- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 105 - มีผู้อาวุโสสูงสุดจริงๆ ด้วย
บทที่ 105 - มีผู้อาวุโสสูงสุดจริงๆ ด้วย
บทที่ 105 - มีผู้อาวุโสสูงสุดจริงๆ ด้วย
"สืบ! ระดมสายลับทั้งหมดที่เรามีในประเทศมังกรไปสืบมา!" อาเบะ ฮิเดโยชิหันขวับกลับมา แววตาดุร้ายปานจะกินเลือดกินเนื้อ "ไอ้นักธนูที่ใช้ชื่อ 'มังกรซ่อนกาย' มันเป็นใครกันแน่? ทำไมมันถึงฆ่าซาโต้ ยูที่มีเลเวลสูงกว่าแถมยังเป็นอาชีพที่แพ้ทางกันได้? เรื่องนี้มันขัดกับกฎของโลกชัดๆ ประเทศมังกรต้องใช้วิธีสกปรกที่เราไม่รู้แน่ๆ"
ลูกน้องรับคำสั่งแล้วรีบออกไป องเมียวจิอาวุโสอีกคนที่อยู่ข้างๆ หน้าซีดเผือด เอ่ยด้วยน้ำเสียงแห้งผาก "ท่านอาเบะ... หรือว่าเราอาจจะประเมินผิดตั้งแต่แรก ประกาศระดับโลกที่ประเทศมังกรส่งมา... อาจจะไม่ได้ขู่เล่นๆ ก็ได้"
ประโยคนี้เหมือนน้ำเย็นสาดโครมเข้าหน้า ทำเอาอาเบะ ฮิเดโยชิที่กำลังฟิวส์ขาดได้สติกลับมานิดหน่อย แต่ความรู้สึกเย็นยะเยือกที่ลึกกว่าเดิมก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาแทนที่
องเมียวจิอีกคนก็พูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ "สู้กับซาโต้ ยู จบภายในไม่ถึงนาที ฝีมือระดับนี้... ต่อให้เป็นท่านทรัมป์ เลเวล 82 ของประเทศอีเกิลมาเอง ก็ไม่แน่ว่าจะทำได้รวดเร็วขนาดนี้ ประเทศมังกรอาจจะซุ่มเก็บงำความเก่งกาจไว้มาตลอด ไอ้คนที่ใช้ชื่อมังกรซ่อนกาย... อาจจะเป็นผู้อาวุโสสูงสุดที่เร้นกายอยู่ของประเทศมังกรจริงๆ ก็ได้"
"ผู้อาวุโสสูงสุด... มังกรซ่อนกาย..." อาเบะ ฮิเดโยชิพึมพำทวนสองคำนี้เบาๆ ก่อนจะตวาดลั่น "ผู้อาวุโสสูงสุดบ้าบออะไรกัน! แล้วแกจะอธิบายเรื่องเลเวลของมันยังไง? ผู้อาวุโสสูงสุดที่เลเวลไม่ถึง 70 เนียน่ะนะ?!"
องเมียวจิคนนั้นรีบก้มตัวลงต่ำราวกับแบกรับแรงกดดันจากความโกรธของอาเบะ ฮิเดโยชิไม่ไหว ตอบเสียงสั่น "นายท่าน ประเทศมังกรขึ้นชื่อเรื่องความลี้ลับมาแต่ไหนแต่ไร บางทีพวกเขาอาจจะมีวิชามารอะไรสักอย่างที่หลอกตากฎของโลกได้ก็ได้นะครับ"
อาเบะ ฮิเดโยชิชะงักงัน
ก็จริงนะ นอกจากเหตุผลนี้แล้ว จะมีคำอธิบายอะไรที่ฟังขึ้นสำหรับเรื่องบ้าบอคอแตกตรงหน้านี้ได้อีก?
การแพ้ทางกันของอาชีพ การกดข่มด้วยเลเวล คือกฎเหล็กของโลกใบนี้
ถ้าระดับเลเวลหรือความเก่งกาจไม่ได้ห่างชั้นกันลิบลับ นักธนูจะเอาชนะซัมมอนเนอร์สายซีซีได้ยังไง มันเป็นไปได้ยากมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการข้ามเลเวลไปวันช็อตคิลเลย!
คำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้ก็คือ ไอ้มังกรซ่อนกายคนนั้น... ฝีมือที่แท้จริงของมันต้องน่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้
ประเทศมังกรไม่ได้แค่ขู่เล่นๆ
พวกเขามียอดฝีมือเร้นกายที่เก่งกาจชนิดหยั่งไม่ถึง ซ่อนตัวอยู่จริงๆ เก่งระดับที่บดขยี้องเมียวจิเลเวล 79 ได้สบายๆ
ข้อสรุปนี้ทำเอาทุกคนในที่ประชุมรู้สึกเหมือนถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก
แผนการอันแยบยลที่กะจะโชว์พาวให้ชาวโลกเห็น กลับกลายเป็นว่าดันเอาแต้มบุญประเทศ 20% กับยอดฝีมือระดับท็อปไปใส่พานถวายให้ประเทศมังกรซะงั้น โง่บัดซบจริงๆ
เบื้องบนของประเทศโค่วทุกคนในตอนนี้ ต่างตกอยู่ในห้วงอารมณ์ที่โคตรจะซับซ้อน ทั้งเจ็บปวด ทั้งแค้น แต่ที่มากกว่านั้นคือ... หวาดระแวงไอ้ 'ผู้อาวุโสสูงสุด' ปริศนาของประเทศมังกรคนนั้น
พวกเขาเริ่มปักใจเชื่อแล้วว่า ประเทศมังกรต้องมียอดฝีมือเร้นกายที่เก่งกาจพอจะพลิกคว่ำทุกความเชื่อของพวกเขาอยู่จริงๆ
และพวกเขาก็ใช้ความโง่เขลาของตัวเองบวกกับแต้มบุญประเทศ 20% เป็นหนูทดลองพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตัวเอง
...
แสงแดดยามเช้าเพิ่งจะสาดส่องเข้ามาในห้อง เซี่ยมู่ยังงัวเงียนิดๆ เดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน ก็ได้ยินเสียงกริ่งประตูดังขึ้น
เซี่ยมู่ชะงักไปนิด คาบแปรงสีฟันเดินออกมาระเบียง ชะโงกหน้าไปดูที่ประตู ก็เห็นฉินเชี่ยนเสวี่ยยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าวิลลา ชุดเดรสสีฟ้าอ่อนทำให้เธอดูสดใส น่ารักเป็นพิเศษ
"อรุณสวัสดิ์!" พอฉินเชี่ยนเสวี่ยเงยหน้ามาเห็นเขา ก็ฉีกยิ้มกว้าง โบกมือทักทายทันที
เซี่ยมู่พยักหน้ารับ เดินกลับเข้าบ้านไปกดรีโมทเปิดประตู ล้างหน้าล้างตาแบบลวกๆ แล้วเดินลงมาที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง
"วันนี้ทำไมมาเช้าจัง?" เซี่ยมู่ทักทายฉินเชี่ยนเสวี่ย แล้วเดินตรงเข้าห้องอาหาร
บนโต๊ะอาหารมีอาหารเช้าที่เซี่ยจิ่นอวี๋เตรียมไว้ให้เรียบร้อย ครอบฝาชีเก็บความร้อนไว้อย่างดี
ฉินเชี่ยนเสวี่ยนั่งลงบนโซฟา เอามือเท้าคางมองเซี่ยมู่ ตายิ้มเป็นรูปสระอิ "ฉันเนี่ยนะเช้า? หลินเวยอินกับเจ้าอ้วนโทรจิกฉันตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วนู่น"
เซี่ยมู่ชะโงกหน้าไปดูนาฬิกาแขวนผนัง เพิ่งจะเก้าโมงเช้าเอง
เขาส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ยัดขนมปังอุ่นๆ เข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ แล้วพูดอู้อี้ "มีฉันอยู่ด้วยทั้งคน จะรีบอัปเลเวลกันไปถึงไหนเนี่ย?"
"ก็เพราะมีนายเป็นหัวหน้าปาร์ตี้นี่แหละ พวกเขาถึงได้คึกกันขนาดนี้" ฉินเชี่ยนเสวี่ยยิ้ม "ตอนอยู่ปาร์ตี้เดียวกับนาย พวกเขาก็ไม่อยากจะปล่อยให้เสียเวลาไปฟรีๆ แม้แต่วินาทีเดียวเลยนะ"
เซี่ยมู่ถอนหายใจ "นี่พวกเธอจงใจกดขี่แรงงานฉันใช่ไหมเนี่ย?"
ฉินเชี่ยนเสวี่ยหัวเราะคิกคัก "พวกเราก็อยากช่วยนะ แต่ฝีมือนายน่ะ ไม่เปิดโอกาสให้พวกเราได้ออกแรงเลยนี่นา"
พูดจบ เธอก็พลิกฝ่ามือเบาๆ คัมภีร์ดันเจี้ยนลวดลายประณีตสามม้วนก็โผล่ขึ้นมาเปล่งประกายเรืองรองบางๆ
"นี่พ่อฉันฝากมาให้นาย คัมภีร์ดันเจี้ยน 'แท่นบูชาสังสารวัฏ' เลเวล 30" ฉินเชี่ยนเสวี่ยวางคัมภีร์ลงบนโต๊ะกระจกอย่างเบามือ "ความจริงพ่อจะเอามาให้เองแหละ แต่พอดีรับสายโทรศัพท์ปุ๊บก็รีบพุ่งพรวดออกไปเลย"
เซี่ยมู่ตาเป็นประกาย แอบชมความไวของฉินไป๋ในใจ
เขายิ้มรับ "กำลังกลุ้มอยู่พอดีเลยว่าวันนี้จะไปลุยดันไหนดี งั้นเรามาลุยให้จบสามม้วนนี้เลยละกัน"
ฉินเชี่ยนเสวี่ยได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็เปื้อนรอยยิ้ม ความทรงจำตอนลุยดันเจี้ยนสังสารวัฏคราวที่แล้วยังแจ่มชัด ความเร็วในการอัปเลเวลนี่มันฟินสุดๆ ไปเลย
เซี่ยมู่รีบโซ้ยข้าวเช้าจนหมดเกลี้ยง แล้วทั้งสองก็มุ่งหน้าไปที่ศูนย์วาร์ปทันที
หลี่ซือกับหลินเวยอินมารออยู่ก่อนแล้ว พอเห็นเซี่ยมู่กับฉินเชี่ยนเสวี่ยก็รีบพุ่งเข้ามาหา
"พี่มู่ อรุณสวัสดิ์ค้าบ!" หลี่ซือทักทายเสียงใส หน้ากลมๆ ยิ้มแฉ่งจนแก้มปริ
หลินเวยอินเดินตามหลังหลี่ซือมา มองเซี่ยมู่อย่างขัดเขิน พอเซี่ยมู่หันไปสบตา ก็เรียกเสียงอ่อยๆ "พี่มู่!"
เซี่ยมู่ชะงักไปนิด หันไปมองหลินเวยอินด้วยความประหลาดใจ ขนลุกซู่ไปทั้งแขนกับสรรพนามที่เปลี่ยนไปกะทันหัน
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
ปกติหลินเวยอินก็เรียกชื่อเขานี่นา วันนี้ผีอะไรเข้าถึงมาเรียกพี่มู่ตามเจ้าอ้วนเนี่ย?
หลินเวยอินดูเหมือนจะเขินสายตาของเซี่ยมู่ แก้มใสๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ เธอก้มหน้าหลบตาอย่างทำตัวไม่ถูก
พอเห็นท่าทางขวยเขินของหลินเวยอิน ความประหลาดใจของเซี่ยมู่ก็กลายเป็นความตกตะลึง
เขามองสลับระหว่างหลินเวยอินกับหลี่ซือไปมา ก่อนจะโพล่งออกมาว่า "นี่... พวกนายสองคนคบกันแล้วเหรอ???"
หลินเวยอินเงยหน้าขวับ สบตาเซี่ยมู่ที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ แล้วถามสวนกลับแบบงงๆ "บ้าบออะไรเนี่ย ใครบอกว่าเราคบกัน?"
"อ้าว แล้วทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนมาเรียกฉันว่าพี่มู่เหมือนเจ้าอ้วนล่ะ?" เซี่ยมู่ถามอย่างจับผิด
หลินเวยอินสะอึกไปนิด ถึงเพิ่งเก็ตว่าเซี่ยมู่หมายถึงอะไร เธอแหวใส่ทันที "ที่ฉันเรียกนายว่าพี่มู่ ก็เพราะนายไปซัดหน้าพวกประเทศโค่วบนเวทีประลองกู้หน้าให้ประเทศเราต่างหากย่ะ ไม่เกี่ยวกับไอ้อ้วนนี่เลยสักกะนิด!"
พูดจบเธอก็ตวัดสายตาค้อนหลี่ซือที่กำลังเอามือปิดปากขำก๊ากอยู่ข้างๆ
"อ๋อ..." เซี่ยมู่พยักหน้าหงึกๆ พึมพำกับตัวเองเบาๆ "ก็ว่าอยู่ กำลังคิดว่าจะเตรียมซองแดงไว้รับขวัญดีไหมเนี่ย..."
"..."
หลินเวยอินกลอกตาบนใส่อย่างเซ็งๆ แล้วหันไปวีนใส่หลี่ซือที่ยังแอบขำไม่หยุด "ไอ้อ้วน หัวเราะหาพระแสงอะไร! อยากโดนหอกน้ำแข็งเสียบคาหน้าจอกลางศูนย์วาร์ปนี่ไหมห๊ะ?!"