เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - นอนกับฉันอีกสักคืนสิ

บทที่ 45 - นอนกับฉันอีกสักคืนสิ

บทที่ 45 - นอนกับฉันอีกสักคืนสิ


หลังจากกินมื้อเที่ยงที่บ้านตระกูลหวงฝู่เสร็จ ฉินหรานก็ขอตัวกลับ

วันนี้หวงฝู่จุ้นสยงต้อนรับขับสู้เขาอย่างสมเกียรติ ถึงขั้นสั่งจัดโต๊ะอาหารจีนชุดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหูฉลามเป๋าฮื้อสารพัดเมนูเลิศรสมาเลี้ยงดูปูเสื่อ

ฉินหรานเองก็เออออคอพับดื่มเป็นเพื่อนชายชราไปไม่น้อย พอกลับถึงบ้าน... หัวมันก็เลยหมุนติ้วๆ เดินเซไปเซมา

เขาทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนโซฟาทันที... หลับลึกไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ จนกระทั่งถูกเสียงกรีดร้องของมือถือปลุกให้ตื่น

พอคลำสะเปะสะปะหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นสายจากฉู่หว่านเอ๋อร์

"ฮัลโหล!"

"ฉันมาถึงที่ร้านแล้วนะ... นายจะโผล่หัวมาได้เมื่อไหร่?"

ฉินหรานสะดุ้งเฮือก... เกือบลืมไปสนิทเลยว่าเย็นนี้ฉู่หว่านเอ๋อร์นัดเลี้ยงข้าว

"รู้แล้วน่า... กำลังจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ"

"รีบๆ เข้าล่ะ ฉันเกลียดการเสวนาพวกที่ไม่มีคอนเซปต์เรื่องเวลาที่สุด" พูดจบ เธอก็ชิงกดตัดสายไปทันที

ฉินหรานจ้องหน้าจอมือถือพลางแค่นเสียงหัวเราะหยันในลำคอ "เหอะ... ถ้าไม่ติดว่าอยากจะนอนกับเธออีกล่ะก็... ฉันไม่สนหัวเธอหรอกเว้ย"

จากนั้นเขาก็ยันตัวลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวออกบ้าน และเพราะเมื่อตอนกลางวันซัดเหล้าเข้าไปหนัก... เขาก็เลยตัดสินใจเรียกแท็กซี่ไปตามนัด

พอก้าวพ้นประตูหมู่บ้านออกมา ฉินหรานก็กดเรียกเรียกรถผ่านแอป และเพราะมันเป็นช่วงเย็นย่ำที่รถติดหนึบเป็นตังเม... กว่าเขาจะกระดึ๊บๆ มาถึง 'ภัตตาคารฮ่าวไท่' ก็ปาเข้าไปสี่สิบนาที

พอผลักประตูเข้าไป พนักงานต้อนรับก็รีบเดินยิ้มแย้มเข้ามาหา "สวัสดีค่ะคุณลูกค้า... ไม่ทราบว่าได้จองโต๊ะไว้หรือเปล่าคะ?"

"พาฉันไปที่ห้องวีไอพีเทียนจื้อหมายเลขหนึ่งที"

"ได้ค่ะ... เชิญทางนี้เลยค่ะ"

ฉินหรานเดินทอดน่องตามพนักงานไปจนถึงหน้าห้องอาหารส่วนตัวที่ฉู่หว่านเอ๋อร์จองเอาไว้

เขาผลักประตูแล้วก้าวเข้าไปด้านใน... พอฉู่หว่านเอ๋อร์เหลือบไปเห็นว่ามีพนักงานยืนอยู่ข้างหลังเขาด้วย เธอก็ต้องสูดลมหายใจลึกข่มความโกรธลงไปในอก "คนมาครบแล้วค่ะ... ทยอยเสิร์ฟอาหารได้เลย"

"รับทราบค่ะคุณหนูฉู่"

ฉินหรานเลื่อนเก้าอี้ก็นั่งลงอย่างไม่สะทกสะท้าน "โทษทีนะ พอดีรถมันติดน่ะ... ก็เลยมาสายไปหน่อย"

"ฉินหราน! นี่นายเคยรู้จักคำว่าตรงต่อเวลาบ้างไหม? เรานัดกันตอนหกโมงเย็นนะ แต่นี่มันจะทุ่มนึงอยู่แล้ว! ฉันมานั่งแหงกจ้องโต๊ะเปล่าๆ รอนายเกือบชั่วโมงเต็มเลยนะ!"

"ก็ฉันไม่ได้สั่งให้เธอมานั่งรอนี่หว่า... ถ้าไม่อยากรอ ก็ลุกเดินออกไปตั้งนานแล้วดิ อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้เป็นคนไปขอร้องให้เธอมาเลี้ยงข้าวฉันด้วย" ฉินหรานลอยหน้าลอยตายิ้มกวนอวัยวะเบื้องล่าง

"นี่นาย..."

ฉู่หว่านเอ๋อร์ถึงกับจุกจนพูดไม่ออก

ข้างนอกนั่น... มีลูกท่านหลานเธอตั้งกี่ร้อยคนที่ต่อคิวอยากจะร่วมโต๊ะกินข้าวกับเธอจนหัวกระไดไม่แห้ง แต่เธอก็ปัดทิ้งไปหมด!

แต่วันนี้... โอกาสทองคำฝังเพชรดันถูกโยนมาให้ไอ้ขี้คุกอย่างฉินหราน แต่มันกลับไม่เห็นค่า แถมยังปล่อยให้เธอมานั่งคอยจนรากจะงอก! ยิ่งคิด... เลือดในอกของฉู่หว่านเอ๋อร์ก็ยิ่งเดือดปุดๆ

ทว่าพอคิดได้ว่าวันนี้ตัวเองมีธุระสำคัญต้องพึ่งพาเขา... เธอก็จำใจต้องกลืนก้อนความโกรธนี้ลงคอไปก่อน

ฉู่หว่านเอ๋อร์รีบเปลี่ยนเรื่อง "ทำไมตามตัวนายถึงได้มีแต่กลิ่นเหล้าคลุ้งขนาดนี้เนี่ย... นี่นายคงไม่ได้แอบไปกินมื้อเย็นตัดหน้าฉันมาแล้วหรอกนะ!"

"เปล่าหรอก... กลิ่นเหล้าติดเสื้อตั้งแต่ตอนเที่ยงน่ะ เมื่อตอนกลางวันนั่งก๊งกับเพื่อนนิดหน่อย"

ระหว่างที่ทั้งคู่ต่อล้อต่อเถียงกัน พนักงานก็ทยอยลำเลียงอาหารมาวางจนเต็มโต๊ะ จากนั้นฉู่หว่านเอ๋อร์ก็สั่งให้พนักงานปิดประตูสนิท พร้อมกำชับเด็ดขาดว่าห้ามใครเข้ามารบกวนระหว่างที่เธอกับฉินหรานกำลังกินข้าว

"ว่ามาดิ... ลงทุนเลี้ยงข้าวฉันทั้งที มีเรื่องอะไรกันแน่?" ฉินหรานแกล้งโยนหินถามทาง

ฉู่หว่านเอ๋อร์จ้องหน้าเขาตรงๆ "เมื่อสองวันก่อน คุณปู่สั่งให้ฉู่ชิงเฉิงบุกไปทวงเงินหนี้ 200 ล้านจากเซี่ยเมิ่งหลง... แล้วเธอก็ทวงกลับมาได้จริงๆ ตอนนั้นฉันสงสัยมาก เพราะคนอย่างเซี่ยเมิ่งหลงไม่มีทางยอมคืนเงินก้อนนี้เด็ดขาด แต่พอฉู่ชิงเฉิงไปถึง... มันกลับยอมเซ็นเช็คให้ทันที! ต่อมาฉันลองโทรไปเค้นถามเซี่ยเมิ่งหลงดู... หมอนั่นบอกว่า 'นาย' เป็นคนไปทวงเงินก้อนนี้ให้ฉู่ชิงเฉิง"

ฉินหรานพยักหน้ารับชิลๆ "อืม... เงินก้อนนั้นฉันเป็นคนไปเอาคืนมาให้เธอเองแหละ"

"แล้วนายไปช่วยฉู่ชิงเฉิงทำไม?"

"ก็ฉันแค่ทนดูไม่ได้... ที่เห็นพวกคนตระกูลฉู่ของเธอรวมหัวกันรังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงน่ะสิ! ก็เลยยื่นมือเข้าไปช่วย... ผิดตรงไหนวะ?" ฉินหรานตอบพลางคีบอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

ได้ยินแบบนั้น... ใบหน้าของฉู่หว่านเอ๋อร์ก็เจื่อนลงทันที เพราะสิ่งที่ฉินหรานพูดมันแทงใจดำเป๊ะ การที่พวกเธอโยนเผือกร้อนให้ฉู่ชิงเฉิงไปทวงหนี้... ก็เพื่อตั้งใจจะกลั่นแกล้งบีบให้เธอพ้นสภาพจริงๆ

แต่การสอดมือเข้ามาของฉินหรานดันทำให้แผนการของพวกเธอพังไม่เป็นท่า!

"ฉันรู้ว่านายรู้สึกสงสารในชะตากรรมของฉู่ชิงเฉิง... หรือบางทีพวกนายสองคนอาจจะรู้สึก 'หัวอกเดียวกัน' ก็แล้วแต่! แต่นี่มันเป็นเรื่องภายในของตระกูลฉู่... ฉันขอเตือนว่านายอย่ามายุ่ง" ฉู่หว่านเอ๋อร์กดเสียงต่ำมองเขาด้วยใบหน้าราบเรียบ

ฉินหรานแค่นเสียงขึ้นจมูก "นี่เธอกำลัง... สอนฉันทำงานเหรอ?"

"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น! ฉันก็แค่พูดตามหลักความเป็นจริง... ว่านี่มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวของฉัน"

"เรื่องของฉัน... ถ้าฉันอยากช่วยฉันก็ช่วย ถ้าไม่อยากช่วยฉันก็เดินหนี! ไม่จำเป็นต้องให้เธอมาคอยชี้แนะวิจารณ์ข้างๆ หูเว้ย"

ฉู่หว่านเอ๋อร์โกรธจนแทบจะถลึงตาค้างมองเพดาน ไอ้ขี้คุกคนนี้มันกวนประสาทเกินไปแล้ว! ถ้าไม่ติดว่าต้องมาคอยสืบข่าวของ 'ฉินเส้าหวง' ล่ะก็... ชาตินี้เธอไม่มีทางลดตัวลงมาร่วมโต๊ะกินข้าวกับไอ้สวะนี่เด็ดขาด

เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อดับไฟในใจ "โอเค... เราเลิกเถียงเรื่องนี้กันดีกว่า! แล้วนอกจากเรื่องทวงเงิน... ฉู่ชิงเฉิงได้ขอให้นายช่วยเรื่องอื่นอีกไหม?"

ฉินหรานยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย... ประโยคทองคำที่เขานั่งรอคอยมาถึงแล้วเว้ย

"มีดิ! คราวก่อนเธอบอกฉันว่า... เธอกับเธอกำลังแข่งกันอยู่ว่าใครจะหาตัว 'ฉินเส้าหวง' เจอเป็นคนแรก! เธอก็เลยขอร้องให้ฉันช่วยสืบหาตัวฉินเส้าหวงให้หน่อย" ฉินหรานจ้องตาฉู่หว่านเอ๋อร์พลางตอบเสียงใส

หางตาของฉู่หว่านเอ๋อร์กระตุกวาบเป็นประกายเย็นเยียบ... เดาไว้ไม่มีผิด! นังชิงเฉิงมันคิดจะใช้ฉินหรานเป็นเครื่องมือตามหาฉินเส้าหวงจริงๆ ด้วย นังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เอ๊ย!

"แล้ว... นายรู้ไหมล่ะว่าฉินเส้าหวงอยู่ที่ไหน?"

"รู้ดิ! วันที่ฉินเส้าหวงก้าวเท้าออกจาก 'คุกคุนหลง'... มันก็คือวันเดียวกับที่ฉันพ้นโทษพอดี! ตอนนั้นเขานั่งเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวบินตรงกลับมาที่ซีจิง... พอเขารู้ว่าฉันก็กำลังจะกลับซีจิงเหมือนกัน เขาก็เลยหิ้วฉันขึ้นเครื่องมาด้วย" ฉินหรานเล่าเป็นฉากๆ

หัวใจของฉู่หว่านเอ๋อร์เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นสุดขีด... ที่แท้ฉินเส้าหวงก็อยู่ในซีจิงจริงๆ! แต่เมืองซีจิงมันกว้างใหญ่ปานมหาสมุทร การจะงมเข็มหาตัวเขาให้เจอในเร็ววันมันไม่ใช่เรื่องง่าย... ทว่าฟังจากน้ำเสียงของฉินหรานแล้ว หมอนี่ต้องรู้แน่ๆ ว่าฉินเส้าหวงกบดานอยู่ที่ไหน!

"แล้วนายรู้ไหมว่าฉินเส้าหวงอยู่ที่ไหนของซีจิง?"

ฉินหรานยิ้มตาหยี "รู้สิ... ก็ฉันนั่งเครื่องมากับเขาแท้ๆ ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะว่าเขาอยู่ที่ไหน"

"นี่นาย... บอกเรื่องนี้กับฉู่ชิงเฉิงไปแล้วใช่ไหม?" ฉู่หว่านเอ๋อร์โพล่งถามอย่างร้อนรน

"ยังหรอกน่า... ความลับระดับสั่นสะเทือนโลกขนาดนี้ จะให้ฉันเที่ยวปากโป้งบอกใครง่ายๆ ได้ไง! ถ้าเธออยากรู้... มันก็ต้องมี 'ของมาแลกเปลี่ยน' ที่สมน้ำสมเนื้อหน่อยดิ" ฉินหรานแกล้งอ้อยอิ่ง... วางกับดักล่อให้ลูกแกะน้อยเดินเข้ากรงทีละก้าวๆ

"นายช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าฉินเส้าหวงอยู่ที่ไหน... นายอยากได้เงินเท่าไหร่ เสนอตัวเลขมาเลย ฉันจ่ายให้หมด!" ฉู่หว่านเอ๋อร์ส่งสายตาเว้าวอนปานจะกลืนกิน

ฉินหรานแกล้งทำเป็นเงียบไปอึดใจหนึ่ง "ฉันไม่เอาเงิน... พอดีฉันเป็นพวกไม่ค่อยอินกับเรื่องเงินว่ะ"

"แล้วนายอยากได้อะไรล่ะ! ขอแค่นายยอมเปิดปากบอกที่อยู่ของฉินเส้าหวง... นายอยากจะได้อะไร ฉันจะหามาประเคนให้สมใจอยากทุกอย่างเลย"

"เรื่องนั้นน่ะเหรอ..." ฉินหรานยกมือขึ้นลูบคางพลางทำหน้าเจ้าเล่ห์ "เธอก็แค่... ยอมมานอนกับฉันอีกสักคืนสิ แล้วเดี๋ยวฉันจะคายความจริงให้ฟัง"

ใบหน้าของฉู่หว่านเอ๋อร์เปลี่ยนสีในชั่วพริบตา ไอ้สวะนี่มันจะหน้าด้านเกินไปแล้ว... ถึงขั้นกล้าเสนอเงื่อนไขต่ำตมแบบนี้ออกมา! ไอ้ขี้คุกจิตใจสกปรกโสมม... น่าสะอิดสะเอียนที่สุด

"ฉินหราน! นายอย่ามาทำตัวได้คืบจะเอาศอกกับฉันนะ"

"เหอะๆ ข้อมูลสำคัญระดับคอขาดบาดตายขนาดนี้... แล้วฉันมีเหตุผลอะไรที่ต้องยกให้เธอฟรีๆ วะ! อยากให้ฉันชี้เป้าขุมทองให้... แต่ตัวเองกลับไม่อยากเสียสละอะไรเลยสักอย่าง นี่เธอคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงมาจากไหนเนี่ย?" พูดจบ ฉินหรานก็ผุดลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไปทันที

ฉู่หว่านเอ๋อร์ลุกลนลุกพรวดขึ้นรั้ง "เดี๋ยวสิ! นายอย่าเพิ่งไป... กลับมานั่งคุยกันดีๆ ก่อน! นอกจากเงื่อนไขบ้าๆ นั่นแล้ว... เรื่องอื่นฉันยอมตกลงให้นายได้หมดเลยนะ"

"ก็ฉันไม่อยากได้ของอย่างอื่น... ฉันแค่อยากนอนกับเธอ! ถ้าเธอไม่เต็มใจก็แยกย้าย... ไม่แน่ว่าวันดีคืนดีเกิดฉันอารมณ์ดีขึ้นมา ฉันอาจจะเดินไปกระซิบบอกฉู่ชิงเฉิงแทนก็ได้นะ! เธอกลับไปนอนคิดดูดีๆ ก็แล้วกัน... ถ้าได้คำตอบเมื่อไหร่ค่อยโทรมาบอก"

พูดจบ ฉินหรานก็เปิดประตูห้องอาหารแล้วก้าวฉับๆ ออกไปอย่างไม่ไยดี... ที่เขาทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะต้องการเจรจาต่อรอง แต่เขาต้องการบีบให้เธอ 'ยอมจำนน' อย่างราบคาบต่างหาก ถึงได้จงใจแสดงท่าทีแข็งกร้าวขนาดนี้

ในเวลานี้ ฉู่หว่านเอ๋อร์ได้แต่ยืนมืดแปดด้านอย่างหมดอาลัยตายอยาก ไอ้ผู้ชายสารเลว... มันกล้าคิดจะมานอนกับเธออีกเป็นครั้งที่สอง! แต่ฟังจากปากมันแล้ว... มันต้องรู้ที่อยู่ของฉินเส้าหวงจริงๆ แน่ๆ แล้วทีนี้เธอจะเอายังไงดีล่ะ!... หรือว่า... จะต้องยอมทอดกายแลกกับข้อมูลของมันจริงๆ?

จบบทที่ บทที่ 45 - นอนกับฉันอีกสักคืนสิ

คัดลอกลิงก์แล้ว