- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 38 - ฆ่าชิงทรัพย์
บทที่ 38 - ฆ่าชิงทรัพย์
บทที่ 38 - ฆ่าชิงทรัพย์
"ลงมือ จัดการให้ไว! ดาเมจมันไม่ปกติ อย่าเปิดโอกาสให้มันได้สวนกลับเด็ดขาด!" ไอ้โล้นหน้าบากสมกับเป็นหัวหน้าทีม มันดึงสติกลับมาจากความตื่นตระหนกได้อย่างรวดเร็ว ตะโกนสั่งการเสียงกร้าว
มันสลัดความประมาททิ้งไปจนหมดสิ้น ความเร็วระดับนักฆ่าสายความว่องไวเลเวล 20 ระเบิดออกเต็มพิกัด ร่างของมันพุ่งพรวดกลายเป็นเงาเลือนลาง โผล่พรวดไปอยู่ด้านหลังเซี่ยมู่ มีดสั้นในมือสาดประกายแสงเย็นเยียบหมายจะแทงทะลุขั้วหัวใจเซี่ยมู่จากด้านหลัง!
นี่คือสุดยอดสกิลพุ่งทะลวงของนักฆ่าเลเวล 20 — 'เงาสังหารทะลวงแทง' !
ไอ้ผอมหน้าเสี้ยมก็ลงมือพร้อมกันเป๊ะ อาชีพผู้ใช้ดาวกระจายเป็นสายโจมตีระยะไกล เพียงแค่ขยับข้อมือวูบเดียว ดาวกระจายสีน้ำเงินเข้มสามดอกก็พุ่งฉิวออกไปเป็นรูปสามเหลี่ยม ไร้สุ้มเสียงแต่รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด เล็งเป้าไปที่ลำคอ หัวใจ และท้องน้อยของเซี่ยมู่ องศาการจู่โจมสุดแสนจะโหดเหี้ยม ปิดตายทุกช่องทางการหลบหลีก
การประสานงานของพวกมันเข้าขากันอย่างไร้ที่ติ เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นพวกนักฆ่ามืออาชีพที่ผ่านงานมาโชกโชน
ในมุมมองของพวกมัน การร่วมมือกันเพื่อปิดบัญชีนักธนูเลเวล 5 (ตามที่สายรายงานมา) ถือว่าให้เกียรติอีกฝ่ายมากพอแล้ว
และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
เผชิญหน้ากับการโจมตีประสานที่รวดเร็วถึงขีดสุด ร่างกายของเซี่ยมู่ไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบสนองตามสัญชาตญาณ เสียงอาวุธกระทบเป้าก็ดังขึ้นที่ข้างหูเสียแล้ว
"เคร้ง!"
"ฉึก! ฉึก! ฉึก!"
มีดสั้นกับดาวกระจายอาบยาพิษทั้งสามดอก ปะทะเข้ากับร่างกายของเซี่ยมู่แทบจะพร้อมกัน
มุมปากของไอ้หน้าบากกับไอ้ผอมหน้าเสี้ยมกระตุกยิ้มอำมหิตเตรียมรอฉลองชัย
แต่ทว่า... เสียง "ฉึก" ของมีดสั้นที่ควรจะแทงทะลุเนื้อและทะลวงเข้าสู่หัวใจ กลับไม่เกิดขึ้น! ปลายมีดสั้นกลับสัมผัสได้ถึงแรงต้านทานที่ทั้งเหนียวแน่นและยืดหยุ่นจนน่าขนลุก!
เช่นเดียวกับดาวกระจายทั้งสามดอกของไอ้ผอมหน้าเสี้ยม วินาทีที่มันสัมผัสโดนตัวเซี่ยมู่ ม่านแสงรูปรังผึ้งจางๆ ก็สว่างวาบขึ้นรอบตัวเขา สะท้อนดาวกระจายทั้งสามกระเด็นออกไปหน้าตาเฉย! พวกมันร่วงแหมะลงพื้นอย่างหมดสภาพ แม้แต่เสื้อผ้าของเซี่ยมู่ก็ยังไม่ระคายเคือง!
รูม่านตาของไอ้ผอมหน้าเสี้ยมหดเกร็งเท่ารูเข็ม! ภาพตรงหน้ามันฉีกทึ้งความเข้าใจของมันจนป่นปี้! นั่นมันเกราะป้องกันบ้าบออะไรกันวะ?
โล่เวทมนตร์งั้นเหรอ? แล้วทำไมถึงไม่มีคลื่นพลังเวทแผ่ออกมาเลยล่ะ?
ไอ้โล้นหน้าบากก็ยืนแข็งทื่อคาท่าพุ่งแทง มีดสั้นยังจ่ออยู่ที่หลังของเซี่ยมู่ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีดไม่ต่างจากไอ้ผอมหน้าเสี้ยม
ตอนแรกมันเดาว่าเซี่ยมู่อาศัยพลังโจมตีที่สูงปรี๊ดผิดปกติ จัดการไอ้ยักษ์ล่ำบึ้กไปได้ ตามการวิเคราะห์ของมัน ขอแค่ตัวเองกับเพื่อนร่วมทีมใช้ความเร็วเข้าสู้ หลบหลีกการโจมตีให้พ้น หรือไม่ก็ชิงลงมือระยะประชิดก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ยิง การบี้หนอนแมลงวันสายนักธนูตัวบางๆ ก็คงง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
แต่ความเป็นจริงกลับตบหน้ามันฉาดใหญ่ ไอ้เด็กใหม่ตรงหน้านี้ ไม่ได้มีแค่พลังโจมตีที่โคตรเว่อร์เท่านั้น แต่พลังป้องกันยังแข็งแกร่งจนแทบเป็นอมตะอีกต่างหาก
ไม่สิ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องพลังป้องกันแล้วล่ะ เพราะต่อให้พลังป้องกันจะสูงทะลุฟ้าแค่ไหน เวลาโดนโจมตีมันก็ต้องมีดาเมจบังคับลดอย่างน้อย 1 หน่วยสิ
แล้วไอ้สถานการณ์ต้านทานดาเมจสมบูรณ์แบบที่เกิดอยู่ตรงหน้านี่มันคือบ้าอะไรกัน?!
ไอ้เด็กนี่มันเป็นสัตว์ประหลาดจากนรกขุมไหนวะ?
นี่คือคำถามที่ดังก้องอยู่ในหัวของไอ้หน้าบากตอนนี้
มันเงยหน้ามองเซี่ยมู่ที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ความรู้สึกชาหนึบแล่นพล่านไปทั่วหนังหัว
มันไม่ทันได้คิดอะไรให้มากความ สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้มันกระโดดถอยหลังกลับไปหาเพื่อนร่วมทีมทันที
การต้องเผชิญหน้ากับเด็กใหม่ที่เพิ่งตื่นรู้ ไอ้โล้นหน้าบากกลับรู้สึกปลอดภัยก็ต่อเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ เพื่อนร่วมทีมเท่านั้น
นี่มันตลกร้ายชัดๆ...
ไอ้หน้าบากกับไอ้ผอมหน้าเสี้ยมสบตากัน ต่างฝ่ายต่างเห็นแววตาหวาดผวาและอยากจะหนีไปให้พ้นๆ ทั้งคู่พยักหน้าให้กันเบาๆ ค่อยๆ ก้าวถอยหลังอย่างระแวดระวัง
ส่วนเซี่ยมู่ หลังจากรับการโจมตีคอมโบเมื่อครู่ไป เขายังไม่ทันได้ขมวดคิ้วด้วยซ้ำ เขาก้มลงดูหน้าต่างสถานะของตัวเอง:
[โล่: 16,418/18,068]
โล่ถูกโจมตีหายไปพันหกร้อยกว่าแต้ม!
ถ้าไม่มีโล่ของ 'ปราการปราณรบ' คุ้มกะลาหัวล่ะก็ การโจมตีประสานของสองคนนี้เมื่อกี้ คงส่งเขาไปคุยกับรากมะม่วงได้สบายๆ
เซี่ยมู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สายตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจดจ้องไปที่แผ่นหลังของไอ้หน้าบากและไอ้ผอมหน้าเสี้ยมที่กำลังถอยหนีอย่างลุกลี้ลุกลน
"เพิ่งคิดจะหนีตอนนี้? สายไปแล้วว่ะ"
น้ำเสียงของเซี่ยมู่เย็นยะเยือกราวกับเสียงเรียกจากขุมนรกมืดมิด สำหรับพวกที่จ้องจะเอาชีวิตเขา เขาไม่มีความคิดที่จะปรานีเลยสักนิด
เขาง้างคันธนูขึ้นเบาๆ ลูกศรแสงสองดอกที่ดูเพรียวบางแต่กลับอัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างมหาศาลก็ก่อตัวขึ้นในพริบตา!
เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ล็อกเป้าหมายมาที่พวกมัน หน้าของไอ้โล้นหน้าบากก็ซีดเผือดเป็นกระดาษ มันอยากจะวิ่งหนี แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัวจนก้าวไม่ออก
มันจ้องมองเซี่ยมู่ แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความตกตะลึง "แก... แกมันตัวประหลาดอะไรกันแน่?! เลเวล 5... เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"
มันรู้สึกเหมือนโลกทัศน์ของมันพังทลายลงมา ต่อให้ค่าสถานะจะโกงแค่ไหน แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงที่การโจมตีจะทะลวงการป้องกันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ไอ้ผอมหน้าเสี้ยมยิ่งหนักกว่า ขวัญหนีดีฝ่อจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เข่าอ่อนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ร้องห่มร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก "ไว้... ไว้ชีวิตด้วย! เฉินหง! เฉินหงเป็นคนส่งพวกเรามา! พวกเราแค่ทำตามคำสั่ง! ได้โปรดเถอะ..." ตอนนี้ความโหดเหี้ยมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดดิบๆ เท่านั้น
แววตาของเซี่ยมู่ไร้ซึ่งความหวั่นไหวใดๆ ความเมตตาต่อศัตรูก็คือความโหดร้ายต่อตัวเอง มือของคนพวกนี้คงเปื้อนเลือดมานับไม่ถ้วนแล้วล่ะ
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ลูกศรแสงสองดอกพุ่งทะยานออกจากคันธนู เร็วเสียจนตาเปล่ามองตามไม่ทัน ทิ้งไว้เพียงเส้นแสงจางๆ พาดผ่านอากาศ!
ไอ้โล้นหน้าบากเห็นแค่แสงเย็นยะเยือกพุ่งขยายใหญ่ขึ้นตรงหน้า จากนั้นก็รู้สึกเย็นวาบที่หว่างคิ้ว สติสัมปชัญญะก็ดับวูบจมดิ่งสู่ความมืดมิดชั่วนิรันดร์
ลูกศรอีกดอกพุ่งทะลวงเข้าที่ลำคอของไอ้ผอมหน้าเสี้ยมอย่างแม่นยำ ปิดกั้นคำร้องขอชีวิตให้กลืนหายลงไปในคอของมันตลอดกาล
มันกุมลำคอที่เลือดพุ่งกระฉูด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขีดสุดและความสับสน ร่างของมันชักกระตุกก่อนจะล้มลง จวบจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต มันก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไม 'นักธนูธรรมดา' ถึงได้น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้
สายลมพัดเอื่อยๆ พัดผ่านป่าต้นเบิร์ช ใบไม้เสียดสีกันดังกราว พัดเอากลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งให้จางหายไป
เซี่ยมู่ตีหน้านิ่ง รูดทรัพย์จากกระเป๋าของทั้งสามคนจนเกลี้ยง
นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยมู่ลงมือฆ่าชิงทรัพย์ แต่ผลประกอบการถือว่าไม่เลวเลย
แค่เหรียญทองก็ปาเข้าไปห้าแสนกว่าแล้ว แถมยังมีรองเท้าสีม่วงระดับแรร์เลเวล 20 อีกคู่ ค่าสถานะค่อนข้างดีเลยทีเดียว เพิ่มความว่องไว 80 แต้ม ความอดทน 80 แต้ม และความเร็วในการเคลื่อนที่อีก 30%
นี่มันของเทพสำหรับสายนักฆ่าชัดๆ แต่ค่าความว่องไว ความเร็วการเคลื่อนที่ และความอดทนที่เพิ่มขึ้นมา ก็มีประโยชน์กับเซี่ยมู่ไม่แพ้กัน
น่าเสียดายที่มันกำหนดเลเวลไว้ที่ 20 ตอนนี้เขาเลยยังใส่ไม่ได้
ของที่เหลือก็มีอุปกรณ์สีฟ้าไม่กี่ชิ้น กับของจุกจิกไร้สาระอีกนิดหน่อย
เซี่ยมู่จับของที่พอจะมีประโยชน์ยัดใส่ช่องเก็บของมิติ ไม่แม้แต่จะชายตามองศพที่กำลังเริ่มเย็นชืดทั้งสามร่างบนพื้น หมุนตัวเดินกลับไปที่แท็กซี่
พี่คนขับรถช็อกจนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปนานแล้ว นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ที่เบาะคนขับ
เซี่ยมู่เปิดประตูเข้าไปนั่ง น้ำเสียงยังคงราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "พี่คนขับครับ รบกวนไปต่อเลยครับ ไปสำนักงานขายอวิ๋นชีเสี่ยวจู้เหมือนเดิม"
คนขับสะดุ้งเฮือกเหมือนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย มองใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์แต่กลับนิ่งสงบจนน่าขนลุกของเซี่ยมู่ผ่านกระจกมองหลัง เขากลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ มือไม้สั่นระริกขณะสตาร์ทรถ
รถแท็กซี่ขับอ้อมรถเอสยูวีที่จอดขวางทาง ก่อนจะกลับเข้าสู่ถนนสายร่มรื่นอีกครั้ง