- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐี ด้วยระบบประเมินของเก่า
- บทที่ 21 - เสิ่นซิ่วซิ่ว
บทที่ 21 - เสิ่นซิ่วซิ่ว
บทที่ 21 - เสิ่นซิ่วซิ่ว
บทที่ 21 - เสิ่นซิ่วซิ่ว
พูดไปก็แปลก ตอนนี้หลี่เทียนหมิงรู้สึกชอบมองคนสวยเอามากๆ
มีคำกล่าวที่ว่า หากมีหัวใจที่รักในศิลปะ ก็ย่อมมีสายตาที่มองเห็นความงาม
ในสายตาของหลี่เทียนหมิง ผู้หญิงสวยก็เปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง
ตอนที่ได้เจอถังเสี่ยวอวี่เมื่อวาน หลี่เทียนหมิงก็รู้สึกแบบนั้น ความสวยที่มาพร้อมกับความเย็นชาของเธอมันดึงดูดความสนใจของเขาได้เสมอ
แต่หลี่เทียนหมิงก็ไม่ใช่พวกที่ชอบแสดงออกอะไรแบบนั้นให้ใครเห็น เขายังคงเก็บอาการไว้เป็นอย่างดี
ดังนั้นเขาจึงแกล้งทำเป็นหันหน้าหนีแล้วกลับไปให้ความสนใจกับของสะสมของเสิ่นอวี้หลงต่อ
หลังจากที่กลุ่มนักศึกษาเข้ามาในพิพิธภัณฑ์ พวกเขาก็กระจายตัวกันออกไปเป็นกลุ่มเล็กๆ
ตอนนี้หลี่เทียนหมิงกำลังยืนดูตู้จัดแสดงใบหนึ่ง ภายในตู้มีของที่มีลักษณะคล้ายลูกปัดวางอยู่
ลูกปัดเม็ดนี้มีขนาดเล็กมาก เป็นรูปทรงรี มีสีเขียวหม่นๆ ดูเผินๆ จะเห็นว่ามีรอยด่างๆ อยู่บ้าง ตรงกลางมีรูเจาะที่ค่อนข้างใหญ่ กินพื้นที่ไปถึงหนึ่งในสามของลูกปัดทั้งหมด
หลี่เทียนหมิงแอบใช้ระบบประเมินลูกปัดเม็ดนี้อย่างเงียบๆ ผลลัพธ์ที่ได้ทำเอาเขาต้องตะลึง เพราะมันสามารถขายได้ราคาสูงถึงสิบเอ็ดล้านหยวนเลยทีเดียว
นี่เป็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งมาก เพราะเท่าที่หลี่เทียนหมิงรู้ ของแบบนี้มีหลงเหลืออยู่บนโลกค่อนข้างเยอะ ปกติแล้วราคาก็จะอยู่แค่ราวๆ หนึ่งถึงสองล้านหยวนเท่านั้น
แต่ลูกปัดเม็ดนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในของสะสมที่ล้ำค่าที่สุดในพิพิธภัณฑ์อวี้หลงแห่งนี้เลยก็ว่าได้
"คุณสนใจลูกปัดเม็ดนี้เหรอคะ"
เสียงใสๆ ดังขึ้นที่ข้างหูของหลี่เทียนหมิง
หลี่เทียนหมิงหันไปมอง ก็เห็นว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มหญิงสาวสวยที่เพิ่งเข้ามานั่นเอง
หญิงสาวคนนี้มีผิวขาวเนียน หน้าตาสวยงาม ดวงตากลมโตเป็นประกาย เธอสวมชุดเดรสสีขาวทับด้วยเสื้อคลุมตัวเล็กๆ ดูมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความสดใสของวัยรุ่น
พวกเขายืนอยู่ใกล้กันมากจนหลี่เทียนหมิงได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก น่าจะเป็นกลิ่นของน้ำหอมราคาแพง ซึ่งหอมมากทีเดียว
การที่นักศึกษาสามารถใช้น้ำหอมแบบนี้ได้ แสดงว่าที่บ้านต้องมีฐานะดีมากแน่ๆ
"ครับ นี่คือลูกปัดสุยโหว หายากมากเลยนะที่ยังคงสภาพสมบูรณ์แบบนี้ได้" หลี่เทียนหมิงตอบพร้อมรอยยิ้ม
ในตอนนั้นเอง นักศึกษาชายที่ยืนอยู่ข้างๆ หญิงสาวก็ขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นว่า "ลูกปัดสุยโหวอะไรกัน ป้ายในตู้ก็เขียนอยู่ชัดๆ ว่าเป็นลูกปัดหลิวหลีแห่งยุคจ้านกั๋ว คุณอย่ามาทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลย"
นักศึกษาชายคนนี้หน้าตาหล่อเหลาและรูปร่างสูงโปร่ง แต่กิริยาท่าทางและคำพูดคำจาดูยังเด็กและใจร้อนตามประสาวัยรุ่น
หลี่เทียนหมิงไม่ได้ถือสา เขาอธิบายต่อว่า "ความจริงแล้วชื่อเต็มๆ ของมันก็คือ ลูกปัดหลิวหลีดวงตาแมลงปอแห่งยุคจ้านกั๋ว พวกคุณลองดูสิ ลูกปัดเม็ดนี้เป็นทรงรี มีจุดสีน้ำเงินบนพื้นสีขาว ดูคล้ายกับดวงตาของแมลงปอ"
"ส่วนลูกปัดสุยโหวเป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่ง ซึ่งมีตำนานเล่าขานกันมาว่า..."
หลี่เทียนหมิงหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ ก็เห็นว่าเธอกำลังจ้องมองเขาอยู่ เขาจึงยิ้มบางๆ แล้วเล่าต่อ
"ในสมัยชุนชิว ผู้ครองแคว้นสุยได้ออกเดินทางท่องเที่ยว แล้วไปเจองูยักษ์ตัวหนึ่งกำลังบาดเจ็บอยู่ เขาเกิดความสงสารจึงสั่งให้คนนำยาไปรักษาจนงูยักษ์ตัวนั้นหายดี งูยักษ์จึงมอบลูกปัดวิเศษเม็ดนี้ให้เป็นการตอบแทน"
เสียงของหลี่เทียนหมิงดังฟังชัดในพิพิธภัณฑ์ที่เงียบสงบ ทำให้นักศึกษาที่อยู่ใกล้ๆ หันมาสนใจและเดินเข้ามารวมกลุ่มกัน
นักศึกษาคนหนึ่งถามขึ้นว่า "นี่คือลูกปัดวิเศษเหรอ ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่ลูกปัดวิเศษเลยนะ"
หลี่เทียนหมิงส่ายหน้า "เวลาผ่านไปหลายพันปี สีและแสงเงาของมันก็เลยจางลงไปมาก ถ้าเป็นตอนที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ มันคงจะเปล่งประกายสวยงามมากแน่ๆ แต่จะว่าไปแล้ว ลูกปัดเม็ดนี้ถือว่าอยู่ในสภาพที่ดีมาก ถึงแม้ในประเทศเราจะมีการค้นพบลูกปัดชนิดนี้ค่อนข้างเยอะ แต่ที่สภาพสมบูรณ์ขนาดนี้มีนับชิ้นได้เลย"
"แล้วคุณคิดว่าลูกปัดเม็ดนี้ราคาเท่าไหร่คะ" หญิงสาวถามขึ้นมา
หลี่เทียนหมิงชะงักไปนิดเมื่อเจอคำถามนี้ พอเขาเห็นแววตาซุกซนของหญิงสาว เขาก็ตอบไปแบบสบายๆ ว่า "ถ้าให้ผมเอาไปขาย ราคาน่าจะเกินตัวเลขนี้ครับ"
พูดจบหลี่เทียนหมิงก็ชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
หญิงสาวถามต่อ "หนึ่งล้านหยวนเหรอคะ"
หลี่เทียนหมิงส่ายหน้า
"งั้นก็...สิบล้านหยวนเหรอคะ"
หลี่เทียนหมิงยิ้มแล้วพยักหน้า
กลุ่มนักศึกษาที่ยืนมุงดูอยู่พากันร้องอื้อหือด้วยความตกใจ
"โห! จริงดิ ลูกปัดธรรมดาๆ เม็ดนี้ราคาแพงขนาดนั้นเลยเหรอ"
ครั้งนี้แม้แต่หญิงสาวยังแสดงสีหน้าตกใจ เธอหันไปมองลูกปัดสุยโหวเม็ดนั้นอีกครั้ง
ที่หญิงสาวตกใจไม่ได้เป็นเพราะลูกปัดเม็ดนี้มีราคาแพงลิ่ว แต่เธอไม่คิดว่าผู้ชายตรงหน้าที่ดูอายุมากกว่าเธอไม่กี่ปีจะสามารถประเมินราคาลูกปัดได้อย่างแม่นยำขนาดนี้
หญิงสาวคนนี้มีชื่อว่า เสิ่นซิ่วซิ่ว ซึ่งเป็นลูกสาวของเสิ่นอวี้หลงนั่นเอง
ตอนนี้เธอเป็นนักศึกษาปีสอง คณะประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยปินโจว ซึ่งอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์อวี้หลงไปแค่สองช่วงตึก
วันนี้เสิ่นซิ่วซิ่วตั้งใจชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวที่นี่ เหตุผลแรกคือมันตรงกับสายวิชาที่เรียน ส่วนเหตุผลที่สองคือเพื่อฆ่าเวลาเล่น
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เสิ่นซิ่วซิ่วไม่ได้บอกเพื่อนๆ ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นของพ่อเธอเอง
ตอนที่เสิ่นซิ่วซิ่วเดินเข้ามาในพิพิธภัณฑ์และเห็นหลี่เทียนหมิง เธอก็รู้สึกแปลกใจนิดหน่อย
เพราะคนที่มาเดินพิพิธภัณฑ์อวี้หลงส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ แต่หลี่เทียนหมิงดูเหมือนจะอายุแค่ยี่สิบต้นๆ ไม่น่าจะมาสนใจของสะสมพวกนี้เลย
และเสิ่นซิ่วซิ่วก็สังเกตเห็นว่าหลี่เทียนหมิงกำลังให้ความสนใจลูกปัดเม็ดนี้เป็นพิเศษ ซึ่งเป็นของที่พ่อเธอรักมาก เธอจึงเดินเข้ามาทักทาย
เรื่องราคาของลูกปัดหลิวหลีแห่งยุคจ้านกั๋วเม็ดนี้ เสิ่นซิ่วซิ่วเคยถามเสิ่นอวี้หลงพ่อของเธอมาแล้ว
เสิ่นอวี้หลงบอกลูกสาวด้วยความภูมิใจว่า ลูกปัดเม็ดนี้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก ตอนที่ซื้อมาเมื่อแปดปีก่อนเขาจ่ายไปสามล้านกว่าหยวน ตอนนี้ถ้านำไปขายน่าจะได้ราคามากกว่าสิบล้านหยวนอย่างแน่นอน
[จบแล้ว]