- หน้าแรก
- โดนหลอกให้ไปติดคุก ดันฟลุคเป็นยอดฝีมือ
- บทที่ 42 - สร้างความตกตะลึงให้ทุกคนอีกครั้ง
บทที่ 42 - สร้างความตกตะลึงให้ทุกคนอีกครั้ง
บทที่ 42 - สร้างความตกตะลึงให้ทุกคนอีกครั้ง
สายตาของฉินหรานเลื่อนไปจับจ้องที่เซี่ยเมิ่งหลง "ถึงตาแกแล้ว เอามา 500 ล้าน"
"ฉะ... ฉัน... ฉัน..." เซี่ยเมิ่งหลงสติหลุดจนพูดติดอ่าง
"ฉันบ้าอะไรของแก หรือว่ายังไม่ได้เตรียมไว้? งั้นฉันคงต้องเด็ดหัวแกแทนแล้วล่ะ" ฉินหรานพูดพลางเงื้อมือขึ้น
"อย่าฆ่าฉัน! ฉันจ่าย... เท่าไหร่ฉันก็จ่าย"
เซี่ยเมิ่งหลงลุกลนควักกระเป๋าสตางค์ ดึงบัตรธนาคารออกมา
เขาประคองบัตรใบนั้นส่งให้ฉินหรานด้วยสองมืออย่างนอบน้อม
"ในบัตรนี้มีเงินอยู่ 500 ล้านเป๊ะเลยครับ... ผมยกให้ท่านหมดเลย ได้โปรดอย่าฆ่าผมเลยนะครับ"
ฉินหรานรับบัตรมา "รหัสล่ะ"
"มะ... ไม่มีรหัสครับ"
"เดี๋ยวฉันจะไปเช็กดู ถ้าเงินหายไปแม้แต่เหมาเดียวล่ะก็ ฉันจะบุกไปเด็ดหัวแกถึงบ้านแน่"
"พี่ชายฉิน... ต่อให้คุณให้ความกล้าผมมาอีกร้อยเท่า ผมก็ไม่กล้าโกหกคุณหรอกครับ ในบัตรมี 500 ล้านจริงๆ ครับ"
ฉินหรานแค่นเสียงขึ้นจมูกโดยไม่ตอบรับอะไร
ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก บรรดาลูกเศรษฐีอีกสามคนที่เหลือก็รีบควักมือถือขึ้นมาโอนเงินให้ฉินหรานอย่างรู้งาน
พวกเขาโอนให้คนละ 10 ล้านหยวน
พอได้เห็นตัวเลขเงินเข้า ฉินหรานก็อารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง มาเที่ยวนี้นับว่าไม่เสียเที่ยวจริงๆ
กวาดเงินเข้ากระเป๋าเหนาะๆ 630 ล้านหยวน
"พวกแกทุกคนฟังให้ดี ความแค้นระหว่างเราถือว่าเลิกแล้วต่อกัน... แต่หลังจากนี้ ถ้าพวกแกยังขืนสาระแนมาหาเรื่องฉันอีกล่ะก็ ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ซื้อชีวิตพวกแกไว้ไม่ได้แล้ว"
เซี่ยเมิ่งหลงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "พี่ชายฉินครับ... คุณไม่ต้องเตือนพวกผมก็จำขึ้นใจแล้วครับ วันหลังถ้าเจอหน้าคุณ พวกผมจะรีบคุกเข่าก้มหัวทักทายเลย ใครจะกล้าไปหาเรื่องคุณอีกครับ"
"จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีล่ะ"
พูดจบ ฉินหรานก็สะบัดมือเดินหันหลังกลับออกไปทันที
ทุกคนเบิกตากว้างมองตามแผ่นหลังของเขา... พอเห็นฉินหรานก้าวพ้นประตูพื้นที่ชั้นในออกไป พวกเขาก็พากันทิ้งตัวลงนอนแผ่หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างเอาเป็นเอาตาย
คนอย่างโหวซื่อก็ถือว่าผ่านโลกผ่านเหตุการณ์ใหญ่ๆ มานักต่อนัก
แต่ ณ วินาทีนี้ เหงื่อเย็นๆ แตกพลั่กจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปหมด
เขารู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งไปเดินเล่นหน้าประตูยมโลกแล้วรอดกลับมาได้หวุดหวิด
พอเรียกสติกลับคืนมาได้ โหวซื่อก็หันขวับไปถลึงตาใส่เซี่ยเมิ่งหลงอย่างเคียดแค้น
"ไอ้แซ่เซี่ย ไอ้เ...ยเอ๊ย! แกยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอนั่นมันเป็นใครใหญ่มาจากไหน แล้วก็สาระแนลากมันมาหาฉันเนี่ยนะ! เป็นไงล่ะทีนี้... หมาสงครามของฉันก็ตาย ปาถูก็ตาย แถมฉันยังต้องมาเสียเงินไปฟรีๆ อีก 100 ล้าน! ถ้าไม่เห็นแก่หน้าคุณน้าของแกล่ะก็ วันนี้ฉันสับแกเละแน่"
เซี่ยเมิ่งหลงเลียริมฝีปากที่แห้งผาก "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนี่หว่าว่าฉินหรานมันจะโหดขนาดนี้! ถ้าฉันรู้ว่ามันสั่งการผีสางได้ล่ะก็... ฉันรีบประเคนเงิน 200 ล้านคืนตระกูลฉู่ไปตั้งนานแล้ว! ฉันโดนหนักกว่าแกอีกนะเว้ย เสียไปตั้ง 500 ล้าน ตอนนี้ฉันเสียดายเงินจนไส้จะขาดอยู่แล้วเนี่ย... โฮกกก!"
ทั้งตกใจกลัว ทั้งเจ็บใจ เซี่ยเมิ่งหลงถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร
...
พอกลับถึงบ้าน ฉินหรานก็เริ่มตรวจนับยอดรายได้ของคืนนี้
เมื่อกี้ตอนขับรถผ่านธนาคารเขาแวะไปเช็กยอดมาแล้ว ตัวเลขในบัตรตรงกันทุกประการ
ผลประกอบการคืนนี้มันยอดเยี่ยมกระเทียมดองจริงๆ
ติ๊ง!
เสียงข้อความเข้าจากมือถือที่วางอยู่ข้างๆ... เป็นข้อความจากฉู่ชิงเฉิงนั่นเอง
เธอส่งมาถามไถ่สถานการณ์ของเขา
ฉินหรานกดโทรออกหาเธอทันที
"ฮัลโหล"
"เงินน่ะฉันทวงมาให้เรียบร้อยแล้วนะ เธอส่งเลขบัญชีมาสิ เดี๋ยวฉันโอนไปให้"
"นี่นายทวงมาได้จริงๆ เหรอ?"
ฉินหรานนั่งเอนหลังพิงโซฟาพลางตอบอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง "มันแน่อยู่แล้ว ระดับฉันลงมือเอง... ไม่มีคำว่าพลาด"
"500 ล้านเหรอ?"
"ไม่ใช่แค่ 500 ล้านหรอก... 630 ล้านต่างหาก"
"โอ้โห! เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ นายนี่มันโคตรเทพเลย"
ฉินหรานหัวเราะเบาๆ "ก่อนหน้านี้เธอเคยบอกว่า ถ้าได้เงินคืนแล้วจะแบ่งค่าเหนื่อยให้ฉัน 10 ล้านใช่ไหม... เงินก้อนนั้นฉันไม่เอาแล้วล่ะ เพราะพวกมันจ่ายค่าจ้างแทนเธอไปเรียบร้อยแล้ว"
"ขอบใจนายมากจริงๆ นะ นายช่วยชีวิตฉันไว้แท้ๆ... บุญคุณครั้งนี้ฉันจะไม่มีวันลืมเลย"
"ฉันไม่ชอบคนที่ดีแต่พูดนะเว้ย มันต้องแสดงออกด้วยการกระทำสิ" ฉินหรานแหย่
"ไว้ฉันว่างเมื่อไหร่จะเลี้ยงข้าวนายมื้อนึงเป็นไง"
"จัดไป! ตอนนี้เธอส่งเลขบัญชีมาได้แล้ว"
"โอเค!"
ฉินหรานไม่พูดอะไรต่อ กดตัดสายไปทันที
ไม่กี่วินาทีต่อมา เลขบัญชีธนาคารก็ถูกส่งเข้ามาในเครื่อง
ฉินหรานจัดการโอนเงินเข้าไปยังบัญชีนั้น
การช่วยฉู่ชิงเฉิงครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก
หนี้บุญคุณก้อนนี้... เลี้ยงข้าวแค่มื้อเดียวมันล้างไม่หมดหรอก
ฉินหรานตั้งใจจะปล่อยให้เธอติดหนี้เขาไว้แบบนี้แหละ
วันข้างหน้าจะได้หยิบยกมาใช้ต่อรองกับเธอได้ง่ายๆ
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสอง
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
ฉู่ชิงเฉิงเดินทางมาที่ห้องประชุมแต่เช้าตรู่
หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
เงิน 200 ล้านก้อนนี้ได้คืนมาแล้ว... คราวนี้จะดูซิว่ายังมีใครหน้าไหนกล้ามาดูถูกเธออีก
แกร๊ก!
ประตูห้องประชุมถูกผลักออก
วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการบริหาร
เหล่ากรรมการบริษัททยอยเดินกันเข้ามา
ทุกคนต่างมองฉู่ชิงเฉิงด้วยความแปลกใจว่าเธอมานั่งทำอะไรที่นี่
เพราะในการประชุมบอร์ดบริหารที่ผ่านๆ มา ไม่เคยมีเงาของเธอปรากฏให้เห็นเลย
ผู้หญิงคนนี้... ไม่ว่าจะในตระกูลฉู่หรือในกลุ่มบริษัทฉู่ ก็แทบจะไม่มีตัวตนอยู่แล้ว
สาเหตุหลักก็เพราะซุนฉิงกับฉู่หว่านเอ๋อร์สองแม่ลูกคอยกดหัวเธอไว้ตลอด
ทำให้เธอไม่มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากเลยสักนิด
ในเวลานั้นเอง กลุ่มคนของตระกูลฉู่ก็เดินผลักประตูเข้ามา
พอเห็นว่าฉู่ชิงเฉิงนั่งอยู่ด้วย สีหน้าของคนตระกูลฉู่ก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ซุนฉิงชักสีหน้าหงุดหงิดทันที "ฉู่ชิงเฉิง นี่มันการประชุมบอร์ดบริหารนะ เธอไม่ใช่กรรมการบริษัทสักหน่อย... สาระแนมานั่งทำอะไรที่นี่?"
ฉู่หว่านเอ๋อร์พูดเสริม "หน้าที่สำคัญที่สุดของเธอตอนนี้คือไปตามทวงเงินจากกลุ่มบริษัทจินเฉิงไม่ใช่หรือไง เธอเหลือเวลาอีกแค่สองวันเท่านั้นนะ ถ้าครบสองวันแล้วยังทวงเงิน 200 ล้านนั่นกลับมาไม่ได้... เธอก็เตรียมตัวไสหัวออกไปได้เลย นี่ยังมีหน้ามานั่งลอยชายอยู่อีก"
บรรดากรรมการบริหารที่ได้ยินต่างก็พากันซุบซิบ
การที่ตระกูลฉู่โยนเผือกร้อนให้ฉู่ชิงเฉิงไปทวงหนี้ก้อนนี้... ดูยังไงก็ตั้งใจจะบีบให้เธอออกชัดๆ
เซี่ยเมิ่งหลงคนนั้นขึ้นชื่อเรื่องความหน้าด้านหน้าทนอันดับหนึ่งในซีจิงอยู่แล้ว
แถมมันยังมีคุณน้าคอยหนุนหลังให้กร่างได้แบบไม่กลัวฟ้ากลัวดินอีก
การส่งฉู่ชิงเฉิงไปทวงเงิน... ก็ไม่ต่างอะไรกับการส่งไปตาย
ฉู่ชิงเฉิงลุกขึ้นยืนพลางเอ่ย "คุณน้าคะ หว่านเอ๋อร์... พวกคุณอย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ ที่ฉันมาวันนี้ก็เพื่อมารายงานความคืบหน้าให้คุณปู่ทราบ... เงิน 200 ล้านก้อนนั้น ฉันทวงกลับมาได้เรียบร้อยแล้วค่ะ"
คำประกาศนี้ประหนึ่งอัสนีบาตฟาดลงกลางวง
ทวงเงิน 200 ล้านกลับมาได้แล้วเนี่ยนะ?... จริงดิ!
ฉู่เจิ้นหลงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "เมื่อกี้หลานพูดว่าอะไรนะ... พูดอีกทีซิ"
"คุณปู่คะ เงินน่ะฉันทวงกลับมาได้แล้วค่ะ" ฉู่ชิงเฉิงวางบัตรธนาคารลงบนโต๊ะ "เงินทั้งหมดอยู่ในบัตรใบนี้ค่ะ"
ฉู่เจิ้นหลงกับฉู่จินตงหันมามองหน้ากัน
การที่ฉู่ชิงเฉิงกล้าพูดเต็มปากขนาดนี้... แสดงว่าเงิน 200 ล้านต้องกลับมาแล้วจริงๆ
"ฉันไม่เชื่อ! เธอต้องขี้โม้แน่ๆ" ซุนฉิงแผดเสียงใส่
"คุณน้าคะ เมื่อกี้ฉันก็พูดชัดเจนแล้วนะว่าเงินอยู่ในบัตรใบนี้ ถ้าคุณน้าไม่เชื่อ... ก็ลองเอาไปเช็กดูสิคะ"
ซุนฉิงโบกมือปัด "ต่อให้ในบัตรนี้มีเงิน 200 ล้านอยู่จริงๆ มันก็ไม่มีทางเป็นเงินที่เซี่ยเมิ่งหลงยอมคืนให้หรอก... เธอต้องไปวิ่งเต้นกู้ยืมใครมาแน่ๆ"
"สถานะของฉันในตระกูลฉู่เป็นยังไง คุณน้าก็น่าจะรู้ดีที่สุดนี่คะ... แล้วจะมีใครที่ไหนยอมให้ฉันกู้เงินตั้ง 200 ล้านล่ะคะ?" ฉู่ชิงเฉิงย้อนถาม
ซุนฉิงแค่นเสียงเหยียด "ถ้าไปขอกู้ดีๆ น่ะไม่มีใครเขาให้หรอก... แต่ถ้าเธอ 'เอาตัวเข้าแลก' เพื่อทำข้อตกลงล่ะก็ แบบนั้นเขาก็คงยินดีแหละ ยังไงซะ สารรูปอย่างเธอก็พอจะมีทรวดทรงองเอวให้พวกผู้ชายมันน้ำลายหกอยู่บ้างนี่"
ได้ยินคำพูดพล่อยๆ แบบนั้น ฉู่ชิงเฉิงก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า
ผู้หญิงคนนี้มันปากคอเลาะร้ายเกินไปแล้ว
กล้าใส่ร้ายป้ายสีกันหน้าด้านๆ แบบนี้เลยเหรอ
ไม่รู้จริงๆ ว่าเมื่อก่อนฉู่จินตงตาบอดไปคว้าผู้หญิงพรรค์นี้มาทำเมียได้ยังไง
วันๆ เอาแต่พ่นน้ำลายใส่ร้ายคนอื่น
"คุณน้าคะ กรุณาอย่ามาพูดจาพล่อยๆ ใส่ร้ายกันแบบนี้นะคะ ถ้าไม่เชื่อ... ก็ลองโทรหาเซี่ยเมิ่งหลงดูสิคะ เขาจะได้บอกความจริงให้คุณกระจ่างเอง"
"หว่านเอ๋อร์... โทรหาเซี่ยเมิ่งหลงเดี๋ยวนี้เลย ถามมันให้รู้เรื่อง" ซุนฉิงหันไปสั่งลูกสาว
ฉู่หว่านเอ๋อร์ยืนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
ไม่รู้ทำไม... จู่ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนฉู่ชิงเฉิงกลายเป็นคนละคนไปเลย
ผู้หญิงคนนี้... ดูมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
แถมแววตายังฉายแววทะเยอทะยานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อไม่มีเวลาให้คิดอะไรให้วุ่นวาย ฉู่หว่านเอ๋อร์ก็กดโทรออกหาเซี่ยเมิ่งหลงทันที พร้อมกับเปิดสปีกเกอร์โฟนให้ทุกคนได้ยิน
เสียงรอสายดังอยู่นานกว่าปลายสายจะกดรับ
"คุณหนูใหญ่ฉู่... ที่โทรมานี่ คงจะมาถามเรื่องเงินสินะครับ?"
"เงิน 200 ล้านนั่น... คุณเป็นคนมอบให้ฉู่ชิงเฉิงจริงๆ เหรอคะ?"
เซี่ยเมิ่งหลงรีบตอบเสียงหลง "ใช่ครับๆ! ที่ผ่านมาผมผิดเองครับ ผมไม่ควรเอาเงิน 200 ล้านนั่นไปหมุนเลย... ตอนนี้ผมคืนเงินให้หมดแล้ว พวกคุณได้โปรดปล่อยผมไปเถอะนะครับ! ผมสาบานเลยว่าชาตินี้จะไม่กล้าติดเงินตระกูลฉู่ฮีกแล้ว... ได้โปรดเมตตาปล่อยผมไปเถอะนะครับ!"
ฉู่หว่านเอ๋อร์ถึงกับช็อกค้าง
เงินก้อนนี้... เซี่ยเมิ่งหลงเป็นคนคืนให้จริงๆ ด้วย
ทุกคนในห้องประชุมต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ
น้ำเสียงของเซี่ยเมิ่งหลงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง
ซึ่งปกติแล้วคนอย่างมันไม่มีทางพูดจาแบบนี้เด็ดขาด
ตกลงว่าฉู่ชิงเฉิงไปทำอีท่าไหนเซี่ยเมิ่งหลงถึงได้หงอขนาดนี้?
หรือว่า... เธอจะไปใช้เส้นสายระดับเทพที่ไหนมาจัดการมัน?
เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงไปทั่วห้องประชุม
พอเห็นว่าฉู่หว่านเอ๋อร์เงียบไปนาน เซี่ยเมิ่งหลงก็ชิงวางสายไปก่อน
ณ วินาทีนี้ ฉู่หว่านเอ๋อร์รู้สึกอับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
เพราะอันที่จริง... ก่อนหน้านี้เธอเองก็เคยบุกไปทวงเงินก้อนนี้มาแล้วเหมือนกัน
แต่เซี่ยเมิ่งหลงกลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
แถมยังพูดใส่หน้าเธออีกว่า 'กลุ่มบริษัทฉู่รวยจะตาย... จะมาเดือดร้อนอะไรกับเงินแค่ 200 ล้าน'
จากนั้นมันก็งัดเอาชื่อคุณน้าของมันมาขู่
จนฉู่หว่านเอ๋อร์ต้องยอมล่าถอยกลับมาแบบไม่เป็นท่า
แต่วันนี้... เผือกร้อนที่เธอโยนทิ้ง กลับถูกฉู่ชิงเฉิงจัดการจนสำเร็จเรียบร้อย
แล้วแบบนี้... เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
ยิ่งคิด ฉู่หว่านเอ๋อร์ก็ยิ่งเจ็บใจจนหน้าซีดเผือด
ฉู่ชิงเฉิงเอ่ยขึ้นลอยๆ "ฉันไม่ได้โกหกใช่ไหมล่ะคะ... เงินก้อนนี้เซี่ยเมิ่งหลงเป็นคนคืนให้จริงๆ"