- หน้าแรก
- โดนหลอกให้ไปติดคุก ดันฟลุคเป็นยอดฝีมือ
- บทที่ 25 - ซานเมากับไล่ซื่อเจี๋ย
บทที่ 25 - ซานเมากับไล่ซื่อเจี๋ย
บทที่ 25 - ซานเมากับไล่ซื่อเจี๋ย
สิบกว่านาทีต่อมา หวงฝู่เยียนหรานก็เดินทางมาถึงบ้านของฉินหราน หญิงสาวเอื้อมมือไปกดกริ่งหน้าประตู
พอได้ยินเสียงกริ่ง ฉินหรานก็เดินไปชะโงกดูที่ริมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ครั้นเห็นว่าเป็นหวงฝู่เยียนหราน เขาก็เดินตรงไปเปิดประตูรั้วคฤหาสน์ต้อนรับ
พอออกมาถึงกลางลานบ้าน ชายหนุ่มก็ส่งยิ้มทักทาย "อรุณสวัสดิ์ครับคุณหวงฝู่"
"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณฉิน... คุณปู่ให้ฉันมาเชิญคุณไปที่บ้านค่ะ"
ฉินหรานเปิดประตูรั้วให้กว้างขึ้น "พวกคุณจับตัวหนอนบ่อนไส้ได้แล้วเหรอ?"
"เจอแล้วค่ะ... คนคนนั้นก็คือพ่อบ้านของตระกูลเราเอง"
ฉินหรานพยักหน้ารับน้อยๆ
ที่แท้คนที่คิดจะปองร้ายหวงฝู่จุ้นสยงก็คือพ่อบ้านเก่าแก่ของพวกเขานี่เอง... เดาว่ามันคงจะแอบลอบเข้าไปในศาลบรรพชน หรือไม่ก็อาศัยสิทธิ์ในการเข้าออกศาลบรรพชน ไปคัดลอกวันเดือนปีเกิดของหวงฝู่จุ้นสยงออกมาแน่ๆ
"ป่ะ... ไปกันเถอะ"
ทั้งสองคนออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ตระกูลหวงฝู่ ระหว่างทาง หวงฝู่เยียนหรานได้เล่ารายละเอียดคร่าวๆ ให้เขาฟัง ซึ่งฉินหรานก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไรนัก เพราะมันตรงกับที่เขาคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
เพียงอึดใจเดียว ทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหวงฝู่
"คุณปู่คะ คุณฉินมาถึงแล้วค่ะ"
ฉินหรานประสานมือทำความเคารพตามธรรมเนียม "ผู้น้อยขอคารวะนายท่านหวงฝู่ครับ"
พูดจบ เขาก็ปรายหางตามองร่างที่คุกเข่าอยู่บนพื้น... ชายชราคนนี้น่าจะเป็นพ่อบ้านที่ว่าสินะ
"ฉินหราน... ขอโทษทีนะที่ต้องรบกวนให้เธอวิ่งไปวิ่งมาอีกแล้ว" สีหน้าของหวงฝู่จุ้นสยงดูไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่บนใบหน้าก็ยังคงประดับไว้ด้วยรอยยิ้มบางๆ
"คุณเกรงใจเกินไปแล้วครับ นี่เป็นสิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้ว"
"สถานการณ์ทั้งหมด หลานสาวฉันคงเล่าให้เธอฟังแล้วใช่ไหมล่ะ?"
ฉินหรานตอบกลับเสียงจริงจัง "เรื่องคร่าวๆ ฉันพอจะเข้าใจแล้วล่ะครับ... ในเมื่อคนที่คิดร้ายกับคุณเป็นถึงสายลับต่างชาติ การเคลื่อนไหวของมันย่อมต้องไร้ร่องรอยจับทางยากเป็นธรรมดา ต่อให้พวกเราบุกไปที่เรือนสี่ประสานหลังนั้นตอนนี้... ก็ใช่ว่าจะเจอตัวมันเสมอไป"
"ถ้ามันยังกบดานอยู่ในซีจิงล่ะก็... ด้วยบารมีและกำลังคนของตระกูลหวงฝู่ การจะปูพรมค้นหาทั่วทั้งเมืองก็ยังพอมีสิทธิ์จับตัวมันได้อยู่ แต่... ถ้าเกิดว่าไอ้สายลับคนนี้มันหนีออกจากเมืองซีจิงไปแล้วล่ะก็..."
ชายหนุ่มทิ้งช่วงคำพูดไปอย่างจงใจ
ตราบใดที่อีกฝ่ายยังอยู่ในซีจิง ทุกอย่างก็ยังพอมีหวัง แต่ถ้ามันหนีข้ามพรมแดนกลับประเทศของตัวเองไปได้เมื่อไหร่... ต่อให้เป็นเทพเจ้าก็คงหมดปัญญาช่วย!
อย่าลืมว่าการทำพิธี 'เจ็ดศรตะปูตอกกระหม่อม' นั้นไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะทาง ขอแค่ได้วันเดือนปีเกิดของหวงฝู่จุ้นสยงไป... ต่อให้มันจะไปนั่งบริกรรมคาถาอยู่ที่ซอกหลืบไหนของโลก คุณไสยบทนี้ก็ยังทำงานได้ตามปกติ ถ้ามันหนีหายไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จริงๆ... ฉินหรานเองก็คงจนใจ
หวงฝู่จุ้นสยงฟังความหมายแฝงนั้นออกทะลุปรุโปร่ง
"ตาแก่คนนี้ปลงตกเรื่องเป็นตายมานานแล้วล่ะ... ความตายมันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คือการตายอย่างอนาถตายแบบโง่ๆ โดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุต่างหาก"
"ชั่วชีวิตนี้ของฉันได้อุทิศให้กับประเทศจีนไปหมดแล้ว... ได้เกิดมาชาติหนึ่งก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วล่ะ! ถ้ามันสุดวิสัยจะแก้ไขได้จริงๆ... ก็ถือซะว่าเตรียมตัวจัดงานศพให้ฉันก็แล้วกัน!"
ได้ฟังคำพูดนั้นแล้ว หัวใจของฉินหรานก็พลอยรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เขานับถือหัวใจของชายชราวีรบุรุษผู้นี้จากใจจริง... ได้แต่หวังว่าสวรรค์จะยังมีตา เปิดทางให้เขาช่วยสะสางวิกฤตครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
"พ่อครับ!... พ่ออย่าเพิ่งพูดจาเป็นลางร้ายแบบนั้นสิครับ ผลลัพธ์มันยังไม่ชี้ขาดเลยนะ!" หวงฝู่ฉีรีบแย้งหน้าตื่น
"ที่พ่อพูด ก็เพื่อจะให้พวกแกได้เตรียมใจกันไว้แต่เนิ่นๆ ต่างหากล่ะ"
ฉินหรานพูดแทรกขึ้นมาเพื่อดึงสติทุกคน "พวกเราเลิกยืนดราม่ากันตรงนี้เถอะครับ... รีบมุ่งหน้าไปที่เรือนสี่ประสานนั่นกันเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า"
หูซื่อเฟิงก้าวพรวดเข้าไปกระชากคอเสื้อสิงเทียนไห่ให้ลุกขึ้นยืนทันที
"ลุกขึ้นมาไอ้แก่!!... นำทางพวกกูไปเดี๋ยวนี้! ถ้าเกิดว่านายท่านเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บล่ะก็... กูจะจับครอบครัวมึงฝังทั้งเป็นให้หมดเลยคอยดู!"
สิงเทียนไห่กลัวจนตัวสั่นเป็นลูกนก ร่างชราถูกหูซื่อเฟิงลากถูลู่ถูกังออกไปอย่างไม่ปรานี ฉินหรานเห็นดังนั้นจึงรีบก้าวเท้าเดินตามออกไปติดๆ
"เยียนหราน... ลูกอยู่ดูแลคุณปู่ที่นี่นะ รอพวกพ่อกลับมา"
"เข้าใจแล้วค่ะ"
หลังจากกำชับลูกสาวเสร็จ หวงฝู่ฉีก็นำทัพมุ่งหน้าไปยังพิกัดเรือนสี่ประสานตามคำให้การของสิงเทียนไห่ทันที นอกจากพวกเขาสองสามคนแล้ว หวงฝู่ฉียังขนกองกำลังคุ้มกันมือดีติดตามไปอีกนับสิบชีวิต
ขบวนรถเคลื่อนตัวออกไปโดยมีรถตู้บิสซิเนสคันใหญ่เป็นตัวเปิดทาง ตามติดมาด้วยรถหุ้มเกราะกันกระสุนอีกห้าหกคันแล่นประกบเป็นพรวน
ใช้เวลาเดินทางราวๆ สี่สิบนาที ขบวนรถก็แล่นมาจอดสนิทที่หน้าประตูเรือนสี่ประสานหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่แถบชานเมืองฝั่งทิศตะวันตก
บริเวณโดยรอบนั้นเงียบเชียบและเปลี่ยวมาก สิงเทียนไห่เคยบอกว่าเขาเคยมาพบกับซานเมาที่นี่ถึงสามครั้ง ภาพจำของสถานที่แห่งนี้จึงฝังรากลึกอยู่ในหัวของเขาเป็นอย่างดี
ทันทีที่ก้าวลงจากรถ หวงฝู่ฉีกระจายกำลังลูกน้องเข้าปิดล้อมพื้นที่โดยรอบอย่างหนาแน่นทุกตารางนิ้ว
ฉินหรานยืนกอดอก เพ่งสายตาสำรวจบรรยากาศรอบๆ อย่างละเอียด... เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสางร้ายที่แผ่พุ่งออกมาจากข้างในเรือนสี่ประสานได้อย่างเลือนราง
ไอ้จอมขมังเวทที่ทำพิธีจะต้องกบดานอยู่ข้างในนี้อย่างแน่นอน!
...แบบนี้ก็หวานหมูสิวะ!
ดูท่าดวงชะตาของนายท่านเฒ่าจะแข็งพอดู สวรรค์ถึงได้เปิดทางให้ขนาดนี้
"ไปเคาะประตูสิวะไอ้แก่!" หูซื่อเฟิงตวาดสั่ง
สิงเทียนไห่เดินขาสั่นพั่บๆ โซซัดโซเซเข้าไปเคาะประตูไม้บานใหญ่หน้าเรือน
ผ่านไปเพียงอึดใจเดียว ชายวัยกลางคนสวมแว่นตาคนหนึ่งก็เดินมาปลดกลอนเปิดประตูออก... ชายผู้นี้ก็คือ 'ซานเมา' นั่นเอง!
ทันทีที่สายตาของมันปะทะเข้ากับใบหน้าของสิงเทียนไห่ หัวใจของมันก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที!
ไอ้แก่หัวหงอกนี่มันโผล่มาที่นี่ได้ยังไงวะ?... แถมยังแห่คนมาเป็นพรวนขนาดนี้อีก!
...หรือว่ามันจะทรยศปากโป้งไปแล้ว?!
แต่จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อชีวิตลูกเมียของมันยังตกอยู่ในกำมือของเขาแท้ๆ!... พวกเขาตกลงกันไว้อย่างชัดเจนแล้วนี่ว่า ต้องรอให้หวงฝู่จุ้นสยงขาดใจตายไปซะก่อน ถึงจะยอมปล่อยตัวประกันกลับไป ในสถานการณ์แบบนี้... มันไม่มีทางกล้าเอาชีวิตครอบครัวมาเสี่ยงทรยศเขาเด็ดขาด!
ซานเมาไม่มีเวลาให้คิดทบทวนนานนัก มันรีบปั้นหน้าซื่อเอ่ยถาม
"ไม่ทราบว่าพวกคุณมาหาใครครับ?"
สิงเทียนไห่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาที่แท้จริงของอีกฝ่ายมาก่อน มันจึงยืนนิ่ง
และยังไม่ทันที่พ่อบ้านชราจะอ้าปากตอบ หูซื่อเฟิงก็ออกแรงผลักอกซานเมาจนกระเด็นเปิดทาง แล้วพุ่งพรวดทะลุเข้าไปในลานบ้านทันที! พวกฉินหรานเองก็กรูกันตามเข้าไปติดๆ
ซานเมาแกล้งตีหน้าขรึมตวาดลั่นอย่างเดือดดาล
"เฮ้ย!!... พวกแกเป็นใครวะ?! กล้าดียังไงมาบุกรุกบ้านคนอื่นหน้าด้านๆ แบบนี้ฮะ!"
สิงเทียนไห่หันไปมองหวงฝู่ฉีด้วยสีหน้าลังเล
"คุณชายครับ... ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นสถานที่นี้แน่ๆ แต่... แต่ผมไม่กล้าฟันธงนะครับว่าผู้ชายคนนี้คือซานเมาหรือเปล่า ผมไม่เคยเห็นหน้ามัน... แถมน้ำเสียงตอนพูดเมื่อกี้มันก็ฟังดูไม่ค่อยเหมือนด้วยครับ"
หวงฝู่ฉีได้ฟังดังนั้นก็หันขวับไปจ้องเขม็งที่ใบหน้าของซานเมาด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อทันที
ซานเมายังคงพยายามเล่นละครตบตาต่อ
"นี่พวกแกพูดพล่ามบ้าอะไรกันวะ ฉันฟังไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย!... แมวป่าแมวบ้านอะไร ที่นี่ไม่มีคนชื่อนั้นโว้ย! รีบไสหัวออกไปจากบ้านฉันให้หมดเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ฉินหรานเอามือไพล่หลัง ค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปยืนประจันหน้า
"เลิกตอแหลได้แล้วน่า... แกนั่นแหละคือคนที่พวกเรากำลังตามหา"
"ถุ้ย! ตอแหลพ่อแกสิ! ฉันไม่รู้จักพวกแกเว้ย!"
ฉินหรานแสยะยิ้มเย็นชา
"เมื่อกี้ตอนที่เปิดประตูออกมา... เสี้ยววินาทีที่ตาแกปะทะเข้ากับสิงเทียนไห่ แววตาของแกมันสั่นไหวลุกลี้ลุกลนออกมาตามสัญชาตญาณ... คิดว่าฉันตาบอดมองไม่เห็นหรือไง?"
"แถมบรรยากาศในเรือนนี้มันยังคลุ้งไปด้วยสางร้าย... แท่นพิธีเจ็ดศรตะปูตอกกระหม่อมของพวกแก ก็ตั้งอยู่ข้างในลานบ้านนี้นี่แหละ"
ซานเมาจ้องเขม็งไปที่ฉินหรานอย่างไม่วางตา
มิน่าล่ะ... สิงเทียนไห่ถึงได้กล้าหอบตระกูลหวงฝู่บุกมาถึงที่นี่โดยไม่สนสวัสดิภาพของครอบครัวตัวเอง ที่แท้ก็มีคนมองออกแล้วนี่เองว่าหวงฝู่จุ้นสยงโดนคุณไสยเจ็ดศรตะปูตอกกระหม่อมเล่นงานเข้าให้แล้ว!
ในเมื่อความแตก พวกมันก็ต้องไล่เบี้ยสืบสาวราวเรื่อง จนกระทั่งสาวมาถึงตัวสิงเทียนไห่ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และภายใต้การเค้นคออย่างหนัก พ่อบ้านเฒ่าก็คงทนไม่ไหวต้องยอมคายความลับออกมาจนหมดสิ้น
ไอ้คนที่มองวิชาคุณไสยขั้นสูงนี้ออก... ก็คงจะเป็นไอ้หนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี่แหละ!
...มันเป็นใครมาจากไหนกันแน่ ถึงได้มีตาที่แหลมคมขนาดนี้วะ?!
ซานเมาสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ก่อนจะกัดฟันพูดเสียงแข็ง
"พูดบ้าอะไรของแก ฉันไม่เข้าใจ!... ถ้าพวกแกยังขืนยืนหน้าด้านก่อกวนอยู่ตรงนี้อีกล่ะก็... อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน!"
"ไอ้เวรนี่... วอนตายนักนะมึง!"
หูซื่อเฟิงคำรามลั่น พุ่งตัวไปข้างหน้าหมายจะตะปบซานเมาลงไปกองกับพื้น!
ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง... คลื่นพลังไร้รูปสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศเข้ากระแทกกลางอกของหูซื่อเฟิงอย่างจัง!
ร่างใหญ่ของหูซื่อเฟิงถูกกระแทกจนผงะหงายหลังซวนเซไปหลายก้าว ก่อนจะล้มตึงลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ!
ฉินหรานเห็นท่าไม่ดีจึงรีบตะโกนเตือนลั่น
"ทุกคนระวังตัว!! มีคนซุ่มอยู่ข้างใน!"
ทุกคนในตระกูลหวงฝู่รีบชักอาวุธตั้งท่าคุมเชิงเตรียมพร้อมสู้ทันที
พริบตาต่อมา ประตูใหญ่หน้าเรือนก็ปิดกระแทกเข้าหากันเองเสียงดังสนั่น!
พายุลมแรงพัดอื้ออึงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หอบเอาเศษใบไม้แห้งบนพื้นให้ลอยหมุนวนอยู่กลางอากาศจนก่อตัวเป็นรูปร่างที่ดูบิดเบี้ยวชวนขนหัวลุก
ในขณะเดียวกันนั้นเอง... กลุ่มควันสีดำทะมึนก็พุ่งทะลุออกมาจากตัวบ้านด้านใน!
ควันดำนั้นลอยละลิ่วมาหยุดลงที่เบื้องหน้าของซานเมา ค่อยๆ บิดตัวรวมกันจนกลายเป็นร่างของมนุษย์คนหนึ่ง
ชายผู้นี้ดูอายุราวๆ สี่สิบกว่าปี ไว้หนวดเครายาวเฟิ้ม สวมชุดคลุมยาวรุ่มร่ามที่มีลวดลายอักขระประหลาดเต็มไปหมด
เขาคือนามว่า 'ไล่ซื่อเจี๋ย' เป็นจอมขมังเวทเลื่องชื่อจากแดนหนานหยาง (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์มืดและคาถาอาคมทุกแขนง!
ไล่ซื่อเจี๋ยเอามือไพล่หลัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบเยือกเย็น
"ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ดันทุรังบุกมาถึงที่นี่แล้ว... ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรให้เสียเวลาอีก จับพวกมันเชือดทิ้งหมกบ่อให้หมดก็สิ้นเรื่อง"
พอได้ยินประโยคทองคำนี้ ซานเมาก็สลัดคราบคนซื่อทิ้ง เปลี่ยนสีหน้าเป็นเย่อหยิ่งจองหองในเสี้ยววินาที
"หึๆๆ! สวรรค์มีทางเดินพวกแกดันไม่ชอบ... นรกไร้ประตูพวกแกดันกระเสือกกระสนจะพังเข้ามา! งั้นก็อย่ามาโทษว่าพวกกูโหดร้ายก็แล้วกันโว้ย!"
ทั้งสองคนจ้องมองพวกฉินหรานด้วยแววตามาดร้ายเปี่ยมรังสีอำมหิต
ฉินหรานก้าวเท้าออกไปยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้า
"ดูท่า... แกสินะที่เป็นคนทำพิธีเจ็ดศรตะปูตอกกระหม่อมใส่นายท่านหวงฝู่?"
"ถ้าใช่แล้วจะทำไม? ถ้าไม่ใช่แล้วแกจะมีปัญญาทำอะไรฉันได้วะไอ้หนู!"
"เดนมนุษย์จากหนานหยาง... วันๆ ดีแต่เก่งเรื่องลอบกัดสกปรกใต้เข็มขัด แกคิดว่าประเทศจีนของพวกเราสิ้นไร้ไม้ตอกไม่มีคนจริงแล้วหรือไงวะ ถึงได้กล้ามากร่างถึงที่นี่? วันนี้... ฉันจะส่งแกลงนรกในสภาพที่ไม่เหลือแม้แต่เศษเถ้ากระดูกให้ฝังเลยคอยดู" ฉินหรานตวาดกร้าว นัยน์ตาฉายจิตสังหารเดือดพล่าน
ไล่ซื่อเจี๋ยระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง
"ฮ่าๆๆๆๆ! การที่แกมองวิชาเจ็ดศรตะปูตอกกระหม่อมออก ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วล่ะว่าแกพอจะมีหูตาที่กว้างไกลอยู่บ้าง... แต่น่าเสียดายนะ ที่แกมันก็เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!"
"ที่แกพูดมันก็ถูก... ฉันมันมองขาดมาตั้งนานแล้วว่าประเทศจีนของพวกแกมันไร้คนจริง! นอกจากไอ้พวกตาแก่หงำเหงือกใน 'สำนักป้องกันภัยพิเศษ' สองสามคนนั่นแล้ว... ที่เหลือมันก็แค่ขยะเดินได้เท่านั้นแหละวะ!..."
จังหวะที่ฉินหรานกำลังจะขยับนิ้วลงมือ... จู่ๆ หูซื่อเฟิงก็ดีดตัวพุ่งพรวดออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากคันศร!
ความเร็วของมันพุ่งทะลุขีดจำกัด!
เมื่อครู่นี้ที่โดนลอบกัดจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า มันก็เจ็บใจจนแทบจะกระอักเลือดอยู่แล้ว ประกอบกับความร้อนรนที่อยากจะสร้างผลงานชิ้นเอกเพื่อไม่ให้น้อยหน้าฉินหราน... มันจึงหน้ามืดตามัว พุ่งเข้าใส่จอมขมังเวทตรงหน้าโดยไม่คิดชีวิต!