- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 14 - รางวัลมหาศาล
บทที่ 14 - รางวัลมหาศาล
บทที่ 14 - รางวัลมหาศาล
ทันทีที่ราชันหมาป่าสีครามตื่นขึ้น มันก็ล็อกเป้าหมายไปที่เซี่ยมู่ทันที ร่างมหึมาของมันดูน่าเกรงขามสุดๆ ภายใต้แสงจันทร์สลัวๆ เส้นขนปลิวไสวไปตามสายลมที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด แผ่รังสีอำมหิตจนน่าขนลุก
อาจจะเป็นเพราะเซี่ยมู่ยังไม่เหยียบเข้าไปในอาณาเขตของมัน ราชันหมาป่าสีครามก็เลยยังไม่พุ่งเข้ามาโจมตี ดวงตาของมันจับจ้องเซี่ยมู่เขม็ง ขอแค่เซี่ยมู่ก้าวล้ำเส้นเข้ามาเมื่อไหร่ มันพร้อมจะกระโจนเข้าขย้ำเขาทันที
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เซี่ยมู่คงขาสั่นพั่บๆ ตอนเจอราชันหมาป่าสีครามตัวนี้แน่ๆ ก็แหม พลังโจมตีปาเข้าไปตั้ง 330 สำหรับนักธนูตัวบางๆ อย่างเขา โดนทีเดียวก็กลับจุดเซฟแล้ว
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นแล้วล่ะ...
เซี่ยมู่สูดหายใจลึกๆ ค่อยๆ ง้างธนูไม้หลิวในมือจนสุดแรง คันธนูโค้งงอราวกับจันทร์เพ็ญ
ปลายลูกศรเล็งไปที่หัวของราชันหมาป่าสีคราม นิ่งงันรอจังหวะ
แสงสีทองหม่นค่อยๆ สว่างวาบขึ้นที่หัวลูกศร
ชาร์จพลัง!!
นี่คือสกิลที่ติดมากับปลอกแขนระดับอีลีท "ปลอกแขนหมาป่าสีคราม" ที่เพิ่งดรอปมาจากหมาป่าสีครามระดับอีลีทเมื่อตะกี้นี้เอง
ทุกๆ การชาร์จพลัง 1 วินาที พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้น 20% ชาร์จได้สูงสุด 10 วินาที
เวลาผ่านไปวินาทีแล้ววินาทีเล่า แสงสีทองหม่นที่หัวลูกศรก็ยิ่งทวีความเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ
ราชันหมาป่าสีครามจ้องมองพลังที่กำลังเอ่อล้นอยู่บนอาวุธของเซี่ยมู่ แววตาของมันฉายแววหวาดหวั่นราวกับมนุษย์ แต่เพราะถูกจำกัดด้วยกฎของดันเจี้ยน ต่อให้มันจะร้อนรนแค่ไหน ก็ทำได้แค่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ขาหน้าของมันตะกุยแผ่นหินบนพื้นไม่หยุดจนเกิดเสียงเสียดสีแสบแก้วหู ราวกับกำลังระบายความหงุดหงิดและกระวนกระวายใจ แต่ก็ไม่ยอมก้าวไปข้างหน้าแม้แต่ก้าวเดียว
4...3...2...1
เซี่ยมู่ปล่อยสายธนู ลูกศรพุ่งทะยานพร้อมแสงสว่างจ้า ราวกับดาวตกพุ่งตรงดิ่งเข้าเจาะกะโหลกราชันหมาป่าสีคราม
วินาทีที่ลูกศรปะทะเข้ากับหัวของราชันหมาป่าสีคราม แสงสีทองหม่นจากการระเบิดก็สว่างวาบไปทั่วทั้งหุบเขา
"บึ้ม!~"
"โบร๋ววว!~~"
เสียงหอนโหยหวนดังขึ้น ร่างอันใหญ่โตของราชันหมาป่าสีครามโงนเงนไปมาสองสามทีก่อนจะล้มตึงลงกับพื้น
สงสัยเพราะโดนโจมตีทีเดียวดับ ราชันหมาป่าสีครามก็เลยไม่มีโอกาสได้ใช้สกิล 'เสียงคำรามแห่งราชันหมาป่า'
[สังหารราชันหมาป่าสีคราม ได้รับค่าประสบการณ์ +600]
[สังหารราชันหมาป่าสีคราม ได้รับเหรียญทอง +800]
[ขอแสดงความยินดี คุณได้รับอุปกรณ์ระดับแรร์: แหวนพันธสัญญาวิญญาณ]
ดวงตาของเซี่ยมู่เป็นประกาย ได้ของดีอีกแล้ว แถมคราวนี้เป็นถึงระดับแรร์สีฟ้าซะด้วย
เซี่ยมู่รีบเปิดกระเป๋าระบบ แล้วหยิบอุปกรณ์ออกมาดู
แหวนพันธสัญญาวิญญาณ (แรร์)
สติปัญญา +20
ออปชันเสริม:
พันธสัญญาเลือด (พลังชีวิตมอนสเตอร์อัญเชิญ +20%)
พันธสัญญาวิญญาณ (พลังโจมตีมอนสเตอร์อัญเชิญ +20%)
เลเวลสวมใส่: 1
เห็นสเตตัสของแหวนพันธสัญญาวิญญาณในมือแล้ว เซี่ยมู่ก็แอบผิดหวังนิดหน่อย มันเป็นไอเทมเฉพาะทางของอาชีพซัมมอนเนอร์นี่นา ถ้าเป็นเมื่อก่อน แหวนวงนี้คงเหมาะกับซุนม่านม่านน่าดู แต่ตอนนี้เหรอ...
เซี่ยมู่เก็บแหวนพันธสัญญาวิญญาณกลับเข้ากระเป๋าระบบ ถึงเขาจะใช้ประโยชน์จากมันไม่ได้ แต่ยังไงมันก็เป็นเครื่องประดับระดับแรร์เชียวนะ ราคาในตลาดคงไม่ขี้เหร่หรอก
ตอนนี้เขาได้อาชีพแค่ระดับธรรมดาอย่างนักธนู เงินอุดหนุนจากทางโรงเรียนและรัฐบาลก็คงโดนระงับไปด้วยแหงๆ ดีไม่ดีตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เขาคงต้องเริ่มปวดหัวเรื่องปากท้องแล้วล่ะ
ก่อนหน้านี้ฆ่ากระต่ายคลั่งดึกดำบรรพ์ไปได้มาตั้ง 10,000 เหรียญทองก็จริง แต่อีกเดี๋ยวเขาก็จะเลเวล 10 แล้ว ชุดอุปกรณ์ธรรมดาสำหรับเลเวล 10 ครบเซตราคาคงไม่เบาแน่ๆ
แถมถ้าเขาเข้ามหาวิทยาลัยไป เซี่ยจิ่นอวี๋ก็ต้องอยู่เมืองหนานคนเดียว เซี่ยมู่ไม่อยากให้น้องสาวต้องมานั่งเครียดเรื่องเงินทองหรอกนะ
มือที่จับคันธนูกำแน่นขึ้น นอกจากจะต้องรีบปั๊มเลเวลให้ไวแล้ว การหาเงินก็เป็นภารกิจสำคัญเร่งด่วนของเซี่ยมู่ในตอนนี้เหมือนกัน
เหลือบมองซากศพของราชันหมาป่าสีครามที่กำลังค่อยๆ สลายหายไป รอยยิ้มพอใจผุดขึ้นที่มุมปากของเซี่ยมู่
ลองเช็กของที่ได้จากชัยชนะครั้งแรกดูหน่อย: อุปกรณ์ธรรมดาสีขาว 9 ชิ้น ของแรร์ 2 ชิ้น แล้วก็เหรียญทองอีก 1,280 เหรียญ ถือว่าคุ้มสุดๆ ก็เงินอุดหนุนจากโรงเรียนกับรัฐบาลรวมกันทั้งเดือนยังได้แค่ 300 เหรียญทองเองนี่นา
หลอดค่าประสบการณ์ก็พุ่งไปถึง 16633/25000 แล้ว ขอแค่ลงดันเจี้ยนอีกรอบเดียว เขาก็จะเลเวล 10 แล้ว ต่อให้ไม่ได้เข้าหอวิญญาณนักรบ แต่อย่างน้อยการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยผู้ตื่นรู้ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
เขาสัมผัสรูนวาร์ปในมือ แล้วก็ออกจากดันเจี้ยนไป
ที่หน้าจัตุรัสวาร์ปของดันเจี้ยนมือใหม่ กลุ่มนักเรียนหญิงห้าคนยืนรวมตัวกันเป็นจุดสนใจของใครหลายคน ฉินเชี่ยนเสวี่ยกำลังแบ่งหน้าที่ให้เพื่อนร่วมทีมก่อนเข้าดันเจี้ยน
จู่ๆ แสงสีขาวก็สว่างวาบขึ้นที่จัตุรัสวาร์ปขาออก แล้วร่างของเซี่ยมู่ก็ปรากฏขึ้น
ฉินเชี่ยนเสวี่ยชะงักไปนิดนึง ตั้งแต่เซี่ยมู่เข้าดันเจี้ยนไปจนถึงตอนนี้ก็เพิ่งจะผ่านไปแค่สิบกว่านาทีเอง ไม่คิดเลยว่าจะออกมาเร็วขนาดนี้
เธอแอบถอนหายใจเบาๆ การลุยเดี่ยวมันจะไปง่ายอย่างนั้นได้ยังไงล่ะ?
ดันเจี้ยนมือใหม่มีระบบคูลดาวน์สุดโหดอยู่ ถ้าออกกลางคันจะถือว่าทำภารกิจล้มเหลว แล้วก็โดนลงโทษติดคูลดาวน์ ต้องรอไปอีก 24 ชั่วโมงถึงจะเข้าใหม่ได้ แต่ถ้าเคลียร์ดันเจี้ยนสำเร็จก็จะไม่มีคูลดาวน์
ถึงแม้ว่าการถอดใจไม่สู้บอสก่อนเลเวล 8 จะถือว่าออกกลางคันเหมือนกัน แต่ถ้าเตรียมตัวมาดี อย่างน้อยก็จัดการมอนสเตอร์ทั่วไปให้หมดเพื่อเก็บค่าประสบการณ์ให้ได้มากที่สุดก็น่าจะพอไหว
ไอ้การที่เข้าไปแค่สิบกว่านาทีแล้วก็ถอยออกมาก่อนแบบเซี่ยมู่เนี่ย พูดง่ายๆ ก็คือทิ้งโอกาสเข้าดันเจี้ยนไปฟรีๆ เลยนั่นแหละ
ฉินเชี่ยนเสวี่ยรู้สึกเสียดายแทนเซี่ยมู่อยู่ลึกๆ
ในเวลาที่ต้องแข่งกับเวลาเพื่อรีบเก็บเลเวลให้เร็วที่สุดแบบนี้ การเสียโอกาสเข้าดันเจี้ยนไปฟรีๆ อาจจะทำให้เลเวลไม่ถึง 10 ทันช่วงรับสมัครนักศึกษาของมหาวิทยาลัยผู้ตื่นรู้เลยนะ ผลที่ตามมาน่ะสาหัสแน่ๆ
เซี่ยมู่เดินออกมาจากจัตุรัสวาร์ป พอเห็นพวกฉินเชี่ยนเสวี่ยก็ชะงักไปนิดนึง ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้าทักทาย
หญิงสาวร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ตรงข้ามฉินเชี่ยนเสวี่ยยิ้มกว้างให้เซี่ยมู่ "เซี่ยมู่ เก่งจังเลยนะ แป๊บเดียวก็เลเวล 5 แล้ว นายเป็นคนแรกในห้องเราเลยนะที่ได้เข้าดันเจี้ยนมือใหม่ รีบเล่าประสบการณ์ให้พวกเราฟังหน่อยสิ"
พูดจบ เธอก็ไม่ลืมหันไปมองฉินเชี่ยนเสวี่ยด้วยสายตาล้อเลียน "ตอนเชี่ยนเสวี่ยเห็นนายลุยเดี่ยวเข้าไป เธอเป็นห่วงนายแทบแย่แหนะ"
"หลินเวยอิน อยากโดนดีใช่ไหม..." ฉินเชี่ยนเสวี่ยเงื้อคทามือใหม่ในมือขึ้น ทำท่าจะตี
แต่หญิงสาวร่างสูงโปร่งกลับไม่สะทกสะท้าน ยืดอกอิ่มๆ ขึ้น สายตาขี้เล่นสลับมองไปมาระหว่างฉินเชี่ยนเสวี่ยกับเซี่ยมู่
"เหอะ!" หญิงสาวที่แต่งตัวจัดจ้านอีกคนแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "หลินเวยอิน เซี่ยมู่เข้าไปแค่สิบกว่านาทีก็ออกมาแล้ว เธอคิดว่าเขาจะมีประสบการณ์อะไรมาแชร์ให้พวกเราฟังล่ะ? ประสบการณ์ความล้มเหลวเหรอ?"
ถึงหลินเวยอินจะไม่ค่อยชอบน้ำเสียงของหญิงสาวที่แต่งตัวจัดจ้าน แต่ก็เถียงไม่ออก ก็เวลาที่เซี่ยมู่เข้าไปในดันเจี้ยนมันสั้นไปจริงๆ ในเวลาแค่นี้ นักธนูตัวบางๆ อย่างเขา แค่จะฆ่ามอนสเตอร์สักตัวยังยากเลย แถมดูเสื้อผ้าหน้าผมเซี่ยมู่สิ เรียบร้อยเชียว ไม่มีรอยเปื้อนอะไรเลยสักนิด สงสัยคงแค่เข้าไปดูลาดเลาแล้วก็กลับออกมาล่ะมั้ง
"เซี่ยมู่ นายก็ห้าวเกิน กล้าบุกดันเจี้ยนมือใหม่คนเดียว ทีนี้รู้หรือยังล่ะว่ามันไม่ง่าย" ฉินเชี่ยนเสวี่ยเห็นบรรยากาศเริ่มกร่อย เลยพูดติดตลกขึ้นมา
เซี่ยมู่ยิ้มบางๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "ฉันเคลียร์ดันเจี้ยนเสร็จแล้วน่ะ"
ฉินเชี่ยนเสวี่ยถึงกับอึ้ง รอยยิ้มบนใบหน้าค้างเติ่งไปเลย
เคลียร์เสร็จแล้วเหรอ? เป็นไปได้ยังไงกัน?