อย่างที่สาม การแต่งเพลงไม่ได้ง่ายเหมือนไก่ไข่นะ ไม่ใช่ว่าคุณอยากสั่งทำแล้วมันจะเสกออกมาได้เลย"
เสิ่นฉีแอบหัวเราะเยาะในใจ
ถ้าวันหนึ่งพวกเธอรู้ว่าฉันคือ ผู้อยู่เบื้องหลังการต้มขี้ แล้วนึกถึงคำพูดพวกนี้ของฉันขึ้นมาล่ะก็...
หลี่ฮวนเกอคงยิ้มหน้าบานกรามค้างไปเลยล่ะสิ
ส่วนฟู่ฉิงอย่างเธอก็คงจะรู้สึกผิดที่เมื่อก่อนเคยดูถูกฉันจนอยากจะมุดแผ่นดินหนีไปเลยใช่ไหมล่ะ
ฟู่ฉิงเหมือนจะตั้งสติอยู่นาน กว่าจะพยายามกัดฟันพูดออกมาได้
"ถ้าเพลงนี้ทำออกมาแล้วฉันพอใจ... สองล้านหยวน!"
"เท่าไหร่นะ!"
ทุกคนเห็นหน้าอกของเสิ่นฉีกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง พยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้สุดฤทธิ์
"งานนี้ฉันรับทำ!"
ฟู่ฉิง: ……
หลี่ฮวนเกอ: ……
[……]
[……]
[???]
[นี่มัน...]
[ให้ตายเถอะ...]
เสิ่นฉีทำหน้าตาขึงขังจริงจังและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้ทำเพื่อเงิน!"
"สำหรับลูกค้าแล้ว ฉันทำงานด้วยความตั้งใจและรับผิดชอบเสมอ!"
"และเหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือ..."
"ฉันทำเพื่อศิลปะต่างหาก!"
ฟู่ฉิงถึงกับพูดไม่ออกไปเลย "โอเคๆๆ... เพื่อศิลปะก็หวังว่านายจะทำเสร็จให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ!"
เสิ่นฉีตอบอืมเบาๆ แล้วถามต่อ "ถ้าฉันส่งงานให้คุณก่อนเที่ยงคืนวันนี้ได้ จะมีโบนัสเพิ่มไหม"
ฟู่ฉิงไปไม่เป็นเลยทีเดียว
"เอ่อ... เพิ่มให้อีกสองแสนหยวนแล้วกัน"
"อีกยี่สิบนาที เตรียมเทรดผ่านเว็บไซต์เถาเกอได้เลย!"
เสิ่นฉีกดวางสายทันที
……
ห้องส่งตกอยู่ในความเงียบกริบ
จั๋วอีอีถามด้วยความตกตะลึง "เขาจะใช้เวลายี่สิบนาทีเขียนทั้งเนื้อร้อง ทำนอง แล้วก็แยกพาร์ตเครื่องดนตรีของเพลง เซียวโฉว งั้นเหรอคะ"
"ดูเหมือนจะ... เป็นอย่างนั้นนะคะ!" หลี่ฮวนเกอพยักหน้าตอบ
นอกจากเหตุผลนี้แล้ว ก็ไม่มีคำอธิบายอื่นใดอีกแล้ว
ข้อความช่องแชตสีแดงของจินหลินปรากฏขึ้นอีกครั้ง
[ขำตายล่ะ ยี่สิบนาทีเขียนเนื้อร้อง ทำนอง แล้วก็เรียบเรียงดนตรีของเพลงๆ หนึ่งเนี่ยนะ]
[ขี้โม้โอ้อวดเกินไปหน่อยมั้ง]
[ต่อให้เป็นเพลงที่คุ้นเคยอยู่ในหัวอยู่แล้ว แค่เขียนเนื้อร้องกับโน้ตเพลงออกมาเวลาแค่นี้ก็ยังแทบไม่พอเลย นี่ต้องมาทำพาร์ตแยกเครื่องดนตรีอีกเหรอ]
[ในวงการเพลงไม่มีใครทำได้หรอก!]
ข้อความช่องแชตสีแดงของจ้าวซานเหอก็ปรากฏขึ้นเช่นกัน
[เรื่องนั้นมันก็จริงครับ!]
[แต่เมื่อกี้เสิ่นฉีก็เล่นกีตาร์และร้องเพลงให้ฟังไปจนจบแล้วนี่ครับ ฮวนเกอเอนเตอร์เทนเมนต์มีความเป็นมืออาชีพในด้านนี้อยู่แล้ว นี่มันก็แค่การทำตามขั้นตอนเท่านั้นเอง]
ชาวเน็ตถึงได้ตาสว่างกันขึ้นมา
หลี่ฮวนเกอเองก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
ภาพในจอ เสิ่นฉีนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์และเริ่มพิมพ์งานรัวๆ
เขาพิมพ์เร็วมากจนเห็นนิ้วมือเป็นภาพติดตาเลยทีเดียว
[ความเร็วในการพิมพ์ของพวกนักเขียนนิยายออนไลน์นี่มันเร็วปรื๊ดจริงๆ อาจจะเขียนเสร็จภายในยี่สิบนาทีก็ได้นะ!]
[ไม่มีทาง! นี่ไม่ได้แค่พิมพ์เนื้อเพลงนะ การเขียนโน้ตเพลงมันยากกว่านั้นเยอะ ต่อให้เป็นเพลงที่คุ้นเคยแค่ไหนก็ไม่มีทางทำได้เร็วขนาดนี้หรอก!]
[รีบสวิตช์หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเสิ่นฉีขึ้นมาดูเร็วเข้าสิ]
ฟางเฉี่ยนกับหลีเหล่ยร้อนใจจนทนไม่ไหว แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้เอ่ยปาก หลี่ฮวนเกอก็ตะโกนสั่งขึ้นมาทันที
"สวิตช์ภาพ!"
ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ถูกส่งขึ้นมาแสดงบนหน้าจอยักษ์ในห้องส่งทันที
เพียงแค่ชั่วอึดใจเดียว เนื้อเพลงของเพลงๆ หนึ่งก็ถูกพิมพ์ไปได้ครึ่งทางแล้ว
หลายคนยังไม่ทันได้สังเกตเห็นด้วยซ้ำ คนที่พบความผิดปกติเป็นคนแรกคือไป๋ชิงเหอ
เธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด!
"เนื้อเพลงเหมือนจะเขียนผิดนะคะ! นั่นมันไม่ใช่เนื้อเพลง เซียวโฉว เมื่อกี้นี้นี่นา!"