- หน้าแรก
- ห้าปีในคุกหญิง สร้างยอดมังกรผงาดสยบโลก
- บทที่ 35 - การรุกรานของตงอิ๋ง
บทที่ 35 - การรุกรานของตงอิ๋ง
บทที่ 35 - การรุกรานของตงอิ๋ง
สิ้นเสียงเย็นเยียบ รังสีอำมหิตจากคมดาบก็แหวกอากาศพุ่งตรงดิ่งมาที่หน้าของฉู่เทียน
มวลอากาศสั่นสะเทือน พลังทำลายล้างน่าสะพรึงกลัว
เป้าหมายลงมืออย่างโหดเหี้ยม กะเอาให้ตายในดาบเดียว
"วิชาดาบของตงอิ๋งเหรอ?"
ฉู่เทียนชะงักไปนิด ก่อนจะหลุดหัวเราะเยาะออกมา
"วิชาปาหี่"
ว่าแล้วเขาก็แค่เอียงคอหลบ รังสีคมดาบก็พุ่งเฉียดหน้าไปอย่างง่ายดาย
"หืม?"
ยามาโมโตะ อิโซโรกุ ที่พรางตัวอยู่ในเงามืด ถึงกับอุทานด้วยความประหลาดใจ
"ไม่เบาเลยนี่แก มิน่าล่ะถึงถอนกู้กลืนวิญญาณได้"
"ที่แท้ก็แกนี่เองที่เป็นคนปล่อยกู่" ดวงตาฉู่เทียนวาวโรจน์ กวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ก็ยังไม่เห็นตัวมือสังหาร เขาจึงพูดเยาะเย้ย "แต่ในเมื่อแกกล้าปล่อยกู่ แล้วทำไมไม่กล้าโผล่หัวออกมาล่ะ? หรือว่ากลัวฉัน?"
ยามาโมโตะ อิโซโรกุ ดัดเสียงแหบพร่า ตอบกลับอย่างเหยียดหยาม "ไอ้พวกหมูหมาต้าเซี่ยอย่างแก ไม่มีค่าพอจะได้เห็นหน้าฉันหรอก"
"อีกอย่าง แกก็ใกล้จะลงนรกเต็มทีแล้ว"
"สำหรับคนตาย จะเห็นหรือไม่เห็นหน้าฉัน มันก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ"
ฉู่เทียนหัวเราะหยัน "ใครว่าล่ะ มีค่าสิ"
"ถ้าแกยอมคุกเข่าคลานมาอ้อนวอนฉันล่ะก็ บางทีฉันอาจจะใจดีเว้นชีวิตแกไว้ก็ได้นะ"
ยามาโมโตะ อิโซโรกุ แค่นเสียงฮึดฮัด "ปากดีนักนะแก"
"อย่าคิดว่าแค่แก้กู้กลืนวิญญาณได้แล้วจะเก่งกาจไร้เทียมทานนะเว้ย"
"ด้วยคมดาบในมือฉัน แค่นาทีเดียว ฉันก็ส่งแกไปคุยกับรากมะม่วงได้แล้ว"
ฉู่เทียนแสยะยิ้มเย็น "งั้นเหรอ? แต่ฉันขอเวลาแค่สามวิ ก็เด็ดหัวแกได้แล้วล่ะ"
"อวดดีนักนะมึง"
ยามาโมโตะ อิโซโรกุ ของขึ้นทันที ตวัดดาบฟันฉับเข้าใส่
ตอนแรกก็นึกว่าตัวเองจะวางมาดได้เหนือกว่าแล้วเชียว
ที่ไหนได้ ไอ้ฉู่เทียนนี่มันขี้โม้เกทับเขากลับซะมิดเลย
รนหาที่ตายชัดๆ
รังสีคมดาบอันแหลมคมนับสิบสาย พุ่งแหวกอากาศมาจากทุกทิศทุกทาง ปิดตายทางหนีทีไล่ของฉู่เทียนจนหมดสิ้น ไร้ช่องโหว่ให้หลบหลีก
"ไอ้หนู นี่คือสุดยอดเคล็ดวิชาของฉัน 'เคล็ดวิชาดาบตัดธุลีดับสูญ'"
"ต่อให้ต้องสู้กับผู้ฝึกยุทธระดับเก้า ฉันก็ยังพอฟัดพอเหวี่ยงได้สบายๆ"
"ทีนี้ แกก็เตรียมตัวไปลงนรกได้เลย"
ยามาโมโตะ อิโซโรกุ มั่นใจในฝีมือตัวเองสุดๆ เมื่อเห็นฉู่เทียนยืนนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก
ในฐานะผู้ฝึกยุทธระดับเจ็ด เขาไม่เพียงแต่มั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้น
แต่เขายังเชี่ยวชาญวิชานินจาของตงอิ๋งอีกด้วย
ในระดับเดียวกัน ไม่มีใครหน้าไหนจับสัมผัสร่องรอยของเขาได้หรอก
ส่วนไอ้ฉู่เทียน ถึงจะดูมีฝีมืออยู่บ้าง แต่เด็กแค่นี้ ต่อให้เริ่มฝึกวิชาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ระดับพลังก็ไม่มีทางทะลุระดับเจ็ดไปได้หรอก
ขนาดหาตัวเขายังไม่เจอเลย แล้วยังมีหน้ามาขี้โม้ว่าจะฆ่าเขาในสามวิอีก?
ขำว่ะ
"ตูม!"
แต่ในจังหวะที่เขาคิดว่าฉู่เทียนไม่รอดแน่ๆ จู่ๆ ภาพตรงหน้าก็พร่ามัวไปชั่วขณะ
พอได้สติอีกที ร่างของฉู่เทียนก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"คนหายไปไหนวะ?"
ยามาโมโตะ อิโซโรกุ หน้าเหวอ หรือว่าโดนพลังดาบของเขาฟันจนเละเป็นโจ๊กไปแล้ว?
มันกระจอกขนาดนั้นเลยเหรอวะ?
"ไอ้พวกตงอิ๋งกระจอกๆ กล้ามาเหิมเกริมในแผ่นดินต้าเซี่ยของฉัน ใครให้ความมั่นหน้าแกมาขนาดนี้วะ?"
จู่ๆ น้ำเสียงเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
ยามาโมโตะ อิโซโรกุ เสียวสันหลังวาบ ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
มันจับสัมผัสฉันได้งั้นเหรอ?
เป็นไปได้ยังไง?
เปรี้ยง!
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะขยับตัว พลังมหาศาลก็ซัดเข้าที่กลางหลัง ร่างของเขากระเด็นลอยละลิ่วไปข้างหน้า
ร่างของยามาโมโตะ อิโซโรกุ โผล่พ้นจากเงามืด ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง
"ไม่ เป็นไปไม่ได้"
"ฉันฝึกวิชามาตั้งแต่เด็ก ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ไม่เคยหยุดพักเลยแม้แต่วันเดียว"
"ฝึกมาตั้งสี่สิบปีเต็มๆ ถึงก้าวมาถึงระดับเจ็ดได้"
"แล้วแกที่ยังเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน จะมีระดับพลังสูงกว่าฉันได้ยังไง?"
ยามาโมโตะ อิโซโรกุ แผดเสียงร้องอย่างไม่ยอมรับความจริง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวาสุดขีด ราวกับเพิ่งเจอผีสางเทวดามาก็ไม่ปาน
คนที่จะมองทะลุวิชานินจาของเขาได้ ต้องเป็นคนที่มีระดับพลังสูงกว่าเขาเท่านั้น
และการที่ฉู่เทียนหาเขาเจอได้ในพริบตาแบบนี้ มีเพียงระดับปรมาจารย์ยุทธเท่านั้นถึงจะทำได้
แล้วหมอนี่มันอายุเท่าไหร่กันเองวะ!
จะเป็นปรมาจารย์ยุทธได้ยังไง?
ยิ่งคิด ยามาโมโตะ อิโซโรกุ ก็ยิ่งขนลุกซู่ รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
สงสัยคราวนี้ เขาคงจะกระตุกหนวดเสือเข้าให้แล้วจริงๆ
ฉู่เทียนเหาะลงมาจากฟ้า มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ายามาโมโตะ อิโซโรกุ แสยะยิ้มเยาะเย้ย
"บนโลกนี้น่ะ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกนะ"
"แกอาจจะพยายามมาแทบตาย แต่ขอโทษที ความพยายามของแกมันไร้ค่าเมื่อมาเจอกับพรสวรรค์"
"ใครใช้ให้ฉันมีพ่อแม่ที่เก่งล่ะวะ!"
"แก..." ยามาโมโตะ อิโซโรกุ โกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่ก็เถียงไม่ออก
เจ็บจี๊ดเลยประโยคนี้ 'ใครใช้ให้ฉันมีพ่อแม่ที่เก่งล่ะ'
เขาอุตส่าห์ปากกัดตีนถีบ ไต่เต้าจากคนชั้นล่าง จนได้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้านักรบตงอิ๋ง
แต่สุดท้าย กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับไอ้เด็กที่มีพ่อแม่รวยบุญบารมีงั้นเหรอ?
ยอมไม่ได้โว้ย
"ไอ้หนู แกมันก็แค่โชคดีที่เกิดมามีพ่อแม่ดีๆ หนุนหลัง มีอะไรให้น่าภูมิใจนักหนาวะ?"
"ถึงวันนี้ฉันจะแพ้ แต่ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของตงอิ๋งพวกเรา ต่อให้แกจะเป็นถึงปรมาจารย์ยุทธ แกก็ขัดขวางไม่ได้หรอก"
"ขอเตือนด้วยความหวังดีนะ รีบไสหัวออกไปจากตระกูลเย่ซะ"
"ไม่งั้นล่ะก็ แกได้ตายศพไม่สวยแน่"
ยามาโมโตะ อิโซโรกุ ถลึงตาใส่ ข่มขู่ด้วยน้ำเสียงอาฆาตแค้น
"หึ!"
ฉู่เทียนแค่นเสียงเย็น เหยียบอกยามาโมโตะ อิโซโรกุ ไว้แน่น
"ไอ้ขี้แพ้อย่างแก มีสิทธิ์อะไรมาขู่ฉัน?"
"บอกมา แกเป็นคนของแก๊งไหนในตงอิ๋ง? แล้วทำไมต้องมาปล่อยกู่ใส่เย่ชิงซวงด้วย?"
ยามาโมโตะ อิโซโรกุ เจ็บจนหน้าเบี้ยว แต่แววตายังคงแข็งกร้าว ท้าทายกลับไป
"ไอ้หนู แกคิดว่าฉันจะปอดแหกขี้ขลาดเหมือนพวกคนต้าเซี่ยอย่างพวกแกงั้นเหรอ?"
"แน่จริงก็ฆ่าฉันให้ตายเลยสิวะ"
"แต่แกอย่าหวังเลย ว่าจะได้ข้อมูลอะไรจากปากฉันแม้แต่คำเดียว"
สายตาฉู่เทียนเย็นเยียบลง "นี่แกไม่กลัวตายจริงๆ สินะ?"
"ฮ่าๆ!"
ยามาโมโตะ อิโซโรกุ ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"แกคิดว่าฉันแค่พูดขู่ไปงั้นเหรอ?"
"ในฐานะนักรบตงอิ๋ง เพื่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ของชาติ ฉันยอมพลีชีพได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว"
"ถึงวันนี้ฉันต้องตาย แต่ยังไงเย่ชิงซวงก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือพวกเราหรอก"
"แล้วอีกหน่อย ท่านผู้บัญชาการของเรา ก็จะต้องมาตามล่าเด็ดหัวแก เพื่อแก้แค้นให้ฉันอย่างแน่นอน"
ฉึก!
สิ้นเสียง เขาก็ใช้สันมือปาดคอตัวเองตายคาที่
ฉู่เทียนขมวดคิ้วมุ่น ไม่คิดเลยว่ายามาโมโตะ อิโซโรกุ จะใจเด็ดเดี่ยวกล้าฆ่าตัวตายแบบนี้
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้บ้างแล้วล่ะ
ผู้บัญชาการ
ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของตงอิ๋ง
บางที ไอ้ผู้บัญชาการที่ว่านี่ อาจจะเป็นหัวโจกของ 'ภารกิจอันยิ่งใหญ่' อะไรนั่นก็ได้
และเป้าหมายหลักของภารกิจนี้ ก็น่าจะเกี่ยวพันกับกายาเซียนน้ำแข็งเร้นลับของเย่ชิงซวงแน่ๆ
แต่ 'ภารกิจอันยิ่งใหญ่' ที่พวกมันพล่ามถึงเนี่ย มันคืออะไรกันล่ะ?
หรือว่า... พวกมันคิดจะก่อสงคราม ยึดครองต้าเซี่ยเหมือนในอดีตอีก?
คิดมาถึงตรงนี้ รังสีอำมหิตก็พวยพุ่งขึ้นในดวงตาของฉู่เทียน
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ล่ะก็ เขาไม่รังเกียจที่จะยอมเผาผลาญพลังปราณในร่างทั้งหมด เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่ระดับเซียนชั่วคราว แล้วบุกไปกวาดล้างพวกตงอิ๋งให้สิ้นซากเลยคอยดู
แต่นั่นก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของเขาเท่านั้นแหละ
เรื่องจริงเป็นยังไง คงต้องไปสืบให้กระจ่างซะก่อน
ฉู่เทียนหยิบมือถือขึ้นมา กะจะต่อสายหากุหลาบสีเลือด ให้ไปช่วยสืบเรื่องนี้ให้หน่อย
แต่พอดิบพอดี กุหลาบสีเลือดก็วิดีโอคอลเข้ามาซะก่อน
ฉู่เทียนชะงักไปนิด ก่อนจะกดรับสาย "ฉันกำลังจะโทรหาเธออยู่พอดีเลย"
"มีอะไร ก็ว่ามาเลย"
กุหลาบสีเลือดหัวเราะคิกคัก "คิกๆๆ! ไม่คิดเลยนะคะ ว่าข้าน้อยกับนายน้อยจะใจตรงกันขนาดนี้!"
"นายน้อยคะ จู่ๆ ข้าน้อยก็รู้สึกว่าความผิดที่ล่วงเกินท่านเมื่อวานนี้ มันช่างใหญ่หลวงเหลือเกินค่ะ"
"ข้าน้อยก็เลยเปิดห้องเชือดไว้รอท่านแล้วนะคะ อยากจะขอความกรุณาให้นายน้อยช่วยลงโทษข้าน้อยอีกสักรอบเถอะค่ะ"
กุหลาบสีเลือดส่งสายตาหยาดเยิ้ม ออดอ้อนออเซาะสุดฤทธิ์
ฉู่เทียนปรายตามองแวบเดียว ก็เบือนหน้าหนี "เรื่องลงโทษน่ะ เอาไว้ทีหลัง คุยเรื่องงานก่อน"
"โธ่! นายน้อยคะ แต่ตอนนี้ข้าน้อยทนไม่ไหวแล้วจริงๆ นี่คะ!"
กุหลาบสีเลือดทำเสียงกระเง้ากระงอด บิดตัวไปมาจนหน้าอกหน้าใจไซส์บึ้มกระเพื่อมไหวเป็นจังหวะ
เจอช็อตนี้เข้าไป ฉู่เทียนก็เริ่มจะใจคอไม่ดีเหมือนกัน
ก็แหงล่ะ มันใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มซะขนาดนั้น กลมดิกเป็นลูกนิมิตเลย
แต่สุดท้าย เขาก็ต้องกัดฟันข่มใจ สวนกลับเสียงแข็ง
"นี่เธออยากให้ฉันเอาแส้ไปฟาดก้นให้ลายจริงๆ ใช่ไหมฮ๊ะ?"
"เอ่อ..."
กุหลาบสีเลือดถึงกับใบ้กิน แววตาฉายแววหวาดผวาขึ้นมาทันที
ที่เธอบอกว่า 'ลงโทษ' น่ะ มันไม่ได้หมายความว่าจะให้มาลงโทษจริงๆ หรอกนะ
รู้ๆ กันอยู่ ว่ามันคืออะไร
แต่ฟังจากน้ำเสียงของฉู่เทียนตอนนี้ ดูเหมือนเขาจะเอาจริงแฮะ
เธอรู้ดีว่า ถ้าขืนยังดื้อดึงจะยั่วเขาต่อ มีหวังโดนฟาดก้นลายแน่ๆ
คิดได้ดังนั้น กุหลาบสีเลือดก็รีบเก็บอาการร่านทันที ปรับโหมดเป็นจริงจัง "เรียนนายน้อย งานที่ท่านมอบหมายให้ ข้าน้อยจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ"
"จินอวี้ซานเพิ่งจะโอนเงินพันล้านเข้าบัญชีข้าน้อยเมื่อกี้นี้เองค่ะ"