- หน้าแรก
- ระบบเสบียงเต็มมิติ พลิกชะตายอดช่างแห่งยุค 60
- บทที่ 18 - ตื่นเต้นเร้าใจ การเยือนตลาดมืด!
บทที่ 18 - ตื่นเต้นเร้าใจ การเยือนตลาดมืด!
บทที่ 18 - ตื่นเต้นเร้าใจ การเยือนตลาดมืด!
บทที่ 18 - ตื่นเต้นเร้าใจ การเยือนตลาดมืด!
เช้าวันรุ่งขึ้นสุ่ยเซิงตื่นมาวิ่งตั้งแต่ตีสี่กว่า
เพื่อสลัดฉายาคนขี้โรคทิ้งไปให้เร็วที่สุด เขาจำเป็นต้องออกกำลังกาย
สุ่ยเซิงเปิดประตูเดินออกไป ด้านนอกเงียบสงัด
"ฮ่าๆ! คนอื่นหลับใหลแต่ฉันตื่นรู้!" จู่ๆ ประโยคนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของสุ่ยเซิง เขารู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่น ขยันออกกำลังกายมากกว่าคนอื่น ย่อมต้องได้ผลลัพธ์ที่คนอื่นไม่มีแน่นอน พอคิดถึงตรงนี้ก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
เขาเริ่มวิ่งเหยาะๆ ออกจากลานบ้านมายังถนนใหญ่
"อากาศยามเช้าในยุคนี้สดชื่นเกินไปแล้ว!" สุ่ยเซิงสูดอากาศเข้าปอดอย่างตะกละตะกลาม
วิ่งไปได้สักพักเขาก็ค้นพบว่าชุดที่ใส่อยู่ไม่เหมาะกับการวิ่งเอาเสียเลย
'ถ้ามีชุดกีฬาให้ใส่ก็คงดี!' สุ่ยเซิงคิดในใจ
ยุคนี้ในประเทศยังไม่มีชุดกีฬา ถ้าอยากใส่ชุดกีฬาไม่ซื้อมาจากฮ่องกงก็ต้องซื้อผ้าไปจ้างช่างตัดเสื้อตัดให้
ตอนนี้สุ่ยเซิงไม่มีเส้นสายที่ฮ่องกงแน่นอน ดูเหมือนว่าการซื้อผ้าไปจ้างช่างตัดเสื้อจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่ปัญหาคือ สุ่ยเซิงมีเงินแต่ไม่มีคูปองผ้า
ในยุคเศรษฐกิจแบบวางแผนส่วนกลางแบบนี้ จะซื้ออะไรก็ต้องใช้คูปอง ถ้าไม่มีคูปองที่ตรงกับของสิ่งนั้นก็ซื้อไม่ได้ ยกเว้นแต่จะไปที่ตลาดนกพิราบ ซึ่งก็คือตลาดมืดเพื่อซื้อคูปอง
"จริงด้วย! จำได้ว่าพี่เว่ยกั๋วเคยบอกว่าแถวนี้มีตลาดมืดอยู่ข้างในมีของขายเยอะแยะ ขอแค่มีเงินถึงไม่มีคูปองก็ซื้อของได้ตั้งหลายอย่าง!" สุ่ยเซิงนึกขึ้นมาได้กะทันหัน
"แต่ว่าการซื้อขายในตลาดมืดถือเป็นความผิดฐานฉวยโอกาสเก็งกำไร ถ้าโดนจับได้ต้องถูกจำคุก! ต้องระวังตัวให้ดี!"
พ่อทิ้งหมวกฟางไว้ให้ใบหนึ่ง เพื่อให้เก็บรักษาไว้เป็นที่ระลึกได้อย่างถาวรเขาจึงเอามันไปเก็บไว้ในมิติเก็บของ ตอนนี้เอามาใช้ได้พอดี
สุ่ยเซิงสังเกตบริเวณรอบๆ อย่างละเอียดจนรู้สึกว่าปลอดภัยแล้วจึงสวมหมวกฟาง
เขาเดินหาตามตำแหน่งที่พี่เว่ยกั๋วบอกอยู่ไม่กี่นาที ในที่สุดก็เจอตลาดมืด
"เชี่ย! ในตลาดมืดคนก็เยอะขนาดนี้เลยเหรอ" สุ่ยเซิงมองดูฝูงชนที่เดินขวักไขว่ราวกับตลาดสดทั่วไปด้วยความตกตะลึง
แต่ไม่นานเขาก็พบความแตกต่าง ผู้คนในนี้ดูมีท่าทีหวาดระแวงเกินเหตุและคอยมองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลา เกรงว่าถ้ามีคนตะโกนว่าพวกปลอกแขนแดงมาแล้วล่ะก็ ทุกคนคงวิ่งหนีกระเจิงไปในพริบตา
เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ สุ่ยเซิงก็เริ่มระแวดระวังตัวขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งที่เขารู้สึกมากกว่าคือความตื่นเต้นและเร้าใจ
เขาไม่ได้รีบซื้อของในทันที แต่อาศัยประสบการณ์จากการหลบหลีกยามในชาติก่อน เดินสำรวจรอบตลาดมืดหนึ่งรอบจนรู้ทางเข้าออกทุกจุดเป็นอย่างดี แบบนี้ถ้าเกิดมีพวกปลอกแขนแดงมาตรวจก็จะได้หนีรอดทันเวลาไม่ถูกจับได้
หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จ สุ่ยเซิงก็รีบไปซื้อคูปองผ้าทันที ไม่กล้ารอช้าแม้แต่วินาทีเดียว เพราะยิ่งอยู่ในตลาดมืดนานเท่าไหร่ก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น รีบซื้อของให้เสร็จแล้วรีบไปจะดีกว่า
สุ่ยเซิงมองไปรอบๆ
ตอนนั้นเอง พ่อค้าคนกลางที่อยู่ไม่ไกลก็สังเกตเห็นสุ่ยเซิงทันที เขาเดินเข้ามาแล้วส่งยิ้มให้อย่างกระตือรือร้น "สหาย คุณต้องการคูปองไหม"
สุ่ยเซิงหันกลับไปมอง เป็นคุณป้าคนหนึ่ง
"ป้ามีคูปองอะไรบ้างครับ" สุ่ยเซิงรีบถามพลางหันซ้ายหันขวาด้วยความประหม่า ข้อหาฉวยโอกาสเก็งกำไรไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จะไม่ให้ลนลานได้ยังไง
"ฉันมีคูปองทุกอย่างเลย อยากได้อะไรก็บอกมาได้เลย!" แม่ค้าขายคูปองพูด
คูปองทุกอย่างเลยเหรอ
คุยโวเกินไปหรือเปล่าเนี่ย
"มีคูปองจักรยานไหมครับ" สุ่ยเซิงไม่ค่อยอยากจะเชื่อจึงโพล่งถามออกไป
"มีสิ! ทั้งของเฟยเกอ หย่งจิ่ว ฟ่งหวง มีหมดเลย พ่อหนุ่มอยากได้คูปองของยี่ห้อไหนล่ะ" แม่ค้าตาเป็นประกาย รู้สึกเหมือนได้เจอลูกค้ารายใหญ่
'มีจริงๆ ด้วยแฮะ!' สุ่ยเซิงพึมพำในใจ เขามีเงินก็จริงแต่ไม่ได้คิดจะซื้อ ถ้าซื้อกลับไปแล้วโดนคนแจ้งจับ เขาก็อธิบายที่มาของคูปองจักรยานไม่ได้ ไม่ใช่แค่จักรยานจะโดนยึดแต่ตัวเขาเองก็ต้องติดคุกด้วย ถ้าอยากได้คูปองจักรยานก็ต้องได้มาจากช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย
"ผมก็แค่ถามดูน่ะครับ! แล้วมีคูปองผ้าไหมครับ" สุ่ยเซิงถาม
"มีสิ! คูปองผ้าหนึ่งจั้งราคาหนึ่งเหมา! นี่ราคาเน็ตแล้วนะ ไม่ลดแล้ว ถูกมากๆ ไม่หลอกลวงเธอแน่นอน!" แม่ค้าบอก
สุ่ยเซิงรู้สึกว่าราคานี้ไม่แพงและสมเหตุสมผลจริงๆ "งั้นเอาให้ผมยี่สิบใบครับ!"
"ได้เลย!"
สุ่ยเซิงรับคูปองผ้ามา
ยี่สิบใบราคาแค่สองหยวน สุ่ยเซิงรู้สึกว่ามันถูกมาก
ซื้อคูปองผ้าเสร็จ สุ่ยเซิงก็ออกจากตลาดมืดทันที เพราะเพิ่งเคยมาสถานที่แบบนี้เป็นครั้งแรกก็ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ
พอมาถึงที่ลับตาคน สุ่ยเซิงก็เก็บคูปองเข้าไปในมิติเก็บของแล้ววิ่งออกกำลังกายต่อ
พอกลับมาถึงลานบ้านก็มีเพื่อนบ้านตื่นกันหลายคนแล้ว
"เอ๊ะ! สุ่ยเซิง เธอออกไปซื้ออาหารเช้ามาตั้งแต่เช้าตรู่เลยเหรอ" เพื่อนบ้านมองหมั่นโถวแป้งขาวในมือของสุ่ยเซิงด้วยความอิจฉา
"ใช่ครับ!" สุ่ยเซิงยิ้มพร้อมพยักหน้า
ในเรือนกลางฉินหวยหรูตื่นแล้วกำลังล้างหน้าบ้วนปากอยู่ข้างก๊อกน้ำ พอเห็นสุ่ยเซิงเดินผ่านโดยถือหมั่นโถวแป้งขาวในมือก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ แล้วพอนึกขึ้นได้ว่าเงินที่ใช้ซื้อหมั่นโถวแป้งขาวน่าจะเป็นเงินเจ็ดหยวนที่หลอกเอามาจากพี่จู้ เธอก็อดด่าไล่หลังเบาๆ ไม่ได้ "กินเข้าไปเถอะ! ขอให้ติดคอตายตามพ่อแม่ผีตายโหงของแกไปเลย!"
สุ่ยเซิงกลับเข้าบ้านแล้วเริ่มลงชื่อเข้าใช้
การลงชื่อเข้าใช้คือสิ่งที่สุ่ยเซิงตั้งตารอและดีใจที่สุดในแต่ละวัน
[ระบบ ฉันต้องการลงชื่อเข้าใช้]
[ติ๊ง! ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับเงิน 30 หยวน มันฝรั่งสิบชั่ง เหล้าซีเฟิ่งหนึ่งขวด ขนมท้อกรอบหนึ่งกล่อง]
"ของดีทั้งนั้น!" สุ่ยเซิงเองก็มีความชอบในการสะสมเสบียง เขามีสีหน้าพึงพอใจขณะเก็บสิ่งของที่ระบบมอบให้เข้าไว้ในมิติเก็บของ
จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นชุดทำงานสีฟ้าแล้วเดินออกจากบ้านไปทำงาน
เพื่อนบ้านอย่างโหลวเสี่ยวเอ๋อเองก็ตื่นแล้ว นางกำลังให้อาหารไก่อยู่ พอเห็นสุ่ยเซิงก็ส่งยิ้มให้ "อรุณสวัสดิ์!"
"อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เสี่ยวเอ๋อ!"
"วันนี้ยังจะเลี้ยงข้าวพี่ที่ร้านอาหารอยู่ไหม" โหลวเสี่ยวเอ๋อมองซ้ายมองขวาแล้วกระซิบถาม
"เลี้ยงสิครับ!"
"งั้นเธอยังไม่ได้บอกสถานที่กับเวลาที่แน่นอนให้พี่รู้เลยนะ!" โหลวเสี่ยวเอ๋อบ่นกระปอดกระแปด
"โธ่ ขอโทษทีครับ ผมไม่ค่อยมีประสบการณ์!" สุ่ยเซิงร้องเตือนตัวเองในใจด้วยความละอาย เขารีบบอกเวลาและสถานที่ก่อนจะไปทำงาน
[จบแล้ว]