- หน้าแรก
- โดนหลอกให้ไปติดคุก ดันฟลุคเป็นยอดฝีมือ
- บทที่ 110 - ตามหาหยกพกมังกรคู่อีกชิ้น
บทที่ 110 - ตามหาหยกพกมังกรคู่อีกชิ้น
บทที่ 110 - ตามหาหยกพกมังกรคู่อีกชิ้น
ซุนหงฟาพูดยังไม่ทันขาดคำ ฉินหรานก็พุ่งตัวพรวดเดียวเข้าประชิดตัวเขา
เพียะ!
ฝ่ามือหนักๆ ตบเข้าที่หน้าซุนหงฟาอย่างจัง
ฟันทองในปากของซุนหงฟากระเด็นหลุดออกมาพร้อมกับเลือดสดๆ ร่างอ้วนท้วนล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้นทันที
"ฟันกู! มึงกล้าตบกูเหรอ!"
"ก็มึงเล่นพ่นแต่คำหยาบคายออกมาจากปากเน่าๆ ของมึง เหม็นบรรลัยขนาดนี้ กูไม่ตบมึงแล้วจะให้กูไปตบใคร?"
"ไอ้เด็กเวร! มึงเตรียมตัวรับผลกรรมที่ตบหน้ากูวันนี้ไว้เลย เดี๋ยวกูจะทรมานให้มึงต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตกู!" ซุนหงฟาแผดเสียงร้องลั่นด้วยความอาฆาตแค้น
ฉินหรานแค่นยิ้ม "เลิกฝันกลางวันได้แล้ว ที่นี่ไม่มีใครหน้าไหนจะไปกราบกรานขอร้องมึงหรอก"
ในจังหวะนั้นเอง ผู้จัดการร้านก็เดินถือถาดใส่น้ำแกงถอนพิษที่เพิ่งต้มเสร็จร้อนๆ ออกมา
"ยาถอนพิษมาแล้วค่ะ"
พอซุนหงฟาได้ยินคำว่ายาถอนพิษ ก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนทันที
โบราณว่าไว้... ผู้ใดผูก ผู้นั้นต้องแก้ ใครเป็นคนปล่อยกู่ คนนั้นก็ต้องเป็นคนถอนกู่เอง
ยาถอนพิษต้มเองบ้าบออะไรนั่น มันจะไปแก้พิษได้ยังไง ไม่มีทางซะหรอก
ตอนนี้เขาก็แค่ยืนกอดอกรอชมความฉิบหายของพวกมันก็พอ
ฉินหรานรับถ้วยยาถอนพิษมา แล้วค่อยๆ ป้อนให้ผู้ป่วยที่โดนพิษกู่ทีละคนอย่างใจเย็น
ก่อนหน้านี้เขาได้ใช้พลังปราณสกัดจุดลมปราณของคนพวกนี้เอาไว้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้พิษกู่ลุกลามไปทั่วร่างกาย
ทันทีที่ผู้ป่วยกลืนน้ำแกงถอนพิษลงคอ ท้องไส้ของพวกเขาก็ปั่นป่วนราวกับมีพายุเฮอริเคนก่อตัวอยู่ข้างใน
พวกเขาพากันลุกพรวดพราด วิ่งหน้าตั้งไปเข้าห้องน้ำกันจ้าละหวั่น
"ฮ่าๆๆๆ! เห็นไหมล่ะ กูบอกแล้วว่ายาผีบอกของมึงน่ะมันไม่ได้ผล กินเข้าไปแล้วก็ท้องร่วงขี้แตกขี้แตน อาการมีแต่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้ล่ะพวกมึงเตรียมตัวรับความฉิบหายได้เลย" ซุนหงฟาหัวเราะเยาะเย้ยอย่างสะใจ
แต่ชายร่างเล็กชาวเหมียวเจียงที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับมีสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ
เขารู้ดีว่าน้ำแกงสูตรนั้นมันสามารถแก้พิษกู่ปลาไหลได้จริงๆ
ไม่น่าเชื่อว่าไอ้หนุ่มคนนี้จะรู้สูตรยาลับสำหรับแก้พิษกู่ด้วย ดูท่าทางแล้วมันคงไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปแน่ๆ
ทางด้านฉินหราน เขามองซุนหงฟาราวกับกำลังมองคนบ้า "มึงจะไปรู้อะไรวะ กินยาถอนพิษสูตรนี้เข้าไป มันก็ต้องขี้แตกเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"
"กำมะถันแดง กระเทียม และว่านน้ำ เอาสามอย่างนี้มาต้มรวมกันเป็นน้ำแกง พอกินเข้าไป มันก็จะเข้าไปชำระล้างและกวาดต้อนเอาพิษกู่ที่เกาะติดอยู่ตามผนังลำไส้ออกมาให้หมด พอพวกเขาระบายของเสียออกมาจนหมดไส้หมดพุง อาการก็จะหายเป็นปกติทันที!"
ซุนหงฟาได้ยินดังนั้นก็เถียงไม่ออก
เขาหันขวับไปมองหน้าชายร่างเล็กเพื่อขอคำยืนยัน
ชายร่างเล็กจำใจพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้
แปลว่าสิ่งที่ฉินหรานอธิบายมาทั้งหมดคือความจริง
ผ่านไปไม่นาน ชายชุดสูทที่วิ่งนำหน้าไปเข้าห้องน้ำเป็นคนแรก ก็เดินเอามือกุมท้องกลับออกมา
ภรรยาของเขารีบวิ่งถลาเข้าไปประคอง "ที่รัก! เป็นยังไงบ้างคะ?"
"โล่งไปหมดเลยที่รัก พอขี้ออกมาจนหมดไส้หมดพุงแล้ว รู้สึกสบายตัวขึ้นเยอะเลย เมื่อกี้ทรมานแทบตายแน่ะ" ชายชุดสูทลูบท้องตัวเองพลางถอนหายใจยาว
โจวอวี้หัวรีบเดินเข้าไปหา "คุณลูกค้าทั้งสองท่าน เชิญนั่งพักผ่อนให้สบายใจก่อนนะคะ เดี๋ยวเราค่อยมาตกลงเรื่องค่าเสียหายชดเชยกันทีหลังค่ะ"
ทั้งคู่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
หลังจากนั้น บรรดาลูกค้าที่โดนพิษกู่คนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยเดินกลับออกมาจากห้องน้ำ
ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พอได้ระบายของเสียออกมาแล้ว ก็รู้สึกโล่งสบายตัว อาการชักเกร็งและคลื่นไส้หายเป็นปลิดทิ้ง
คราวนี้ซุนหงฟาถึงกับยืนเหวอ อ้าปากค้าง
แผนการที่อุตส่าห์วางไว้พังไม่เป็นท่า แถมยังโดนตบหน้าหงายกลับมาอีกต่างหาก
ฉินหรานเดินเข้าไปหาซุนหงฟา "เมื่อกี้มึงเพิ่งจะเห่าไปแหม็บๆ ไม่ใช่เหรอ ว่าพวกกูจะต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องมึง ตอนนี้คนที่ต้องคุกเข่าคือมึงต่างหาก"
"ทำไมกูต้องคุกเข่าด้วย เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกูสักหน่อย มึงต่างหากที่ตบหน้ากู บัญชีแค้นคราวนี้กูยังไม่ได้สะสางกับมึงเลยนะ" ซุนหงฟายังคงดื้อด้าน แถหน้าด้านๆ
ฉินหรานโบกมือไล่ความรำคาญ "กูไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับมึงหรอกนะ คุกเข่าลงซะ แล้วก็จ่ายค่าทำขวัญมาห้าสิบล้าน จ่ายมาเดี๋ยวนี้เลย"
"ห้าสิบล้าน! ถุ้ย! เดี๋ยวกูเผากงเต๊กไปให้มึงแล้วกัน"
"ไอ้สวะนี่สงสัยจะพูดจาภาษาคนไม่รู้เรื่อง สงสัยต้องกระทืบสั่งสอนให้จำซะก่อน"
ฉินหรานเงื้อหมัดเตรียมจะซัดหน้าซุนหงฟาอีกรอบ แต่ชายร่างเล็กกลับพุ่งตัวเข้ามายืนขวางหน้าเอาไว้
"ยอมรับว่าเอ็งก็พอจะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ก็อย่าให้มันได้ใจจนเกินไปนัก เว้นแต่ว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เอ็งจะไม่กินข้าว ไม่ดื่มน้ำอีกเลยตลอดชีวิต ไม่งั้นล่ะก็..." ชายร่างเล็กขู่ฟ่อด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
แววตาของฉินหรานวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิต
เขารู้ทันทีว่าไอ้ชาวเหมียวเจียงคนนี้กำลังขู่กรรโชกเขาอยู่
คนพรรค์นี้ ขืนปล่อยให้มีชีวิตรอดต่อไป คงได้เป็นภัยสังคมแน่ๆ
เผลอๆ วันดีคืนดี ตอนที่เขาเผลอเรอ มันอาจจะลอบวางพิษกู่ในอาหารของเขาก็ได้ ถึงตอนนั้นคงได้ซวยกันพอดี
"กล้าขู่กูเหรอวะ งั้นกูจะส่งมึงไปลงนรกเป็นคนแรกเลยแล้วกัน"
พูดจบ ฉินหรานก็พุ่งตัวเข้าไปบีบคอชายร่างเล็กจนแน่น
เขาออกแรงยกตัวชายร่างเล็กจนลอยหวือขึ้นเหนือพื้นดิน
จากนั้นก็บิดแขนของชายร่างเล็กจนกระดูกหักดังกร๊อบ แขนบิดเบี้ยวผิดรูปไปอยู่ด้านหลัง
แล้วก็หักแขนอีกข้างตามไปติดๆ
ชายร่างเล็กเจ็บปวดจนตัวงอเป็นกุ้ง ชักกระตุกไปทั้งร่าง
ฉินหรานเหวี่ยงร่างของชายร่างเล็กลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
ชายร่างเล็กร่วงกระแทกพื้นดังอั๊ก กระดูกหักไปทั้งตัว นอนนิ่งสนิทราวกับหมาตาย ไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย
ซุนหงฟาเห็นความโหดเหี้ยมของฉินหรานก็ถึงกับกลัวจนฉี่ราด ก้าวขาไม่ออก "มะ... มึง... มึง..."
"มึงอะไรของมึง คุกเข่าลงไปเดี๋ยวนี้!"
ฉินหรานเตะอัดเข้าที่ข้อเข่าของซุนหงฟาเต็มแรง
กระดูกสะบ้าหัวเข่าของซุนหงฟาแตกละเอียดในพริบตา
เขาล้มคุกเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน
"เอาเงินห้าสิบล้านมาให้กู ไม่งั้นมึงจะได้ลงไปนอนหยอดน้ำข้าวเปียกเหมือนไอ้เตี้ยนั่นแน่"
"ยอมแล้ว! กูจ่ายให้แล้ว! กูจ่ายให้เดี๋ยวนี้แหละ!"
ซุนหงฟามือไม้สั่นเทา ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาเตรียมโอนเงินให้ฉินหราน
แต่ฉินหรานกลับหันไปทางโจวอวี้หัว "มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ล่ะครับ รีบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแสกนรับเงินสิ"
ตอนนี้โจวอวี้หัวเอาแต่จ้องหน้าฉินหรานด้วยความหลงใหลจนตาเยิ้ม
ผู้ชายคนนี้มันแมนโคตรๆ เลย
ทั้งรูปร่างหน้าตา ทั้งมาดกวนๆ เถื่อนๆ มันช่างเร้าใจซะเหลือเกิน
ถ้าไม่ได้ไอ้ตัวแสบอย่างซุนหงฟามาขัดจังหวะล่ะก็ ป่านนี้เธอคงกำลังนัวเนียกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียงกับฉินหรานไปแล้ว
โจวอวี้หัวแทบจะอดใจรอไม่ไหว อยากจะลากฉินหรานเข้าห้องไปฟัดให้หนำใจเดี๋ยวนี้เลย
สัญชาตญาณความต้องการเบื้องลึกในตัวเธอถูกฉินหรานปลุกให้ลุกโชนขึ้นมาจนหมดสิ้น
เธออยากโดนผู้ชายคนนี้กระทำย่ำยีใจจะขาดอยู่แล้ว
แต่โจวอวี้หัวก็ต้องดึงสติกลับมาก่อน เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือเดินเข้าไปหาซุนหงฟา
ซุนหงฟากดโอนเงินห้าสิบล้านหยวนเข้าบัญชีเธออย่างรวดเร็ว
พอฉินหรานเห็นว่าโจวอวี้หัวได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"ไสหัวไปได้แล้ว แล้วจำใส่กะโหลกไว้ด้วยนะ ถ้าขืนมึงกล้าเล่นสกปรกแบบนี้อีกละก็ กูจะตามไปเด็ดหัวมึงถึงที่เลย"
ซุนหงฟาไม่กล้าแม้แต่จะปริปากเถียง
ขืนเถียงไปตอนนี้ มีหวังได้โดนฉินหรานกระทืบซ้ำจนเละเป็นโจ๊กแน่ๆ
เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แล้วเดินขากะเผลก ลากสังขารตัวเองเดินโซซัดโซเซออกจากร้านไป
บรรดาลูกค้าในร้านต่างพากันมองฉินหรานด้วยความหวาดหวั่นปนเลื่อมใส
แฟนเด็กของโจวอวี้หัวนี่มันของจริงเว้ย
สามารถจัดการกับปัญหาใหญ่โตขนาดนี้ได้อย่างง่ายดาย แถมยังเด็ดขาดสุดๆ อีกต่างหาก
เมื่อจัดการปัญหาเสร็จเรียบร้อย ฉินหรานก็หันไปบอกโจวอวี้หัว "พี่อวี้หัว เรื่องที่เหลือพี่จัดการต่อเองก็แล้วกันนะ ผมขอตัวกลับก่อนล่ะ"
"อ้าว... นี่เธอจะกลับแล้วเหรอจ๊ะ?"
"อืม พี่เอาเงินห้าสิบล้านที่ได้มาเมื่อกี้ ไปทยอยจ่ายเป็นค่าทำขวัญให้พวกลูกค้าก็แล้วกัน"
"โอเคจ้ะ"
ฉินหรานไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหมุนตัวเดินออกจากร้านไปทันที
โจวอวี้หัวได้แต่กัดริมฝีปากแน่น มองตามแผ่นหลังกว้างของฉินหรานค่อยๆ เดินห่างออกไป
อุตส่าห์มีโอกาสดีๆ ทั้งที ดันปล่อยให้หลุดมือไปซะได้
ไม่ได้การล่ะ อารมณ์มันค้างคาจนทนไม่ไหวแล้ว ยังไงก็ต้องหาโอกาสรวบหัวรวบหางฉินหรานให้ได้เลยคอยดู
...
หลายสิบนาทีต่อมา ฉินหรานก็ขับรถมาถึงบ้าน
เขาเดินไปเปิดท้ายรถเพื่อเช็กดูของ
ตอนนี้ไม้จันทน์ม่วงชั้นยอดก็ตกมาอยู่ในมือเขาเรียบร้อยแล้ว
ขั้นตอนต่อไปก็คือการสั่งทำป้ายวิญญาณให้คนในครอบครัว
เขาต้องตามหาช่างไม้ฝีมือดีที่สุดเพื่อมาแกะสลักป้ายวิญญาณเหล่านี้
เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน ฉินหรานก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหากู้ซินโหรว
"ฮัลโหล!"
"ฉันซื้อไม้จันทน์ม่วงเกรดพรีเมียมมาเรียบร้อยแล้วนะ เธอช่วยหาช่างไม้ฝีมือเทพๆ ให้ฉันสักคนสิ ฉันจะจ้างให้เขามาทำป้ายวิญญาณให้ครอบครัวฉันหน่อย"
"ได้เลย เดี๋ยวฉันจะรีบจัดการหาให้เดี๋ยวนี้แหละ"
ฉินหรานรับคำ "โอเค งั้นเธอไปจัดการธุระของเธอต่อเถอะ ไว้ค่อยคุยกันใหม่"
วางสายเสร็จ ฉินหรานก็เอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างเหนื่อยล้า
นับตั้งแต่รู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดของตัวเอง เขาก็มักจะรู้สึกโหวงเหวงในใจแปลกๆ อยู่เสมอ
ก่อนหน้านี้เขาเคยมองว่าการหาเงินง่ายๆ รวยทางลัดมันเป็นเรื่องสนุกและท้าทาย
อย่างวันนี้เขาเพิ่งจะฟันเงินมาได้ตั้งเจ็ดร้อยล้าน แต่กลับไม่รู้สึกตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด
แต่ฉินหรานก็เตือนสติตัวเองว่า เขาจะปล่อยให้ความเศร้าหมองมาครอบงำจิตใจแบบนี้ไม่ได้
ถ้าพ่อแม่รับรู้ได้ พวกท่านก็คงอยากเห็นเขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากกว่า
ถ้าเขาทำได้ วิญญาณของพวกท่านบนสรวงสวรรค์จะได้หมดห่วงและไปสู่สุคติ
ฉินหรานบอกตัวเองในใจว่า ห้ามท้อแท้ ห้ามยอมแพ้ ต้องเข้มแข็งเข้าไว้
เขาจะใช้ความเจ็บปวดนี้เป็นแรงผลักดันในการชำระแค้นให้พ่อแม่
จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วโทรหาถังต๋า
"คุณฉิน มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?"
"ฉันมีภารกิจสำคัญจะมอบหมายให้นายทำ ช่วยระดมกำลังคนออกตามหาหยกพกมังกรคู่อีกครึ่งหนึ่งให้ฉันที ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ต้องหามาให้ได้ ถ้าต้องใช้เงิน หรือต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติม ก็บอกมาได้เลย ฉันจะซัพพอร์ตให้หมดทุกอย่าง"
ถังต๋ารับคำสั่งอย่างแข็งขัน "รับทราบครับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะงัดเอาทุกคอนเนคชั่น ทุกทรัพยากรที่ผมมี ออกมาใช้เพื่อตามหาหยกพกมังกรคู่อีกครึ่งหนึ่งให้จงได้ครับ"
"ถ้างานนี้สำเร็จ ฉันจะไม่ลืมบุญคุณนายเลย"
"คุณฉินครับ พูดแบบนี้มันจะดูห่างเหินกันเกินไปหน่อยนะครับ อย่าลืมสิครับว่า พวกมารคือศัตรูตัวฉกาจของพวกเราทั้งคู่ เป้าหมายสูงสุดในชีวิตที่เหลืออยู่ของผม ก็คือการสวามิภักดิ์ติดตามคุณฉินไปกวาดล้างพวกมารให้สิ้นซาก เพื่อล้างแค้นให้ตระกูลถังของผมเหมือนกันครับ"
ฉินหรานพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ถ้าอย่างนั้น ต่อจากนี้ไปพวกเราก็คือพันธมิตรกัน เราจะร่วมมือกันถอนรากถอนโคนพวกมารให้สิ้นซาก"
"ตกลงครับ!"
หลังจากคุยกับถังต๋าจบ ฉินหรานก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
บนเส้นทางสายแห่งการล้างแค้นนี้ เขาไม่ได้โดดเดี่ยวตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว
ถึงแม้ฉินหรานจะไม่รู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้มันจะยืดเยื้อยาวนานไปอีกสักแค่ไหน
แต่เขาก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว นั่นคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกมารให้หมดไปจากโลกใบนี้
เมื่อสองสามวันก่อน เขาเพิ่งจะจัดการฆ่าเทียนฉี่ และสองพ่อลูกตระกูลสิงที่โม่ตูไป
ป่านนี้พวกมารคงจะรู้ข่าวแล้วล่ะมั้ง
ฉินหรานแทบจะรอให้พวกมันยกพวกมาล้างแค้นไม่ไหวแล้ว
เขาจะได้มีโอกาสเปิดฉากฆ่าล้างบางพวกมันให้หนำใจเสียที
ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ จู่ๆ ฉินหรานก็นึกถึงเรื่องที่รับปากกับฉู่ชิงเฉิงเอาไว้ได้
การเดิมพันยังคงดำเนินต่อไป
เขาจะมัวชักช้าอืดอาดไม่ได้แล้ว
ฉินหรานนั่งพักเอาแรงอีกสักครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวออกไปข้างนอก เขาตั้งใจว่าจะแวะไปดูลาดเลาที่กลุ่มบริษัทฉู่เสียหน่อย...