- หน้าแรก
- โดนหลอกให้ไปติดคุก ดันฟลุคเป็นยอดฝีมือ
- บทที่ 107 - รักษาโรคที่ซ่อนเร้น
บทที่ 107 - รักษาโรคที่ซ่อนเร้น
บทที่ 107 - รักษาโรคที่ซ่อนเร้น
ฉินหรานขับรถตามรถของโจวอวี้หัวไป
หลายสิบนาทีต่อมา พวกเขาก็มาถึงหน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง
ฉินหรานก้าวลงจากรถ
เขากวาดตามองไปรอบๆ บริเวณ
คฤหาสน์หลังนี้ดูเหมือนจะสร้างมานานหลายปีแล้ว
ในเวลาเดียวกัน โจวอวี้หัวก็ลงจากรถเช่นกัน
"ถึงแล้ว"
"เข้าไปกันเถอะ" ฉินหรานพยักหน้า
ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันเข้าไปในคฤหาสน์
แม่บ้านที่อยู่ข้างในต่างแสดงท่าทีนอบน้อมต่อโจวอวี้หัวอย่างเห็นได้ชัด
เธอคงเป็นแขกประจำที่นี่ ทุกคนถึงได้คุ้นหน้าคุ้นตากันดี
โจวอวี้หัวเดินนำฉินหรานขึ้นไปยังชั้นสอง
ไม่นานพวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้าห้องนอนห้องหนึ่ง
มีเงาแผ่นหลังของใครบางคนกำลังยืนเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า โก่วอวิ๋นลี่ก็หันกลับมามอง
"อวี้หัว มาแล้วเหรอ"
"พี่ลี่ วันนี้อาการเป็นยังไงบ้างคะ?" โจวอวี้หัวถามด้วยรอยยิ้ม
"ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ยังไงเวลาของพี่ก็เหลือน้อยเต็มทีแล้ว ปล่อยมันไปเถอะ"
ได้ยินคำพูดนั้น โจวอวี้หัวก็รู้สึกจุกในอก
แม้เธอจะรู้สึกเสียใจและเสียดายแค่ไหน แต่เธอก็พยายามปั้นหน้าให้ดูสดใสเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่าย
"พี่อย่าพูดแบบนั้นสิคะ ตราบใดที่ยังไม่ถึงวินาทีสุดท้าย อะไรมันก็ไม่แน่นอนหรอก เผื่อสวรรค์ท่านเมตตา ต่อเวลาให้พี่อยู่ไปได้อีกหลายสิบปีล่ะคะ"
โก่วอวิ๋นลี่ฝืนยิ้มขื่น "เอาล่ะๆ ไม่ต้องมาปลอบใจพี่หรอก ร่างกายพี่ พี่รู้ดีที่สุดว่ามันเป็นยังไง ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้หมดแล้วล่ะ"
ระหว่างที่ทั้งคู่คุยกัน ฉินหรานกลับเอาแต่จ้องพิจารณาโก่วอวิ๋นลี่เงียบๆ
ผู้หญิงคนนี้น่าจะอายุราวๆ สี่สิบต้นๆ
เธอดูแลตัวเองดีมาก ผิวพรรณเต่งตึงเนียนละเอียด หน้าตาก็สะสวย
จัดว่าเป็นแม่ม่ายทรงเสน่ห์คนหนึ่งเลยทีเดียว
แต่ถึงอย่างนั้น สีหน้าของเธอกลับดูอิดโรยและซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด
ฉินหรานไม่ต้องจับชีพจรก็ดูออกทันทีว่าผู้หญิงคนนี้มีอาการบาดเจ็บภายในขั้นรุนแรง
และรอยแผลบอบช้ำนี้ก็คงฝังรากลึกอยู่ในตัวเธอมานานหลายปีแล้ว
แถมเขายังดูออกด้วยว่าเธอเป็นผู้ฝึกยุทธ์
"อวี้หัว แล้วหนุ่มน้อยคนนี้คือใครล่ะ?" โก่วอวิ๋นลี่หันมาถามเมื่อเห็นฉินหราน
"ขอแนะนำให้รู้จักนะคะ นี่คือน้องชายคนสนิทของฉันเอง ชื่อฉินหรานค่ะ" โจวอวี้หัวแนะนำตัว ก่อนจะหันไปทางฉินหราน "ส่วนนี่คือโก่วอวิ๋นลี่ เป็นพี่สาวคนสนิทที่พี่คบหามานานแล้ว"
ฉินหรานพยักหน้าทักทายโก่วอวิ๋นลี่เบาๆ
โก่วอวิ๋นลี่เห็นฉินหรานหน้าตาหล่อเหลาเอาการก็แอบรู้สึกประหม่านิดๆ "พี่ก็ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีแขกมาเยี่ยม เลยไม่ได้แต่งตัวให้เรียบร้อยเลย ขอโทษที่ให้เห็นสภาพโทรมๆ แบบนี้นะจ๊ะ"
ฉินหรานไม่รอช้า เข้าประเด็นทันที "โรคของคุณ ผมรักษาได้"
คำพูดประโยคเดียวทำเอาโก่วอวิ๋นลี่หน้าเปลี่ยนสี
หรือว่าโจวอวี้หัวพาฉินหรานมาเพื่อรักษาโรคให้เธอ?
แต่หมอเทวดาก็ฟันธงไปแล้วนี่นา ว่าอาการบาดเจ็บเรื้อรังของเธอหมดทางเยียวยาแล้ว
ทางด้านโจวอวี้หัวก็ทั้งตกใจทั้งดีใจ "ฉินหราน เธอรักษาโรคให้พี่ลี่ได้จริงๆ เหรอ?"
"รักษาให้หายขาดได้สบายมาก แต่ต้องใช้เวลาหน่อย แล้วก็ต้องได้รับความร่วมมือจากเธอด้วย แต่เงินสองร้อยล้านที่คุณตกลงไว้ ต้องจ่ายรวดเดียวจบนะ" ฉินหรานย้ำเงื่อนไขกับโจวอวี้หัว
"ขอแค่เธอรักษาพี่ลี่ให้หายได้ อย่าว่าแต่สองร้อยล้านเลย จะเอาเท่าไหร่พี่ก็ให้ พี่ลี่เองก็ไม่มีทางปล่อยให้เธอเหนื่อยฟรีแน่นอน"
มุมปากฉินหรานกระตุกยิ้ม
แบบนี้สิถึงจะน่าสน
ดูโหงวเฮ้งแล้วโก่วอวิ๋นลี่คงรวยล้นฟ้า ยิ่งเรียกแพงก็ยิ่งคุ้ม
โก่วอวิ๋นลี่มองฉินหรานด้วยความกังขา "น้องชาย หมอเทวดาหวังเพิ่งจะวินิจฉัยไปเองนะ ว่าโรคของพี่น่ะหมดทางรักษาแล้ว ท่านยังฟันธงเลยว่าพี่อยู่ได้อีกไม่เกินสองเดือน นี่แปลว่าฝีมือการแพทย์ของเธอเก่งกาจกว่าหมอเทวดาหวังอีกงั้นเหรอ?"
"หมอเทวดาหวังที่คุณว่า หมายถึงหวังซั่วใช่ไหม?"
"ใช่จ้ะ เขาแหละ"
ฉินหรานยิ้มเยาะ "ไอ้เฒ่านั่นถ้ามาเทียบกับผม ก็เป็นได้แค่หมอตี๋เท่านั้นแหละ ผมไม่ต้องจับชีพจรคุณด้วยซ้ำ ก็มองออกแล้วว่าคุณได้รับบาดเจ็บภายในมา แถมอาการบาดเจ็บนี้ยังเกาะกินร่างกายคุณมาหลายปีดีดักแล้วด้วย"
"หลายปีมานี้ อาการบาดเจ็บของคุณกำเริบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้การทำงานของอวัยวะภายในล้มเหลวอย่างรุนแรง ถ้าปล่อยไว้แบบคนทั่วไป คุณก็คงอยู่ได้อีกไม่นานจริงๆ นั่นแหละ"
"แต่ผมจะใช้พลังปราณแทรกซึมเข้าไปรักษาอาการให้คุณ ระหว่างที่ผมเดินพลัง คุณต้องจำเส้นทางการเดินลมปราณให้แม่น แล้วเอาไปฝึกเดินพลังด้วยตัวเองบ่อยๆ"
"นอกจากนี้ ผมจะจัดยาให้คุณไปต้มกิน การรักษาจะแบ่งออกเป็นสามคอร์ส พอจบสามคอร์ส อาการบาดเจ็บภายในของคุณก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง"
ตอนที่โก่วอวิ๋นลี่เอ่ยชื่อหมอเทวดา ฉินหรานก็รู้ทันทีว่าหมายถึงหวังซั่ว
คราวก่อนที่ตำหนักหมอเทวดา ไอ้เฒ่านั่นโดนซูคังศิษย์พี่ของตัวเองวางแผนตลบหลัง
ถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้ ป่านนี้หวังซั่วคงจบเห่ไปแล้ว
จากเหตุการณ์นั้น ฉินหรานจัดการฆ่าซูคังทิ้ง และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รู้จักกับถังต๋า
ทางด้านโก่วอวิ๋นลี่ เมื่อได้ฟังคำอธิบายของฉินหราน หัวใจก็เต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
เขาพูดอย่างมีหลักการ มีเหตุมีผล ไม่เหมือนพวกต้มตุ๋นหลอกลวง
ถ้าเป็นอย่างที่เขาบอกจริงๆ แปลว่าเธอก็ยังมีทางรอด!
ยิ่งคิด โก่วอวิ๋นลี่ก็ยิ่งตื้นตันจนน้ำตาคลอเบ้า "ดีจังเลย... ในที่สุดฉันก็ไม่ต้องตายแล้ว"
โจวอวี้หัวรีบเข้าไปปลอบ "เห็นไหมล่ะ ฉันบอกพี่แล้ว ว่าคนดีผีคุ้ม สวรรค์ท่านไม่รีบรับตัวพี่ไปเร็วขนาดนี้หรอก พี่ต้องอยู่ไปได้อีกหลายสิบปีแน่ๆ"
โก่วอวิ๋นลี่พยักหน้ารับ พลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่หางตา
เธอรู้ตัวว่าถ้ายิ่งปล่อยให้อารมณ์พาไป เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องดราม่าจนเสียมารยาทเปล่าๆ
"น้องชายจ๊ะ ถ้าเธอรักษาโรคให้พี่จนหายขาดได้ พี่ยินดีจ่ายค่าเหนื่อยให้เธอห้าร้อยล้านเลย"
ฉินหรานได้ยินตัวเลขก็ยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ
การเดินทางมารอบนี้ไม่เสียเที่ยวจริงๆ
แค่ลงแรงนิดหน่อย ก็ได้เงินเข้ากระเป๋าตั้งห้าร้อยล้านแล้ว
"งั้นผมจะเริ่มรักษาให้คุณเดี๋ยวนี้เลย"
จากนั้น ฉินหรานก็ลงมือรักษาโก่วอวิ๋นลี่
ที่เขาเรียกค่ารักษาแพงหูฉี่ขนาดนี้ก็มีเหตุผลอยู่
อาการบาดเจ็บภายในของโก่วอวิ๋นลี่ค่อนข้างรุนแรง การจะรักษาให้หายได้ เขาต้องดึงพลังปราณในร่างออกไปใช้ไม่ใช่น้อยๆ
วินาทีถัดมา พลังปราณก็เริ่มไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของโก่วอวิ๋นลี่
เธอสัมผัสได้ถึงกระแสพลังอันอบอุ่นและอ่อนโยนที่แผ่ซ่านไปทั่วจุดตันเถียน
จากนั้น ลมหายใจของเธอก็เริ่มโล่งและเป็นจังหวะมากขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้ เพราะผลกระทบจากอาการบาดเจ็บภายใน เธอจึงมักจะแน่นหน้าอกและหายใจไม่ค่อยออกอยู่บ่อยๆ
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เธอรู้สึกว่าสูดลมหายใจได้เต็มปอดขนาดนี้
ผ่านไปราวๆ ยี่สิบนาที ฉินหรานก็ถอนฝ่ามือออก พลางพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาเบาๆ
"เรียบร้อยแล้ว เมื่อกี้จำเส้นทางการเดินลมปราณได้ไหม?"
"จำได้จ้ะ พี่ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะอายุแค่นี้ แต่กลับมีพลังยุทธ์ลึกล้ำขนาดนี้ พอเธอส่งพลังปราณเข้ามาในตัวพี่ พี่รู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่เลย" โก่วอวิ๋นลี่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
ฉินหรานสั่งกำชับต่อ "คุณต้องหมั่นเดินลมปราณตามเส้นทางที่ผมสอนทุกวันนะ ใช้พลังปราณนั่นค่อยๆ สลายอาการบาดเจ็บภายในไปเรื่อยๆ แล้วเดี๋ยวผมจะเขียนเทียบยาให้คุณไปต้มกิน อีกสิบวันผมจะกลับมารักษาคอร์สที่สองให้ พอครบสามคอร์ส อาการของคุณก็จะหายขาด"
"เข้าใจแล้วจ้ะ ขอบใจน้องชายมากนะ พวกเธอรอพี่อยู่ตรงนี้แป๊บนึงนะ พี่ขอตัวไปหยิบของแป๊บนึง!" โก่วอวิ๋นลี่บอก ก่อนจะลุกจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องไป
ตอนนี้ในห้องนอนจึงเหลือแค่ฉินหรานกับโจวอวี้หัวสองคน
โจวอวี้หัวจ้องมองฉินหรานด้วยสายตาหวานหยดย้อยที่เต็มไปด้วยความหลงใหล
ไอ้หนุ่มนี่มันจะเก่งเกินคนไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นฝีมือ วรยุทธ์ หรือแม้แต่บารมีในยุทธภพ ก็ไร้ที่ติไปซะทุกอย่าง
ที่สำคัญคือ หน้าตาหล่อเหลาบาดใจขนาดนี้
ถ้าได้มาเป็นผู้ชายของเธอ ต่อให้ต้องเปย์หมดหน้าตัก เธอก็ยอม
ยิ่งคิด โจวอวี้หัวก็ยิ่งเตลิดเปิดเปิง หัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ
ภาพฉากเร่าร้อนบนเตียงกับฉินหรานผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ
ฉินหรานเองก็สัมผัสได้ถึงรังสีแปลกๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
โจวอวี้หัวเอาแต่ส่งสายตายั่วยวนมาให้เขา แถมสีหน้าก็ดูเคลิบเคลิ้มสุดๆ
ในหัวของยัยนี่ต้องกำลังจินตนาการภาพอะไรทะลึ่งๆ อยู่แน่ๆ
ยัยนี่คงไม่ได้กำลังจับเขากดลงเตียงในความคิดอยู่หรอกนะ?
ฉินหรานคิดไปก็รู้สึกขนลุกซู่ ทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว
โจวอวี้หัวเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอแสดงอาการมากไป เธอรีบดึงสติกลับมา "น้องฉินหรานจ๊ะ เงินสองร้อยล้านที่พี่รับปากไว้ เดี๋ยวพี่จะโอนให้เธอแน่นอน คราวก่อนเธอก็อุตส่าห์ช่วยชีวิตน้องสาวพี่ไว้ พี่ยังไม่มีโอกาสได้ตอบแทนเธอดีๆ เลย เดี๋ยวเราไปที่ร้านพี่นะ พี่จะจัดโต๊ะเลี้ยงรับรองเธออย่างดี แล้วเดี๋ยวพี่จะเซ็นเช็คเงินสดสองร้อยล้านให้เธอด้วย"
ฉินหรานพยักหน้ารับ "ตกลง!"
ถึงโจวอวี้หัวจะไม่จ่าย ฉินหรานก็ไม่ซีเรียสอยู่แล้ว
เพราะยังไงซะ โก่วอวิ๋นลี่ก็รับปากจะให้ค่าตอบแทนตั้งห้าร้อยล้าน
แต่ในเมื่อโจวอวี้หัวยืนยันว่าจะให้
มีหรือที่เขาจะปฏิเสธ เงินฟรีใครบ้างจะไม่เอา
สักพัก โก่วอวิ๋นลี่ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอน พร้อมกับยื่นบัตรธนาคารใบหนึ่งให้ฉินหราน
"น้องชาย รับไปสิจ๊ะ ในบัตรนี้มีเงินอยู่ห้าร้อยล้าน ไม่มีรหัสผ่านจ้ะ"
"งั้นผมไม่เกรงใจนะครับ" ฉินหรานรับบัตรมา
"นี่คือสิ่งที่เธอสมควรได้รับจ้ะ สำหรับพี่ตอนนี้ เงินทองมันก็แค่ของนอกกายไปแล้ว"
ฉินหรานไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเก็บเงินเข้ากระเป๋าอย่างเงียบๆ...