- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 12 - โซโล่ดันเจี้ยนมือใหม่
บทที่ 12 - โซโล่ดันเจี้ยนมือใหม่
บทที่ 12 - โซโล่ดันเจี้ยนมือใหม่
ภาพตรงหน้าเซี่ยมู่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นอับชื้นของใบไม้เน่าและดินชื้นลอยมาเตะจมูก
เขามองไปรอบๆ ดันเจี้ยนมือใหม่แห่งนี้มีลักษณะเป็นหุบเขาวงแหวนสามชั้น
ตอนนี้เขายืนอยู่บนแท่นหินสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดสิบเมตร มีม่านแสงบางๆ คลุมแท่นหินเอาไว้เพื่อสร้างเป็นเซฟโซน
หุบเขาวงแหวนทั้งสามชั้นแผ่ขยายออกไปเป็นรูปพัด โดยมีแท่นหินนี้เป็นจุดศูนย์กลาง
ภายในหุบเขาดูมืดทึบและอับชื้น ผนังหินเต็มไปด้วยเถาวัลย์และตะไคร่น้ำ ให้ความรู้สึกวังเวงอย่างประหลาด ในอากาศยังมีกลิ่นเหม็นคาวชวนให้รู้สึกไม่สบายใจลอยคลุ้งอยู่ด้วย
ดันเจี้ยนมือใหม่ — รังหมาป่าสีคราม
ในฐานะดันเจี้ยนแรกของผู้ตื่นรู้ทุกคน สนามรบเริ่มต้นที่ถูกเน้นย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าในคลาสทฤษฎี บัดนี้ได้มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเซี่ยมู่แล้ว
พื้นที่รังหมาป่าสีครามโดยรวมไม่ได้ใหญ่มาก แต่มอนสเตอร์กระจุกตัวกันแน่นหนา มันถูกแบ่งออกเป็นสามโซน มีมอนสเตอร์ทั้งหมด 157 ตัว แต่ละโซนจะมีหมาป่าสีครามธรรมดา 50 ตัว และหมาป่าสีครามระดับอีลีท 2 ตัว ต้องเคลียร์มอนสเตอร์ทั้งหมดให้เกลี้ยง บอสตัวสุดท้ายถึงจะปรากฏตัว
"หมาป่าสีครามเป็นมอนสเตอร์ประเภทโจมตีก่อน มันจะโจมตีทันทีที่ถูกโจมตี หรือมีผู้บุกรุกเหยียบเข้าไปในระยะระวังภัยสิบเมตร"
หมาป่าสีคราม (ธรรมดา)
เลเวล: 5
พลังโจมตี: 130
พลังป้องกัน: 70
พลังชีวิต: 300
นี่มันมอนสเตอร์สายตีแรงแต่ตัวบางชัดๆ สเปกแบบนี้แหละที่เซี่ยมู่โปรดปรานสุดๆ
พลังโจมตี 130 สำหรับมือใหม่ทั่วไปถือเป็นฝันร้ายเลยล่ะ นั่นแปลว่าแทงก์เลเวล 5 ที่อัปแต่เลือดแบบเพียวๆ ถ้าไม่มีฮีลเลอร์คอยซัปพอร์ตล่ะก็ โดนขย้ำไม่ถึงห้าทีก็ร่วงแล้ว
ปาร์ตี้ธรรมดาๆ ที่เข้ามาในดันเจี้ยนนี้ ต้องอาศัยการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ ให้ตัวแทงก์ค่อยๆ หามุมดึงมอนสเตอร์มาทีละตัว หรือไม่ก็ให้ตัวดาเมจระยะไกลโจมตีล่อพวกมันมาจากนอกระยะสิบเมตร จากนั้นค่อยให้แทงก์สองคนสลับกันรับดาเมจ ถ้าพลาดไปสะกิดฝูงหมาป่าเข้าล่ะก็ บอกเลยว่ามีแต่ตายกับตาย
แต่สำหรับเซี่ยมู่ มอนสเตอร์พวกนี้ก็แค่ก้อนค่าประสบการณ์ที่รอให้เขาไปเก็บเกี่ยวเท่านั้น
ระยะโจมตีของนักธนูคือสามสิบเมตร ซึ่งไกลกว่าระยะระวังภัยสิบเมตรของหมาป่าสีครามตั้งเยอะ เขาแค่ยิงพวกมันจากนอกระยะก็สิ้นเรื่อง
ต่อให้หมาป่าสีครามจะรู้ตัวแล้วพุ่งเข้าใส่ แต่เลือดแค่ 300 กับพลังป้องกัน 70 ไปเจอกับพลังโจมตี 445 ของเซี่ยมู่เข้า ยังไงก็โดนวันช็อตคิลอยู่ดี ไม่มีทางที่จะรอดมาถึงตัวเขาได้หรอก
เซี่ยมู่สูดหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ ก้าวออกไปจากแท่นหิน
ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นเซฟโซน หมาป่าสีครามสองตัวที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตรก็เชิดหัวขึ้น ดวงตาสีแดงก่ำจับจ้องมาที่เขาทันที
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกที่โผล่มาอย่างกะทันหัน หมาป่าทั้งสองก็แยกเขี้ยวขู่ กรงเล็บตะกุยพื้นดินจนฝุ่นตลบ ขนสีเทาดำฟูฟ่อง ก่อนจะกระโจนเข้าใส่เซี่ยมู่!
จุดเกิดมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนั้นเป็นการสุ่ม ถ้าโชคไม่ดีไปเจอหมาป่าสีครามเกิดอยู่ใกล้ๆ เซฟโซนหลายๆ ตัวล่ะก็ ไม่ต้องเสียเวลาเดินออกไปให้เมื่อยหรอก กดวาร์ปกลับเมืองได้เลย
อย่างสถานการณ์ที่เซี่ยมู่กำลังเจออยู่ตอนนี้ มีหมาป่าสีครามเกิดอยู่ใกล้ๆ เซฟโซนถึงสองตัว ถ้าเป็นปาร์ตี้ทั่วไปเจอแบบนี้รับรองว่าวิกฤตแน่ๆ เพราะถ้าโดนหมาป่าสองตัวรุมพร้อมกัน แทงก์เลเวลน้อยๆ ยืนรับดาเมจได้ไม่กี่วินาทีก็ร่วงแล้ว
แต่เซี่ยมู่กลับไม่สะทกสะท้าน เขายกธนูไม้หลิวระดับมหากาพย์ในมือขึ้นอย่างใจเย็น เสียงสายธนูสั่นสะเทือนกลืนไปกับเสียงลูกศรที่แหวกลมพุ่งออกไป
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
-300
-300
เสียงลูกศรพุ่งแหวกอากาศสองดอกดังขึ้นห่างกันไม่ถึงครึ่งวินาที
ถ้าไปอยู่ในมือคนอื่น ธนูไม้หลิวคันนี้ ต่อให้สเตตัสเทพแค่ไหน ก็เป็นได้แค่อาวุธสำหรับมือใหม่เอาไว้ใช้แก้ขัดเท่านั้นแหละ
เพราะพอถึงเลเวล 10 พลังโจมตีของธนูเหล็กกล้าระดับธรรมดาก็ปาเข้าไป 80 แล้ว เมื่อเทียบกับธนูไม้หลิวระดับมหากาพย์คันนี้ที่มีพลังโจมตีแค่ 18 ต่อให้ความเร็วโจมตีจะเร็วแค่ไหน ข้อได้เปรียบนี้ก็ดูจะไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร
แต่สำหรับเซี่ยมู่แล้วมันคนละเรื่องเลย ด้วยสกิลติดตัว 'ตราประทับสังหารวิญญาณ' สเตตัสหลักของอาวุธไม่ได้สลักสำคัญอะไรขนาดนั้น เพราะตราบใดที่เขายังฆ่ามอนสเตอร์ไปเรื่อยๆ พลังโจมตีของเขาก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่มีขีดจำกัด
ดังนั้น ความเร็วโจมตีต่างหากล่ะคือที่สุดสำหรับเขา ธนูคันนี้มันเกิดมาเพื่อเขาชัดๆ!
ความเร็วโจมตีพื้นฐานของธนูไม้หลิวระดับมหากาพย์คันนี้อยู่ที่ 0.3 พอบวกกับออปชันเสริมอีกสามอย่างที่เพิ่มความเร็วโจมตีมาอีก 0.9 ความเร็วโจมตีพื้นฐานของเขาก็พุ่งไปถึง 1.2 เลยทีเดียว
ยังไม่รวมกับค่าความว่องไวอีก 53 แต้มนะ ซึ่งแต้มความว่องไว 1 แต้ม จะเพิ่มความเร็วโจมตี 2% เท่ากับว่าเพิ่มขึ้นอีกตั้ง 106% เบ็ดเสร็จแล้ว ตอนนี้เซี่ยมู่มีความเร็วโจมตีปาเข้าไป 2.54 ดอกต่อวินาที! หรือก็คือยิงได้หนึ่งดอกในเวลาไม่ถึง 0.4 วินาทีด้วยซ้ำ
ความเร็วโจมตีระดับนี้ พอบวกกับพลังโจมตีที่ล้ำหน้าเลเวลไปไกลลิบ นี่มันไร้เทียมทานชัดๆ
ตอนแรกเซี่ยมู่ก็ยังแอบลังเลอยู่ว่าจะหาปาร์ตี้ลงดันเจี้ยนมือใหม่ดีไหม เพราะมอนสเตอร์ในนี้ทั้งเยอะทั้งแกร่งกว่าข้างนอกตั้งเยอะ ถ้าบุกเดี่ยวแล้วโดนรุมคงตายหยั่งเขียดแน่ๆ
แต่พอได้อาวุธระดับมหากาพย์ที่บวกความเร็วโจมตีเวอร์วังขนาดนี้มา การโซโล่ดันเจี้ยนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาก็ไม่อยากเปิดเผยพรสวรรค์ซ่อนเร้นของตัวเองให้ใครรู้หรอก
เซี่ยมู่เดินออกจากตรอกมืด ตอนนี้เขาเลเวล 9 แล้ว อีกแค่เลเวลเดียวเขาก็จะได้สิทธิ์เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยผู้ตื่นรู้แล้ว
ศูนย์กลางการวาร์ปนั้นกว้างใหญ่ไพศาล หลังคาโดมโค้งสูงราวกับชามยักษ์ที่คว่ำลง ด้านล่างคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่ โถงดันเจี้ยนยิ่งจอแจไปด้วยเสียงตะโกนรับคนเข้าปาร์ตี้จากหลากหลายอาชีพ
พวกที่มาตะโกนหาตี้แบบนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกเลเวลน้อยๆ ที่ปลุกได้อาชีพธรรมดาทั้งนั้นแหละ เพราะพวกที่ได้อาชีพขั้นสูง ต่อให้ไม่โดนหอวิญญาณนักรบดึงตัวไป ก็ต้องมีกิลด์ใหญ่ๆ มาเชิญไปเป็นแขกวีไอพีอยู่แล้ว ไม่มีทางมาลดตัวหาตี้แบบสุ่มๆ ที่นี่หรอก
เซี่ยมู่หยุดดูป้ายบอกทางในโถงดันเจี้ยนอยู่ครู่หนึ่ง พอรู้ทิศทางของจัตุรัสวาร์ปสำหรับดันเจี้ยนมือใหม่แล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือทันที
ถึงคนในโถงวาร์ปจะเยอะจนแทบจะเหยียบกันตาย แต่หน้าทางเข้าจัตุรัสวาร์ปของดันเจี้ยนมือใหม่กลับโล่งโจ้ง ไม่มีคนเลยสักคน
ก็ปกตินั่นแหละ ดันเจี้ยนนี้จำกัดให้เฉพาะคนเลเวล 5 ถึง 10 เข้าได้ ถือเป็นดันเจี้ยนทางผ่าน ในแต่ละปีจะมีช่วงที่คึกคักหน่อยก็แค่ช่วงเดือนที่มีเด็กจบใหม่เท่านั้นเอง
พอผู้ตื่นรู้เลเวลเลย 10 ไปแล้ว พวกเขาก็จะย้ายไปลงดันเจี้ยนที่เลเวลสูงกว่านี้แทน
"ป่านนี้คงยังไม่ค่อยมีใครอัปถึงเลเวล 5 กันมั้ง..." เซี่ยมู่คิดในใจขณะเดินตรงไปยังจัตุรัสวาร์ป
เขาเดาไม่ผิดหรอก ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองหนาน มีเด็กใหม่ที่เลเวลถึง 5 ในเวลานี้แทบจะนับคนได้เลย
ขนาดเฉินจื้อกังที่มีทั้งอุปกรณ์ดีๆ แล้วก็มีตี้ฟูลออปชัน ตอนนี้ก็เพิ่งจะกระดึ๊บมาถึงเลเวล 3 เอง
เพราะความบังเอิญที่ไปเจอบอสมือใหม่เข้าแท้ๆ ถึงทำให้เลเวลของเซี่ยมู่ทิ้งห่างคนอื่นแบบไม่เห็นฝุ่นขนาดนี้
เขาก้าวเท้าเข้าไปในจัตุรัสวาร์ป แสงสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วครู่ ร่างของเขาก็หายวับไป
เขาไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า ตรงทางเดินที่มุ่งหน้ามายังหน้าดันเจี้ยนมือใหม่ ฉินเชี่ยนเสวี่ยกำลังเบิกตากลมโต จ้องมองตรงจุดที่เขาเพิ่งหายตัวไปอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
ตอนนี้ในใจของเธอปั่นป่วนไปหมด
ความเร็วในการเก็บเลเวลของปาร์ตี้ระดับอีลีทอย่างพวกเธอ ยังโดนเซี่ยมู่แซงหน้าขึ้นเลเวล 5 ไปก่อนได้ยังไงกัน?
พวกเธอสู้มาแบบไม่ยอมพักเลยสักวิเดียวนะเนี่ย
แถมหมอนั่นยังกล้าลุยดันเจี้ยนคนเดียวอีกเหรอ? โซโล่เนี่ยนะ?
บ้าไปแล้วแน่ๆ! เขาไม่รู้หรือไงว่าต่อให้เป็นปาร์ตี้ฟูลทีมที่มีของครบๆ ถ้าเลเวลยังไม่ถึง 8 โอกาสที่จะเคลียร์ดันเจี้ยนมือใหม่ได้นั้นแทบจะริบหรี่พอๆ กับงมเข็มในมหาสมุทรเลยนะ!