- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 5 - ประสบการณ์ครั้งแรก
บทที่ 5 - ประสบการณ์ครั้งแรก
บทที่ 5 - ประสบการณ์ครั้งแรก
เฉินจื้อกังตวัดสายตาเย็นชาใส่เซี่ยมู่ ก่อนจะกดเสียงต่ำจนแทบจะเป็นเสียงขู่ "รัศมีของความเป็นอัจฉริยะในตัวแกมันหมดไปแล้วเซี่ยมู่ รอให้พ้นช่วงพิธีจบการศึกษานี้ไปเมื่อไหร่ แกก็จะเป็นแค่ขยะที่ไม่มีใครเหลียวแล ถึงตอนนั้น... ใครมันจะมาสนหัวนักธนูกระจอกๆ อย่างแกล่ะ? ฉันขอเตือนให้แกไปหาที่ซ่อนตัวเงียบๆ มุดหัวอยู่แต่ในกระดองซะเถอะ"
เซี่ยมู่เพียงแค่ระบายยิ้มบางๆ หยิบธนูไม้หลิวขึ้นมาแล้วหมุนตัวเดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน "งั้นก็รอให้พ้นช่วงจบการศึกษาไปก่อน แล้วค่อยมาพูดประโยคนี้กับฉันก็แล้วกันนะ"
เฉินจื้อกังชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองตามแผ่นหลังของเซี่ยมู่แล้วแค่นเสียงเหยียดหยาม "สภาพแกตอนนี้ แค่จะปั่นเลเวลให้ถึง 10 ก่อนวันปัจฉิมก็ยังหืดขึ้นคอเลยมั้ง สิทธิ์สอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังร่อแร่ ยังจะกล้ามาอวดดีอีก สงสัยจะฝันหวานจนตื่นไม่ขึ้นแล้วมั้งไอ้อัจฉริยะ!"
เซี่ยมู่เมินคำถากถางของเฉินจื้อกัง จ่ายเงินเสร็จก็เดินตรงดิ่งไปที่ประตูทางออกทันที
"อ้อ! ใช่สิ!" เสียงของเฉินจื้อกังไล่หลังมาอีกระลอก "ลืมบอกไปเลย ม่านม่านตกลงรับคำเชิญ เข้ามาอยู่ในปาร์ตี้ประจำของฉันแล้วนะ หึๆ... แต่นายก็ต้องเข้าใจเธอนะเว้ย ก็อาชีพที่นายได้มาเนี่ย มันห่างชั้นกับเธอเกินไปนี่หว่า ฮ่าๆๆ..."
ฝีเท้าของเซี่ยมู่สะดุดกึก มือที่ถือธนูไม้หลิวกำแน่นจนได้ยินเสียงลั่นกรอบแกรบ แต่เขาก็ไม่ได้หันกลับไปโต้ตอบอะไร
ในสถานการณ์แบบนี้ การเถียงกันด้วยคำพูดมันเป็นอะไรที่ไร้ประโยชน์ที่สุด
ฉินเชี่ยนเสวี่ยมองแผ่นหลังของเซี่ยมู่ที่เดินจากไป พลางนึกทบทวนคำพูดของเฉินจื้อกังอย่างครุ่นคิด
ไม่รู้ทำไม เธอถึงมีลางสังหรณ์แปลกๆ ว่าเซี่ยมู่ไม่มีทางเป็นแค่นักธนูธรรมดาๆ แน่ๆ
ส่วนยัยซุนม่านม่านนั่น... สายตาสั้นชะมัดเลยแฮะ...
เซี่ยมู่เดินแวะดูร้านขายอุปกรณ์ป้องกันและเครื่องประดับอีกสองสามร้านอย่างรวดเร็ว จัดการซื้อของที่เหลือจนครบเซ็ต เพราะมันเป็นแค่อุปกรณ์ระดับเริ่มต้นที่ผลิตออกมาขายเกลื่อนตลาด เลยไม่มีช่องว่างให้ต่อราคาเท่าไหร่ แป๊บเดียวก็ซื้อเสร็จ
อุปกรณ์กิ๊กก๊อกพวกนี้ผลาญเงินเขาไปเกือบ 2,000 เหรียญทอง นี่มันแทบจะเป็นเงินเก็บทั้งหมดที่เขากับน้องสาวประหยัดอดออมมาตลอดสามปีเลยนะ
แต่เรื่องนี้อยู่ในแผนของเขาอยู่แล้ว เลยไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรมากมาย
หลังจากสวมใส่อุปกรณ์ครบทุกชิ้น หน้าต่างสเตตัสของเซี่ยมู่ก็เปลี่ยนไปพอสมควร
[ชื่อ: เซี่ยมู่]
[อาชีพ: นักธนู]
[เลเวล: 1]
[พลังชีวิต: 230/100+130]
[มานา: 130/100+30]
[พลังโจมตี: 50+40]
[พลังป้องกัน: 30+17]
[ความเร็วโจมตี: 0.38/วินาที]
[พละกำลัง: 10+6]
[สติปัญญา: 10+3]
[ความอดทน: 10+3]
[ความว่องไว: 10+3]
[แต้มสถานะอิสระ: 0]
[ค่าประสบการณ์: 0/200]
เป้าหมายสำคัญที่สุดตอนนี้คือรีบออกไปตีมอนสเตอร์เพื่อทดสอบพลังของ 'พรสวรรค์ซ่อนเร้น' ให้เห็นกับตา
หลังจากโลกเข้าสู่ยุคข้อมูลดิจิทัล มนุษย์สามารถใช้จุดวาร์ปในเมืองเดินทางออกไปยังพื้นที่รกร้างนอกเมืองได้ หรือจะวาร์ปเข้าไปในแผนที่ดันเจี้ยนเฉพาะกิจเพื่อฝึกฝนทักษะก็ได้เช่นกัน
แผนที่ดันเจี้ยนมีการจำกัดเลเวลอย่างเข้มงวด มอนสเตอร์ในนั้นก็อัดแน่นและอันตรายกว่าข้างนอกมาก ปกติแล้วการจะเข้าไปลุยในดันเจี้ยนจึงต้องไปกันเป็นปาร์ตี้
ส่วนดันเจี้ยนระดับต่ำสุดก็ยังต้องรอให้ถึงเลเวล 5 ก่อนถึงจะเข้าไปได้ ดังนั้นในช่วงเริ่มต้น มือใหม่เลเวล 1-4 จะต้องไปตีมอนสเตอร์อัปเลเวลที่ 'สนามทดสอบมือใหม่' นอกเมืองเสียก่อน
พื้นที่ที่มีมอนสเตอร์พวกนี้ดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ในมิติเดียวกับโลกมนุษย์ โลกมนุษย์ที่ทุกคนอาศัยอยู่ยังคงเป็นโลกใบเดิม ไม่มีมอนสเตอร์โผล่มาเพ่นพ่าน
แต่ก็เคยมีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงคาดการณ์เอาไว้ว่า สักวันหนึ่งมิติของโลกกับมิติมอนสเตอร์จะหลอมรวมเข้าด้วยกัน
เมื่อวันนั้นมาถึง... มันอาจจะเป็นวันสิ้นโลกก็เป็นได้
และจากคำทำนาย ดูเหมือนว่าเวลาที่จะถึงวันนั้น... จะเหลืออีกไม่มากแล้ว...
เซี่ยมู่เดินมาถึงจัตุรัสวาร์ปใจกลางเมือง ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนขวักไขว่ เสียงตะโกนรับสมัครคนเข้าปาร์ตี้ดังเซ็งแซ่ไปหมด
"พี่ชาย สนามทดสอบมือใหม่ ขาดอีกหนึ่งที่! มีซัพพอร์ตแล้ว ขาดดาเมจระยะไกล สนใจตี้ด้วยกันไหม?"
"มือใหม่หัดเล่นค่า มีพี่ๆ คนไหนใจดีช่วยพาหนูไปตีมอนสเตอร์บ้างไหมคะ?"
...
ถึงนักธนูจะเป็นแค่อาชีพสายต่อสู้ระดับล่าง แต่ก็ถือว่าเป็นดาเมจกายภาพที่พึ่งพาได้ ดังนั้นพอเซี่ยมู่โผล่มาถึงจุดวาร์ปปุ๊บ ก็มีคนส่งคำเชิญเข้าปาร์ตี้มาให้หลายราย
เขาปฏิเสธคำเชิญทั้งหมดไปทีละคน ท่ามกลางสายตางุนงงของคนรอบข้าง เขาเดินฉายเดี่ยวตรงไปที่แท่นวาร์ป แต่จู่ๆ เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงล้วงโทรศัพท์ออกมาพิมพ์ข้อความส่งหาเซี่ยจิ่นอวี๋
[วันนี้พี่จะไปเก็บเลเวลที่สนามทดสอบมือใหม่นะ มื้อเย็นจัดการตัวเองเลย ไม่ต้องรอ ถ้าขี้เกียจทำกับข้าว ในตู้เย็นชั้นสามมีเกี๊ยวแช่แข็งอยู่]
ตั้งแต่เซี่ยมู่เข้า ม.4 เขาก็พาจิ่นอวี๋ย้ายออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอันหนาวเหน็บ มาเช่าห้องพักเล็กๆ ใกล้โรงเรียนอยู่ด้วยกันสองคนพี่น้อง
เพราะค่าศักยภาพที่สูงปรี๊ดของเขา เซี่ยมู่เลยได้รับเงินสนับสนุนรายเดือนจากทั้งเทศบาลเมืองและโรงเรียน ชีวิตความเป็นอยู่ของสองพี่น้องเลยไม่ได้ขัดสนเท่าไหร่นัก
แต่ช่วงปีหลังมานี้ เพื่อเก็บเงินซื้ออุปกรณ์เริ่มต้น เซี่ยมู่เลยต้องรัดเข็มขัดอย่างหนัก
ตลอดปีที่ผ่านมา เขาแทบจะไม่เคยซื้อผลไม้มากินเลย แถมเนื้อสัตว์ก็มีให้เห็นบนโต๊ะอาหารแค่นานๆ ครั้ง
เรื่องนี้จิ่นอวี๋ไม่เคยบ่นสักคำ เพราะสำหรับเธอแล้ว การไม่ได้กินผลไม้หรือเนื้อสัตว์ มันเทียบไม่ได้เลยกับอนาคตที่สดใสของพี่ชาย
ยังไม่ทันเก็บโทรศัพท์ เสียงเตือนข้อความก็ดังขึ้น เซี่ยมู่เหลือบมองสติกเกอร์รูปมีดอีโต้เปื้อนเลือดที่น้องสาวส่งมาให้ เขายิ้มขำๆ แล้วกดล็อกหน้าจอ
เขาเลือกหมายเลขสนามทดสอบมือใหม่แบบสุ่มไปที่เบอร์ 995 จ่ายค่าผ่านทาง 10 เหรียญทอง ทันทีที่แสงสีขาวสว่างวาบ ร่างของเซี่ยมู่ก็หายวับไปจากแท่นวาร์ป
"ชิ ทำเป็นเก่งฉายเดี่ยว เดี๋ยวพอเข้าไปเจอของจริงแล้วร้องไห้ขี้มูกโป่งหาตี้ ถึงตอนนั้นก็ไม่มีใครสนหรอกเว้ย" คนที่ชวนเซี่ยมู่เข้าปาร์ตี้เมื่อกี้บ่นอุบอิบอย่างหมั่นไส้
ภาพเบื้องหน้าสลับสับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาปรากฏขึ้นตรงหน้า
ณ สนามทดสอบมือใหม่หมายเลข 995 สิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดจำนวนมากกำลังเดินเตร็ดเตร่ไปมาท่ามกลางดงหญ้าที่พลิ้วไหว
มอนสเตอร์พวกนี้เขาเคยเรียนทฤษฎีในห้องเรียนมาหมดแล้ว เซี่ยมู่เลยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือแปลกใจอะไร
ตรงพุ่มหญ้าเตี้ยๆ ใกล้ๆ นี้ มีฝูงกระต่ายขนปุยหลากสีกำลังแทะเล็มยอดหญ้าอยู่ ที่ต่างจากกระต่ายปกติก็คือ พวกมันมีพวงหางฟูฟ่องขนาดใหญ่โตห้อยอยู่ด้านหลัง
นี่คือ 'กระต่ายหางยาว' เลเวล 1 มอนสเตอร์ระดับต่ำสุดในสนามทดสอบมือใหม่แห่งนี้
[กระต่ายหางยาว: เลเวล 1]
[พลังโจมตี: 100]
[พลังป้องกัน: 60]
[พลังชีวิต: 100]
กระต่ายหางยาวเป็นมอนสเตอร์ประเภทที่ไม่โจมตีก่อน ต่อให้เดินไปยืนข้างๆ มันก็ไม่สน แต่ถ้าเมื่อไหร่มันโดนโจมตีเข้าล่ะก็ สัญชาตญาณดิบก็จะเผยออกมาทันที ดูจากฟันหน้าวาววับราวกับใบมีดตอนที่มันกำลังแทะหญ้า ก็รู้แล้วว่าพวกมันไม่ได้น่ารักน่าชังอย่างที่เห็นภายนอกแน่ๆ
ลึกเข้าไปในทุ่งหญ้า มีผู้ปลุกพลังหลายกลุ่มกำลังจับตี้รุมอัดมอนสเตอร์ระดับสูงกว่านี้ แสงสกิลสว่างวาบเป็นระยะๆ สลับกับเสียงสบถโวยวายของคนเล่นและเสียงร้องโหยหวนของมอนสเตอร์
เซี่ยมู่ล็อกเป้าหมายไปที่พวกกระต่ายหางยาวเลเวล 1 มอนสเตอร์พวกนี้เลือดน้อย ตีเบา เหมาะกับสายฉายเดี่ยวแบบเขาสุดๆ ข้อเสียอย่างเดียวคือค่าประสบการณ์ที่ได้มันน้อยนิดจนน่าใจหาย พวกที่มาเป็นปาร์ตี้เลยไม่ค่อยอยากเสียเวลากับพวกมันเท่าไหร่
และนั่นก็ทำให้ประชากรกระต่ายหางยาวมีเยอะยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ซึ่งเข้าทางเซี่ยมู่เป๊ะๆ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งหามอนสเตอร์ให้เหนื่อย
"เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า!"
เซี่ยมู่ยกธนูไม้หลิวขึ้นมา ง้างสายจนสุด ลูกศรแสงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ทันทีที่สายธนูดีดกลับ ลูกศรแสงก็พุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว
"ฟึ่บ!"
ลูกศรปักฉึกเข้าที่หัวไหล่ของกระต่ายขนเทาตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลอย่างแม่นยำ ตัวเลขสีแดงสดเด้งลอยขึ้นมากลางอากาศ
-40
กระต่ายหางยาวแผดเสียงร้องแหลมปรี๊ด จากก้อนขนฟูนุ่มที่ดูขี้ขลาด จู่ๆ ขนทั้งตัวก็ชี้ฟูขึ้นมาทันที นัยน์ตาสีแดงก่ำตวัดขวับมาจ้องเซี่ยมู่เขม็ง ขาหลังถีบพื้นดินจนเศษหญ้ากระจุย พุ่งกระโจนเข้าใส่เซี่ยมู่ด้วยความเร็วสูง
กระต่ายหางยาวกระโดดพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เซี่ยมู่รีบง้างคันธนูอีกครั้ง แต่กลับพบว่าลูกศรแสงบนคันธนูไม่ยอมปรากฏขึ้นมาสักที
ติดคูลดาวน์โจมตีปกติ!
ความเร็วโจมตีของธนูไม้หลิวคือ 0.3 บวกกับโบนัสค่าความว่องไว 10 หน่วย นั่นหมายความว่าเขาต้องใช้เวลาถึง 2.6 วินาที กว่าจะยิงลูกศรออกไปได้แต่ละดอก!
เมื่อเห็นกระต่ายหางยาวพุ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เหงื่อเย็นๆ ก็เริ่มซึมชื้นที่ขมับของเซี่ยมู่เสียแล้ว...