- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 8 - ถ้าชอบก็ยกให้
บทที่ 8 - ถ้าชอบก็ยกให้
บทที่ 8 - ถ้าชอบก็ยกให้
"ฮ่าๆๆ! เซี่ยมู่ ฉันต้องขอบใจนายจริงๆ ว่ะ วันเดียวแท้ๆ มอบของขวัญชิ้นโบแดงให้ฉันตั้งสองชิ้นเลยนะเว้ย" พอเห็นสภาพคลุกฝุ่นของเซี่ยมู่ที่วิ่งหนีตายจากบอส เฉินจื้อกังก็หัวเราะร่วนอย่างสะใจ มือข้างหนึ่งถือวิสาสะโอบเอวคอดของซุนม่านม่านเอาไว้หน้าตาเฉย
ชัดเจนเลยว่า 'ของขวัญ' หนึ่งในนั้นที่เขาหมายถึงก็คือซุนม่านม่านนี่แหละ
เซี่ยมู่เอี้ยวตัวหลบการโจมตีของกระต่ายคลั่งดึกดำบรรพ์ พลางปรายตาเย็นชาไปมองซุนม่านม่านแวบหนึ่งโดยไม่ปริปากพูดอะไร
ซุนม่านม่านโดนโอบเอวก็รู้สึกเกร็งจนขยับตัวยุกยิกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปัดมือเฉินจื้อกังออก ทำเพียงหลบสายตาเซี่ยมู่อย่างกระอักกระอ่วน
โควตารับตรงเข้าหอวิญญาณนักรบของเมืองหนานในแต่ละปีมีแค่สามที่เท่านั้น ฉินเชี่ยนเสวี่ยได้อาชีพซ่อนเร้นไปแล้ว ก็เท่ากับจองเก้าอี้ไปชัวร์ๆ หนึ่งที่ ส่วนอีกสองที่เหลือก็แทบจะผูกขาดให้พวกที่ได้อาชีพขั้นสูงนั่นแหละ
เฉินจื้อกังปลุกพลังได้อาชีพขั้นสูง 'โล่ไททัน' ส่วนซุนม่านม่านก็คือ 'เนโครแมนเซอร์' ขั้นสูงเหมือนกัน
พ่อของเฉินจื้อกังเป็นคนในหอวิญญาณนักรบ เส้นสายกว้างขวางปึ้กปั้ก ขอแค่พวกเขาปั่นเลเวลให้ติดท็อปเท็นได้ภายในหนึ่งอาทิตย์ บวกกับบารมีพ่อของเขาคอยช่วยดันอยู่หลังฉาก โอกาสที่จะฮุบโควตาสองที่นั้นมาครองก็แทบจะนอนมาเลย
และนี่ก็คือเหตุผลที่ซุนม่านม่านปล่อยให้มือของเขาโอบเอวเธอไว้เฉยๆ
โตๆ กันแล้ว เธอไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่มันผิดตรงไหน เพื่ออนาคตที่สดใส ยอมเสียสละอะไรเล็กๆ น้อยๆ มันจะเป็นอะไรไปล่ะ?
"เซี่ยมู่ นายน่าจะเหนื่อยแย่แล้วที่ต้องลากบอสตัวนี้ งั้นไปพักตรงโน้นก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกฉันจัดการต่อให้เอง" เฉินจื้อกังพูดหน้าตาเฉย
ลูกน้องที่ตามหลังเฉินจื้อกังมาก็หัวเราะคิกคักเห็นดีเห็นงาม ซุนม่านม่านเองก็มีแววตายินดีแอบซ่อนอยู่ลึกๆ แค่ไม่ได้ออกนอกหน้าเหมือนคนอื่นเท่านั้น
ถ้าบอกว่าก่อนหน้านี้เซี่ยมู่ยังพอจะเข้าใจเหตุผลที่ซุนม่านม่านเปลี่ยนไป ตอนนี้สายตาที่เขามองเธอกลับเจือไปด้วยความรังเกียจอย่างปิดไม่มิด
พอเห็นว่ากระต่ายคลั่งดึกดำบรรพ์กำลังพุ่งทะยานไล่หลังมาติดๆ เซี่ยมู่ก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที เขาหักพวงมาลัยเปลี่ยนทิศ วิ่งพุ่งตรงดิ่งไปหาปาร์ตี้ของเฉินจื้อกังหน้าตาเฉย
ในเมื่อพวกนายชอบบอสตัวนี้นักล่ะก็ งั้นก็ยกให้เลยแล้วกัน!
เฉินจื้อกังเห็นเซี่ยมู่ลากบอสปางตายวิ่งมาหา ก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี "สมกับเป็นอัจฉริยะจริงๆ ถึงจะหล่นไปได้อาชีพขยะๆ แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ยังเฉียบคมเหมือนเดิมนะเว้ย"
รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นบนมุมปากของเซี่ยมู่ ตอนที่เขาวิ่งสวนเฉินจื้อกังไป ฝีเท้าไม่ได้ชะงักลงเลยแม้แต่น้อย
"บอสยกให้พวกนายแล้ว เชิญสนุกกันให้เต็มที่ล่ะ"
เฉินจื้อกังตาลุกวาว กระแทกโล่ยักษ์ในมือลงพื้นเสียงดังตึง หันไปหัวเราะร่วนกับลูกทีม "ในเมื่อท่านอัจฉริยะเซี่ยเขาใจกว้างขนาดนี้ พวกเราก็ขอรับไว้ด้วยความเต็มใจแล้วกัน! พี่น้อง เตรียมพร้อมลุย!"
ลูกทีมขานรับอย่างกระตือรือร้น รอยยิ้มตื่นเต้นปรากฏบนใบหน้า ทุกคนจัดฟอร์เมชันสามเหลี่ยมอย่างรวดเร็ว ดูออกเลยว่าซ้อมคิวกันมาอย่างดี พวกเขาเลียริมฝีปากด้วยความหิวกระหาย สายตาจดจ่ออยู่ที่บอสที่กำลังพุ่งใกล้เข้ามา
นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ!
ในช่วงเริ่มต้นแบบนี้ บอสภาคสนามแค่ตัวเดียวก็พลิกชีวิต ดันเลเวลพวกเขาทิ้งห่างชาวบ้านไปไกลลิบแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเงินเหรียญทองกับอุปกรณ์ที่จะได้เป็นของแถมอีก
ที่ปลายคทาของซุนม่านม่านมีหมอกสีดำปะทุขึ้น เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบชวนสยองดังระงม โครงกระดูกสีขาวโพลนตัวหนึ่งก็โผล่พรวดขึ้นมาจากความว่างเปล่า
เธอชำเลืองมองเซี่ยมู่ที่วิ่งหนีไปทางด้านหลังแล้วลอบถอนหายใจในใจ บางที... ช่องว่างระหว่างเธอกับเซี่ยมู่ คงจะเริ่มถูกถ่างออกกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่บอสตัวนี้เป็นต้นไปสินะ
อาชีพ 'โล่ไททัน' ที่เฉินจื้อกังได้มา เป็นสายแทงค์เลือดหนาเตอะ
ตอนที่กระต่ายคลั่งดึกดำบรรพ์วิ่งตะบึงพุ่งเข้าใส่ แววตาของเขาเปล่งประกายด้วยความโลภ โล่เงินระดับ 'สีเขียว' ถูกชูขึ้นสูงเพื่อรับแรงกระแทก
"คุกเข่าลงไปซะ!!" เฉินจื้อกังแผดเสียงคำรามลั่น
"เปรี้ยง!!"
เสียงปะทะดังสนั่น แครอทยักษ์ของบอสกับโล่เงินของเฉินจื้อกังฟาดฟันกันอย่างจัง
และแล้ว... เฉินจื้อกังก็เป็นฝ่ายคุกเข่าลงไปจริงๆ...
แววตาละโมบของเฉินจื้อกังยังไม่ทันจางหาย ก็ถูกแทนที่ด้วยความหวาดผวาขีดสุด
-130
แค่ปะทะกันครั้งเดียว เฉินจื้อกังก็โดนกระต่ายคลั่งทุบเลือดหายวับไปถึงหนึ่งในสาม เข่าสองข้างอ่อนยวบจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น!
ในฐานะสายแทงค์ ถึงเลเวลจะแค่ 3 แต่เขาอัปสเตตัสแบบสุดโต่ง เทแต้ม 5 แต้มไปที่ความอดทนรวดเดียวเพื่อให้เลือดหนาสุดๆ แถมโล่เงินที่ถืออยู่ยังเป็นของระดับ 'สีเขียว' ที่พ่อทุ่มเงินซื้อมาให้อีกต่างหาก
ตามทฤษฎีแล้ว ความถึกทนของเขาต้องยืนหนึ่งในหมู่ผู้ปลุกพลังระดับเดียวกันสิ!
แต่พลังป้องกันระดับนี้ กลับโดนบอสทุบเปรี้ยงเดียว เลือดหายไปตั้งหนึ่งในสามเนี่ยนะ?!
"นี่มันดาเมจบ้าบออะไรกันวะเนี่ย?!"
จังหวะที่เฉินจื้อกังกำลังอึ้งกิมกี่ แครอทยักษ์ในมือกระต่ายคลั่งก็เงื้อขึ้นสูงอีกรอบ ทำเอาเขาสติแตกกระเจิง ลนลานกลิ้งหลุนๆ หลบไปด้านข้างอย่างทุลักทุเล
พอรอดพ้นจากการโจมตีรอบสองมาได้ เฉินจื้อกังก็ทิ้งหน้าตาศักดิ์ศรีลงชักโครกไปเลย ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีตายสุดชีวิต!
แครอทฟาดหน้าเมื่อกี้ทุบเอาความมั่นใจของเขาแหลกละเอียดเป็นผุยผง กลิ่นอายความตายมันช่างชัดเจนจนขนลุกซู่!
โลกที่กลายเป็นข้อมูลดิจิทัลแล้ว มันไม่มีเหรียญชุบชีวิตหรอกนะเว้ย! ต่อให้พ่อเขาจะเส้นใหญ่คับหอวิญญาณนักรบแค่ไหน ก็ชุบชีวิตลูกชายที่โดนทุบเละเป็นโจ๊กไม่ได้หรอก!
"พวกแกมัวยืนบื้ออะไรอยู่วะ ฮีลฉันสิโว้ย!!" เขาวิ่งหนีป่าราบ พลางหันไปตะคอกใส่เพื่อนร่วมทีมสี่คนที่ยืนช็อกตาตั้ง น้ำลายแตกฟอง "ซุนม่านม่าน! เอาไอ้กระดูกนั่นไปรับตีนสิ ลากลากอโกรมันไป! แม่งเอ๊ย ขยับตัวสิวะ! อยากเห็นฉันตายหรือไงฮะ?!"
ตอนนั้นเองทุกคนถึงเพิ่งได้สติ ฟอร์เมชันที่จัดไว้อย่างดีแตกกระจายเละเทะ
บาทหลวงของทีมเป็นเด็กหนุ่มตัวสูงใส่แว่นท่าทางหงอๆ ตอนนี้เขาลุกลี้ลุกลนจนแทบจะทำคทาหลุดมือ ปากก็ร่ายมนตร์ฮีลขั้นพื้นฐานใส่แผ่นหลังของเฉินจื้อกังด้วยความสั่นเทา
แสงสีขาวจางๆ ร่วงหล่นลงบนตัวเฉินจื้อกัง
[+45]
ตัวเลขสีเขียวลอยขึ้นเหนือหัวเฉินจื้อกัง หลอดเลือดกระเตื้องขึ้นมานิดหน่อย
ซุนม่านม่านเองก็ลนลานสั่งการให้นักรบโครงกระดูกถือขวานบิ่นๆ วิ่งเข้าไปขวางทางกระต่ายคลั่งที่กำลังพุ่งเป้าไปที่เฉินจื้อกัง
"เช้ง!"
นักรบโครงกระดูกสับขวานลงบนขาหลังล่ำบึ้กของกระต่ายคลั่งดึกดำบรรพ์ เสียงกระทบดังทึบๆ
-5
ตัวเลขดาเมจสุดแสนจะน่าสมเพชลอยขึ้นมา พลังโจมตีของนักรบโครงกระดูก พอเจอกับพลังป้องกันของกระต่ายคลั่งแล้ว มันช่างเบาหวิวเหมือนเอาไม้จิ้มฟันไปจิ้มกำแพง
"โฮก!"
ถึงดาเมจของนักรบโครงกระดูกจะสะกิดผิวยังไม่เข้า แต่มันก็ดึงความสนใจของบอสมาได้สำเร็จ มันหยุดไล่กวดเฉินจื้อกังชั่วคราว หันขวับมามองไอ้เศษกระดูกที่บังอาจมาขวางทางด้วยนัยน์ตาสีเลือด แครอทยักษ์เงื้อขึ้นสุดแรง แหวกอากาศดังฟวับ แล้วฟาดลงมาอย่างเกรี้ยวกราด!
"กร๊อบ!"
เสียงกระดูกแตกหักดังสนั่นชวนเสียวฟัน! โครงกระดูกอันบอบบางทนรับแรงกระแทกมหาศาลไม่ไหว แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ชิ้นส่วนกระดูกปลิวว่อนไปคนละทิศคนละทาง ทนรับดาเมจได้แค่ฮิตเดียวก็กลับบ้านเก่าไปซะแล้ว
"ไอ้สวะเอ๊ย!" เฉินจื้อกังถ่มเศษหญ้าที่เผลอกลืนเข้าไปตอนล้มคลุกฝุ่นทิ้ง พลางสบถด่าอย่างหัวเสีย
สีหน้าของซุนม่านม่านเจื่อนลงทันที ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว เธอปรายตามองเฉินจื้อกังที่วิ่งหนีตายหัวซุกหัวซุนด้วยความรู้สึกน้อยใจ ก่อนจะเผลอมองไปที่โขดหินใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปโดยไม่รู้ตัว
'ถ้าเป็นเซี่ยมู่ล่ะก็... เขาคงไม่มีวันด่าฉันแบบนี้แน่ๆ...'