- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 18 - ลูกไม้ตื้นๆ
บทที่ 18 - ลูกไม้ตื้นๆ
บทที่ 18 - ลูกไม้ตื้นๆ
เซี่ยมู่รู้สึกอบอุ่นในใจ เขาไม่ได้หันกลับไปมอง เพียงแต่ก้มหน้าก้มตาพลิกไข่ดาวในกระทะอย่างตั้งใจ รอจนกระทั่งไข่ทั้งสองด้านเหลืองกรอบน่ากินถึงได้ปิดเตา ตักไข่ดาวทั้งสองฟองใส่จาน แล้วเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารตัวเล็ก
"มากินข้าวสิ" เขาส่งเสียงเรียกเซี่ยจิ่นอวี๋ที่ยังคงยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงประตูห้องครัว
เซี่ยจิ่นอวี๋ค่อยๆ เดินกระมิดกระเมี้ยนมาที่โต๊ะ สายตาจับจ้องไปที่ไข่ดาวสีเหลืองทองสองฟองนั้นด้วยสีหน้าแสนเสียดาย
เซี่ยมู่ยิ้มบางๆ เขาหยิบตะเกียบ คีบไข่ดาวฟองที่ใหญ่กว่าไปวางแหมะลงในชามของน้องสาว พลางพูดเสียงนุ่ม "สบายใจเถอะ ต่อไปนี้พวกเราไม่ต้องทนลำบากแบบนี้อีกแล้วล่ะ"
เซี่ยจิ่นอวี๋มองหน้าพี่ชาย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น "วันนี้ที่โรงเรียน หนูได้ยินหลินซิวพูดว่า... ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป โรงเรียนจะไม่จ่ายเงินอุดหนุนให้พวกเราแล้ว... เราต้องประหยัดหน่อยนะ เดี๋ยวพี่เลเวล 10 แล้วต้องซื้อของใส่อีก"
"หลินซิว?" เซี่ยมู่ขมวดคิ้ว น้ำเสียงเข้มขึ้นทันที "ไอ้คนที่ชอบตามตื๊อเราที่ห้องน่ะเหรอ?"
เขาเคยได้ยินชื่อนี้จากปากน้องสาวอยู่สองสามครั้ง เป็นพวกคุณชายลูกแหง่ที่ทำตัวกร่างไปทั่วเพราะมีพ่อเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียน
มาบอกข่าวจิ่นอวี๋เอาป่านนี้ เจตนาคงไม่ได้มาดีแน่ๆ
"อื้อ" เซี่ยจิ่นอวี๋พยักหน้า พอสัมผัสได้ถึงรังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวพี่ชาย เสียงของเธอก็แผ่วลง "พ่อของหลินซิวเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนเรา เขาก็เลยรู้ข่าววงในมา แถมเขายังบอกอีกว่า..."
"พูดว่าอะไร" เซี่ยมู่ถามเสียงเย็น
เซี่ยจิ่นอวี๋ลังเลนิดหน่อย "หลินซิวบอกว่าเขาช่วยให้เราได้เงินอุดหนุนต่อได้ ขอแค่หนูยอม..."
"เหอะ!"
เซี่ยจิ่นอวี๋ยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยมู่ก็แค่นเสียงหัวเราะหยันออกมาเสียก่อน
พอสัมผัสได้ถึงความโกรธของพี่ชาย เธอก็รีบพูดต่อทันที "พี่ไม่ต้องห่วงนะ ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ หนูไม่หลงกลเขาหรอก"
"รู้ตัวก็ดีแล้ว ไอ้หมอนั่นมันเป็นคนยังไงเราก็น่าจะรู้ อยู่ให้ห่างๆ มันไว้ล่ะ"
พอเห็นน้องสาวพยักหน้ารับ สีหน้าที่ตึงเครียดของเซี่ยมู่ก็คลายลง น้ำเสียงก็อ่อนลงด้วย "ในเมื่อพี่เรียนจบจากโรงเรียนมัธยมหนานอีแล้ว ไม่ได้เป็นนักเรียนอีกต่อไป การที่โรงเรียนจะงดจ่ายเงินอุดหนุนก็เป็นเรื่องปกติ ตอนนี้ยังไงพี่ก็ถือว่าเป็นผู้ตื่นรู้สายต่อสู้ พี่หาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ ไม่ถึงคิวให้เราต้องมายอมอดมื้อกินมื้อเพื่อประหยัดเงินแค่นี้หรอก เข้าใจไหม?"
น้ำเสียงหนักแน่นของเซี่ยมู่ทำให้เซี่ยจิ่นอวี๋รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ความดื้อรั้นเล็กๆ ในใจพังทลายลง จมูกเริ่มแสบตื้อจนต้องก้มหน้าหลบตา
เซี่ยมู่วางตะเกียบลง เอื้อมมือไปขยี้ผมน้องสาวเบาๆ "เอาล่ะ กินข้าวกันเถอะ"
เขาชะงักไปนิดนึง ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้ดูสดใสขึ้น "อ้อ จริงสิ วันนี้พี่โชคดีนะ ตอนแรกกะว่าจะพาเราไปกินชาบูเนื้อร้าน 'เหล่าจาง' ที่เราบ่นอยากกินอยู่พอดี"
"ชาบูเนื้อร้านเหล่าจางเหรอคะ!" ดวงตากลมโตของเซี่ยจิ่นอวี๋เป็นประกายวิบวับ "พี่ ดรอปของดีมาได้เหรอ"
ถึงเธอจะยังไม่ปลุกพลัง แต่เรื่องที่ผู้ตื่นรู้ลงดันเจี้ยนแล้วดรอปได้วัตถุดิบหายากจนรวยข้ามคืน เธอก็เคยได้ยินเพื่อนที่โรงเรียนเม้าท์ให้ฟังบ่อยๆ
เซี่ยมู่ยิ้มแล้วพยักหน้า "อืม ก็ประมาณนั้นแหละ"
"เย้!" เซี่ยจิ่นอวี๋ร้องดีใจลั่น ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น "พี่ ได้สมบัติอะไรมาเหรอ แร่หายาก? สมุนไพรระดับสูง? หรือว่า... หรือว่าดรอปได้อุปกรณ์แพงๆ?"
เซี่ยมู่ไม่ได้ตอบตรงๆ เขาแค่ยิ้ม ล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋า นิ้วมือกดหน้าจออย่างคล่องแคล่ว แล้วเลื่อนมันไปตรงหน้าน้องสาว
"นี่ไง ดูเอาเอง"
หลังจากยุคข้อมูลดิจิทัล เหรียญทองในระบบจะเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในโทรศัพท์มือถือที่ยืนยันตัวตนแล้วโดยตรง เหรียญทองที่ผู้ตื่นรู้ฟาร์มมาได้จะถูกโอนเข้ากระเป๋าเงินเป๊ะๆ ไม่ขาดสักแดงเดียว
ตอนนี้หน้าจอมือถือของเซี่ยมู่กำลังโชว์หน้ายอดเงินคงเหลือในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์
เซี่ยจิ่นอวี๋เหลือบมองตัวเลขบนหน้าจอ...
แล้วก็เหลือบมองอีกรอบ...
"หืม?" เธอคว้ามือถือขึ้นมาจากโต๊ะ แล้วเริ่มนับตัวเลขอย่างละเอียด
"หน่วย... สิบ... ร้อย... พัน... หมื่น..." สายตาของเซี่ยจิ่นอวี๋เปลี่ยนเป็นความตกตะลึง พอนับทวนซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ เธอก็เงยหน้าขึ้นมาขวับ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง จ้องเซี่ยมู่ตาไม่กะพริบ ปากอ้าค้าง
"หมื่นสี่พันกว่าเหรียญ!" เธอร้องลั่น เสียงหลงเพราะความตื่นเต้น
นี่มันไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะ ในยุคข้อมูลดิจิทัลแบบนี้ ค่าเงินของเหรียญทองแข็งปั๋งสุดๆ
หมื่นสี่พันเหรียญทอง ถ้าเทียบกับเงินของประเทศมังกรสมัยก่อนก็ปาเข้าไปแสนกว่าบาท นี่มันก้อนเงินที่สองพี่น้องประหยัดอดออมกันมาหลายปียังไงก็เก็บไม่ถึงแน่ๆ!
"อืม" เซี่ยมู่มองอาการช็อกจนตาค้างของน้องสาว รอยยิ้มบนมุมปากยิ่งกว้างขึ้น เขาพยักหน้ายืนยัน
"จริงดิ?" เซี่ยจิ่นอวี๋ยังไม่อยากจะเชื่อ เธอกำมือถือแน่น ก้มลงไปมองหน้าจอแบบเร็วๆ อีกหลายรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเลขพวกนั้นมันของจริง ไม่ใช่ภาพหลอน
เธอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง สายตาเป็นประกายจ้องไปที่เซี่ยมู่ "พี่! แค่ครึ่งวันพี่หาเงินได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"
"ใช่" เซี่ยมู่ตอบรับคำ
"ว้าว—!!! ดีใจจังเลย!" เซี่ยจิ่นอวี๋ร้องดีใจสุดขีด คว้าแขนพี่ชายมาเขย่าๆ "พรุ่งนี้ต้องไปจัดชาบูร้านเหล่าจางให้ได้เลย หนูจะสั่งเนื้อสไลซ์ลายหินอ่อนสอง... ไม่สิ สามที่ไปเลย! เอาไส้เป็ดด้วย สองที่เลยนะ! แล้วก็... เนื้อติดมันสไลซ์! ลูกชิ้นกุ้งบด! สไบนาง! หลอดลมหมู! จะกินให้พุงกางไปเลย!"
เซี่ยมู่มองท่าน้องสาวที่แทบจะพุ่งตัวออกไปร้านชาบูเดี๋ยวนั้นแล้วก็หัวเราะลั่น "จัดไป! ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้พี่จะเลี้ยงให้กินจนจุกไปเลย"
ในบ้านเช่าหลังเล็กๆ แสงไฟสีส้มสลัวส่องประกายคลอไปกับเสียงหัวเราะของสองพี่น้อง ในที่สุดเซี่ยจิ่นอวี๋ก็เลิกหวงของ คีบไข่ดาวสีเหลืองกรอบขึ้นมากัดคำโต ขอบไข่ดาวกรุบกรอบเคี้ยวกร้วมๆ อยู่ในปากอย่างมีความสุข
เธอเคี้ยวข้าวไปพลาง ปากก็ยังเจื้อยแจ้ววางแผนมื้อชาบูสุดอลังการของพรุ่งนี้ไปพลาง ไม่หยุดหย่อน
เซี่ยมู่มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม แววตาอ่อนโยน
...
วันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหมอกบางๆ เซี่ยมู่ตื่นจากฝันแล้ว
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อคืนเขาสัญญาไว้ว่าจะพาน้องสาวไปเดินเล่นที่ศูนย์การค้า แล้วก็จะถือโอกาสเอาอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ไปขายด้วย
ตอนนี้เซี่ยจิ่นอวี๋ยังไม่ตื่น เซี่ยมู่ก็เลยไม่ได้รีบปลุก เขาจัดการธุระส่วนตัวลวกๆ ซื้อข้าวเช้ามาวางไว้บนโต๊ะ แล้วก็เดินออกจากบ้านไป
ตอนนี้เซี่ยมู่เลเวล 10 แล้ว แต่เขายังไม่ได้คิดจะเปลี่ยนไปใส่ของเลเวล 10 หรอกนะ เพราะเมื่อดูจากพลังโจมตีกับค่าโล่ที่มีอยู่ตอนนี้ พวกอุปกรณ์สีขาวเลเวล 10 ก็ดูเหมือนจะไม่ได้จำเป็นอะไรขนาดนั้น
ที่สำคัญ ความเร็วโจมตีที่ได้จากธนูไม้หลิวระดับมหากาพย์ในมือเนี่ย ธนูเหล็กกล้าเลเวล 10 เอาอะไรมาสู้ได้
พอมาถึงโถงวาร์ป เพราะเวลาจำกัด เซี่ยมู่ก็เลยไม่ได้ไปลงดันเจี้ยนเลเวล 10 แต่เลือกเดินกลับมาที่ทางเข้าจัตุรัสวาร์ปของสนามทดสอบมือใหม่อีกครั้ง
สนามทดสอบมือใหม่ต่างจากดันเจี้ยนมือใหม่ตรงที่มันไม่ได้จำกัดเลเวลคนเข้า
ดันเจี้ยนมือใหม่จำกัดให้เฉพาะคนเลเวล 5-10 เท่านั้นถึงจะเข้าได้ แต่สนามทดสอบมือใหม่ใครอยากเข้าก็เข้าได้หมด
เพียงแต่ว่าถ้าไปฆ่ามอนสเตอร์เลเวลต่ำในนั้น ก็จะไม่ได้ของอะไรเลย ได้แค่ค่าประสบการณ์ 1 แต้มไว้เป็นพิธีเท่านั้นเอง
เซี่ยมู่เดินเข้าไปในจัตุรัสวาร์ปของสนามทดสอบมือใหม่ เลือกสุ่มพื้นที่ แสงสีขาวสว่างวาบ แล้วเขาก็หายตัวไป
พอภาพตัดมา ภาพทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า หมอกยามเช้ายังไม่จางหาย แสงแดดอ่อนๆ ทะลุผ่านก้อนเมฆลงมากระทบหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าจนเป็นประกายระยิบระยับ
อาจจะเพราะยังเช้าอยู่ สนามทดสอบมือใหม่เลยดูเงียบเชียบเป็นพิเศษ มีแค่ปาร์ตี้ไม่กี่กลุ่มที่กำลังง่วนอยู่ลึกเข้าไปในทุ่งหญ้า ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยตื่นกันดี
ส่วนโซนกระต่ายหางยาวยังคงร้างผู้คน ก้อนขนฟูฟ่องหลากสีกำลังจับกลุ่มหลบอยู่ในพงหญ้า แทะรากหญ้ากันเงียบๆ นานๆ ทีก็จะมีเสียงเคี้ยวกร้วมๆ ดังขึ้นมาให้ได้ยิน
เซี่ยมู่ง้างธนูไม้หลิว ล็อกเป้าก้อนขนสีเทาที่อยู่ใกล้สุด เสียงสายธนูสั่นสะเทือน ลูกศรพุ่งแหวกอากาศ เสียบเข้าเป้าอย่างแม่นยำไม่มีพลาด
-50
ตัวเลขสีแดงก่ำลอยขึ้นมา กระต่ายหางยาวสีเทาตัวนั้นไม่ทันได้ส่งเสียงร้องสักแอะ ก็ล้มแผ่หลาลงกับพื้นเหมือนหุ่นเชิดสายขาด
[สังหารกระต่ายหางยาวสีเทา ได้รับค่าประสบการณ์ +1]